บทที่ 52
ของรางวัลแห่งการล่า
ในตอนนี้กล่าวถึงของรางวัลออกมาผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบดูตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษยาโอสถที่ชื่อว่ายาโอสถเพลิงตะวันมันเป็นยาโอสถระดับสูงที่มีเพียงแค่ไม่กี่เม็ดภายในสถานที่แห่งนี้เท่านั้น
กล่าวถึงยาชนิดนี้มันเป็นโอสถระดับสูงที่ถูกล้อมขึ้นมาจากผู้ที่ถูกขนาดนามว่าเทพแห่งโอสถเทพแห่งโอสถเป็นผู้ที่ชื่นชอบแล้วก็เป็นผู้ที่เก่งกาจในด้านการหลอมโอสถหรือว่าหลอมยามากที่สุด
คนผู้นั้นสร้างสัญญาเอาไว้มากมายพวกมันรู้แล้วเป็นของที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติแห่งยุคแน่นอนว่าโอสถแต่ละชิ้นมีคุณสมบัติพิเศษและเยี่ยมยอดเป็นอย่างมาก
กล่าวว่าบางชิ้นมันสามารถทำให้คนไร้ค่ากลายเป็นอัจฉริยะได้เลยทีเดียวโดยยาโอสถเพลิงตะวันมันก็เป็นหนึ่งในยาที่เทพโอสถทำการหลอมขึ้นมา
โดยตัวของมันทำการหลอมขึ้นมาเพียงแค่ประมาณ 10 เม็ดเท่านั้นโดยยาทั้ง 10 เม็ดตอนนี้ภายในดินแดนแห่งนี้ผ่านมาหลาย 10 ปีไม่รู้ว่าจะเหลืออยู่เพียงแค่กี่เม็ด
ภายในหนังสือมีชื่อของยานี้ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งเพราะว่ามันเป็นของที่ผู้คนกล่าวว่าเมื่อทำการกินเข้าไปพลังภายในร่างกายจะเพิ่มขึ้นถึง30 เท่าสามารถบ่มเพราะได้รวดเร็วชั่วข้ามคืนก้าวกระโดด10 ขั้น
ไม่รู้ว่าผู้ที่ทำการพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่และไม่มีผู้ใดสามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าคุณสมบัติของยาจะเป็นแบบนั้นแต่เมื่อได้ชื่อว่าเป็นยาของเทพโอสถมันเองก็กล่าวว่าคงจะมีสรรพคุณไม่ได้ด้อยไปกว่านั้นอย่างแน่นอน
แม้ว่าคุณสมบัติของยามันจะดูเวอร์วังเป็นอย่างมากโดยที่ผู้คนไม่ล่วงรู้ว่ามันจะเป็นจริงหรือไม่แต่ว่ามันเองก็มีผู้คนมากมายที่ต้องการเจ้าของสิ่งนี้
เพียงแค่ได้มันเป็นเป็นของสะสมไม่จำเป็นจะต้องใช้งานมูลค่าของมันก็เพิ่มขึ้นในทุกๆปีเรียกง่ายว่าทั้งมีมูลค่าทางด้านทรัพย์สินแล้วก็เป็นมูลค่าในด้านต่างๆ
ไม่เคยคิดเลยว่ายาโอสถชนิดนี้ภายในสำนักแห่งนี้จะเก็บเอาไว้ถึงแม้ว่าจะไม่รู้จำนวนว่ามีกี่เม็ดแต่เพียงแค่ครอบครองมันเพียงแค่เม็ดเดียวก็ถือว่ามากมายแล้ว
ตอนนี้ผู้อาวุโสที่อยู่บริเวณด้านหน้าถึงกับนำเอาของล้ำค่าแบบนั้นออกมาเป็นรางวัลซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
ของล้ำค่าแบบนั้นควรจะเป็นสมบัติของสำนักในทุกๆปีที่มีเทศกาลออกล่าของรางวัลก็อาจจะเป็นพวกสวัสดิการต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการได้ยาฝึกฝนเพิ่มขึ้นสองเท่าหรือแม้แต่จะเป็นการได้วันในการหยุดพักการฝึกฝนได้มากกว่าคนอื่น
แต่ในปีนี้เหตุใดจึงนำเอาของล้ำค่าแบบนั้นมาเป็นของรางวัลกันตัวของลู่หมิงรู้สึกสงสัยถ้ามองถึงในอีกมุมมองหนึ่งคนธรรมดาทั่วไปคงจะมองว่าผู้อาวุโสผู้นี้ใจกว้าง
แต่ในอีกมุมมองหนึ่งตัวของมันกลับไม่ได้มองแบบนั้นเนื่องจากลู่หมิงเป็นคนที่ขี้ระแวงมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว
