“สวยครับ”
“เยี่ยมครับ”
“เงยหน้ามองกล้องหน่อยครับ”
“จิกกล้องครับ”
“สวย”
“ขอบคุณทุกคนมากเลยครับวันนี้ ขอบคุณคุณดาวเหนือด้วยนะครับ ที่มาถ่ายแบบให้กับนิตยสารของ
เราในครั้งนี้”
เสียงปรบมือของทีมงานทุกคนดังขึ้น ฉันยิ้มแล้วโค้งรับคำขอบคุณของทุกคนเล็กน้อย
ฉันตอนนี้กลายเป็นางแบบเต็มตัว งานส่วนใหญ่ก็จะเป็ เดินแบบแฟชั่นโชว์ ถ่ายแบบนิตยสารต่างๆ หรือแม้กระทั่งไปเดินแบบให้กับดีไซเนอร์ชื่อดังต่างๆที่เขาเรียกตัวไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็เป้าหมายใหญ่ของฉัน นั้นก็คือการได้ไปเดินแบบที่ฝรั่งเศสของนักดีไซเนอร์แฟลิเบอลี และเดินแบบที่เมืองคานาให้ได้สักครั้งในชีวิต ฉันเลยต้องฝึกซ้อมทุกวัน เตรียมตัวเมื่อวันนั้นมาถึง
“เดี๋ยววันนี้ผมในฐานะตากล้องในการถ่ายทำครั้งนี้ ขอเป็เ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อเย็นกับทุกคนครับ เชิญคุณดาวเหนือไปทานด้วยกันนะครับ”
“อ๋อ ยินดีค่ะ”
เสียงปรบมือดีใจดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปเก็บข้าวของ เพื่อออกไปทานอาหารมื้อเย็นนี้ด้วยกัน
“แกจะไปด้วยทานข้าวกับทีมงานจริงหรอ”
“ทำไมฉันจะไม่ไปล่ะ”
ผู้จัดการส่วนตัวที่เป็ทั้งเพื่อนสนิทที่เรียนมหาลัยมาด้วยกันและผันตัวมาเป็ผู้จัดการส่วนตัวของฉันถามขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะทุกครั้งฉันมักจะไม่ใช้ชีวิตส่วนตัวกับใครเลยสักคน แต่ครั้งนี้กลับตอบตกลงไปทานมื้อเย็นกับพวกเขาอย่างง่ายดาย
“แกก็เห็นนิ สายตาของตากล้องคนนั้น ฉันว่ามันต้องคิดจะงาบแกแน่เลย”
“แล้วคิดว่า เขาจะงาบฉันก่อน หรือฉันจะงาบเขาก่อนล่ะ”
พูดจบฉันก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทันที
“นี่แกเอาจริงหรอ”
ฉันยังได้ยินเสียงของเ้างาม ะโตามหลังมาอยู่เลย เ้างามเป็เพื่อนคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ เรารู้จักกันั้แ่มหาลัยปีหนึ่ง เธอเป็คนที่เป็ผู้หญิงที่ไม่เหมือนผู้หญิง หรือเรียกง่ายๆว่าเป็ผู้ชายในร่างผู้หญิงมากกว่า แต่ไม่ใช่ว่าเ้างามจะชอบผู้หญิงหรอกนะ แต่เพราะลุคผมสั้น กับท่าทางแมนๆของมัน ทำให้ผู้หญิงซะเป็ส่วนใหญ่ที่เข้ามาจีบ จนถึงตอนนี้เ้างามก็ยังคงครองโสดมาตลอด ด้วยท่าทางซื่อๆและจริงใจของมัน ทำให้ฉันกล้าเปิดใจมีเพื่อนอีกครั้ง
“เดี๋ยวทุกคนนั่งโต๊ะนี้กันตามสบายเลยนะครับ สั่งได้เต็มที่เลยครับ มื้อนี้ทุกคนจัดเต็มได้เลย”
