“นายคิดว่าไง”
“แล้วนายล่ะคิดว่ายังไง”
เฉียนหลิงเอ่ยถามอี้เฟยก่อนทว่าอี้เฟยไม่แสดงความคิดเห็นอะไรเพียงเอ่ยถามเฉียนหลิงกลับ ในส่วนความคิดเขายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเข้าบริษัทบันเทิงอย่างเป็นทางการเพราะเดิมทีความตั้งใจของเขาคือการเป็นอิสระอย่างที่ใจต้องการ คิดว่าเมื่อหากเข้าบริษัทคงจะต้องถูกควบคุมไม่มากก็น้อย... อ๋องอย่างเขาไม่ชื่นชอบการอยู่ภายใต้อาณัติของใคร กระทั่งฝ่าบาทฮ่องเต้ยังไม่คิดควบคุมเขาแล้วเหตุใดเขาต้องเอาตัวเองเข้าไปให้คนต่ำศักดิ์กว่าควบคุมด้วย
รายละเอียดสัญญามักมีระยะยาวถึง 5-7 ปี ฉะนั้นเรื่องนี้จำต้องคิดพิจารณาให้รอบคอมและตัดสินใจดีๆ
“หัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทนี้ก็เป็นหนึ่งในสี่ราชาบริษัทผู้ผลิตดารานักแสดงและศิลปินชื่อดังมากมายเหมือนกับซินหยี่เอ็นเตอร์เทนเมนท์ของหม่าปินปินเช่นกัน อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายซินหยี่ แต่หัวเจิ้งนั้นไม่มีศิลปินนักแสดงมากเท่ากับฝ่ายซินหยี่ ฉันคิดถ้านายเข้าหัวเจิ้งจะต้องได้รับการผลักดันอย่างเต็มที่แน่นอน”
“อีกอย่างเบื้องหลังของหัวเจิ้งนอกจากกลุ่มนักธุรกิจสกุลเจิ้งยังมีสกุลปันอย่างลับๆด้วยละ”
“อืมมีอะไรอีก”
“ถ้านายเป็นนักแสดงอิสระมันก็ดีนะ แต่ว่าในวงการแบบนี้มันไม่ใช้เส้นสายบ้างเลยมันก็ไม่ได้ ฝีมือยอดเยี่ยมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งและการมีเส้นสายหนุนหลังก็เป็นเรื่องหนึ่ง”
“นายน่าจะคิดได้นะ ระหว่างนักแสดงที่ไร้เบื้องหลังสนับสนุนต่อให้มีความสามารถมีฝีมือดีเยี่ยมมากแค่ไหนก็ยังไม่อาจสู้เด็กเส้นฝีมือไม่ถึงที่ถูกฝากเข้ามาไม่ได้เลย”
เฉียนหลิงตั้งใจอธิบายอย่างมีเหตุมีผลตามความเป็นจริงให้อี้เฟยฟัง สำหรับตัวเขาไม่ว่าอี้เฟยจะเลือกอะไรเขาก็ว่าตามนั้นอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าเด็กหนุ่มรักการตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ชอบให้คนบังคับหรือควบคุมฉะนั้นเรื่องการเข้าบริษัทบันเทิงอย่างเป็นทางการจึงเป็นเรื่องสวนทางกับความต้องการของเจ้าตัวเลย แต่ทว่าหากต้องการคนหนุนหลังที่สำคัญโอกาสเข้าหัวเจิ้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองที่ดีเยี่ยมเลย
“ปัญหาเรื่องเด็กเส้นมันมีอยู่ทุกวงการนั่นแหละ... พวกผู้กำกับน่ะจะมีสักกี่คนกันที่ไม่รับเด็กเส้นเด็กฝากเลย ไม่มีหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พวกเขาต้องไว้หน้าคนเบื้องหลังเด็กเส้นเหล่านั้น อีกอย่างน้อยพวกเขาก็ยังต้องการการสนับสนุนต่างๆจากคนเหล่าคนใหญ่คนโตพวกนั้นอีกมาก หรือวันนี้อาจจะยังไม่ต้องการความช่วยเหลือแต่วันหน้ามันก็ไม่แน่นอนถ้ายังอยู่ในวงการนี้น่ะ”
“เป็นคนก็ต้องดูกระแสลมตะวันตกตะวันออกให้เป็น ยืดได้หดได้เป็นดีที่สุด”
