ชายร่างสูงตระหง่านคนหนึ่ง กินพื้นที่บนหน้าจอไปถึงสองในสาม
เขาสูงราว 192 เิเ ชุดเครื่องแบบทหารสีขาว พอสวมอยู่บนร่างเขา กลับดูไม่เหมือนชุดเครื่องแบบ แต่เหมือนสัญลักษณ์ที่ออกแบบมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
สูงศักดิ์ สง่างาม และดุดัน
ชายหนุ่มมีผิวสีแทน ใบหน้าคมสันราวรูปสลัก คิ้วพาดเฉียงทำให้ดูองอาจ น่าเกรงขาม ริมฝีปากบาง ดูเ็าแต่ก็ทำให้คนพบเห็นรู้สึกใจเต้น
ร่างสูงโปร่งของเขาในชุดเครื่องแบบทหารช่างน่ามองเหลือเกิน
รัชทายาทสิงเหยียน คือผู้ชายที่มีรูปลักษณ์ภายนอกไร้ที่ติ
เหลียนนั่วยกมือสองข้างขึ้นเท้าคางพลางครุ่นคิด ไม่นานเขาก็ก้มลงมองตัวเอง จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง เริ่มบิดตัวซ้ายที ขวาที เขาทำอะไรน่ะเหรอ ก็ออกกำลังกายน่ะสิ
เหลียนนั่วไม่ชอบร่างนี้เอามากๆ
ต่อให้เป็นักวิทยาศาสตร์ในยุควันสิ้นโลก แต่เหลียนนั่วที่วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องทดลอง ไม่เจอฝน ไม่เจอลม ไม่เจอสายรุ้งก็ยังดูแลตัวเองให้ขาวนวลจ้ำม่ำได้
ใช่แล้ว เหลียนนั่วในยุควันสิ้นโลกมีรูปร่างอวบอ้วน เป็คนอ้วนที่มีมาตรฐานความงามไม่เหมือนใคร ในยุควันสิ้นโลก ใครมีรูปร่างอ้วนๆ ขาวๆ ถือว่ามีบุญมาก
ถึงเหลียนนั่วจะเป็คนอ้วน แต่สุขภาพร่างกายก็แข็งแรงมาก
เขาบิดเอวไปมา ก่อนจะหันไปหยิกแขนตัวเอง สุดท้ายก็มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดเจิดจ้าจึงตัดสินใจจะออกไปเดินเล่นข้างนอก อยู่ในห้องผู้ป่วยอย่างไรก็ออกกำลังกายไม่ได้อยู่ดี
ดังนั้นเหลียนนั่วในชุดผู้ป่วยจึงก้าวออกไปข้างนอก
อากาศของดาวดวงนี้สดชื่นมาก ถึงแม้ทอดสายตามองออกไปจะมีแต่ของล้ำสมัยเต็มไปหมด แต่เมื่อเทียบกับกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งในยุควันสิ้นโลกแล้ว ที่นี่เป็เหมือนสรวง์เลยละ
ความจริงเหลียนนั่วไม่รู้เลยว่า ที่นี่คือโรงพยาบาลจักรวรรดิ ซึ่งเปิดเครื่องฟอกอากาศไว้ตลอดทั้งปี ผู้ป่วยที่จะเข้ามาพักที่นี่ได้ ฐานะทางบ้านจะต้องมีเส้นสายหรืออำนาจพอตัว
ถ้าเป็โรงพยาบาลของคนทั่วไป ระดับการปนเปื้อนในอากาศของที่นั่นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ายุควันสิ้นโลกเลย
ความจริง ความทรงจำเกี่ยวกับยุควันสิ้นโลกของเหลียนนั่วก็เลือนรางไปบ้างแล้ว เขาจำได้แต่ภาพซอมบี้ที่กระจัดกระจายอยู่ตามป่าเขา อากาศเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นทุกครั้งที่สูดลมหายใจ และการต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
สุดท้ายมนุษย์ก็ล้มตายไปหมด ซอมบี้ก็สูญพันธุ์ตามไป เหลือแค่เขา ซึ่งใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาและโดดเดี่ยว
เหลียนนั่วที่เกิดและเติบโตในยุควันสิ้นโลก ไม่มีความสงสารเห็นใจ ถึงทุกคนจะตายไปหมด เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียอกเสียใจอะไร ถึงอย่างไรั้แ่เด็กจนโต เขาก็วนเวียนอยู่แต่ในห้องทดลอง ไม่มีเพื่อน ไม่มีคู่หู มีแต่ผู้ช่วยกับตัวทดลอง
จากห้องผู้ป่วยถึงสวนดอกไม้ ระเบียงทางเดินเงียบเหงามาก เพราะโซนที่เขาพักเป็โซนพิเศษ
แต่พอเข้าไปในสวนดอกไม้ กลับเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก ที่นี่มีผู้คนสัญจรไปมา มีเสียงพูดคุยสนทนา... เหลียนนั่วมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาโหยหา นี่คือสังคมมนุษย์ที่หายไปนานห้าร้อยปี
เขาหันไปเห็นแนวต้นไม้สูงใหญ่ตรงมุมสวน จึงเดินไปทางนั้นอย่างช้าๆ
ฝีเท้าของเหลียนนั่วเชื่องช้ามาก เขากำลังดื่มด่ำบรรยากาศที่มาจากมนุษย์ด้วยกัน บรรยากาศเหล่านี้สามารถลบเลือนความโดดเดี่ยวที่อยู่ติดตัวเขามาตลอดห้าร้อยปี
พอเดินไปถึงแนวต้นไม้ เขาก็เลือกนั่งลงใต้ต้นที่ใหญ่ที่สุด หยิบคริสตัลนิวเคลียสธาตุไม้กับธาตุน้ำออกมาจากในมิติ คริสตัลพวกนี้เขาล้วนเก็บมา หลังจากมนุษย์กับซอมบี้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองจนสูญสิ้น ตอนที่เหลียนนั่วเก็บของพวกนี้ขึ้นมา ที่จริงเขาดีใจมากเลยละ
ั้แ่เด็กจนโต เหลียนนั่วไม่มีของที่ชอบ ตอนที่พ่อแม่กำลังง่วนอยู่กับการวิจัยเซรุ่มต้านไวรัสซอมบี้ เขาถูกขังให้เล่นคนเดียวในห้อง เขาจำได้ว่าตัวเองมีของเล่นอยู่ชิ้นหนึ่ง เป็ตุ๊กตาที่แม่ทำขึ้นจากเศษผ้าเก่าๆ หลังจากนั้นพอเขาโตขึ้น ตุ๊กตาตัวนั้นก็หายไป...มันหายไปไหนกันนะ
เหลียนนั่วนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
การอบรมสั่งสอนทั้งหมดที่เขาได้รับ เขาได้เรียนจากเวลาน้อยนิดของพ่อแม่ที่เจียดมาจากงานอันแสนยุ่ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับอิทธิพลจากพ่อแม่มาเต็มๆ ทำให้มีพร์ด้านการวิจัยที่สูงมาก
ใน่ชีวิตที่ยาวนานของเขา เวลาที่ได้อยู่กับพ่อแม่นั้นน้อยนิดเหลือเกิน ดังนั้นตัวเขาจึงมีอารมณ์ความรู้สึกที่ราบเรียบมาก
ไม่อย่างนั้น หลังจากที่มนุษย์ล้มตายไปกันหมด เขาคงไม่เก็บสะสมคริสตัลนิวเคลียสที่ได้จากทั้งซอมบี้และศพคนตายด้วยความดีใจหรอก