หลินอันเม้มปากอมยิ้มพลางมองสวีหว่านหนิงด้วยสายตาอ่อนโยน ดวงตาของเขาเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์ “บ้านของเราพี่สะใภ้ของน้องเป็นใหญ่”
หลินเฉวียนเงียบทันที
เธอเข้าใจแล้วว่าหัวใจของพี่ชายกลายเป็นของพี่สะใภ้ทั้งหมด
แต่พี่สะใภ้เปลี่ยนไปมากไม่เพียงไม่ถือสาที่เธอจะกินอาหารของที่บ้าน ทั้งยังเสนอว่าจะไปซื้อยามาให้แถมยังยอมให้ครอบครัวทั้งสี่ของเธอมาขออาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อีกด้วย
ถ้าพี่สะใภ้เป็นแบบนี้ตลอดไปพี่ชายกับแม่ของเธอคงมีความสุขกว่าเมื่อก่อนมาก
ทว่าแม่หลินที่ปลีกตัวออกไปก่อนหน้านั้นขณะนี้กำลังยืนพิงประตูแอบฟังพวกลูกๆ คุยกัน
พอได้ยินว่าหลินเฉวียนแท้งลูกน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาราวกับทำนบแตก เธออยากผลักประตูออกไปหลายครั้งแต่สุดท้ายก็อดทนไว้ได้
โชคดีที่เธอมีลูกสะใภ้ที่ดียอมรับและเข้าใจเฉวียนเฉวียนจากใจจริง
หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จทั้งห้าคนก็นั่งล้อมวงคุยกัน
“ไต้เหว่ยหลังจากนี้วางแผนว่าอย่างไรบ้าง” แม่หลินตำหนิไต้เหว่ย “ถึงแม้พี่ชายและพี่สะใภ้ของเธอจะใจกว้างยอมให้พวกเธอพักอยู่ที่นี่ชั่วคราว แต่มันไม่ใช่แผนการระยะยาวเมียกับลูกของเธอต้องพึ่งพาเธอในการดำรงชีพ เธอควรทำอะไรสักอย่างหรือเปล่า”
ไต้เหว่ยแสดงจุดยืน“แม่วางใจได้ครับ หลังตรุษจีนผมจะออกไปหางานทำ งานอะไรผมก็ยอมทำทั้งนั้นรับรองว่าผมจะหาเงินมาตอบแทนพระคุณของแม่ให้ได้”
แม่หลินโบกมือ“ฉันไม่ต้องการให้เธอตอบแทนบุญคุณ เธอควรคิดก่อนว่าจะผ่านอุปสรรคตรงหน้าไปได้อย่างไร”
สวีหว่านหนิงไม่ได้พูดแทรกเธอกำลังวางแผนในใจ ประมาณช่วงเดือนเมษายนโรงงานอาหารแปรรูปสาขาย่อยน่าจะเริ่มก่อสร้างแล้วอาหารกระป๋องของเธอจะประสบความสำเร็จหรือไม่ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะได้คำตอบ
เธอใช้เส้นสายให้หลินเฉวียนเข้าทำงานในโรงงานได้หลินเฉวียนจะได้รับเงินเดือนประจำทุกเดือน
แต่สำหรับไต้เหว่ยเธอช่วยเขาไม่ได้จริงๆ
“ที่จริงผมมีอีกเรื่องที่ต้องบอกทุกคน” จู่ๆ หลินอันก็พูดขึ้นมา
สายตาของเขาจับจ้องที่สวีหว่านหนิงตลอดเวลา
“หลังตรุษจีนผมต้องไปปักกิ่ง”
“ปักกิ่ง?”