“อือฮึ” อี้เฟยพยักหน้าตอบรับในลำคอตั้งใจแล้วเคี้ยวอาหารก่อนด้วยท่วงท่าสง่างามมีมารยาทที่เฉียนหลิงมองแล้วช่างทำให้ตาพร่าด้วยออร่าสง่างามนี้จริงๆ มือเรียวหยุดตะเกียบกลืนอาหารทั้งหมดก่อนจะเอ่ยพูดต่อ “ยังมีอีกหรือเปล่า”
อี้เฟยถามเช่นนี้เพราะรู้สึกว่าในคำพูดของเฉียนหลิงมีประกายความนัยแอบแฝงอยู่... เฉียนหลิงรู้ว่าปิดบังก็ไม่ได้อะไรจึงเอ่ยยอมรับง่ายๆไม่มีปิดบัง “อือยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันสนใจหัวเจิ้ง”
“เพราะเบื้องหลังหัวเจิ้งนับว่าได้แข็งแกร่งมากทีเดียวทั้งในวงการและนอกวงการ ดังนั้นหากตระกูลเฉียนต้องการจะเล่นแง่อะไรกับนายเพราะเกี่ยวข้องกับฉันก็ต้องคิดให้ดีหน่อยแล้วละ ทางหัวเจิ้งเองก็ไม่สนใจเรื่องตระกูลเฉียนด้วย”
“นายเป็นคนมีความสามารถแต่ยังขาดคนหนุนหลังและฉันไม่อยากให้เพราะตัวฉันเป็นต้นเหตุไปขัดเส้นทางแห่งจักรพรรดิจอเงินอันรุ่งโรจน์ของนาย”
“เท่ากับว่าในขณะที่เรายังเป็นลูกนกไร้รังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่มีผู้ล่าทั้งในที่ลับและที่แจ้งอย่างตระกูลเฉียน หัวเจิ้งจะเป็นเกราะกำบังชั้นหนึ่งจนกว่าเราจะแข็งแกร่ง... ฉะนั้นเราจึงควรไปหัวเจิ้ง” อี้เฟยพยักหน้าภายในหัวคิดบวกลบผลลัพธ์ผลได้ผลเสียอย่างรวดเร็ว... เฉียนหลิงคิดว่าเพราะเขาเป็นเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรไร้ซึ่งที่พึ่งพาเช่นนี้ยิ่งง่ายที่จะถูกเล่นงานตัดเส้นทางแห่งชีวิตที่ดีของเขา ยิ่งวงการบันเทิงซับซ้อนจะตายไป
“ใช่ นายมีความสามารถและนายก็ควรที่จะมีเส้นใหญ่ๆด้วย”
“ไว้ค่อยคุยเรื่องสัญญาอีกทีละกัน”
“พรุ่งนี้นะ ฉันจะโทรไปตอบรับนัดของหัวเจิ้ง”
“อือ”
เนื่องจากเฉียนหลิงกับอี้เฟยได้พูดคุยปรึกษากันเรื่องบริษัทหัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์มาก่อนหน้านี้ สรุปว่ามีทั้งเรื่องที่พวกเขาคิดว่ายอมรับได้ทั้งเรื่องที่คิดว่ายอมรับยากแต่พวกเขาจะไปตามนัดก่อนเพื่อลองพูดคุยคร่าวๆต่อหน้ากันในเรื่องของข้อตกลงสัญญา
วันรุ่งขึ้นเป็นวันนัดพบกับผู้อำนวยการหัวเจิ้งที่บริษัทหัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เฉียนหลิงกับอี้เฟยมาตรงตามเวลาอย่างพอดี ตึกหัวเจิ้งสูงสามสิบหกชั้นมีสตูดิโอถ่ายเป็นของตนเอง การแบ่งสัดส่วนการทำงานชัดเจนเป็นระเบียบน่าสนใจ หัวเจิ้งสมกับที่เป็นหนึ่งในสี่ราชาบริษัทผู้ผลิตดารานักแสดงและศิลปินชื่อดังมากมายอย่างที่กล่าวจริงๆ
ชั้นยี่สิบเจ็ดห้องทำงานของผู้อำนวยการหัวเจิ้ง เมื่อพวกเขาทั้งสองคนได้อ่านสัญญาข้อตกลงของศิลปินนักแสดงในสังกัดหัวเจิ้งฉบับนี้ก็อดแปลกใจสงสัยไม่ได้
“สัญญานี่” เฉียนหลิงอ่านข้อตกลงของสัญญาพลางมองหน้าอี้เฟยพลางมองหน้าผู้อำนวยการหัวเจิ้ง เขาเคยทำงานเป็นผู้จัดการของนักแสดงมาอยู่พักหนึ่งจึงพอจะทราบเกี่ยวกับเรื่องสัญญาข้อตกลงระหว่างศิลปินนักแสดงกับสังกัดบริษัทมาไม่มากก็น้อย จึงคิดว่าสัญญาฉบับนี้ที่บริษัทหัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์เสนอให้อี้เฟยนั่น...
