เก่งกาจพี่ชายของเก่งกล้าแต่งงานกับคนในท้องถิ่น แต่ภรรยาได้เสียชีวิตไปก่อนแล้ว ทิ้งลูกสาววัย 4 ขวบ ไว้หนึ่งคน ลุงกำนันบอกว่าตอนนี้เขาฝากให้ครูคนหนึ่งดูแลให้ ไม่ต้องเป็ห่วง
“ผมอยากเจอหลาน ลุงพาไปหาก่อนสิ” ลุงกำนันพยักหน้าและส่งเสียงเรียก
“ได้สิ..ไอ้ปอ ไอ้ศร พานายเขาไปโรงเรียนท่าบ้านเขาขาวหน่อย หายหัวไปไหนกันหมดเนี่ย”
ใบปอขับรถยนต์คันเก่าๆ มาจอดรับชายหนุ่ม พร้อมพูดเจี้อยแจ้ว
“มาแล้วจ้า...มาแล้ว จะไปไหนบอกโชเฟอร์มาได้จ้า”
เก่งกล้าเดินมานั่งเงียบๆ ข้างคนขับเสียงหญิงสาวพูดขึ้นว่า
“สวัสดีจ้านาย ใบปอยินดีให้บริการจ้า”
พลางยิ้มและขับรถ เปิดเพลงในรถผิวปากไปเบาๆเก่งกล้านั่งเงียบไม่พูดไม่จา จนกระทั่งถึงโรงเรียนบ้านเขาขาว เป็โรงเรียนเล็กๆ เขาเดินไปถามหาครูมนทา ซึ่งเป็หญิงวัย 50 เดินเข้ามาหาอย่างยิ้มแย้ม ดูแล้วเป็คนใจดี มีเมตตา ชายหนุ่มยกมือไหว้
“สวัสดีครับครู ผมเก่งกล้าเป็น้องของพี่เก่งกาจ ผมมารับหลานครับ”
“อ่อจ้า... ถึงว่าหน้าคล้ายกันกับพ่อหนูณดามาก เดี๋ยวครูพาไปนะคะ”
ว่าแล้วก็เดินนำพาชายหนุ่มไปหาหลานสาวซึ่งโรงเรียนเลิกพอดี นั่งรออยู่หน้าห้อง
“ณดา มาดูสิใครมา”
เด็กหญิงหน้าเศร้าๆ มองตามเสียงครูไปพอเห็นหน้าเก่งกล้าผู้เป็อา ก็คิดว่าเป็พ่อเพราะเก่งกล้าและเก่งกาจหน้าคล้ายกันมากๆ
“พ่อจ๋าๆๆ มาหาหนูแล้วไช่ไหม” ณดารีบวิ่งเข้าไปหา วิ่งเข้าไปกอด
“หนูคิดถึงพ่อจ๋า หนูรักพ่อจ๋าที่สุด หนูดีใจที่พ่อจ๋ากลับมา”
เก่งกล้าเหวอไปรีบบอกหลานสาวตัวน้อยว่า
"นี่อาเก่งเอง จำอาไม่ได้เหรอลูก อาเอง ไม่ไช่พ่อจ๋าของหนู”
"ไม่จริงๆ พ่อจ๋าอย่าหลอกหนู"
ว่าพลางหนูน้อยก็กอดขาอาแน่น
“ครูว่าให้เขาคิดแบบนั้นไปก็ดีค่ะ ถ้าเขามีความสุข ครูว่าคุณก็สวมรอยเป็พ่อจ๋าเพื่อเยียวยาหนูน้อยของเราก่อนดีไหมคะคุณ”
เก่งกล้าได้ฟังก็พยักหน้า
“ครับครู”
หลานเคยไปกรุงเทพกับพ่อเมื่อสองปีก่อน คงจะจำความอะไรไม่ได้ ไม่เป็ไรครับ จะพ่อจะอาก็รักณดาเหมือนกันครับ
“มาๆ งั้นกลับบ้านกันนะลูก ไปกับพ่อกัน”
ชายหนุ่มยิ้มอ้าแขนรับน้องณดา พลางยิ้มอย่างแสนรัก และกล่าวขอบคุณครูมนทาที่ดูแลหลานมาอย่างดี
“ข้าวของเครื่องใช้จะเอาตามไปให้ที่บ้านนะจ๊ะ”
ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน ก็เรียกรีนาให้มาดูแลน้องณดา ก่อนที่ตัวเองจะเดินลงไปข้างล่าง หยิบเหล้าโซดา น้ำแข็งในรถ มานั่งริมระเบียง นั่งจิบเหล้าไปคิดเื่พาขวัญ คิดเื่พี่ชาย ส่ายหัวไปมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชิวิตเขา ทำไมเื่ต่างๆ ถึงมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กันตอนนี้ สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ เดินเข้ามาหา
"พ่อจ๋าๆ ทำไมดื่มเหล้าหล่ะคะ เหล้าไม่ดีรู้ไหมคะ”
พลางเดินเข้าไปโอบกอดเก่งกล้าอย่างแสนรัก
“ณดาไม่อยากให้พ่อตาย พ่ออย่าดื่มเลยนะคะ เมื่อก่อนพ่อไม่ดื่มนี่นา”
เด็กน้อยปล่อยมือจากโอบเอวพ่อแล้วจ้องเขม็งมาที่ชายหนุ่มอย่างสำรวจ
“บอกณดามาเดี๋ยวนี้”
ชายหนุ่มรีบดึงเด็กน้อยเข้ามากอดและปลอบเด็กน้อยว่า
“โอเคจ้า..ถ้าหนูไม่ชอบพ่อก็ไม่ดื่มแร่ะ เดี๋ยวจะเอาไปทิ้งให้หมด ดีไหมครับ”
ณดาร้องเสียงดัง
“เหม็นๆ ณดาเหม็นปากพ่อจ๋า”
พลางแกะมือชายหนุ่มออกและวิ่งออกไป เก่งกล้ามาครุ่นคิด
“สงสัยต้องเลิกเหล้า คราวนี่แน่เลยเรา กลัวหลานไม่รัก”
เก่งกล้าเดินลงไปในสวนรู้สึกเหมือนมีอะไรหล่นใส่หัว จึงแหงนมองขึ้นไปดู
“อ้าว.... ไอ้บ้าที่ไหน ทิ้งขยะลงหัวเต็มไปหมดแล้วเนี่ย”
หยิบเศษอะไรสักอย่างที่ร่วงลงมา
“ลงมาเดี๋ยวนี้ เสียงเขาดังอย่างเกรี้ยวกราด ส่วนเ้าลิงบนต้นไม้เขามองเห็นเด็กทะโมน คนนั้น ค่อยๆ ปีนลงมาแต่พลาดหล่นลงมาตรงชายหนุ่มพอดีทำให้หญิงสาวล้มลงไปทับชายหนุ่มอย่างจัง"
"ลุกขึ้นจากตัวชั้นนะ ทั้งอ้วน ทั้งหนัก เหม็นด้วย”
ชายหนุ่มบอกอย่างรังเกียจ หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นเนื่องจากจุกแต่ไม่เจ็บเท่าคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าได้แต่ยิ้มแหยๆ และพึมพำขอโทษชายหนุ่ม “นายจ๋า...เราขอโทษๆ”
พูดเสร็จก็เดินเขยกๆ ออกไป
ใบปอเจ็บขามาก เดินมาหยุดตรงศาลาหลังบ้าน หยิบยาในขวดสีเขียวๆ ขึ้นมาทา
“โอ๊ย..เจ็บๆ สงสัยเข็ดหลาบไปอีกนานไอปอเอ๊ย”
ณดาเดินลงมาในสวนเห็นใบปอนั่งอยู่ที่ศาลาจึงเดินไปหา
“พี่ปอๆ หนูอยากเล่นน้ำตกหลังบ้านพี่พาหนูไปหน่อยสิ”
เด็กหญิงเข้ามากอดและดึงตัวใบปอขึ้นมา หญิงสาวลุกขึ้นทั้งที่ยังเจ็บขา เดินลากขาพาหนูน้อยไปลำธาร น้ำตกเล็กๆ หลังบ้าน ทั้งสองมาถึงลำธาร ณดาถอดชุดคลุมออกเหลือชุดว่ายน้ำน่ารักๆ เดินลงไปในลำธารซึ่งไม่ลึกนัก ส่วนใบปอเธอเจ็บขาแต่ก็อยากลงไปเล่นเป็เพื่อนเด็กน้อย จึงลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ใกล้มืดแล้วได้ยินเสียงเก่งกาจเรียกหาเด็กหญิงลั่นบ้าน
