ทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 นักฆ่ายอมสารภาพ


            เพราะนักฆ่ายอมสารภาพ ท่านเจ้าอำเภอจึงให้คนนำตัวเขาออกมาจากทางลับ

            หลังจากที่ปล่อยทิ้งไว้หลายวัน บาดแผลบนตัวของนักฆ่าก็เน่าเปื่อยจนมองสภาพเดิมไม่ออก รอบๆ บาดแผลมีรอยย่นของผิวหนัง ผิวบวมแดงเป็นจุดใหญ่ มีแมลงวันบินตอมอยู่ตลอดเวลา

            ในตอนที่เวินซีมาถึงอำเภอ หมอกำลังช่วยรักษาบาดแผลให้เขา

            ขณะนั้นยังมีกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลไปทั่ว

            “คุณหนูเวินซีขอรับ” นักฆ่าเอ่ยปากอย่างนอบน้อม ท่าทีเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน

            “พูดมาเถิด จะสารภาพเช่นไร?” เวินซีมองดูเขาพลางเดินเข้าไปด้านใน หาที่นั่งแล้วนั่งลง

            “ก่อนที่ข้าจะสารภาพ ได้โปรดช่วยข้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

            “ช่วยหรือ? ว่ามาสิ จะให้ข้าช่วยอันใด”

            “ข้ายังมีน้องสาวที่ยังอยู่ในวัยเยาว์คนหนึ่ง คุณหนูเวินซีได้โปรดช่วยปกป้องนางด้วย”

            นักฆ่ารู้ดีว่าหลังจากที่สารภาพไปแล้วจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถทนฝืนอยู่ในอุโมงค์ลับนั้นได้อีกต่อไป

            บิดามารดาของเขาเสียชีวิตไปหลังจากที่ให้กำเนิดน้องสาว เขาจึงมีนางเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ที่เขามาเป็นทหารลับของหลานเยว่เฉิงก็เพื่อทำงานหาเงินให้นางได้มีชีวิตที่ดีขึ้น

            หากเขาตายไป จะไม่มีผู้ใดดูแลนาง แต่หากเขายอมสารภาพ หลานเยว่เฉิงจะต้องลงมือกับนางเป็นแน่ มิสู้ใช้โอกาสนี้หาคนมาปกป้องนางเสียจะดีกว่า

            “ตอนนี้น้องสาวเจ้าอยู่ที่ใด?” เวินซีเห็นว่าเขาขอให้ช่วยเรื่องนี้ ก็มิได้ปฏิเสธ

            “น้องสาวข้าอยู่ในเมืองหลวง ข้าซื้อคนรับใช้ไว้ดูแลนางหนึ่งคน และส่งเงินกลับบ้านให้นางทุกเดือนเพื่อให้มีชีวิตที่ดี”

            “คุณหนูเวินซี สารจากที่นี่จะไปถึงเมืองหลวงต้องใช้เวลาสี่วัน ข้าอยากให้หลังจากที่ข้าสารภาพแล้ว ท่านต้องหยุดสารของหลานเยว่เฉิงไว้ให้ได้ หรือพาน้องสาวของข้าหนีไปภายในสี่วัน”

            “คุณหนูเวินซี หากท่านทำมิได้ หากข้าตายไปวิญญาณก็มิอาจจะสงบ”

            “ข้ารับปากเจ้า” เวินซีตอบตกลง

            ถึงแม้ว่านางจะไม่คุ้นชินกับเมืองหลวง แต่นางมีจ้าวต้านที่เป็นถึงเทพแห่งสงคราม ย่อมมีเส้นสายในเมืองหลวงแน่

            เมื่อเห็นว่านางรับปาก นักฆ่าก็สงบลงทันที เขามองไปที่หมอ พลันชักมือกลับ

            “ท่านหมอมิต้องรักษาแล้วขอรับ”

            “เหตุใดกัน? หากไม่รักษา บาดแผลจะติดเชื้อ เจ้าอาจตายได้”

            หมอมองดูเขาพลันลุกขึ้นยืน แล้วดึงมือออกมาเพื่อทำการรักษาต่อ

            “คนที่เป็นลูกน้องของหลานเยว่เฉิง หากติดตามเขาแล้วจะต้องถูกพิษ และต้องใช้ยาถอนพิษทุกๆ เดือนถึงจะมีชีวิตต่อไปได้ แม้จะหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเขา ข้าก็มิสามารถมีชีวิตต่อไปได้หรอก”

            ในตอนที่นักฆ่ายอมสารภาพ เขาก็เตรียมใจตายไว้แล้ว แต่เมื่อคิดว่าได้ใช้ชีวิตของตนเพื่อแลกกับชีวิตของน้องสาว มันก็คุ้มค่า

