ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    พูดคุยอย่างสันติวิธี

    บนเรือบินของนิกายเทียนซู

    ชายวัยกลางคนสองคนและหญิงวัยกลางคนยืนอยู่บนหัวเรือ 

    ทั้งสามคนนี้คือผู้อาวุโสสอง ผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่ของนิกายเทียนซู

    ผู้อาวุโสสองแห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า ผานเช่อ 

    ผู้อาวุโสสามแห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า เถียนหวัง

    ผู้อาวุโสสี่แห่งนิกายเทียนซูมีชื่อว่า ไน่เสวียนเหอ

    ผานเช่อเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ ไว้หนวดเคราเต็มใบหน้า เส้นผมสีน้ำตาลแดงดูดุดันและน่าเกรงขาม เขามีชื่อเสียงในด้านการต่อสู้ด้วยหมัดเป็นหลัก จึงได้รับฉายาว่าผานเช่อหมัดเหล็ก

    เถียนหวังลักษณะคล้ายกับบัณฑิต เขาสวมชุดคลุมสีฟ้าอ่อน ใบหน้าอ่อนโยนและยิ้มเก่ง ดวงตาของเขาเปร่งประกายดูงดงามอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะเป็นคนยิ้มง่ายแต่ถ้าหากว่าได้ลงมือเมื่อไหร่ถือว่าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนที่ถูกเขาสังหารจะต้องถูกตัดอวัยวะส่วนไปเพื่อเก็บเอาไว้ดูต่างหน้า เรียกได้ว่าเขาเป็นบุคคลที่โรคจิตผู้หนึ่ง ฉายาของเขาคือเถียนหวังหน้ายิ้ม

    ไน่เสวียนเหอ นางเป็นสตรีวัยกลางคนที่งดงามเป็นอย่างมาก นางสวมชุดคลุมสีเขียวอ่อน ใบหน้างดงาม เส้นผมสีม่วง ด้านหลังของนางสะพายกระบี่สีเงินเอาไว้ ซึ่งนางถือว่าเป็นคนปกติที่สุดในบรรดาทั้งสามคนนี้ อีกทั้งนางยังเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มอีกด้วย อีกทั้งนางยังได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มในครั้งนี้อีกด้วย

    ไม่ว่าจะเป็นผานเช่อหรือเถียนหวัง ทั้งสองมีอายุอย่างต่ำๆก็หนึ่งพันปีแล้ว แต่ทว่าไน่เสวียนเหอปัจจุบันนางอายุแค่สี่ร้อยกว่าปีเท่านั้น ซึ่งนางบรรลุระดับเหนือยุทธ์ตั้งแต่นางอายุได้สามร้อยปีและใช้เวลาอีกหนึ่งร้อยปีในการทะลวงเข้าสู่ขั้นกลาง 

    แม้ว่าขั้นและขั้นกลางจะห่างกันเพียงแค่ขั้นเดียว แต่มันก็ห่างไกลราวกับผืนปฐพีและท้องนภา เพราะบางคนก็ติดอยู่ในขั้นนี้และไม่สามารถก้าวข้ามมันไปได้ เพราะฉะนั้นการที่นางใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งร้อยปีในการทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางได้ถือว่านางเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงมากแล้ว

    และด้วยพรสวรรค์ที่สูงทำให้นางกลายเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของนิกายเทียนซู แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดนางจึงเลือกที่จะมายังทวีปฮุยต้วนและเป็นผู้อาวุโสที่สี่ของที่นี้ 

    เพราะแบบนี้แม้ว่าผานเช่อหรือเถียนหวังจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับนาง แต่ทั้งสองก็ยังต้องให้ความเคารพนางในระดับหนึ่ง เพราะทุกๆคนเชื่อว่าในอนาคตนางจะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นปลายหรืออาจจะสูงกว่านั้นได้ 