“ทำไมหรือในสัญญาข้อตกลงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ผู้อำนวยการหัวเจิ้งเอ่ยถามเมื่อเห็นบุคคลทั้งสองเงียบไป... ผู้อำนวยการหัวเจิ้งคนนี้เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ค่อนข้างจริงจังกับการทำงานและรักความก้าวหน้าชื่อเสียง ชื่นชอบคนมีความสามารถ ไม่ชื่นชมพิสมัยต่อเหล่าเด็กเส้นเด็กฝากสักเท่าไหร่
ฉะนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงค่อนข้างกังวลเมื่อเบื้องบนต่อสายตรงมาให้ติดต่อและทำทุกอย่างให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้าบริษัทให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ใจหนึ่งก็อยากจะรู้จริงๆว่าเบื้องหลังเด็กคนนี้จะใหญ่โตปานไหนแต่พอได้มาพบหน้าคราวนี้เขาจึงได้เข้าใจ!
เด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาสง่างาม... ของคุณภาพดีๆเช่นนี้จะปล่อยให้ไปเข้าบริษัทอื่นได้ยังไง สัญญาฉบับนี้เบื้องบนเป็นคนร่างมาให้โดยเฉพาะเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่ห่วงอะไร ฉะนั้นรีบรับเซ็นสัญญากับหัวเจิ้งสิรออะไรอยู่!
“ไม่ ไม่มีปัญหาครับ ดีแล้วครับ” เฉียนหลิงคิดว่าสัญญานี่มันยังไง... ดีเกินไปซะอีกสำหรับเด็กใหม่ ไม่ใช่ว่านี่ให้อิสระกับเด็กใหม่เกินไปหรือ?
“ถ้าไม่มีปัญหาก็ดีแล้ว อย่างนั้นเป็นเช่นไรหากเราจะร่วมงานกันในระยะยาวต่อไป” แค่ได้เห็นหน้าอี้เฟยครั้งแรกผู้อำนวยการหัวเจิ้งถึงกับหยุดหายใจกับออร่าแสงสว่างนี้ เขาพลันคิดบวกลบคูณหารเงินเป็นกอบเป็นกำที่เด็กหนุ่มคุณภาพดีอี้เฟยจะทำให้หัวเจิ้งไว้เป็นการเรียบร้อยแล้วจึงค่อนข้างรีบร้อนใจอยากให้อีกฝ่ายรีบๆจรดปากเซ็นสัญญาทันที
อี้เฟยยกยิ้มเอกลักษณ์สง่างาม คงต้องทำลายความตั้งใจเดิมของตนเองที่คิดว่าอยากอยู่อย่างอิสระแล้ว ในเมื่อสัญญาที่หัวเจิ้งเสนอมาดีขนาดนี้ถ้าไม่คว้าไว้คงรู้สึกเสียดายในภายหลังแน่... จะเสียอะไรก็เสียไปแต่ห้ามทำอะไรที่เสียดายในภายหลัง มือเรียวสวยแบบผู้ชายหยิบปากขึ้นพร้อมตวัดลายเซ็นลงหนังสือสัญญาทันที
“ผมดีใจมากๆครับที่ได้เข้าหัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ขอบคุณสำหรับโอกาสที่ทางคุณมอบให้นะครับ ผมจะตั้งใจและพยายามอย่างเต็มที่”
“ดี! ลายมือดี... สง่างาม หนักแน่น มั่นคง” ผู้อำนวยการหัวเจิ้งมองลายเซ็นของเด็กหนุ่มที่เพิ่งตวัดลง เขาคิดว่าเบื้องบนต้องคนไม่ผิดแน่ มีคนกล่าวว่าลายมือบ่งบอกตัวตน เด็กหนุ่มคนนี้นิสัยไม่เลวเลยจากนี้คงจะได้ร่วมงานต่อไป
“มีคนกล่าวไว้ม้าวิ่งพันลี้มีได้มากแต่โป๋เล่อมีเพียงหนึ่ง ทั้งคุณและผมไม่หวังจะเป็นม้าพันลี้แต่หวังว่าเราจะเป็นโป๋เล่อด้วยกันทั้งคู่”
หัวเจิ้งมีความสามารถมีแรงขับเคลื่อนสูงและพร้อมผลักดันคนมีความสามารถ อี้เฟยเองก็เป็นคนมีความสามารถที่หาได้ยากเช่นกัน
