- [7 วันผ่านไป] -
ครืน ครืน ครืน เสียงการเคลื่อนตัวของรถยนต์ขนาดใหญ่ดัง
หลี่เค่อและสองพ่อลูกตระกูลจั่วตอนนี้ได้นั่งอยู่บนรถขนาดใหญ่ มันราวกับเป็รถถังหุ้มเกราะ แต่อยู่ในลักษณะของรถตู้ั์ การเดินทางข้ามเมืองในโลกใบนี้ไม่ง่าย และโดยทั่วไปพวกเขาไม่มีรถยนต์สำหรับคนธรรมดา
จั่วยุ่นทุบหัวลูกชาย
!ผลัวะ
"ไอ้ลูกบัดซบทำไมแค่การหลอมกายััลมปราณแรกเริ่มแค่นี้ ทำไมเอ็งถึงทำไม่ได้"
"!พ่อ พ่อตีหัวผมทำไม ไม่ใช่พ่อบุญธรรมบอกแล้วเหรอว่าผมแค่ไม่มีพร์ด้านการฝึกลมปราณ แต่ในด้านเวทย์ผมก็พอใช้ได้นะ เพียงแต่ตอนนี้พ่อบุญธรรมแค่หาวิชาเหมาะสมกับร่างกายให้ผมไม่ได้เท่านั้น นอกจากนั้นพ่อกล้าว่าพ่อบุญธรรมไหม นี่ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว พ่อบุญธรรมก็ยังไม่อาจจะหลอมกายและััลมปราณแรกเริ่มได้"
"หน่อยไอ้ลูกคนนี้ แกกล้าเอาตัวแกเองไปเทียบกับนายน้อยได้ยังไงไอ้บัดซบ นายน้อยเป็อัจฉริยะ แค่ตอนนี้นายน้อยยังไม่อยากเปิดเผยประกายแสงอันสง่างามให้ผู้คนในโลกใบนี้รับรู้ต่างหาก"
"พ่อบุญธรรมช่วยผมด้วย พ่อจั่วจะตีหัวผมอีกแล้ว"
หลี่เค่อยิ้มจางๆ ลูกบุญธรรมคนนี้ทำให้การเดินทางไม่เงียบเหงาจนเกินไป
ผ่านมาเจ็ดวัน หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น หลี่เค่อได้เลือกเคล็ดวิชาของป่าดำให้จั่วยุ่นและจั่วจี๋ฝึกฝน
จั่วยุ่นดูมีพร์และเขาใช้เวลาเพียงสามวันด้วยยาของป่าดำ เขาบรรลุสู่ระดับ [1] หลอมกายขั้นต้น [1] ส่วนจั่วจี๋ลูกบุญธรรมแม้หลี่เค่อจะมีเม็ดยาช่วย แต่เขาก็ยังไม่อาจจะััปราณแรกเริ่มได้ เพียงแต่มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
หลี่เค่อรับรู้ว่าลูกบุญธรรมมีพร์ด้านการฝึกเวทย์ เขาจึงไม่รีบร้อนหรือเร่งรัดให้จั่วจี๋ฝึกปราณ ในโลกใบนี้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่นิยมฝึกคู่ขนานทั้งเวทย์และลมปราณพร้อมกัน นั่นเพราะเป็การสิ้นเปลืองทรัพยากรมากเกินไป
ส่วนหลี่เค่อมาถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ฝึกฝนลมปราณ สาเหตุเพราะเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับตัวเองค่อนข้างชั่วร้าย และเขาไม่สามารถมีอะไรกับหญิงสาวโดยเฉพาะหญิงสาวบริสุทธิ์อย่างไม่เลือกหน้าได้ นอกจากนั้นเมื่อเขารองฝึกเคล็ดวิชาอื่นๆ แม้จะเป็เคล็ดวิชาขั้นสุดยอดที่ฝึกได้ถึงระดับ [4] ตราสัญลักษณ์ขั้นลึกล้ำ [5] หลี่เค่อก็พบว่าตัวเขาไม่สามารถฝึกได้ เส้นลมปราณของเขาประหลาดมันแห้งฝ่อคล้ายรากต้นไม้ที่ตาย ที่ไม่ว่าจะได้ยาดีโอสถวิเศษใดๆ ก็ไม่อาจจะฟื้นฟู นี่ทำให้หลี่เค่อลำบากใจ
สุดท้ายเขาก็พบว่าคงมีแต่เคล็ดวิชาคัมภีร์กลืน์เท่านั้นที่เขาฝึกได้
และการที่เขาได้กลืนกินดวงิญญาของถังคังโดยสมบูรณ์ เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางมาสู่ 'มหานครต้นไม้แห่งชีวิต' อันเป็เมืองหลวงของ 'อาณาจักรสนแดง'
.................
ก่อนออกเดินทางหลี่เค่อพบว่าในโลกนี้มีสิ่งที่คล้ายอินเทอร์เน็ต แต่มันเพียงแค่ไม่ถูกเรียกด้วยชื่อเช่นโลกเดิม แต่มันมีชื่อเฉพาะคือ 'โครงข่ายโลกเสมือน' ซึ่งระบบหลายอย่างเหมือนอินเทอร์เน็ตในโลกเดิมของหลี่เค่อ แต่มันดูล้ำหน้ายิ่งกว่า และล้ำหน้าไปมากจนถึงขั้นอัศจรรย์พันลึก
หากจะพูดว่ามันเป็ยุคอนาคตมาของอินเทอร์เน็ตก็ว่าได้
เราสามารถค้นหาทุกสิ่งทุกอย่างบน 'โครงข่ายโลกเสมือน' ผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการเชื่อมต่อกับโครงข่ายโลกเสมือนอย่างสมบูรณ์ โดยตัวเราคล้ายเข้าไปสู่อีกโลกหนึ่งได้ผ่านเครื่องแคบซูล จิตของเราจะไปรันอยู่ในระบบสร้างตัวตนเสมือนจริงในนั้น
ผู้คนในโลกใบนี้นิยมเข้าไปในโครงข่ายโลกเสมือนเพื่อต่อสู้พิสูจน์ฝีมือตัวเอง ซึ่งทำได้อย่างไม่ติดขัด มีผู้คนที่มีชื่อเสียงมากมายอยู่ในนั้น ตัวตนของป่าดำก็เช่นกัน
ในโครงข่ายโลกเสมือนนั้นหลี่เค่อได้ทำความเข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างของโลกใบนี้ และเขารับรู้ว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน หากเขาไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ช้าเขาจะถูกกลืนกินโดยโลกใบนี้และตายอย่างน่าสมเพช
โลกใบนี้มีอันตรายรอบด้าน
มันมีประวัติย้อนหลังสืบไปได้ถึงหนึ่งแสนปี
เพียงแต่ว่าประวัติศาสตร์ของโลกยุคสมัยใหม่นั้นพึงเริ่มต้นได้เพียงประมาณ 8750 ปี
เพราะในอดีตโลกใบนี้ปรากฏความรุ่งเรืองและเสื่อมสลายของประวัติศาสตร์เช่นโลกเดิมของหลี่เค่อ พวกเขาเคยต่อสู้และฆ่ากันเหมือนคนโง่ จนเมื่อราว 9000 ปีก่อน โลกใบนี้เริ่มปรากฏประตูนรกและประตูผี ซึ่งมันนำพาการขยายตัวของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งมาพร้อมกับสัตว์ร้าย
ความต่างของประตูนรกและประตูผีคือ
ประตูนรกนั้นนำพาสัตว์ร้าย อสูรหรือปีศาจที่บ้าคลั่งน่ากลัวมาสู่โลกใบนี้
ส่วนประตูผีนั้นนำพาดวงิญญาที่ไม่อาจจะฆ่ามันด้วยศาสตราวุธทั่วไปได้ แต่ต้องฆ่าด้วยพลังปราณและเวทย์
หลี่เค่อสืบค้นข้อมูล พบว่าในอดีตโลกใบนี้ก็มีการพัฒนาอาวุธเช่นโลกของเขา แต่สุดท้ายก็หยุดไปเพราะการปรากฏของประตูผี
และแม้โลกใบนี้จะมีประวัติย้อนหลังไปได้ถึงหนึ่งแสนปี แต่มันก็มี่เวลาที่ปราณฟ้าดินขาดหาย โลกจึงมียุครุ่งเรืองและเสื่อมสลายของการบ่มเพาะ
นอกจากนั้นหลี่เค่อยังพบอีกหนึ่งความแปลก นั่นก็คือ ในโลกใบนี้มีบางสิ่งที่พัฒนาอย่างมาก แต่บางอย่างก็มีความหล้าหลัง
เช่นโทรศัพท์มือถือ ความละเอียดของหน้าจอของโทรศัพท์มือถือของโลกนี้คล้ายมือถือยุคแรกๆ ของหลี่เค่อ มันไร้ซึ่งความละเอียดของหน้าจอ ระบบถ่ายภาพดีมาก แต่ขาดฟังก์ชันที่มีจินตนาการ เช่นการแต่งรูปทำหน้าให้สวย แอพที่น่าใช้หลายๆ อย่างไม่มี มันมีแต่สิ่งที่คล้ายจะจำเป็เท่านั้น