“เย้ๆๆ ขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“ส่วนคุณดาวเหนือ เชิญนั่งโต๊ะนี้ครับ ผมของโต๊ะแยกไว้ให้แล้ว”
“อ๋อค่ะ”
ยัยเ้างามดึงชายเสื้อฉันใหญ่เลย เมื่อเห็นว่านายตากล้องคนนั้นทำท่าทางอย่างที่พูดก่อนหน้าจริงๆ แต่ฉันไม่สนใจเ้างามอยู่แล้ว ใครจะเป็เสือใครจะเป็เหยื่อ ต้องรอดูอีกที
“เชิญนั่งครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
นายตากล้องเลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่ง ก่อนจะเดินไปนั่งตรงข้ามฉันที่เก้าอี้ของตัวเอง พวกเรานั่งไม่ใครจากโต๊ะของทีมงามมากนัก จึงยังคงได้ยินเสียงทีมงานกับพูดคุยเสียงดังกันอยู่ แต่โต๊ะนี้กลับมาเพียงฉันกับนายตากล้องสองคนเท่านั้น
“คุณดาวเหนือ ทานอะไรดีครับ”
“ฉันทานได้หมดค่ะ ไม่เลือกค่ะ”
“อ๋อ…ครับ”
“นั้นผมสั่งเป็สเต็กให้นะครับ”
“ได้ค่ะ”
หลังจากพนักงานมารับออเดอร์เรียบร้อย นายตากล้องก็เปิดขวดไวน์รินใส่แก้ว แล้วส่งให้ฉัน ฉันรับแก้วไวน์มาดื่มอย่างว่าง่าย รสชาติหวานละมุนลิ้นของไวน์หลังจบงานนี้มันดีจริงๆ
“น่าเสียดายจังเลยนะครับ”
“คะ?”
“ก็ไม่รู้ผมจะได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณดาวเหนืออีกเมื่อไหร่”
เหยื่อเริ่มอ่อยแล้วสิ นักล่าจะนั่งดูเฉยๆได้ไง
“แล้วคุณบิ๊กอยากร่วมงานแบบไหนหรอคะ”
ฉันเปลี่ยนจากทานั่งผิงเก้าอี้ เป็เอนตัวไปเท้าค้างบนโต๊ะ ส่งสายตาให้คนตรงข้าม
“เออ…คือผม”
“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ”
พนักงานวางอาหารไว้ด้านหน้าของพวกเรา พร้อมกับรินไวน์ใส่แก้วให้เพิ่ม ก่อนจะเดินออกไป เนื้อสเต็กในจานถูกฉันค่อยๆใช้มีดหันช้าๆ และลิ้มรสชาตที่นุ่มลิ้นไปเรื่อยๆ
“จะว่าอะไรไหมครับ ถ้าคืนนี้….ผมจะขอไปส่งคุณที่บ้าน”
Yessss เสียงในใจของฉัน เหยื่อดันวิ่งเข้าปากนักล่าแบบนี้ คงต้องกัดดูหน่อยแล้วล่ะ
“ขอบคุณค่ะ”
นายตากล้องเมื่อได้ยินคำตอบของฉัน ก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับส่งสายตาเ้าเลศมาให้ฉัน
“กลับกันดีๆนะทุกคน แล้วเจอกันๆ”
“ขอบคุณสำหรับอาหารด้วยนะคะ พวกเรากลับก่อนนะคะ กลับก่อนนะคะคุณดาวเหนือ”
“กลับก่อนนะครับ”
ทีมงานทุกคนแยกย้ายกันกลับไป จนเหลือแค่เราสามคน
“เดี๋ยวผมไปเอารถ คุณดาวเหนือรอตรงนี้นะครับ”
“ค่ะ”
หลังจากนายตากล้องเดินออกไป ยัยเ้างามก็ดึงฉันให้หันไปคุยกับเธอทันที
“นี่แกคงไม่ให้ตานั้นไปส่งที่บ้านหรอกนะ”
“...............................”