ในตอนนี้เห็นผู้ที่อยู่ด้านหน้านำออกของรางวัลที่มีมูลค่ามากมายขนาดนี้มาเป็นของเดิมพันจึงรู้สึกหวัดระแวงว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ว่าลู่หมิงเองก็ใช้ดวงตาของตนเองสำรวจท่าทีของศิษย์พี่ทั้งสองที่อยู่บริเวณข้างกาย เมื่อใช้ดวงตาของตนเองสำรวจร่างกายของทั้งสองจึงมองเห็นว่าทั้งสองมีท่าทีที่ระวังเช่นเดียวกัน
เมื่อมองเห็นท่าทีของศิษย์พี่ทั้งสองที่แสดงออกมาแบบนั้นมันจึงกลายเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันความคิดของมันได้ว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง
บางทีคนผู้นี้มันอาจจะมีจุดประสงค์บางอย่างในการที่นำเอาของที่มีมูลค่ามากขนาดนี้มาเป็นของรางวัล
ผู้อาวุโสที่อยู่บริเวณด้านหน้ายืนอยู่เบื้องหน้าของเหล่าลูกศิษย์มากมายทำการพูดขึ้นมา“ในตอนนี้เทศกาลการล่าเป็นเหมือนทุกปีไม่มีกฎอะไรตายตัวในระยะเวลาสามวันทำการล่าสัตว์อสูรให้ได้มากที่สุด”
“ ทางสำนักจะมอบเอาของวิเศษให้หนึ่งชิ้นนั่นคือกระเป๋าวิเศษมันเป็นกลไกที่สามารถเก็บพวกสัตว์อสูรเอาไว้ภายในนี้ได้ตัวของพวกเขาคงจะรู้แล้ว ”ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านหน้าทำการยกของชิ้นหนึ่งขึ้นมา
ของชิ้นนั้นมันเป็นเหมือนกับกระจกโดยตัวของมันเป็นสิ่งที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกได้หลายหลายอย่าง
การล่าสัตว์อสูรแน่นอนว่ามันเป็นการล่าสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ไม่สามารถขนย้ายได้และไม่สามารถกักเก็บได้เป็นจำนวนมาก
เจ้ากระจกนี้มันมีชื่อว่ากระเป๋าวิเศษมันเป็นของที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อที่จะเก็บวัตถุใหญ่ใหญ่ได้อย่างเช่นร่างกายของพวกสัตว์อสูร
ร่างกายของพวกสัตว์อสูรจะถูกเก็บเอาไว้ภายในดีเพียงแค่ใช้มันในเทศกาลการล่าในแต่ละปีมันเองก็ถูกแจกจ่ายให้กับพวกที่เข้าร่วมทุกคนคนละหนึ่งอัน
หลังจากที่จบการล่าสัตว์อสูรที่อยู่ภายในนั้นมันจะถูกนำออกมาประเมินกลายเป็นคะแนนแล้วก็จะหาผู้ที่ชนะ
ของวิเศษนั้นถูกแจกจ่ายมาให้กับทุกคนที่เข้าร่วมแน่นอนว่าลู่หมิงเองก็รับมันเอาไว้
แต่ว่าศิษย์พี่ทั้งสองของมันไม่ได้รับเจ้าของสิ่งนั้นเอาไว้
เมื่อมองเห็นว่าศิษย์พี่ทั้งสองของตนเองไม่ได้รับเจ้าของสิ่งนั้นเอาไว้จึงรู้สึกสงสัยลู่หมิงมันทำการเอ่ยถามขึ้นมา “ศิษย์พี่พวกท่านทั้งสองไม่รับมันเอาไว้อย่างนั้นหรือขอรับ ”
“ ไม่จำเป็นจะต้องใช้ ” เกาเทียนตอบ
หลังจากนั้นผู้อาวุโสที่อยู่บริเวณด้านหน้าเมื่อเห็นว่าของสำคัญถูกแจกจ่ายจนเสร็จเรียบร้อยก็ทำการพูด“ แน่นอนว่ากดในการล่ามีเพียงแค่ไม่กี่ข้อเท่านั้นห้ามทำร้ายพวกเดียวกันเอง ”
“ จะร่วมมือในการล่าสัตว์อสูรหรือว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ผู้จอถ้าบอกกฏเพียงแค่นี้หลังจากที่ตัวของข้าก้าวเดินออกจากจุดนี้มันเองก็เป็นเวลาการเริ่ม ”หลังจากที่พูดจบผู้อาวุโสผู้นั้นค่อยค่อยเดินออกไปจากบริเวณนี้