    “ ไปกันเถอะ ” ไน่เสวียนเหอกล่าวขึ้นพร้อมกับบินออกจากเรือบินไปยังใจกลางของเส้นเลือดมังกร

    ผานเช่อและเถียนหวังเองก็บินตามนางไปติดๆ

    “ นึกไม่ถึงเลยว่านิกายเทียนซูจะส่งผู้อาวุโสหลักมาที่นี้ถึงสามคน? ” โจวเทียนกังกล่าวขึ้นด้วยแววตาจริงจัง 

    “ ก็ไม่เห็นแปลกอะไรเลยนิ นี้คือเส้นเลือดมังกรเชียวนะอย่างน้อยๆก็ต้องแสดงอำนาจให้เห็นสักหน่อย ” โจวต้ายที่อยู่ด้านข้างกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าการปรากฏตัวของผู้อาวุโสหลักทั้งสามของนิกายเทียนซูไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

    โจวเทียนกังถอนหายใจและกล่าวว่า “ ก็คงเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมาจริงๆ พวกนั้นต้องการแสดงให้เห็นถึงอำนาจและความแข็งแกร่ง เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกนิกายเทียนซูทำแบบนี้ ” 

    ทางฝั่งของห้าสำนักใหญ่และกองกำลังอื่นๆ พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการปรากฏตัวของผู้อาวุโสหลักทั้งสามคนของนิกายเทียนซู เพราะมันก็เหมือนกับที่โจวต้ายและโจวเทียนกังกล่าวมา

    เมื่อผู้อาวุโสหลักทั้งสามของนิกายเทียนซูบินออกมา ทางฝั่งของราชวงศ์โจวและห้าสำนักใหญ่ รวมไปถึงผู้นำกองกำลังระดับหนึ่งและระดับสองทั้งหมดก็บินออกมาจากเรือบิน

    ซึ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะพวกเขาต้องให้นิกายเทียนซูเป็นผู้นำก่อน ถ้าหากนิกายเทียนซูไม่ได้เคลื่อนไหวก็จะไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวก่อน 

    เวลานี้ผู้อาวุโสหลักทั้งสามลอยมายังใจกลางของเส้นเลือดมังกร จากนั้นก็หันกลับมามองผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังด้วยแววตาเรียบเฉย 

    “ พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง พื้นที่รอบๆใจกลางเส้นเลือดมังกรในรัศมีแปดหมื่นลี้จะเป็นของนิกายเทียนซู ส่วนพื้นที่อื่นๆพวกเจ้าจะแบ่งยังไงก็แล้วแต่พวกเจ้า นอกจากนี้พวกเราจะสร้างเมืองแห่งหนึ่งขึ้นที่นี้เพื่อให้กลายเป็นสถานที่สำคัญในอนาคต แน่นอนว่าผู้ปกครองก็ต้องเป็นนิกายเทียนซูของพวกข้า…ใครมีปัญหาอะไรหรือไม่? ” ไน่เสวียนเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    เนื่องจากผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายเทียนซูอยู่ใกล้กับเทือกเขาเฟิงหลงพอดี ทำให้เขามาตรวจสอบเส้นเลือดมังกรก่อนหน้านี้แล้วและเขาก็ให้ความเห็นว่า พื้นที่แปดหมื่นลี้นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดของเส้นเลือดมังกรแล้ว และอีกอย่างพื้นที่แปดหมื่นลี้นี้ก็กินพื้นที่ไปถึงหนึ่งในสามของพื้นที่เทือกเขาเฟิงหลงแล้ว 

    ขนาดของเทือกเขาเฟิงหลงมีพื้นที่มากถึงสองแสนลี้ เพราะฉะนั้นแล้วการที่นิกายเทียนซูจะยึดครองทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นไปได้แต่ก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับกองกำลังอื่นๆได้ 

    แม้ว่านิกายเทียนซูจะไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านั้น แต่ทว่านิกายเทียนซูก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยกองกำลังเหล่านี้ในระดับหนึ่งอยู่ดี เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเขาจึงไม่จึงไม่อยากที่จะสร้างความบาดหมางกับกองกำลังอื่นๆ เพราะฉะนั้นนิกายเทียนซูได้กินเนื้อแล้วกองกำลังอื่นๆก็ต้องได้กินน้ำซุบเช่นกัน

    บรรพชนของราชวงศ์โจว ผู้อาวุโสของห้าสำนักใหญ่ พวกเขามองหน้ากันและเห็นถึงความไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่พอใจแล้วอย่างไร พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี 

    “ ว่ายังไงพวกเจ้ามีปัญหาอะไรไหมที่พวกข้าจะยึดพื้นที่ไปแปดหมื่นลี้ ถ้าหากพวกเจ้าไม่ตอบข้าจะถือว่าพวกเจ้าทั้งหมดตกลง ” เถียนหวังกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับนิกายเทียนซูแม้แต่กองกำลังเดียว

    เพียงแต่จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

    น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความั่นใจดังขึ้นว่า “ ถ้าหากว่าข้าไม่ยินยอมล่ะ เพราะพื้นที่เทือกเขาเฟิงหลงทั้งหมดจะต้องเป็นของข้า ” 

    ทันใดนั้นสีหน้าของทุกๆคนก็เปลื่ยนไปทันที ใบหน้าของสามผู้อาวุโสหลักถึงกับมืดลงอย่างเห็นได้ชัด

    เวลานี้หลายคนที่อยู่โดยรอบถึงกับสบถออกมาด้วยความตกใจ 

    จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็หันกลับไปมองก็เห็นว่าผู้ที่กล่าวเป็นชายสวมชุดคลุมสีดำ ด้านข้างของเขามีสตรีที่งดงามสวมอาภรณ์สีขาวยืนอยู่ ด้านหลังของทั้งสองมีคนหลายสิบคนยืนอยู่

    ผู้อาวุโสหลักสามคนของนิกายเทียนซู บรรพชนของราชวงศ์โจว และบรรพชนของห้าสำนักใหญ่ รวมไปถึงผู้นำกองกำลังอื่นๆก็มองไปที่กลุ่มของเฮยจวินด้วยแววตาประหลาดใจ เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดไม่มีใครรู้จักคนกลุ่มนี้แม้แต่คนเดียว 

    นอกจากนี้แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ได้ปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา แต่ยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ทั้งหมดต่างสัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาจากคนกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจน

    สัญชาตญาณของพวกเขาทั้งหมดบอกพวกเขาว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและจะต้องมีความแข็งแกร่งที่สูงมาก ไม่อย่างนั้นสัญชาตญาณของพวกเขาคงไม่ส่งสัญญาณแบบนี้อย่างแน่นอน

    “ พวกเจ้าเป็นใคร ไม่ใช่คนของอาณาจักรต้าโจวใช่ไหม? ” โจวต้ายถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    คนอื่นๆเองก็คิดได้ทันทีว่าคนกลุ่มนี้น่าจะมาจากอาณาจักรอื่น ไม่อย่างนั้นคนกลุ่มนี้พวกเขาจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน

    “ ใช่ ข้าไม่ได้มาจากอาณาจักรต้าโจว แต่เรื่องนั้นมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าข้าจะมาจากไหน เอาเป็นว่าพื้นที่เทือกเขาเฟิงหลงทั้งหมดจะต้องเป็นของข้า ” เฮยจวินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่มั่นใจ

    “ สารเลว เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของนิกายเทียนซู เจ้าคงไม่รู้สินะว่านิกายเทียนซูแข็งแกร่งแค่ไหน! ” ผานเช่อตะโกนด้วยความโกรธ กลิ่นอายระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางระเบิดออกมาทันที

    เถียนหวังและไน่เสวียนเหอก็ระเบิดพลังยุทธ์ออกมาทันที 

    การระเบิดพลังของระดับเหนือยุทธ์ขั้นกลางทั้งสามคนทำให้บรรยากาศรอบๆถึงกับสั่นไหว คนที่อ่อนแอก็รีบถอยห่างออกจากพื้นที่ตรงนี้อย่างรวดเร็ว 

    โจวต้ายและโจวเทียนกังมองหน้ากันก่อนที่จะถอยห่างจากพื้นที่ตรงนี้ทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา 

    ส่วนบรรพชนของห้าสำนักใหญ่ก็ถอยห่างออกไปด้วยเช่นกัน 

    ทันใดนั้นเสียงหัวเราะของเฮยจวินก็ดังกึกก้องไปทั่วท้องนภา

    “ นิกายเทียนซู? เจ้าคงคิดว่านิกายเทียนซูของพวกเจ้าแข็งแกร่งมากสินะ เจ้าคิดว่าเป็นคนของนิกายเทียนซูแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ? พวกเจ้าก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือยังไงว่านิกายเทียนซูของพวกเจ้าไม่ได้แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุด ยังมีกองกำลังอีกมากมายนับไม่ถ้วนเหมือนกับดวงดาราบนท้องฟ้าที่แข็งแกร่งกว่านิกายเทียนซูของพวกเจ้า เพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆนิกายเทียนซูก็ถูกทำลายกลายเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์เท่านั้น เอิ่มขอโทษนะที่ข้ากล่าวอะไรยืดยาวไปหน่อย เอาเป็นว่าข้าคงต้องแสดงพลังเล็กน้อยให้พวกเจ้าดูสินะ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าก็คงคิดว่าพวกเจ้าน่ะทรงพลังที่สุด ” เฮยจวินกล่าวด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

    จากนั้นเฮยจวินก็หันไปมองหานชิงลู่และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ เสี่ยวหานแสดงความแข็งแกร่งเล็กน้อยให้พวกมันดูหน่อยว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร อ่อไม่จำเป็นต้องเปิดเผยพลังทั้งหมดนะ เดี๋ยวเจ้าพวกนี้จะตกใจจนหัวใจกระเด็นออกมาจากร่างกาย ” 

    ไป๋จวินเหลือบมองดูเฮยจวินครู่หนึ่งก่อนที่จะเลิกสนใจ จากนั้นนางก็หยิบเอานิยายออกมาอ่านด้วยท่าทีเกียจคร้าน

    เนื่องจากหนานหมิงมีกฏว่า ก่อนที่จะลงไม้ลงมือกันก็ควรที่จะใช้วิธีการพูดคุยแบบสันติวิธีสักหน่อย แต่ถ้าหากว่าการพูดคุยแบบสันติวิธีไม่ได้ผลเช่นนั้นก็สังหารทิ้งไปเลยจะได้จบๆ 

    เพราะฉะนั้นแล้วเฮยจวินจึงใช้การพูดคุยและแสดงความแข็งแกร่งให้เห็นก่อน แต่ถ้าหากพวกมันไม่ยอมก็ทำลายนิกายเทียนซูให้จบๆไปเลย

    คำกล่าวของเฮยจวินทำให้สีหน้าของทุกๆคนในที่นี้เปลื่ยนไปเล็กน้อย แม้กระทั้งสามผู้อาวุโสหลักของนิกายเทียนซูก็ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยและหันมามองหน้ากันทันที เพราะคำกล่าวของเฮยจวินเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่านิกายเทียนซูจะแข็งแกร่งแต่ก็ไม่ใช่กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด

    ต้องรู้ก่อนว่าทวีปฮุยต้วนเป็นเพียงแค่หนึ่งในเจ็ดทวีปของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลัวเทียน และทวีปฮุยต้วนก็คือทวีปที่อ่อนแอที่สุด ส่วนทวีปเฮ่อหลุนซึ่งเป็นที่ตั้งหลักของนิกายเทียนซูก็เป็นเพียงทวีปอันดับที่ห้าเท่านั้น 

