บทที่ 31 ความโกรธที่ไม่ทราบสาเหตุ
“เธอแกล้งโง่กับฉันรึไง!” อวิ๋นโม่เทียนรู้สึกถึงไฟโทสะที่ลุกโชนในใจ เขากระชากแขนเธอแล้วลากเข้าไปข้างใน
ร่างกายของเสิ่นเมิ่งเซไปข้างหนึ่งจากแรงดึง าแที่ขาของเธอปวดแสบปวดร้อนจนเธอขมวดคิ้ว ก้าวขาโงนเงน “คุณชายอวิ๋น พูดกันดี ๆ ก็ได้ ฉันไปทำให้คุณโกรธตรงไหนอีกรึเปล่า”
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เธอได้ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ในใจอย่างรวดเร็ว แต่ก็นึกไม่ออกว่าตัวเองไปทำให้เ้าพ่อคนนี้โกรธตอนไหน ถึงได้ทำให้เขาโมโหเช่นนี้
อวิ๋นโม่เทียนไม่พูดพร่ำทำเพลง ลากเธอเข้าไปในโถงด้านใน
ในพื้นที่โล่งกว้าง เมิ่งเจียงอวี่ถูกแขวนห้อยหัวลงจากคาน ปากเต็มไปด้วยเื เมื่อเห็นเสิ่นเมิ่งเดินเข้ามาอย่างปลอดภัย ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเบิกโพลง
‘ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่เป็อะไรเลย เธอยังมีเวลาเปลี่ยนเป็ชุดสะอาดอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้น?’
ก่อนที่เมิ่งเจียงอวี่จะได้สติ เสิ่นเมิ่งก็ถูกผู้ชายคนนั้นเหวี่ยงลงบนโซฟาตัวยาว เสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำและโกรธเกรี้ยว “ถอด!”
‘อะไรนะ?’ เสิ่นเมิ่งและเมิ่งเจียงอวี่อุทานในใจพร้อมกัน
นี่เขาจะเล่นละครอะไรอีก เสิ่นเมิ่งเบิกตาโต จ้องมองอวิ๋นโม่เทียนที่ใบหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหน้า “คุณชายอวิ๋น คุณพูดว่าอะไรนะ?”
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง ฉันให้เธอถอด! ถอดให้หมด!”
สีหน้าของอวิ๋นโม่เทียนดูไม่ได้เลย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นดำสนิท แสงไฟส่องประกายแวววาวราวกับเปลวเพลิงแห่งความโกรธ
มุมปากบางเฉียบยกขึ้น ยิ้มเ้าเล่ห์ยียวน “มีคนบอกว่าเธอเก่งเื่บนเตียง แนะนำให้ฉันลองดู ฉันอยากเห็นกับตา”
ขณะที่พูด เขาก็ยกมือไปที่คอเสื้อของเธอ น้ำเสียงหยาบคาย ไร้การปกปิด “เลิกทำท่าทางอายแบบคุณหนูได้แล้ว รีบถอดเสื้อผ้าออกซะ วันนี้ฉันจะให้เธอสนุก!”
“คุณพูดอะไรนะ” หัวของเสิ่นเมิ่งราวกับจะะเิ เืร้อน ๆ พุ่งขึ้นมาบนศีรษะ สมองของเธอว่างเปล่า แต่ใบหน้าของเธอกลับร้อนผ่าว ความใจร้อนทำให้เธอยกมือขวาขึ้น “อวิ๋นโม่เทียน คุณมันสารเลว!”
“เพี๊ยะ!”
ความหุนหันพลันแล่นเป็สิ่งชั่วคราว เสิ่นเมิ่งรู้สึกตัวในไม่ช้า เธอจ้องมองมือขวาที่ยังไม่หดกลับอย่างตกตะลึง
‘เธอกล้าตบหน้าอวิ๋นโม่เทียนอีกแล้ว!’
เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นโม่เทียนตกตะลึงกับการถูกตบหน้าครั้งนี้ เช่นเดียวกับเมิ่งเจียงอวี่ที่ถูกแขวนอยู่บนคาน และลู่ิที่เพิ่งวิ่งเข้ามา
หัวของเมิ่งเจียงอวี่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่ายุ่งเหยิงอีกต่อไป ‘นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เสิ่นเมิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอนี้คือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเสิ่นที่เคยลุ่มหลงฉันและขี้ขลาดคนนั้นจริง ๆ หรือ?’
ส่วนลู่ิก็เแทบบ้า ‘เสิ่นเมิ่งคนนี้เป็อะไรกันแน่ เธอเพิ่งจะสะสางเื่บาดหมางกับพี่ใหญ่ด้วยมีดสองเล่มไปเมื่อกี้ แล้วตอนนี้จะมาทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ ดูท่าทางแล้วเื่นี้คงไม่จบง่าย ๆ’
หัวของเสิ่นเมิ่งราวกับเครื่องค้าง เธอจ้องมองรอยฝ่ามือสีแดงที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วบนใบหน้าหล่อเหลาของอวิ๋นโม่เทียน สีหน้าซีดเผือด
บริเวณโดยรอบเงียบสงัด บรรยากาศอึดอัดและตึงเครียดจนหายใจไม่ออก
ครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นก็มีเสียงปรบมือที่ชัดเจนและเชื่องช้าดังขึ้นในอากาศ
“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ เพี๊ยะ!”
อวิ๋นโม่เทียนกัดฟันยิ้ม ขณะที่ปรบมือ เขาก็ถอยหลังไปสองสามก้าว ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงจิตสังหารที่รุนแรง
“ดี ดีมาก คุณหนูเสิ่นนี่ใจถึงจริง ๆ”
“คุณนั่นแหละที่ดูถูกฉันก่อน!” เสิ่นเมิ่งกัดริมฝีปาก เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย เธอยอมรับว่าเธอกลัว อันที่จริง เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ ความกลัวอันเย็นเยียบก็เหมือนน้ำทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไหลทะลักเข้ามาจมเธอลงที่ก้นบึงของมหาสมุทร
แต่เธอถอยไม่ได้!
‘ฉันไม่ผิด!’
‘ทุกเื่ย่อมมีกฎเกณฑ์ คนที่อยู่ในวงการนี้ก็ต้องมีกฎเกณฑ์! แม้แต่จอมมารอย่างอวิ๋นโม่เทียนก็ต้องมีกฎเกณฑ์
เธอมาส่งเงินตามที่เขา้า แต่พึ่งจะก้าวเท้าเข้าประตูก็ถูกลากเข้ามา ถูกเขาเหยียดหยามและรังแกโดยไม่มีเหตุผล แบบนี้ก็ต้องโต้กลับ!