มันเองก็เป็นสัญญาณในการเริ่มการล่าสัตว์อสูรที่เป็นงานเทศกาลสำคัญของสำนัก
เหล่าลูกศิษย์มากมายที่อยู่บริเวณรอบรอบพื้นที่อย่างรวดเร็ว ตัวของพวกมันทำการเคลื่อนที่ออกไปจากบริเวณนี้มุ่งตรงไปด้านล่างของสำนัก
สำหรับการล่าแล้วกำหนดเวลาสามวันแน่นอนว่าเรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญคนที่สามารถลงมือได้ก่อนย่อมเป็นผู้ที่มีโอกาสชนะ
ยิ่งของรางวัลในครั้งนี้เป็นของรางวัลที่มีมูลค่ามากมายมหาศาลแบบนั้นมันยิ่งผักดันให้เหล่าลูกศิษย์ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้นไปอีก
ทางด้านของลู่หมิงในตอนนี้พบเห็นเจ้าพวกลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ส่วนใหญ่เคลื่อนที่ออกไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็วแต่พบเห็นว่าศิษย์พี่ทั้งสองของตนเองยังคงยืนนิ่ง
เกาเทียนหันใบหน้าของตนเองมาหาศิษย์น้องทั้งสองที่อยู่บริเวณด้านหลัง
หลังจากที่หันใบหน้าของตนเองมาหาศิษย์น้องทั้งสองที่อยู่ด้านหลังก็สะบัดมือหนึ่งครั้ง
หลังจากที่ทำการสะบัดมือหนึ่งครั้งสิ่งอัศจรรย์มันได้เกิดขึ้นทัศนียภาพบริเวณรอบๆร่างกายของลู่หมิงมันเปลี่ยนไปในพริบตาเดียวร่างกายทุกเคลื่อนย้ายจากบริเวณด้านบนสำนักลงมาบริเวณป่าด้านล่างอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ยังอยู่บริเวณด้านบนสำนักอยู่เลยเพียงแค่พริบตาเดียวรอบๆร่างกายก็เปลี่ยนกลายเป็นปลา
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นลู่หมิงนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้นี่คงจะเป็นวิชาเดียวกับตอนที่เคลื่อนย้ายเหล่าลูกศิษย์ของสำนักเข้าไปภายในป่าต้องห้าม
“ เจ้านี่? ” ลู่หมิงแสดงแววตาตื่นตระหนก
เกาเทียนที่อยู่บริเวณด้านหน้าตอบกลับ “ค่ายกลเคลื่อนย้ายของข้าเอง ”
ในตอนนี้เคลื่อนย้ายมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะว่าฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่แน่นอนว่าสามารถเคลื่อนที่จากบริเวณด้านบนสำนักเคลื่อนที่มาที่สถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็วได้ในพริบตา
ความสามารถนี้ช่างเยี่ยมยอดแต่ว่าในตอนนี้ถูกเคลื่อนย้ายมาบริเวณใจกลางป่าคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นบริเวณด้านล่างของสำนัก
ในตอนนี้รอบๆร่างกายถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ส่วนได้ของป่าแห่งนี้
เกาเทียนที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าทำการพูดขึ้นในฐานะศิษย์พี่ใหญ่“พวกเรามาที่สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มาเพื่อสังหารสัตว์อสูรพวกเขาจะแข่งขันกันอย่างไรก็แล้วแต่ตัวของพวมัน”
“ แต่ในตอนนี้ตัวของพวกเรามาที่สถานที่แห่งนี้เพราะได้รับคำสั่งจากท่านอาจารย์ให้มาซอดแนมตามตัวของข้ามา”
ตัวของมันเดินนำหน้าศิษย์น้องทั้งสองมุ่งตรงไปที่สถานที่ที่ดีที่สุดในการสอดแนมครั้งนี้
จบบท