“ยัยดาว!!! นี่แก แกจะให้ฉันอยู่สงบๆบ้างไม่ได้หรือไง แกจะหาเื่ปวดหัวให้ฉันไปถึงไหน”
“เถอะนา เพื่อนก็รู้นิว่าฉันเป็คนแบบไหน”
“ก็รู้ไง ฉันถึงบอกให้แกหยุดสักที”
“คุณดาวเหนือครับ ไปกันเลยไหมครับ”
“ไปก่อนนะเพื่อน พรุ่งนี้เหนื่อยหน่อยนะ”
พูดจบก็ขึ้นไปนั่งบนรถของนายตากล้อง เ้างามก้มหน้าลงมายิ้มและโบกมือให้เราสองคน แต่ฉันดูออก ว่ายัยเ้างามกำลังเก็บอารมณ์นั้นแล้วกลืนลงท้องไป ก่อนจะทำตัวปกติโบกมือยิ้มส่งให้เหมือนปกติ
รถค่อยๆจอดลงที่ทางเข้าบ้าน ตอนนี้ค่อนข้างดึก ทำให้ในซอยไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา มีเพียงเสาไฟที่ยังคงทำหน้าที่ให้แสงสว่างในยามค่ำคืนเหมือนเดิม
“ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”
“................”
เขาไม่ตอบอะไรฉัน เพียงแค่ส่งสายตามาให้ฉัน เหมือนอยากจะกินฉันเข้าไป แต่ฉันก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาคนเดิมแล้วสิ จ้องมาก็จ้องกลับ นายตากล้องปลดเข็มขัดรถแล้วโน้มตัวมือจูบฉันทันที มือของเขาประคองใบหน้าของฉันไว้พร้อมบดขยี่ริมฝีปากของฉัน รสจูบที่เร้าแรงแบบนี้ ไม่เลวเลย….
“ยัยดาว!!!!!!!!! แกลุกขึ้นมาเลย แกดูสิ่งที่แกสร้างเื่ให้ฉัน”
ฉันลุกขึ้นจากเตียงแล้วยกโทรศัพท์ของเ้างามขึ้นมาดู
“นางแบบดัง จูบแนบเนื้อกับแฟนหนุ่มคนที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ในเดือนนี้ภายในรถ ทำให้ทุกคนในวงการต่างยกฉายา นางจิ้งจอกพันหน้าให้เธอ”
ฉันอ่านคำพาดหัวในกอสซิป แล้วหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ยังหัวเราะได้อีกนะแก”
“ก็มันตลกอ่ะ นางจิ้งจอกพันหน้า เก่งอ่ะคิดได้ไง”
“แกช่วยจริงจังกับฉันหน่อยได้ไหม”
“เอานา เื่แบบนี้ไม่ใช่ว่าเกิดครั้งแรกซะหน่อย”
“แกนะแก เห้อ…ฉันล่ะยอมแกจริงๆ”
“แกเห็นนี่หรือยัง ดูสิปีนี้นางแบบดังคนนี้ได้เป็ตัวแทนไปเดินแบบให้กับนักดีไซเนอร์แฟลิเบอลีด้วยล่ะ น่าอิจฉาจังเลย แกคอยดูนะฉันจะต้องไปเดินโชว์ของคุณแฟลิเบอลีให้ได้”
“เอาเื่นี้ก่อนไหมเพื่อน”
“เื่นี้แกจัดการได้อยู่แล้ว วันนี้ฉันไม่มีงานใช่ไหม”
“อืมใช่ แต่พรุ่งนี้มีซ้อมเดินแบบและลองชุดให้กับบริษัท กราซีวายา นะ”
“โอเค ฉันไปซ้อมเดินแบบก่อนนะ”
“พรุ่งนี้ค่อยซ้อมก็ได้ วันนี้วันหยุดแกนะ จะไม่พักบ้างเลยหรอ!”