    ที่สำคัญคือในทวีปเฮ่อหลุน นิกายเทียนซูก็ไม่ใช่นิกายที่แข็งแกร่งที่สุดเพราะถ้าหากจะให้เทียบกับอาณาจักรต้าโจว นิกายเทียนซูก็เป็นเพียงแค่นิกายระดับหนึ่งที่ค่อนข้างไปทางล่างๆด้วยซ้ำ เพราะถ้าหากเป็นนิกายที่แข็งแกร่งในทวีปเฮ่อหลุน อย่างน้อยๆก็ต้องมีระดับเซียนยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ แต่นิกายเทียนซูมีเซียนยุทธ์ขั้นกลางเป็นเสาหลักจึงเป็นกองกำลังระดับหนึ่งที่อยู่ล่างๆเท่านั้น

    หานชิงลู่ยิ้มแห้งๆและเดินออกมาข้างหน้า

    จ้าวสือหลง ชุยเหวินและสมาชิกของหน่วยของหานชิงลู่ก็พากันหัวเราะร่าและหยอกล้อหานชิงลู่ทันที

    เนื่องจากสมาชิกของศาลาชุนหมิงมักจะมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงกล้าที่จะหยอกล้อหัวหน้าของตัวเองเป็นประจำ แต่ถ้าหากเป็นช่วงเวลาสำคัญหรือช่วงเวลาจริงจังทุกๆคนก็จะรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี

    “ เอาแค่เล็กน้อยก็พอสินะ ” หานชิงลู่พึมพำ

    สำหรับยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ การพึมพำในระยะร้อยจั้งก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเสียงพึมพำของหานชิงลู่ก็ดังไปถึงยอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์ทั้งหมดที่อยู่รอบๆทันที

    พวกเขาต่างก็มองไปที่หานชิงลู่ด้วยแววตาจริงจัง พวกเขาอยากรู้นักว่าพลังเล็กน้อยที่กล่าวมาจะเป็นพลังระดับไหน

    หานชิงลู่มองไปยังสามผู้อาวุโสหลักของนิกายเทียนซูและถอนหายใจออกมาก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ข้ามีนามว่าหานชิงลู่ เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยเท่านั้น ” 

    ทันทีที่หานชิงลู่กล่าวจบ พลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของเขาทันที

    คลื่นนนนน

    พลังที่แข็งแกร่งระเบิดออกมาจากร่างกายของหานชิงลู่

    เมื่อสามผู้อาวุโสหลักและตัวตนระดับเหนือยุทธ์ทั้งหมดสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของหานชิงลู่ ดวงตาของพวกเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว

    เพราะพลังของหานชิงลู่ทำให้ยอดฝีมือทั้งหมดไม่สามารถลอยตัวอยู่บนอากาศได้อีกต่อไป มันเหมือนกับว่ามีพลังบางอย่างกดให้พวกเขาต้องลงไปที่พื้น

    “ แข็งแกร่งเกินไปแล้ว ” 

    “ นี้มันระดับพลังอะไรกัน เพียงแค่ลมหายใจอย่างเดียวก็อาจจะทำให้ข้าบาดเจ็บสาหัสได้เลย ” 

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีผู้แข็งแกร่งระดับนี้มาเยือนอาณาจักรเล็กๆของเรา ” 

    เหล่ายอดฝีมือระดับเหนือยุทธ์และจักรพรรดิยุทธ์ที่อยู่รอบๆถึงกับมองไปที่หานชิงลู่ด้วยความหวาดกลัว และต้องไม่ลืมว่าหานชิงลู่เป็นเพียงแค่หัวหน้าหน่วยย่อยเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีคนที่แข็งแกร่งเท่ากับหานชิงลู่หรือแข็งแกร่งกว่าเขาอีกหลายคน

    ซึ่งระดับพลังที่หานชิงลู่แสดงมาก็คือระดับจ้าวยุทธ์ขั้นต้นเท่านั้น

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน