ปิงปิงะโโลดเต้นดีใจแบบลิงๆที่เขาได้รู้ถึงวิธีที่จะกลับไปเป็อสูรเต็มตัวอีกครั้ง
ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาจึงกล่าวต่อว่า "เอาล่ะ..มาพูดถึงเหตุผลข้อที่ 2 กัน"
"ที่ข้ารับเ้าเป็ศิษย์นั้นก็เป็เพราะข้ายังมีภารกิจที่ยังคงติดค้างคาอยู่ในใจ จึงอยากที่จะให้เ้าช่วยมาสานต่อ" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
"เชิญท่านอาจารย์เสือบอกมาเถอะขอรับ" ปิงปิงกล่าวออกมา แล้วทำท่าทางตั้งอกตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
"ตัวข้านั้นยามเมื่ออยู่ในร่างมนุษย์ ข้าก็ได้ศึกษาวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินของพวกมนุษย์เพื่อจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ข้อหนึ่ง"
"นั่นก็คือ..ข้า้าที่จะสร้างอักขระค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตเพื่อเอาไว้ป้องกันพวกมนุษย์ไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาไล่ล่าสังหารเผ่าพันธุ์อสูรในอาณาจักรอสูรของพวกเราได้อีกต่อไป"
"ดังนั้นจึงจะต้องให้เ้ามาช่วยสานต่อวัตถุประสงค์ของข้าต่อไป" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าวอธิบาย
"แล้วท่านอาจารย์เสือทำไมถึงไม่สร้างเองล่ะขอรับ ท่านก็ได้ศึกษาวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตมาจากพวกมนุษย์แล้ว จะให้ข้ามาสานต่อทำไมล่ะขอรับ" ปิงปิงกล่าวถามอย่างงงๆ
"ตัวข้านั้นบรรลุเป็เซียนมนุษย์ได้เร็วเกินไป เพราะร่างกายของข้านั้นมีศักยภาพที่สูงเกินไปจึงบรรลุเป็เซียนมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย"
"เมื่อข้าถูกทัณฑ์สายฟ้า์สีทองฟาดผ่าเข้าใส่อีกครั้งเป็ครั้งที่ 2 ข้าก็กลับกลายมาเป็เซียนอสูรพยัคฆ์เมฆาเต็มตัวเช่นเดิม"
"และเมื่อข้าได้กลับมาเป็เซียนอสูรเต็มตัวแล้ว ข้าก็ไม่หลงเหลือพลังปราณฟ้าดินของพวกมนุษย์อยู่ในร่างอีกเลยแม้แต่น้อย"
"ถ้าหากข้ารู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ข้าก็คงจะกดข่มพลังปราณฟ้าดินเอาไว้ ไม่รีบกลับมาเป็เซียนอสูร เพื่อที่จะได้พัฒนาระดับวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินของข้าให้อยู่ในขั้นที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก"
"แล้วข้าก็จะกลับมาสร้างอักขระค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตเพื่อปกป้องดินแดนอาณาจักรอสูรของพวกเราให้เสร็จเสียก่อน ก่อนที่ข้าจะถูกทัณฑ์สายฟ้า์สีทองฟาดผ่าเข้าใส่อีกครั้งจนกลับคืนมาเป็เซียนอสูร"
ปิงปิงพยักหน้าหงึกๆเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจ
"เอาเถิด..เอาเป็ว่าตอนนี้ข้าสามารถสอนวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินของพวกมนุษย์ให้กับเ้าได้ถึงแค่ขั้นต้นเพียงเท่านั้นและเป็การสอนให้เ้าเรียนรู้ได้แค่ในภาคทฤษฏี เพราะข้าเองก็ไม่ได้มีพลังปราณฟ้าดินของพวกมนุษย์อยู่ในร่างแล้ว จึงไม่สามารถที่จะกระตุ้นให้อักขระค่ายกลฟ้าดินที่จะสอนเ้าในอนาคตให้สำเเดงฤทธิ์ได้อีก"
"จากนั้นเ้าก็จะต้องไปศึกษาต่อเอาเองจากพวกมนุษย์" ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาอธิบายเสียยืดยาว
"โอ้โห..การจารึกอักขระสร้างค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตเพื่อปกป้องอาณาจักรอสูรของพวกเราจากพวกมนุษย์อัปลักษณ์พวกนั้น ช่างเป็แิและเป็ภารกิจที่ยิ่งใหญ่สมกับที่เป็เทพอสูรจริงๆนะขอรับ" ปิงปิงกล่าวชื่นชมอาจารย์เสือของเขาอย่างออกนอกหน้า
จากนั้นปิงปิงก็ลงไปนั่งยองๆกับพื้น แล้วยื่นมือข้างหนึ่งออกไปข้างหน้า เหมือนกับกำลังจะขออะไรบางอย่าง
นี่ก็คือ *ท่าลิงขอลูกท้อ* พร้อมทั้งมองหน้าท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาแล้วกระพริบตาปริบๆ
"รางวัลล่ะขอรับ..รางวัล..ข้าจะได้รางวัลอะไรจากภารกิจนี้ขอรับ" ปิงปิงกล่าวขอรางวัลออกมาอย่างหน้าด้านๆ
ท่านเทพอสูรพยัคฆ์เมฆาถึงกับต้องเอามือขึ้นมาลูบหัวล้านของเขาด้วยความปลงอนิจจา
"เอาล่ะ..หากเ้าทำภารกิจนี้สำเร็จลงได้จริงๆและสามารถจารึกอักขระสร้างค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตที่ป้องกันพวกมนุษย์ั้แ่ระดับขอบเขตปราณสุริยาลงมา ไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาจักรอสูรของพวกเราได้จริงๆ ข้ายินดีมอบอาณาเขตดินแดนในการปกครองของข้า 1 ใน 3 ส่วนรวมถึงทรัพยากรในอาณาเขตดินแดนนั้นให้กับเ้าไปเลย เ้าว่าอย่างไรเล่า"
"ดีๆๆ..ขอรับท่านอาจารย์เสือ แต่ถ้าหากท่านอาจารย์เสือยกดินแดนให้ข้า 1 ใน 3 ส่วนแล้วท่านอาจารย์เสือจะมีทรัพยากรที่พอใช้ในการพัฒนาพลังปราณสายเือสูรของท่านหรือขอรับ" ปิงปิงถามดักคอ เพราะเขากลัวว่าท่านอาจารย์เสือของเขาจะแค่พูดเล่นๆ
"ข้าก็จะบุกไปยึดเอาดินแดนของไอ้เ้าเทพอสูรัฟ้ามาทดแทนน่ะสิ ฮ่าๆๆ.."
"คราวที่แล้วข้าบุกไปจะยึดเอาดินแดนของมัน แต่ต้องสู้กันอยู่นานกว่า 8 เดือน ทั้งมันและข้าต่างก็ได้รับาเ็ด้วยกันทั้งคู่ ก็เลยเสมอกันไป"
"คราวนี้ถ้าข้ายกดินแดน 1 ใน 3 ส่วนให้กับเ้า เพื่อใช้เป็รางวัลที่เ้าจารึกอักขระสร้างค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตในขั้นสูงขึ้นมาได้ ซึ่งจะเป็ผลดีในภาพรวมกับชีวิตของเหล่าอสูรในอาณาจักรอสูรของเราทั้งหมด"
"ข้าก็จะได้มีข้ออ้างอันชอบธรรมที่จะบุกเข้าไปยึดดินแดนของไอ้เ้าเทพอสูรัฟ้านั่นอีกครั้งเพื่อแก้มืออย่างไรล่ะ.. ฮ่าๆๆๆๆ..." ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากล่าวแล้วหัวเราะออกมาอย่างมุ่งมั่น