จากการตรวจสอบ หลี่เค่อพบว่าในโลกใบนี้มีการผูกขาดทางการค้าอย่างรุนแรงในสินค้าหลายตัว
ซึ่งเกิดจากเอกลักษณ์ของโลกใบนี้
ซึ่งมีการทำ 'สัญญาเป็ตายต่อดวงิญญา' มันคล้ายเป็สัตย์สาบานที่ไม่อาจจะโป้ปดหรือทำผิดต่อคำสัญญาได้ และนั่นจะเป็การนำมาซึ่งความตาย
ในหลากสำนึกของกลุ่มตระกูลทั้งหลายพวกเขาใช้วิธีเหล่านี้ปกป้องข้อมูลทางการค้า เคล็ดวิชายุทธ์ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ของตัวเอง
ทำให้ระบบการเรียนรู้ของโลกใบนี้ไม่มีโรงเรียน
แต่พวกเขาจะมีสำนักศึกษาแทนซึ่งเกิดจากตระกูล สำนักยุทธ์หรือกลุ่มการค้าต่างๆ ตั้งขึ้น
ระบบการศึกษาพื้นฐานของโลกใบนี้บางส่วนจะคล้ายโลกเดิมของหลี่เค่อ คือการเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรมและการคำนวณ
แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือความรู้การฝึกปราณและเวทย์
แม้การจะฝึกปราณและเวทย์ในโลกใบนี้จะคล้ายเป็เื่ทั่วไปที่ทุกคนใฝ่หา แต่การบ่มเพาะให้ประสบความสำเร็จกลับไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ นอกจากการมีพร์ เราจำต้องมีเคล็ดวิชาที่เหมาะสมกับตัวเอง
ในโลกใบนี้ทุกคนอยากจะเป็จอมยุทธ์ในตำหนักเช่นเหล่าผู้คนในขุนเขาเซียน
ต่อมาอันดับสองคือการเป็คนของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ สร้างตระกูลของตัวเองให้เรืองนามซึ่งนี่คือความคิดฝันของคนธรรมดาส่วนใหญ่
หากเป็ในโลกเดิมของหลี่เค่อมันคือการได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ดีๆ แต่ที่นี่ไม่ใช่ก็เท่านั้น
"ถึงแล้ว วาว" จั่วจี๋แผดเสียง เขามองออกไปนอกหน้าตา เห็นกำแพงเมืองทอดยาว มองจากขุนเขาที่รถั์คันนี้แล่น พวกเขามองเห็นตึกสูงอยู่บนูเาั์ลูกหนึ่งจำนวนมาก
จากความรู้ที่หลี่เค่อได้จากความทรงจำของทั้งถังคังและป่าดำ ที่ตั้งมงคลชั้นดีของโลกใบนี้คือเหล่าขุนเขาใหญ่ลูกต่างๆ นั่นเพราะเหล่าขุนเขาคือจุดศูนย์รวมของปราณฟ้าดินและพลังิญญา ดังนั้นบ้านทำเลดีคือบ้านที่ติดหรืออยู่บนขุนเขา
แต่ที่ตั้งของขุนส่วนใหญ่มักเป็ที่ตั้งของราชสำนักหรือตำหนักยุทธ์โบราณ
ใน 'มหานครต้นไม้แห่งชีวิต' สำนักอันดับหนึ่งของเหล่าผู้ฝึกปราณและเวทย์คือ 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' คนทั่วไปนิยมเรียกผู้คนจากตำหนักนี้ว่า 'เซียนตำหนักไม้ะ'
บนยอดเขาที่สูงที่สุดมองลอดหน้าต่างหลี่เค่อเห็นต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้าน ต้นไม้นี้มันราวกับว่ามันมีอายุมาแล้วนับหมื่นปี กิ่งก้านที่แผ่ไพรสาณฑ์มองดูดุจหงส์ร่อนัรำช่างดูน่าสนใจจริงๆ