สวีหว่านหนิงนั่งตัวตรงทันทีแล้วถามอย่างประหลาดใจ “คุณถูกสั่งย้ายไปประจำการที่ปักกิ่งงั้นเหรอ”
หลินอันพยักหน้า“ก่อนหน้าฉันทำผลงานได้ และได้รับโอกาสเลือกสังกัดประจำการฉันตัดสินใจเลือกปักกิ่ง”
เขาพูดเหมือนเป็นเรื่องง่ายแต่ที่จริงลับหลังหลินอันคงทุ่มเทมาก
ครั้งก่อนที่เขากลับมาบ้านเขาตั้งใจกลับมาจัดการเรื่องสวีหว่านหนิงเอาลูกไปขายแต่นึกไม่ถึงว่าดันเจอกับผู้ต้องสงสัยที่กำลังหลบหนีโดยบังเอิญ
ผู้ต้องสงสัยรายนั้นพรากชีวิตผู้คนไปหลายคนเขากับสหายร่วมรบพยายามอย่างหนักกว่าจะจับตัวอีกฝ่ายได้ที่เขาได้รับบาดเจ็บก็เพราะสาเหตุนี้
หลังจากกลับไปที่กองทัพเดิมทีหน่วยงานตั้งใจจะเลื่อนยศให้เขาอีกหนึ่งขั้นแต่เขาปฏิเสธเขาเตรียมใช้ผลงานแลกกับการเปลี่ยนสถานที่ประจำการ
เขาได้ยินข่าวบางอย่างจากในกองทัพกอปรกับครั้งก่อนที่กลับมาที่บ้านเขาเห็นสวีหว่านหนิงกำลังอ่านหนังสือเรียนระดับมัธยมปลายจึงพอคาดเดาอะไรได้บางอย่าง
เพราะฉะนั้นเขาจึงอยากย้ายไปสังกัดอยู่ที่หน่วยงานประจำกรุงปักกิ่ง
หลังทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วเขาตั้งใจจะรับทุกคนในบ้านไปอยู่ด้วยกัน
เพียงแต่เรื่องราวไม่ราบรื่นนักอยู่มาวันหนึ่ง คำสั่งย้ายของเขาก็ถูกส่งมากะทันหัน ทำให้หลังตรุษจีนเขาจะต้องออกเดินทางไปประจำการที่ปักกิ่งทันที
สวีหว่านหนิงไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังพอได้ยินว่าหลินอันกำลังจะไปปักกิ่ง หัวใจของเธอก็กรีดร้องด้วยความดีใจ
แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงอีกแล้วว่าครอบครัวจะต้องแยกจากกัน
แม่หลินไม่รู้ว่าหน่วยงานที่ปักกิ่งต่างจากที่มณฑลเฮยตรงไหนแต่เธอรู้ดีว่าบ้านเกิดของอาหนิงอยู่ที่ปักกิ่ง
แบบนี้ก็ดีครอบครัวของอาหนิงจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาบ้าง
อาหนิงยอมรับเฉวียนเฉวียนอย่างเต็มใจคนเป็นแม่สามีอย่างเธอย่อมไม่ขัดขวางหากลูกสะใภ้อยากกลับไปที่บ้านแม่ตัวเอง
“ฉลองตรุษจีนเสร็จเมื่อไรฉันจะต้องออกเดินทางไปปักกิ่งทันทีฉันรู้ข่าวมาว่าทางกองทัพของปักกิ่งเตรียมจะขยับขยายพื้นที่ต้องการแรงงานในการก่อสร้าง ไต้เหว่ยเป็นคนแรงเยอะและไม่กลัวลำบากหลังฉันจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถ้าต้องการฉันจะหาวิธีพาเธอไปทำงานที่ปักกิ่งด้วย”
“ผมยินดีผมยินดีครับ!” ไต้เหว่ยพยักหน้าไม่หยุด “ลำบากแค่ไหน เหนื่อยแค่ไหน ผมก็ทนได้ ขอแค่ได้เงิน”
เขาจะปล่อยให้เฉวียนเฉวียนกับลูกทนลำบากไปกับเขาไม่ได้
หลินอันพยักหน้า“หลังฉันจัดการเรื่องที่ปักกิ่งเรียบร้อยแล้วจะเขียนจดหมายกลับมา”
ไม่ทันไรก็ถึงวันส่งท้ายปีเก่า
ปีนี้เป็นปีที่ครอบครัวหลินอยู่กันพร้อมหน้าทั้งครอบครัว
แม่หลินกับหลินเฉวียนกำลังห่อเกี๊ยวไต้เหว่ยกับหลินอันคนหนึ่งกำลังก่อเตาไฟ อีกคนกำลังต้มเกี๊ยว
สวีหว่านหนิงพาเด็กสี่คนไปนั่งอ่านหนังสืออยู่อีกทาง
ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