ปิงปิงได้แต่นั่งเกาหัวแกรกๆ.. "พวกเทพอสูรนี่อยู่เฉยๆไม่เป็กันรึยังไงนะ ทำไมถึงได้หาเื่สู้กันอยู่เรื่อยไม่หยุดไม่หย่อน เฮ้อ.. !! " ปิงปิงคิดในใจ
อนึ่ง. วิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินนั้นจะต้องใช้พลังปราณฟ้าดินในการร่ำเรียน เพราะเป็วิชาพลังปราณฟ้าดินของมนุษย์โดยเฉพาะ จะใช้พลังปราณสายเืของอสูรในการร่ำเรียนไม่ได้
วิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินของมนุษย์นั้นเเบ่งออกเป็ 3 ขั้น คือขั้นต้น , ขั้นกลางและขั้นสูง
ซึ่งนักจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินขั้นสูง ก็คือขั้นที่ปิงปิงจะต้องศึกษาเรียนรู้ไปให้ถึง ปิงปิงจึงจะสามารถจารึกอักขระสร้างค่ายกลฟ้าดินด้านอาณาเขตที่ใช้ป้องกันพวกมนุษย์ในขอบเขตปราณสุริยา [ ปรมาจารย์ยุทธ์ ] และต่ำกว่านั้นไม่ให้ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาจักรอสูรได้
ระดับขอบเขตการฝึกพลังปราณฟ้าดินของมนุษย์มีดังนี้
1. ขอบเขตผสานกายา [ พื้นฐานยุทธ์ ]
2. ขอบเขตผสานลมปราณ [ ผู้ฝึกยุทธ์ ]
3. ขอบเขตปราณนภา [ นักยุทธ์ ]
4. ขอบเขตปราณจันทรา [ จอมยุทธ์ ]
5. ขอบเขตปราณสุริยา [ ปรมาจารย์ยุทธ์ ]
จากนั้นจึงจะได้รับการทดสอบจากทัณฑ์สายฟ้า์ และเมื่อผ่านบททดสอบจากทัณฑ์สายฟ้า์ก็จะบรรลุเป็ *เซียนมนุษย์*
หากจะเปรียบเทียบขอบเขตการฝึกพลังปราณฟ้าดินกับขอบเขตการฝึกพลังปราณสายเือสูร ก็จะเปรียบเทียบกันได้ดังนี้
นักยุทธ์ = อสูรยุทธ์
จอมยุทธ์ = จอมอสูร
ปรมาจารย์ยุทธ์ = ปรมาจารย์อสูร
เซียนมนุษย์ = เซียนอสูร
เทพเซียน = เทพอสูร
คือพวกอสูรี้เีตั้งชื่อขอบเขตพลังปราณสายเือสูร เลยอ้างอิงเอากับขอบเขตพลังปราณฟ้าดินของพวกมนุษย์แบบง่ายๆ แต่ก็ทำให้เปรียบเทียบกันได้สะดวกและชัดเจนเป็อย่างมาก
ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆามีความรู้ด้านวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินอยู่ในขั้นต้น ซึ่งก็คือนักจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินในขั้นต้นเพียงเท่านั้น
ถ้าท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆากดระดับขอบเขตพลังปราณฟ้าดินเอาไว้ไม่ให้บรรลุเป็เซียนมนุษย์เร็วเกินไป ท่านอาจารย์เทพอสูรพยัคฆ์เมฆาก็ยังคงสามารถศึกษาวิชาการจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดินต่อไปได้อีก จนถึงไปขั้นปรมาจารย์นักจารึกอักขระค่ายกลฟ้าดิน ซึ่งเป็ขั้นสูง
แต่ท่านอาจารย์เสือของปิงปิงก็คืออสูรตัวแรกที่ได้กลายเป็ *ุ์* ท่านก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวเช่นไรใน่เวลานั้น
ส่วนลิงน้อยปิงปิง ก็คืออสูรตัวที่ 2 ที่ได้กลายมาเป็ *ุ์*
คือเป็ --อสูร + มนุษย์ = ุ์--