“กล่าวได้ดี ผมยินดีครับ”
หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยพูดคุยต่ออีกสักพัก ผู้อำนวยการหัวเจิ้งนามซุยหลวนก็เชิญอี้เฟยและเฉียนหลิงรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมาก สำหรับเฉียนหลิงเขาคิดว่าเขาประเมินคนอย่างอี้เฟยต่ำเกินไปจริงๆไม่คิดว่าทักษะการเข้าสังคมของเด็กหนุ่มจะสูงขนาดนี้ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถพูดคุยกับคนระดับสูงอย่างผู้อำนวยการหัวเจิ้งได้อย่างคล่องคอไหลลื่นเป็นธรรมชาติเลย
เฉียนหลิงมองภาพตรงหน้าคล้ายว่ามีอะไรบางอย่างที่มันไม่ถูกต้องยังไงก็ไม่รู้...
เมื่อได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันผู้อำนวยการหัวเจิ้งซุยหลวนคิดว่าเด็กหนุ่มอี้เฟยเป็นคนที่เยี่ยมจริงๆ มีคำกล่าวว่าต้องการศึกษาใครให้ดูมารยาทยามรับประทานอาหาร อี้เฟยไม่เพียงมีรูปลักษณ์ไม่ธรรมดาทว่าท่วงท่ากิริยาสง่างามยิ่งเช่นกัน สมกับที่เป็นคนที่เบื้องบนแนะนำมา
“จริงสิอี้เฟย”
“ครับ”
“แล้วคุณจะตัดผมได้เมื่อไหร่”
อี้เฟยถึงกับนิ่งเสียอาการไปสักพักกับคำถามของผู้อำนวยการหัวเจิ้ง…
“อาจจะ... เร็วๆนี้”
ผู้อำนวยการหัวเจิ้งแยกย้ายจากอี้เฟยกับเฉียนหลิงเสร็จเขาค่อยกลับมาบนห้องทำงานส่วนตัวชั้นยี่สิบเจ็ดเช่นเดิม ซึ่งห้องทำงานส่วนตัวของผู้อำนวยการที่ไม่ควรมีใครคนอื่นอยู่ทว่าขณะนี้เก้าอี้ประธานที่โต๊ะทำงานของเขากลับพบชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าเรียบนิ่งผู้หนึ่งกำลังนั่งเท้าคางมองโทรศัพท์อยู่
แม้ว่าเขาจะเดินเข้ามาภายในห้องชายหนุ่มร่างสูงนั้นก็ยังคงให้ความสนใจที่โทรศัพท์อยู่เช่นเดิมจวนเมื่อเขายื่นเอกสารสัญญาพลางเอ่ยรายงานผลงานนั่นแหละอีกฝ่ายถึงได้เงยหน้าขึ้นมาให้ความสนใจ
“คุณชายเรียบร้อยแล้วครับ”
“ช่วงนี้ละครแนวปัจจุบันรักโรแมนติก-รักคอมเมดี้มีเยอะแยะเกลื่อนตลาดมากแล้ว เขาค่อนข้างหวงเส้นผมมากและเส้นผมนั้นถือเป็นเอกลักษณ์ของเขาด้วย ยังไม่ต้องให้เขาตัดผมหรอก... ช่วงนี้ผลักดันเขาไปทางละครแนวพีเรียดโบราณก่อนละกัน”
“อ่า! จริงด้วยสิ ยังเป็นคุณชายเจิ้งที่มีสายตากว้างไกลเหมือนเดิมนะครับ ผมจะรีบดำเนินการหาบทละครแนวพีเรียดมาให้อี้เฟยแคสติ้งดูครับ”
ผู้อำนวยการหัวเจิ้งฟังแล้วจึงค่อยคิดตาม... จริงด้วย เรื่องรูปลักษณ์หน้าตาก็อีกเรื่องหนึ่งแต่บทบาทเปิดตัวที่ได้รับก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากอี้เฟยรับบทการแสดงยอดฮิตตามกระแสสังคมเขาอาจจะโดดเด่นขึ้นมาเพราะรูปลักษณ์นั้น แต่ทว่าถ้าเขาได้รับบทเปิดตัวแรกที่แตกต่างและยังทำมันออกมาได้ดีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนอกจากจะโดดเด่นแล้วยังยิ่งเป็นที่จดจำที่สุด!