            “อีกนานเท่าไรกว่าพิษจะออกฤทธิ์?” เวินซีนั่งลงวัดชีพจรให้เขา

            “อีกสามวันขอรับ”

            “รักษาเถิด หากเจ้าสารภาพแล้วยังมีชีวิตกลับมา ข้าจะช่วยเจ้าถอนพิษ”

            “คุณหนูเวินซี ข้าขอบพระคุณน้ำใจขอรับ แต่พิษนี้ไม่สามารถถอนได้ ก่อนหน้านี้มีคนเคยทดลองมาแล้ว ฝืนถอนพิษไปก็มีแต่จะทำให้มันออกฤทธิ์เร็วขึ้นขอรับ”

            “ข้าบอกว่าถอนได้ก็ได้สิ”

            เวินซีลุกขึ้นยืนส่งสายตาให้หมอ หมอจึงรีบรักษาเขาต่อทันที

            นักฆ่ามองดูนางด้วยแววตาที่ไม่อยากเชื่อ

            “เจ้าชื่ออันใด?” นางเริ่มซักถาม

            “เหล่าทหารของหลานเยว่เฉิงต่างใช้นามแฝง ข้ามีนามว่าสืออี คุณหนูเวินซีเรียกข้าว่าสืออีเถิดขอรับ หากคุณหนูเวินซีสามารถถอนพิษได้ สืออีจะติดตามท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

            สืออีตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเตียง แล้วคุกเข่าลงกับพื้น

            “เจ้าติดตามหลานเยว่เฉิงมานานเท่าไร?”

            “สี่ปีขอรับ”        

            “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าหลานเยว่เฉิงเป็นคนเช่นไร?”

            “หากคุณหนูเวินซีอยากรู้ สืออีจะไม่ปิดบังแม้แต่น้อยขอรับ” หมอพยุงสืออีให้ขึ้นไปบนเตียงอีกครา

            เขารับการรักษาไปพลางตอบคำถามของเวินซี

            “หลานเยว่เฉิงเป็นบุตรบุญธรรมของท่านขันทีหลานซิวจื่อ ผู้คนในเมืองหลวงต่างเรียกเขาว่าคุณชายหลาน เขาเป็นราชเลขาของฮ่องเต้ เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมาก”

            “เขามิให้ทหารลับติดต่อกัน นอกจากถ่ายทอดคำสั่งต่อกันแล้วหากพบว่าทหารลับมีการพบปะกันจะถูกสังหารทันที”

            “ข้าติดตามเขามาสี่ปี ไม่เคยรู้ว่าจำนวนทหารลับที่เขามีอยู่นั้นมากน้อยเพียงใด ทุกครั้งที่ออกไปปฏิบัติภารกิจกับผู้อื่น ข้าไม่เคยได้รู้จักใครมาก่อน ทุกคนต่างก็ต้องรักษาชีวิตของตน”

            “พูดได้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีจุดอ่อนเลย อีกทั้งยังจงรักภักดี นี่เป็นเหตุผลที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยในตัวเขา”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวินซีจึงรู้ถึงสาเหตุที่นักฆ่าพวกนั้นคอยจะฆ่านาง

            เป็นคนที่โหดเหี้ยมจริงๆ

            ระหว่างที่พูดคุยกันก็มีคนรับใช้คนหนึ่งผลักประตูเข้ามา ทุกสายตาจึงจับจ้องไปทางนั้น เขาไม่กล้าเงยหน้าและคุกเข่าอยู่ที่พื้นหน้าประตูอย่างนอบน้อม

            “ท่านเจ้าอำเภอขอรับ ขบวนแห่ศพของตระกูลเวินกลับมาแล้วขอรับ ตอนนี้คนตระกูลเวินกำลังแจกโจ๊กอยู่ที่หน้าประตูขอรับ”

            “ในเมื่อตระกูลเวินคึกคักเช่นนี้ คงไม่มีวันใดเหมาะสมเท่าวันนี้อีกแล้ว เราไปชี้ตัวคนร้ายกันเถิด”

            เวินซีเอ่ยพลางแสยะยิ้ม จากนั้นลุกขึ้นเมื่อหมอจัดการปิดบาดแผลให้สืออีเสร็จเรียบร้อย

            “ตามที่คุณหนูเวินซีจะปรารถนาขอรับ”  สืออีลุกขึ้นมาจากเตียง

            “ไปกันเถิด”

            เวินซีก้าวเดินอย่างมั่นใจ มุ่งหน้าไปที่จวนตระกูลเวิน ในยามที่มีผู้คนมากมายเพียงนี้ นางอยากจะเห็นนักว่าพวกเขาจะแก้ตัวอย่างไร

            ส่วนท่านเจ้าอำเภอก็พาเจ้าหน้าที่เดินตามไป

            ขณะนั้นที่หน้าประตูตระกูลเวินมีการตักโจ๊กแจกจ่าย จึงมีคนอยู่กันคับคั่ง แม้เหล่าคนรับใช้จะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ก็ไม่เป็นผล

            “คุณหนูเวินเยียนเจ้าคะ ตักให้ข้าชามหนึ่งเถิด ข้ามิได้ทานข้าวมาสามวันแล้ว”

            “คุณหนูเวินเยียน ทางนี้ๆ”

            “คุณหนูเวินเยียน ขอบคุณขอรับ ท่านเป็นคนจิตใจดีจริงๆ”

            “ตระกูลเวินช่างประเสริฐยิ่งนัก”

            ......

