เอิ่มอ่อม ร้อนอ่ะ อ๊ะเย็นอีกแล้ว ร้อนๆ เย็นๆท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดหรือว่ากระเพาะรับประทานหว่า ผมว่าคงจะเป็แบบนั้นแหละครับกระเพาะรับประทานเพราะทานข้าวนอกเวลา แต่ไอ้อาการที่ร้อนๆ เย็นๆและความรู้สึกที่ว่าคล้ายๆ ร่างกายจะะเินี่ผมไม่รู้ด้วยนะครับว่ามาได้ยังไงตอนนี้ก็ได้แต่อดทนไว้แล้วรอจ่ายเงิน
แต่ก็แปลกดีนะครับอาการประหลาดๆนี่ มันทำให้การหายใจของผมปั่นป่วนไปหมดตอนนี้ผมได้แต่ควบคุมลมหายใจให้ไปในทางที่ควรไป ไม่ใช่ไหลไปมั่วซั่วเพราะถ้ามั่วเมื่อไหร่อาจถึงตายได้ ก็เพราะผมเคยฝึกมาก่อนนะสิครับแถมฝึกโหดซะด้วย
แต่ไม่ขอเล่านะครับว่าเจออะไรมาบ้างไม่อยากนึกถึงแหละครับเดี๋ยวน้ำตาจะไหลอาการแบบนี้ก็พอจะเดาได้นะครับว่ามันเป็อาการของคนแพ้อาหารแบบว่าเรากินอะไรเข้าไปที่มันทำปฏิกิริยากับร่างกายแหละครับเช่นคนแพ้กุ้งแล้วยังกินกุ้งในปริมาณเยอะๆ ก็จะเกิดอาการคล้ายๆ กัน ในรูปแบบต่างๆสำหรับคนคนนั้น เช่นบางคนหายใจไม่ออก (ถึงตายนะครับ) บางคนผื่นขึ้นบางคนปวดท้องขั้นรุนแรง บางคนปวดหัว และอีกหลายๆ รูปแบบบางคนควบสองควบสามก็มีเน่อ
สิบนาทีแล้วครับผมรอมาสิบนาทีแล้ว เพราะดูนาฬิการะบบครับ และแล้วพนักงานที่ซื่ออาชา(มาซาร์ครับมันจำผิดเด้อ) ก็มาคิดเงินจนได้ในที่สุดผมจะได้ไปทำทุเรศข้างนอกเพราะไม่อยากให้คุณเธอเห็นสภาพทุเรศของผมอ่ะนะ
“กรุณารอสักครู่นะคะตอนนี้ทางร้านกำลังทำเมนูสุดพิเศษสำหรับท่านอยู่ค่ะ” พนักงานพูดด้วยท่าทีเหงาหงอยเป็พิเศษ
“ห่ะ เมนูพิเศษ แต่ผมไม่ได้สั่งนี่ครับ” อดทนไว้ อดทนไว้ อย่าทำสภาพทุเรศตอนนี้ผมพยายามทำท่าทางให้ปกติที่สุดครับ
“คุณลูกค้าไม่ได้สั่งหรอกค่ะแต่ทางร้านเรามีบริการพิเศษให้ค่ะ หากท่านทานหมดมื้อนี้ไม่ต้องจ่ายเงินค่ะและอีกอย่างท่านก็จะได้รับรางวัลพิเศษจากทางร้านเราด้วยนะคะ” เธอตอบแล้วส่งยิ้มกลับแล้วก็มานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของผมให้ตายสิครับอาการภายในของผมตอนนี้มันปั่นป่วนจนควบคุมจะไม่ไหวแล้วอดทนไว้ครับ อดทนไว้
“รอนานหรือเปล่าคะอาหารสุดพิเศษของทางร้านมาแล้วค่า”คุณมินนี่เธอถือถ้วยแก้วมาครับเหมือนถ้วยนี้จะมีความทนทานสูงยังไงไม่รู้สิ เธอนำถ้วยมาวางไว้ตรงหน้าผมลักษณะของอาหารเหรอครับ สีม่วงๆ มีน้ำหนืดๆ สีดำไม่มีเนื้อไม่มีผักเหมือนเป็น้ำเหนียวๆ มากกว่า ให้ความรู้สึกเหมือนว่าหากตรูทานไปแล้วเหมือนจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอีกต่อไป
“ซุปพิเศษของทางร้านค่ะ เชิญทานได้เลยค่ะอิอิ” เธอตอบในท่านั่งเท้าคางให้ตายสิรอยยิ้มของเธอทำให้ผมใจอ่อนซะแล้วสิ แต่ก็แปลกเนาะครับทำไมไม่เอาซุปมาเสิร์ฟพร้อมกับอาหารเลยล่ะ