“ณดาๆ หนูอยู่ไหนลูก”
เสียงณดาร้องตอบ
“พ่อจ๋าๆ มาเล่นน้ำกับหนูสิจ้า”
เก่งกล้าก้มลงมองตัวเองซึ่งใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น จึงถอดเสื้อออก ไม่อยากให้เสื้อขาวๆ ต้องมาหม่น แล้วเดินลงน้ำไปเล่นกับสองสาว
“พ่อจ๋าๆ อุ้มหนูหน่อย”
เสียงณดาดังขึ้น เก่งกล้าถอดเสื้อเผยให้เห็นร่างกายที่ใบปอเห็นแล้วต้องตะลึง เหมือนภาพวาดกรีก ไช่เลย ใบปอคิด คนอะไรทำไมถึงได้เลิศเลอเปอร์เฟคขนาดนี้ ร่างกายเขาไม่มีส่วนใดเป็ไขมันเลย เธอจ้องมองแต่ชายหนุ่ม จนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง สายตาพล่ามัวไปหมด เหมือนต้องมนต์ ร่างกายเธอแทบไม่เคลื่อนไหวเลย จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มๆ เอ่ยขึ้น
“พ่อว่าเรากลับกันได้แล้วนะลูก ป่ะกลับกัน”
“พี่ปอๆๆ”
เสียงณดาเรียก ชายหนุ่มแบกลูกสาวเดินขึ้นจากลำธารไป เธอจึงขยับร่างกายจะเดินตามแต่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ รู้สึกเกร็งบริเวณกล้ามเนื้ออย่างมาก
“พ่อจ๋าๆ พี่ปอยังไม่มา”
เสียงณดาเอ่ยขึ้นเมื่อถึงบ้าน
“รีนาๆ พาน้องณดาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆ นะ เดี๋ยวจะเป็หวัด”
รีนารีบมาพาน้องณดาขึ้นบ้านไป ชายหนุ่มหันไปมองทางเดินที่เขาเดินมา ไม่เห็นเงาของใบปอ เขาจึงเดินลงมาดู เห็นเธอยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม เขาจึงเดินไปจับไหล่ของหญิงสาว เขย่าเรียก เธอจึงบอกว่า
"เราน่าจะเป็ตะคริวอ่ะนาย”
ได้ฟังดังนั้น ชายหนุ่มจึงก้มลงช้อนร่างอวบอ้วน เกือบ 80 กิโลกรัม อุ้มขึ้นมาจากลำธาร พาเดินตามเส้นทางมาถึงศาลาหลังบ้าน หญิงสาวแหงนมองใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอย่างหลงใหล เขาไม่พูดอะไรกับเธอเลย พอถึงศาลาเขาวางเธอลง ช่วยนวดยืดขาให้ อาการดีขึ้น ขยับตัวได้ หญิงสาวค่อยๆ หันไปขอบคุณเก่งกล้าอย่างอายๆ
“ขอบคุณมากๆ จ้านาย เราขอบคุณนะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าและเดินไปและหันหลังมาบอกเธอว่า
"หลังชั้น กระดูกชั้น ไม่รู้มีส่วนไหนหักบ้างไหมเนี่ย เครมประกันได้ที่ใครได้บ้าง”
คืนนั้น ณดาตัวรุมๆ เหมือนจะเป็ไข้ เขาเรียกรีนามาเช็ดตัวให้หลานสาว แต่ณดาไม่ยอมจะให้พ่อจ๋าเช็ดให้ท่าเดียว เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่คงไม่ยาก จึงเช็ดตัวให้เด็กหญิง และบอกให้กินยาก่อนนอน
“ลูกกินยานะคะ ตื่นมาจะได้หาย คนเก่งของพ่อ”
เด็กหญิงร้องลั่นบ้าน
“ไม่กินๆ ณดาไม่กินยา”
ชายหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไร รีนาจึงบอกว่ามีคนที่ทำให้ณดากินยาได้คือใบปอ รีนาจึงไปเรียกใบปอขึ้นมาบนบ้าน ใบปอเดินเขยกๆ ขึ้นมาเรียกหนูน้อย “ณดาจ๋า คนดีคนเดิมของพี่ปอ กินยานะคะ จะได้หาย"
ณดาเดินมากอดขาใบปอๆ นั่งลวกอดเด็กหญิงไว้แนบอกและบอกเด็กหญิงว่า
“พี่ปอมีไอติมเยอะแยะเลยนะ ไหนใครเก่ง พรุ่งนี้มารับรางวัลที่พี่ปอได้ค่ะ”
เด็กหญิงได้ฟังดังนั้นก็หันไปพูดกับเก่งกล้า
“พ่อจ๋าๆ ยาอยู่ไหนๆ เอามาๆ ณดาจะกิน”
ชายหนุ่มเดินไปหยิบยาและยื่นให้ใบปอ ใบปอจึงยื่นยาและน้ำให้ณดา เด็กน้อยรับไปและกินไปอย่างง่ายดายและใบปอจึงพูดว่า
“เก่งที่สุดเลยค่ะ คนเก่งของพี่ปอ”
แล้วก็ยิ้มหวานกอดณดาก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอนไป ส่วนเก่งกล้านั้นกำลังคิดว่า ทำไม่มันดูแปลกๆ จัง ใบปอกับณดาเขาสนิทกันตอนไหน ทำไมเขาถึงได้สนิทกัน ใบปอกับพี่เก่งกาจคงสนิทกันสินะ เขาคิดไปเรื่อย แต่ไม่ได้คำตอบอะไร ก็ได้ยินเสียงของณดาดังขึ้น
“พ่อจ๋า..ร้องเพลงให้ณดาฟังหน่อยค่ะ หนูนอนไม่หลับ”
แย่หล่ะสิ เก่งกล้าผู้ซึ่งร้องเพลงไม่เป็ ไม่เคยร้องเพลง คาราโอเกะก็ได้แต่ฟังคนอื่นร้อง ผับบาร์ก็ฟังอย่างเดียว จึงบอกเด็กหญิงไปว่า
“พ่อ..เจ็บคอ เดี๋ยวพ่อเปิดเพลงเพราะๆ ให้ฟังดีกว่านะคะ”
เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์ เปิดหาเพลงกล่อมนิทราให้เด็กน้อยฟัง จะด้วยฤทธิ์ยาหรือเพลงกล่อมนิทราทำให้เด็กน้อยหลับไปในอ้อมกอดผู้เป็พ่อนั่นเอง
“พ่อจ๋าๆ อย่าไปๆๆ รอณดาด้วยค่ะพ่อ”
เสียงณดาร้องเสียงดัง เหงื่อท่วมใบหน้า เก่งกล้าเปิดไฟดูหลานสาว ซึ่งนอนดิ้นไปมา ตาก็ยังหลับ เธอคงจะฝันไป จึงเขย่าตัวเรียก
“ณดาๆ"
เด็กหญิงลืมตาขึ้นมาและโผเข้ากอดผู้ซึ่งคิดว่าเป็บิดา
“พ่อจ๋าๆ เมื่อกี้หนูเห็นพ่อเดินไปจากหนู หนูเรียกพ่อจ๋าก็ไม่หันกลับมา หนูกลัวๆ ว่าพ่อจะทิ้งหนูไป”
ฮือๆ ณดาร้องไห้กอดเก่งกล้าแน่น
“พ่ออยู่นี่แล้วค่ะ ไหน! ลืมตาดูพ่อสิคะ”
พลางยิ้มให้เด็กน้อยในอ้อมกอด ณดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองผู้ที่กำลังกอดเธออยู่ พลางขยี้ตา ยิ้มกว้างร้องเรียก
“พ่อจ๋าๆ หนูรักพ่อจ้า”
“พ่อก็รักหนูค่ะ” เก่งกล้าตอบกลับเบาๆ