เสียงยัยเ้างามะโตามหลังมา ถูกอย่างที่เ้างามพึ่งพูด วันหยุดของฉัน ฉันไม่เคยได้ใช้มันอย่างเต็ม
เวลาเลยสักครั้ง วันหยุดของคนอื่นเขาอาจจะทำอย่างอื่นที่ได้พักจริงๆ แต่สำหรับฉันการพักเท่ากับหยุดเดิน ฉันจะไม่ยอมให้ตัวเองหยุดเดิน การได้เดินต่อไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะเป็ก้าวช้าๆเล็กๆ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าฉันยังเดินได้อยู่ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพิงใคร และไม่ต้องให้ใครมาดูถูกได้อีก
(เมื่อ 9 ปี ก่อน)
“นี่ แกไปไหนมา ทำไม่พึ่งกลับ แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ ฉันบอกแล้วใช่ไหมให้ใส่ประโปรงยาว ไม่ให้แต่งหน้า แล้วดูสภาพแกสิ อยากอ่อยผู้ชายไปทั่วหรือไง”
“พ่อหนูโตแล้วนะ หนูแค่ไปซื้อหนังสือมาเอง”
ฉันเอาหนังสือที่ซื้อมาแอบด้านหลัง เพื่อไม่พ่อเห็น
“แล้วทำไมต้องซ้อน ไหนดูสิ”
พ่อแย้งหนังสือที่พึ่งซื้อมาไปไว้ในมือ แล้วเทหนังสือฉันลงพื้น
“นี่แก ซื้อหนังสือพวกนี้มาทำไม แกอย่าบอกนะว่าแกสนใจไอการเป็นางบกนางแบบนี้”
“ใช่ หนูอยากเป็นางแบบ”
ฉันก้มลงไปหมายจะเก็บหนังสือที่พื้น แต่พ่อกลับคว้าหนังสือของฉันที่ใช้ตังค่าขนมที่เก็บไว้ซื้อมา แล้ว
ฉีกมันออกที่ละหน้าๆ
“พ่ออย่า!!!”
“ฉันไม่ให้แกเป็หรอกนะ ไอนางแบบอะไรนั้น เปลืองตัว แกไม่เห็นหรือไงแต่ละชุดที่ใส่ อีกทั้งต้องไปเดินโชว์ให้ใครต่อใครเห็นรูปร่างอีก หน้าไม่อาย ยังไงฉันก็ไม่อนุญาตเด็ดขาด”
“อีกไม่กี่เดือน หนูจะเข้ามหาลัยแล้วนะ หนูมีสิทธิเลือกทางของหนู”
“แกอยากเป็แบบแม่นักหรือไง งานดีๆทำไมไม่ทำ อยากโชว์นักหรือไง ถ้าแกยังเรียนต่ออยู่ ก็เปลี่ยนความคิดซะ ไม่งั้นฉันไม่ส่งแกเรียน!!!”
“พ่อ!!! นั้นก็ได้ หนูจะส่งตัวเองเรียน หนูจะไม่ขอตัวพ่อสักบาท หนูจะเดินให้ได้ด้วยตัวเอง แล้วพ่อจะได้เห็นว่าความฝันของหนู มันไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่พ่อพูด”
พูดจบฉันก็วิ่งขึ้นไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า น้ำตาเอ่อไหลเป็ทาง การมีความฝันเป็ของตัวเอง ถือว่ายากแล้ว การได้ทำจริงๆยากกว่า ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วถือกระเป๋าออกมาจากห้อง พ่อที่นั่งอยู่โถงห้องลุกขึ้นเมื่อเห็นฉันพูดจริงทำจริง
“แกจะไปไหน!”
“ก็หนูบอกแล้ว หนูจะไปใช้ชีวิตของหนู”
“นี่แกคิดจะทิ้งฉันไปอีกคนเหมือนแม่แกใช่ไหม ได้ ไปเลย ถ้าแกก้าวออกนอกประตูไปแล้ว แกก็ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก ถือว่าฉันไม่มีลูกอย่างแก”
น้ำตาที่ไหลอยู่ ยิ่งไหลหนักขึ้นเมื่อได้ฟังประโยคที่พ่อพูด ฉันยกกระเป๋าแล้วเดินออกมาจากบ้านทันทีโดยไม่หันกลับไปมองอีก ใครจะว่ายังไงก็ชั่ง ฉันอดทนมานานเกินพอแล้ว ฉันจะทำให้พ่อเห็นให้ได้ว่าลูกคนนี้ที่พ่อไม่เคยเชื่อใจ มันก็ทำสำเร็จได้ด้วยฐานะ นางแบบที่พ่อดูถูก