หลังกินเกี๊ยวกันเสร็จแล้วหลินเฉวียนก็หยิบอั่งเปาสามซองออกมาตามคำรบเร้าของไต้เหว่ย
ซองอั่งเปาเป็นซองที่เหลือจากงานแต่งงานของสวีหว่านหนิงกับหลินอันหลินเฉวียนแอบไปหยิบมา
เธอยื่นอั่งเปาซองที่ใหญ่กว่าซองอื่นๆให้กับแม่หลิน ก่อนจะยื่นอั่งเปาซองเล็กอีกสองซองให้ต้าชุนกับเยาเม่ย
“แม่คะกลับบ้านมาฉลองตรุษจีนปีนี้ ฉันกับไต้เหว่ยไม่ได้เตรียมตัวคงทำได้แค่ให้อั่งเปากับแม่แล้วละค่ะ เงินไม่มาก อย่ารังเกียจเลยนะคะ”
แม่หลินยิ้มพลางรับอั่งเปามา“แม่รู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก”
“พี่สะใภ้นี่คือเงินอั่งเปาต้อนรับปีใหม่ของต้าชุนกับเยาเม่ยค่ะ”
“ต้าชุนเยาเม่ย พวกลูกควรพูดว่าอะไร”
“ขอบคุณอาหญิงกับอาเขยค่ะ/ครับ” สองหนูน้อยกล่าวพร้อมกัน
หลินเฉวียนโล่งใจ
เงินในซองอั่งเปามีไม่มากเธอให้แม่หลินห้าหยวนและให้เด็กๆ คนละหนึ่งหยวน เงินจำนวนนี้ยังเทียบไม่ได้กับค่าอาหารที่พวกเธอสี่คนกินเข้าไประหว่างอาศัยอยู่ที่บ้านหลินด้วยซ้ำแต่นี่คือเงินทั้งหมดที่พวกเธอมีในตอนนี้แล้ว
“ถึงตาฉันแจกอั่งเปาบ้างแล้ว”
สวีหว่านหนิงหยิบ‘อั่งเปา’ ของตัวเองออกมา
เธอหากระดาษสีแดงไม่ได้จึงฉีกกระดาษจากสมุดการบ้านของต้าชุนมาสามแผ่นแล้วพับมันให้กลายเป็นซองอั่งเปา
“อันนี้ให้แม่อีกสองอันเป็นของต้ายากับเถี่ยตั้น”
“พวกหนูก็มีหรือคะ” ต้ายาตกใจ
สวีหว่านหนิงขยี้ผมเด็กหญิงพลางยิ้ม“มีสิ พวกหนูก็เป็นหนูน้อยเหมือนกันนี่นา”
ต้ายายิ้มอายๆเธอยื่นซองอั่งเปาให้กับหลินเฉวียน “แม่คะ นี่ค่ะ”
“ป้าสะใภ้ให้พวกลูกพวกลูกเก็บไว้เองเถิด ไม่ต้องให้แม่”
สวีหว่านหนิงยิ้มก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกหนึ่งซอง
ซองนี้เป็นซองอั่งเปาสีแดงตามขนบทุกอย่าง
เธอจับมือหลินเฉวียนมาแล้ววางอั่งเปาลงไป“นี่คืออั่งเปาจากฉันกับพี่ชายเธอเพื่อฉลองที่เธอกับไต้เหว่ยหลุดพ้นจากอดีตและได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ห้ามปฏิเสธล่ะ”
“พี่...” หลินเฉวียนส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้หลินอัน
หลินอันยิ้ม “รับไว้เถอะเป็นน้ำใจจากพี่สะใภ้”
หลินเฉวียนชักเสียใจเธอไม่ควรขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย!
ไม่มีประโยชน์สักนิด!
ไต้เหว่ยกระซิบข้างหูเธอ“ในเมื่อพี่สะใภ้ตั้งใจเตรียมไว้ให้ พวกเราก็รับไว้เถิดปีหน้าฉันหาเงินได้เมื่อไรค่อยให้อั่งเปาซองโตๆ กับต้าชุนและเยาเม่ย”
หลินเฉวียนฟังจบถึงยอมรับอั่งเปาไว้
เด็กสี่คนง่วงนานแล้วพวกเขานอนฟุบบนโต๊ะ แม่หลินเห็นดังนั้นก็กล่าวว่า “ปีนี้ไม่ต้องอดนอนรอวันปีใหม่หรอกพวกเราฉลองปีใหม่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว แยกย้ายกันไปเข้านอนพรุ่งนี้ตื่นเช้าสักหน่อย แล้วค่อยมาห่อเกี๊ยวกินด้วยกัน”
พูดจบแม่หลินก็อุ้มเยาเม่ยกลับเข้าห้องไปก่อน
สองวันนี้หลินอันกับไต้เหว่ยช่วยกันต่อเตียงไม้เพิ่มอีกหลังแม่หลินจึงนอนกับพวกเด็กๆ ที่ห้องนอนใหญ่ส่วนไต้เหว่ยกับหลินเฉวียนนอนที่ห้องนอนเดิมของต้าชุนและเยาเม่ย