รุ่งเช้าเด็กน้อยตื่นมาในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น
“พ่อจ๋าๆ ตื่นๆ ค่ะ หนูต้องไปโรงเรียนค่ะ”
เสียงเด็กน้อยปลุกให้เก่งกล้าลืมตาขึ้นมาและยิ้มให้หลานตัวน้อย
"หวัดดีจ้า ณดา” ณดาหน้าบึ้ง รีบบอกว่า
“พ่อจ๋าตื่นมาต้องหอมแก้มณดาก่อน วันนี้ทำไมไม่หอมหล่ะคะ ณดางอนแร่ะ ว่าพลางก็ทำหน้างอนเดินออกไป เก่งกล้ารีบบอก”
" พ่อจ๋าแก่แล้ว ลืมบ้างสิจ้า วันหลังถ้าพ่อจ๋าลืม ณดาก็มาหอมพ่อจ๋าก่อนก็ได้นะคะลูก”
เด็กน้อยจึงค่อยๆ เดินมาหา เก่งกล้าก็คุกเขาให้หลานตัวน้อยหอมแก้มอย่างมีความสุข
“ณดามีความสุขที่สุดในโลกเลยค่ะ”
ว่าพลางก็วิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน
“พ่อจ๋าๆ วันนี้พ่อจ๋าไปส่งหนูที่โรงเรียนนะคะ”
ได้ครับลูก เก่งกล้ากล่าว วันนี้เขาขับรถยนต์ของพี่ชายเป็รถเก๋งวีออชสีขาว ไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน ขับไปไม่ถึงโรงเรียนรถดับกลางทาง
“หนูสายแน่ๆ เลยลูกถ้ารอซ่อมรถ เดี่ยวพ่อจะลองเรียกรถดู”
สักพักมีรถกระบะเก่าๆ คันนึงขับผ่านมาคนขับเป็หญิงสาวร่างท้วมคนนั้น หนูน้อยเรียก
“พี่ใบปอๆ ณดาไปด้วยนะจ้า”
ยังไม่ทันที่เก่งกล้าจะพูดอะไร ณดาก็วิ่งไปขึ้นรถใบปอแล้ว พร้อมร้องเรียก
“พ่อจ๋าๆ ขึ้นมาเร็ว ป่ะไปกับพี่ปอกัน”
ใบปอเห็นเก่งกล้านิ่งไม่พูดอะไรคงเป็ห่วงรถที่จอดทิ้งกลางทาง จึงบอกว่า
“เดี๋ยวเราจะตามไอ้ศรมาเอาไป นายไม่ต้องห่วงนะ มาเถอะ เชื่อเรา ไปส่งน้องณดาก่อน”
ชายหนุ่มไตร่ตรองนิดนึง จึงตามขึ้นรถมานั่งในรถหญิงสาว ใบปอขับมาถึงโรงเรียนของณดา เก่งกล้าจูงมือเด็กน้อยเดินไปส่งคุณครูที่หน้าโรงเรียน “ครูขาสวัสดีค่ะ”
เสียงเจื้อยแจ้วของณดาที่พูดกับคุณครูสาวสวยนามว่าครูปาริชาต ครูสาวซึ่งเป็เพื่อนกับใบปอมาั้แ่เด็ก
“อ้าว..สวัสดีค่ะคุณพ่อ”
ไม่ทันที่เก่งกล้าจะพูดแก้ต่างอะไรใบปอก็รีบพูดแทรกขึ้นมา
“ครูปาไม่เจอกันนานนะเธอ คิดถึงจังแฟนฉัน”
พูดจบก็ตรงไปกอดครูปาริชาต ครูปาริชาตยิ้มตอบแล้วพูดแบบงอนๆ ว่า
“แฟนอะไรทิ้งเราไม่มาหากันเลย ปากบอกคิดถึงแต่ตัวหายสาบสูญ”
“ไม่เอา..ไม่งอนนะบี๋” ใบปอพูดจบก็กระซิบใกล้ๆ ปาริชาต"
“เย็นนี้เจอกันนะจ้าที่รัก”
พร้อมกับเดินยิ้มไปที่รถ เก่งกล้าเดินตามหญิงสาวขึ้นรถมานั่งข้างๆ
“แฟนเธอเหรอ ครูคนนั้น”
เขาเอ่ยถามหญิงสาว
“ไช่จ้านาย..แฟนเราเองสวยไหมจ้า”