เขาพลันเห็นภาพเด็กหนุ่มผู้หล่อเหลางามสง่าในชุดละครแนวพีเรียดโบราณขึ้นมาทันที ซึ่งนั้นจะเป็นหนทางการปั้นแต่งอี้เฟยสู่การเป็นจักรพรรดิจอเงินมือหนึ่งที่แตกต่างไปจากผู้อื่นและยังมาในนามของบริษัทหัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ของเขาด้วย ความก้าวหน้าและชื่อเสียง!
“ถือว่าหัวเจิ้งของพวกเรามีของดีอยู่ในอุ้งมือแล้ว... หากเปิดตัวอี้เฟยจะต้องดังมากแน่นอน!”
“ไม่ใช่จะต้องดังแต่เขาต้องดังแน่” คุณชายเจิ้งกล่าวพลางยิ้มอ่อนๆมองปิ่นโตข้าวชนิดเก็บความร้อนอาหารอย่างดีมีสามชั้นสองเถาพร้อมกับกวาดสายตาอ่านโพสต์อิทในมือที่มีลายมือตวัดอันทรงพลังสง่างามแสดงถึงนิสัยใจคอของเจ้าของลายมือได้เป็นอย่างดี... เขายกยิ้มอยู่คนเดียว อารมณ์ดีและเบิกบานใจคงจะเป็นคำอธิบายความรู้สึกตอนนี้ของชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าเย็นชา
ถึง คุณเจ้าของบัตรเติมเงิน
อาหารนี้ถือเป็นค่าตอบแทนคืนละกัน อย่าลืมอุ่นก่อนรับประทานด้วยนะครับ ขอบคุณ :)
ผู้อำนวยการหัวเจิ้งเลื่อนสายตามองตามคุณชายเจิ้งแล้วก็ให้รู้สึกแปลกๆ สำหรับเขาไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกแปลกๆคล้ายว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้องนะ... จริงสิเดี๋ยวเขาต้องโทรไปบอกให้อี้เฟยอย่าเพิ่งตัดผมก่อนดีกว่า
อื้ม แล้วตอนแรกคุณชายเจิ้งมาหาเขาด้วยเรื่องอะไรนะ?
-----------------------------------
Talk
คุณชายเจิ้งมาทำไมคะ? อ้อ มาบอกว่าไม่ต้องตัดผมนี่เอง [คิดไม่ซื่อระวังเถอะจะโดนท่านอ๋องตี!]
ใจหายหมดนึกว่าจะต้องตัดผมซะแล้ว เอาจริงๆไรท์ก็ชอบที่ท่านอ๋องผมยาวนะ ดูหลอกลวงโพสิชั่นคนอื่นดี(5555) แต่ตัดแน่นอนผมอ่ะแต่รอก่อน ทำใจแปบ
และในที่สุดท่านอ๋องก็มีสังกัดช่วยผลักดันอีกแรงแล้ว
ปล.น่าอิจฉาคุณชายเขานะคะ ฮือออ ลาภปากได้ตั้ง 2 ปิ่นโตแน่ะ ToT
: วันนี้มาสั้นไปนิดหน่อยไม่ค่อยคืบหน้าเลย เดี๋ยวตอนหน้าพบกันใหม่ค่ะ
ตอนนี้พบกันที่หัวเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ตอนหน้ามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็นเช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)