“ครับ แค่ทานให้หมดก็พอนะครับ” ผมพูดในท่าทีที่คิดว่าปกติที่สุด
“ค่ะ/ค่า”
หนึ่งสอง ผมนับในใจครับกะว่าพอนับถึงสามเมื่อไหร่ก็ซดมันเลยครับเอาให้หมดในทีเดียวเลยสาม
“อึก อึก อึก” หมดในทีเดียวจริงด้วยแฮะ แต่รสชาตินี่แย่สุดๆแถมยังลวกคออีก
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เพราะเขาบอกเมื่อกี้ว่ากินหมดไม่ต้องจ่ายเงิน ผมรีบเดินออกจากร้านทันที แต่ยังไม่ถึงประตูก็เกิดอาการบางอย่างกับร่างกาย
อึก! ผมทรุดลงกับพื้น บ้าน่า อาการนี้มันอะไรกันแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ไม่สิการร้อนคอที่เหมือนกับโดนเข็มทิ่มนี่มันอึกปากผมเริ่มมีน้ำสีดำไหลออกมา หยดลงพื้น แต่หยดน้ำสีดำยังไม่ทันแตะพื้นพื้นก็ละลายเป็ช่องวงกลมให้น้ำนี้ลงไปโดยไม่มีท่าว่าจะสิ้นสุด แบบนี้มัน
“พิษ งั้นเหรอ” ผมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าที่ทานไปทั้งหมดก็คือพิษ
“มะ ไม่ได้การละ โดน NPC วางยา ต้องรีบจัดการพิษแล้วไม่งั้นแย่แน่”ผมรีบวิ่งโซเซไปเปิดประตูแล้วมุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าโดยไม่มีจุดหมายจนไปถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งต้องรีบแล้ว หากไม่ทำก็คงไม่รอดผมนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วนำมือขวาทาบกับพื้น
“.....สะ...ปะ...ยะ”
ครืนครืน พื้นดินที่ผมทาบเกิดขึ้นเป็แท่นสี่เหลี่ยมแบบหยาบๆ ผมไม่รีรอรีบกอบโกยเอาหญ้าที่ไม่รู้ชนิดขึ้นไปทำเป็ที่รองนั่ง แล้วก็นั่งลงตรงนั้นเลย วิชานี้เป็วิชาที่เมฟิราชส่งมาให้หลังจากทำพันธะสัญญาอสูร
แท่นดินที่เกิดขึ้นเมื่อครู่คือการเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่าแต่ผลก็เห็นๆ อยู่นะ
ตอนนี้พื้นดินส่งกลิ่นอายแห่งดินผืนหญ้าตอบสนองด้วยการออกดอกตอนกลางคืนแล้วส่งกลิ่นหอมอันเป็ธรรมชาติสายลมช่วยปรับอุณหภูมิให้มีความสบายมากขึ้น ผมนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิแล้วเดินทางของจิตและปราณไปตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อทะลวงขอบเขตที่ขวางกั้น
เพียงการกระทำเล็ก ๆ นี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้ต้องเดินกระแสทะลวงไปเรื่อยๆ จนเข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อถึงจุดได้ที่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น หากผมไม่ได้ทำพันธสัญญากับเมฟิราชและเหล่าอสูรผมคงตายเฝ้ารากมะม่วงไม่ต้องถามไถ่หาทางรอด
ทางด้านมินนี่และมาซาร์