เธอพูดไปยิ้มไป นึกถึงตอนที่ชายหนุ่มอุ้มเธอมาจากลำธาร เธอยังเขินอายไม่หาย แต่จะให้เขารู้ไม่ได้ว่าเธอเสียอาการหนักมาก ส่วนชายหนุ่มก็คิดว่าไม่แปลกการเป็แฟนกันของคนเพศเดียวกันมันเป็สิทธิส่วนบุคคล เขารู้ดี เพราะในกลุ่มเพื่อนก็มีหลายคนที่มีแฟนเป็เพศเดียวกัน
ในขณะที่ทั้งสองนั่งรถไปด้วยกันนั้น ไม่มีใครพูดอะไร รถวิ่งผ่านร้านกาแฟร้านหนึ่ง หญิงสาวจอดรถและเดินมาเปิดประตูให้ชายหนุ่มพลางพูดว่า
“นายลงมาก่อนสิจ้า หาอะไรรองท้องหน่อยจ้า เราหิว”
พลางเอามือลูบท้องไปมา
“หิวให้ร่างกายมันเผาผลาญไขมันเก่าไปบ้าง กินช้านิดช้าหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกไหม๊"
หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยิ้ม ส่วนชายหนุ่มก็เดินตามหญิงสาวมาอยู่ดีแม้จะพูดอย่างนั้น
“รับอะไรดีครับ ชา กาแฟ ขนมมีทุกอย่างครับ”
เสียงเถ้าแก่ดังขึ้น เก่งกล้ากวาดสายตาไปตามเมนูที่ติดไว้ คิดในใจ
“ไม่จริง ไม่เห็นจะมีของที่เราอยากกินเลย”
เก่งกล้าจึงบอกเถ้าแก่ไป
“เอากาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลครับ”
“ชาเย็นหวานปกติจ้า”
เสียงใบปอดังขึ้นเช่นกัน ทั้งสองเดินมานั่งที่โต๊ะบนโต๊ะมีข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวสังขยา ขนมโค ขนมชั้นและขนมอื่นๆ ซึ่งเขาไม่รู้จักอีกสองสามอย่าง ใบปอคว้าขนมโคมากิน 1 ถุง ข้าวเหนียวสังขยา 1 ห่อ กำลังจะแกะข้าวเหนียวปิ้ง เสียงเก่งกล้าดังขึ้น
“กินมากขนาดนี้ ไม่เกรงใจไขมันและน้ำตาลในร่างกายบ้างรึไง”
ใบปอชะงักมองข้าวเหนียวปิ้งที่แกะกำลังจะกัดเข้าปาก
“ก็เราหิว...ไม่เป็ไรหรอกจ้าแค่นี้ เดี๋ยวเราทำงานก็เผาผลาญหมดแล้วหล่ะนาย”
พูดพลางยิ้มตาหยี ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้า นึกถึงตอนเขาอุ้มเธอขึ้นจากลำธาร หนักแทบขาดใจ
ใบปอขับรถมาถึงตลาดนัดในชุมชน ที่นั่นมีของขายมากมาย เนื้อสัตว์ ผักสด เธอจึงจอดรถและบอกเขาว่า
“นาย..เราขอซื้อของแป้ปก่อนนะจ้า นายจะรอในรถไหม”
ชายหนุ่มตอบ “ชั้นลงไปด้วยดีกว่า เดินดูอะไรสักหน่อย”
เขาเป็หนุ่มกรุงก็จริง แต่ไช่ว่าจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เขารักธรรมชาติ เขารู้สึกหายใจเต็มปอดเมื่ออยู่ที่นี่ เขาเดินไปคนละทางกับหญิงสาว ใบปอเดินซื้อผัก ซื้อหมู ผลไม้หิ้วมาจนสุดแขน ไปเก็บไว้ท้ายรถกระบะและมองหาเก่งกล้าแต่ก็ไม่เห็น นั่งรออยู่ท้ายกระบะเกือบครึ่งชั่วโมง
“นายเขาหายไปไหนเนี่ย..”