            กลุ่มคนที่แย่งกันเยอะที่สุดก็คือขอทานในเมือง ยามที่พวกเขาเอาตัวเข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อยก็จะได้กลิ่นเหม็นสาบ เวินเยียนรู้สึกสะอิดสะเอียน แต่ก็ต้องยิ้มเข้าไว้แล้วตักโจ๊กแจกจ่ายให้

            หากมิใช่เพราะต้องกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลเวิน นางไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้แน่

            “เวินเยียน อดทนหน่อยนะลูก แค่แสร้งทำไปก่อนเท่านั้น อีกเดี๋ยวให้คนรับใช้มาทำให้” ฮูหยินใหญ่เวินรู้ว่าบุตรสาวคิดอันใดอยู่ จึงเอ่ยปากกระซิบปลอบนาง

            “รู้แล้วเจ้าค่ะ” เวินเยียนตอบกลับ นางหันไปมองหลานเยว่เฉิงที่ยืนอยู่หน้าประตูตระกูลเวินพลันส่งยิ้มให้บางๆ แล้วตักโจ๊กต่อไป

            แต่ทันใดนั้นก็เริ่มมีความวุ่นวายเกิดขึ้นกับฝูงชนที่กำลังต่อแถวอยู่

            “อันใดกัน?”

            “ท่านเจ้าอำเภอมาด้วยเหตุใด?”

            “มารับโจ๊กหรือ?”

            ......

            ในขณะที่ผู้คนพูดกันไปต่างๆ นานา เจ้าหน้าที่ก็พากันล้อมรอบหน้าประตูจวนตระกูลเวิน

            “นายท่านเวิน” ท่านเจ้าอำเภอยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคน ส่งยิ้มทำความเคารพเวินอวิ๋นโป

            “มิทราบว่าท่านเจ้าอำเภอหมายความเช่นไรขอรับ? ข้าจำได้ว่าตระกูลเวินมิได้ทำอันใดผิดนี่ วันนี้เป็นวันฝังศพของอวี่ชาง หากทำเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เกรงว่าเขาจะจากไปไม่สงบนะขอรับ”

            เวินอวิ๋นโปจงใจเอ่ยถึงโจวอวี่ชาง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามายุ่งวุ่นวาย

            “นั่นน่ะสิ ท่านเจ้าอำเภอหมายความเช่นไร?”

            “ท่านเจ้าอำเภอ คุณชายโจวมิเคยล่วงเกินอันใดท่านนี่”

            “ท่านเจ้าอำเภอ เห็นแก่คุณชายโจว ไว้ค่อยมาวันหลังเถิด”

            ......

            ขณะนั้นผู้คนที่ได้รับโจ๊กเมื่อครู่ เมื่อได้ยินคำพูดของเวินอวิ๋นโปก็เกิดความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

            พวกเขาได้รับความเมตตาจากโจวอวี่ชาง ไฉนเลยจะปล่อยให้คนอื่นมาทำลายวันฝังศพได้ เช่นนี้แล้วจะทำให้โจวอวี่ชางจากไปอย่างไม่สงบ

            “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ข้ามิได้อยากมาทำลายวันฝังของคุณชายโจว ที่ข้ามาวันนี้ ข้าก็ไม่มีทางเลือก เพราะมันเป็นเรื่องที่หนักหนาพอสมควร”

            ท่านเจ้าอำเภอยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ประชาชนเงียบเสียงลง

            “มิทราบว่าที่ท่านเจ้าอำเภอกล่าวว่าเป็นเรื่องที่หนักหนานั้น ท่านหมายความเช่นไร? หากเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย วันนี้ท่านเจ้าอำเภอจะต้องขอขมาต่อหน้าดวงวิญญาณของอวี่ชางนะขอรับ”

            ยามนี้เวินอวิ๋นโปมีประชาชนคอยสนับสนุนอยู่ จึงมีความมั่นใจมากขึ้น

            “แน่นอนอยู่แล้วขอรับ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เข้ามา นำเขาเข้ามา” 


    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเศรษฐินีแห่งวงการความงาม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570