“นี่มาซาร์ เธอว่าเขาจะเป็อะไรไหม” มินนี่ถามด้วยท่าทีร้อนรน
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงขนาดฉันลองแค่ช้อนเดียวยังไม่รอดเลย แล้วไอ้หนุ่มนั่นกินไปทั้งถ้วย ฉันว่าคงตายแล้วมั้งว่าแต่เธอก็รู้ดีอยู่แล้วนี่ ว่าพิษนั่นมันร้ายแรงขนาดไหนถึงขนาดทำให้ฉันไม่สามารถกลับร่างเดิมได้ แถมยังผนึกพลังจากคลาสหกเลเวล 100ของฉันเหลือแค่คลาส 2 เลเวลร้อย อย่าว่าแต่ฉันเลยเธอก็เหมือนกันถึงพิษจะทำอะไรเธอไม่ได้ แต่เธอก็โดนคำสาปของพวกนั้น แถมยังเป็คำสาประดับสูงผนึกทั้งคลาส ทั้งยังผนึกพลังทั้งหมดกลายเป็แค่คนธรรมดานี่ถ้าตอนนั้นฉันไม่จับแขนเธอไว้ป่านนี้เธอคงถูกส่งมาอยู่ที่นี่คนเดียวและก็ไม่อยากนึกสภาพของเธอเลยว่าถาอยู่คนเดียวจะเป็ยังไง” มาซาร์ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“ฉะ ฉัน ขอโทษ” มินนี่ก้มหน้าลง และน้ำหยดใสๆที่ออกมาจากตาของเธอหยดลงพื้น
“มะ มินนี่ โอ๋เอ๋นะ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ” มาซาร์ดึงมินนี่มากอด
“เธออย่าโทษตัวเองเลยนะยังไงฉันก็เชื่อว่าสักวันเราต้องแก้คำสาปนั่นสำเร็จแล้วเราก็ไปช่วยอาณาจักรของเธอกันนะ”มาซาร์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความเป็ห่วง
“ขอบคุณนะ มาซาร์ ฮึก ฮือๆ ๆขอบคุณที่เธออยู่เคียงข้างฉันตลอด”มินนี่กอดมาซาร์แล้วร้องไห้ไม่ยอมหยุด
“ไม่เอาน่าเธอเป็ถึงลูกสาวคนเดียวของท่านดาร์กนิลนะอย่าแสดงท่าทีอ่อนแอแบบนี้สิ”
“อะ อื้อ” มินนี่คลายกอดเธอเอามือมาเช็ดน้ำตาเบาๆ แล้วส่งยิ้มเศร้าๆ ให้กับเพื่อนของเธอ
“อืม มินนี่ เราไปดูหนุ่มนั่นกันเถอะน่าจะไปได้ไม่ไกลนะ” มาซาร์เปลี่ยนเื่ทันที
“อื้อ ไปกันเถอะ” ทั้งมินนี่และมาซาร์จูงมือกันเดินออกไปหาชายหนุ่มผู้จะเป็ความหวังให้เธอ
ดาร์กนิลเป็จักรพรรดิัพิษที่ปกครองอาณาจักรอาร์คเฟลเลี่ยนในทวีปบุพวิเคหะทวีป ซึ่งทวีปนี้นักผจญภัยยังไม่สามารถไปถึงเพราะแค่ชมพูทวีปก็บุกเบิกได้แค่เจ็ด ในสิบส่วน อีกสามทวีปยังมืดมนอยู่ดาร์กนิลเป็จักรพรรดิัที่ปกครองอาณาจักรให้มีความสงบสุขมาตลอดสี่พันปี แต่ว่ากลับถูกทรยศโดยองคมนตรีใช้คำสาปชั้นสูงเป็คำสาปที่ผนึกทั้งระดับ และคสาสให้กลายเป็มนุษย์ธรรมดาและวางแผนต่างๆ นานา จนสามารถปกครองได้ในที่สุดและมินนี่เธอเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของท่านดาร์กนิลก็โดนใส่คำสาปไปด้วยและถูกพ่อตัวเองใช้ไอเทมส่งไปยังชมพูทวีปโดยไอเทมเคลื่อนย้าย