ว่าแล้วก็เดินไปหาชายหนุ่มในตลาด หญิงสาวได้ยินเสียงร้องะโเชียร์ เหมือนมีใครมาต่อยกัน จึงฝ่าวงล้อมเข้าไป
พบว่าเก่งกล้ากำลังต่อสู้อยู่กับชายสองสามคน เธอจึงะโเสียงดัง
“หยุดนะ..อย่าทำนาย ไอ้ปอนด์ ไอ้เบิ้ม ไอ้จักหยุดนะ”
แต่ไม่มีใครฟังเสียงเธอเลย เก่งกล้าก็สามารถต่อสู้กับไอ้สามคนนั้นจนหมอบราบ และกำลังจะเดินมาหาหญิงสาว แต่ไม่ทันได้ระวังหลัง
“ตายเสียเถอะมึง”
เสียงไอ้ปอนด์ดังขึ้น พร้อมกับเอาไม้จะฟาดหัวเก่งกล้าแต่ไม่ทันใบปอซึ่งตรงไปะโถีบไอ้ปอนด์จนล้มลงไป ส่วนตัวเองก็ล้มมานอนทับเก่งกล้า เก่งกล้าจุกเจ็บแทบตาย เลยหลับตานิ่ง
“นายอย่าตายนะ นายอย่าตาย”
หญิงสาวเขย่าร่างชายหนุ่มที่นอนหลับตานิ่ง เก่งกล้าลืมตาและพูดว่า
“ชั้นตายแน่ๆ ถ้าเธอนอนทับชั้นอยู่แบบนี้”
พลางหลับตาลงอีกครั้ง หญิงสาวรีบลุกขึ้นแต่ด้วยร่างกายที่อวบอ้วนจึงล้มทับเก่งกล้าไปอีกครั้ง ชายหนุ่มร้อง
“โอ๊ย..เธอจะฆ่าชั้นรึไงใบปอ”
ใบปอกล่าวขอโทษเบาๆ พยุงร่างกายขึ้นพลางยื่นมือให้ชายหนุ่มจับลุกขึ้น เขาส่ายหน้าและหลับตาอย่างเหนื่อยหน่ายอีกครั้งนึง สามคนที่โดนเก่งกล้าจัดการจนสลบลุกขึ้นมาจู่โจมเก่งกล้าและใบปออีกครั้ง แต่ก็ต้องใเมื่อได้ยินเสียงนกหวีดของตำรวจสามนายที่มาถึง และวิ่งไล่สามคนนั้นไป เก่งกล้าเหนื่อยหล้าจนจะพูดอะไรได้แต่นั่งพิงเพิงขายของเพื่อเอาแรง ใบปอเดินมายืนตรงหน้าเขาและใบหน้าเธอตรงกับใบหน้าเขาพอดี ทั้งสองจ้องตากัน ชายหนุ่มเห็นความรู้สึกผิด ความเสียใจในดวงตากลมโตของหญิงสาว เขาจ้องเธอเขม็งพร้อมกับ เอามือลูบผมอันหลุดลุ่ย ยุ่งเหยิงของเธอ ลูบหัวเธอเบาๆ แล้วบอกเธอว่า
“เธอเจ็บตรงไหนไหม เจ็บมากหรือป่าว