แต่วันนั้นมาซาร์มาเยี่ยมมินนี่พอดีจึงช่วยขัดขวางแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะองคมนตรีมีพลังเหนือกว่าจักรพรรดิดาร์กนิลจึงส่งไปพร้อมกับมินนี่ เพราะองค์จักรพรรดินั้นรู้เื่มาก่อนแล้วจึงได้ให้กระเป๋าใบหนึ่งกับมินนี่ และกำชับกับมินนี่ไว้ว่า /หากใครสามารถต้านพิษของท่านได้จงให้ลูกแก้วที่อยู่ในกระเป๋านั้นกับเขา/ ซึ่งลูกแก้วที่ว่านั่นก็คือลูกแก้วจักรพรรดิั ซึ่งเป็ลูกแก้วที่ผู้จะเป็จักรพรรดิต้องมีหากลูกแก้วนี้ยังไม่ถูกทำลาย องค์จักรพรรดิก็จะไม่มีวันตายและตำแหน่งจักรพรรดิก็จะยังคงอยู่ นี่จึงเป็สาเหตุที่ทำให้องคมนตรีไม่สามารถฆ่าองค์จักรพรรดิได้
แต่ท่านก็ถูกขังมืดถูกทรมานเรื่อยมา คำสาปที่ดาร์กนิลโดนเป็คำสาปขั้น ยี่สิบซึ่งเป็คำสาประดับสูงมาก และมีน้อยวิธีที่จะทำลายมัน
ปัจจุบันคำสาปที่ชมพูทวีปสามารถต้านได้สูงสุดคือคำสาป ระดับเจ็ด ส่วนพิษต้านได้ถึงระดับหกที่มาซาร์โดนนั้นก็คือพิษของดาร์กนิลซึ่งคุณเธอกินไปแค่ช้อนเดียวก็ตายเลยแถมยังถูกสุ่มคำสาปจากพิษอีกจึงเป็อย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้พิษของดารกนิลเป็พิษขั้นสูง ขั้น 16 สุ่มคำสาปขั้น 14แล้วใครเล่าจะสามารถต้านพิษนี้ได้
ด้านมาซาร์กับมินนี่
ตอนนี้สองสาวกำลังเดินตามหาผมอยู่เธอเดินจนมาถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งแล้วก็เห็นผมนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“นั่นไง มินนี่ เขานั่งอยู่ตรงนั้นไง”
“ไหน อ๊ะจริงด้วย เราเข้าไปดูเขากันเถอะ” มินนี่ลากแขนมาซาร์
“โอ๊ย มินนี่ เธอจะตื่นเต้นอะไรนักหนาแล้วไม่ต้องลากฉันก็ได้”
“เขานั่งอยู่นี่ เหมือนจะโคจรลมปราณนะปะไปปลุกเขากัน” มินนี่พูดพร้อมกับเดินเข้าไปแต่ก็ถูกมาซาร์ดึงไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิมินนี่บางที่เขาอาจกำลังสู้กับพิษของพ่อเธออยู่ก็ได้”
“อ๊ะ จริงด้วยงั้นเรารอเขาตรงนี้ก็แล้วกันเนาะ แต่ฉันว่าเขานี่แปลกนะ” เสียงมินนี่เอ่ยระคนแปลกใจ
“แปลกยังไงล่ะ” มาซาร์เอียงคอสงสัย
“เธอก็ดูสิ ปกติคนที่โคจรปราณสู้พิษเขาไม่ได้นั่งยิ้มแบบนี้นี่ ท่าทางเหมือนเขากำลังมีความสุขยังไงยังงั้นแหละ”
“อืม จริงด้วยแล้วเราจะทำยังไงดีล่ะไปปลุกเขาไหม” มาซาร์ออกความคิดเห็น
“ฉันว่าเราช่วยกันนำเขาไปพักที่ร้านเราดีกว่า แล้วรอเขาฟื้น” มินนี่ออกความเห็น
“เป็ความคิดที่ดีนะ ป่ะงั้นเรามาช่วยกันเถอะ”มาซาร์จูงมือมินนี่ไปยังแท่นที่ผมกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ผมไม่รู้อะไรหรอกครับ
“ป่ะ เราช่วยกันพยุงเขากันเถอะ”
ทันใดที่มาซาร์กับมินนี่จับแขนของผมนั้นเธอก็รู้สึกถึงพลังสายหนึ่งมาสะกดทุกอย่างของเธอแล้วดึงเธอกับมินนี่ไปสู่อีกห้วงหนึ่งห้วงที่มีแต่สีขาวบริสุทธิ์
***แล้วก็ติดตามตอนต่อไป***