แสงอรุณรุ่งยามเช้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้ที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงของอารามเทียนซาน แยงตาหลินซูที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเสื่อผ้าไหมให้ค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้นมา แสงสีทองอ่อนๆ อาบไล้ผิวกายที่เปลือยเปล่าของนาง เผยให้เห็นร่องรอยสีแดงจางๆ ที่ประทับอยู่บนผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหยก ซึ่งเป็พยานเงียบๆ ถึงเหตุการณ์อันเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อค่ำคืนก่อน
หลินซูกะพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้ชินกับความสว่าง นางรู้สึกเหมือนร่างกายของตนเองไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป ความรู้สึกวาบหวามยังคงค้างคาอยู่ในทุกอณูของิั โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหว่างขาที่ยังคงเปียกชื้นและเหนียวเหนอะหนะจากน้ำมนต์ที่จ้าวหลงได้ปลดปล่อยเข้าไปในร่องรักของนางเมื่อคืนก่อน นางยกมือขึ้นััริมฝีปากของตนเองเบาๆ รสจูบอันดุดันของจ้าวหลงยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้น กลิ่นกายของชายแก่ที่ผสมผสานกับกลิ่นกำยานลึกลับยังคงอบอวลอยู่ในโพรงจมูก ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ใบหน้าของหลินซูเห่อร้อนแดงก่ำ นางรู้สึกทั้งสุข ทั้งเสียว และร้อนรนในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่จิตใจราวกับคลื่นั์ นางเป็ถึงหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่เพิ่งได้รับการชำระล้างจากนักพรตผู้ศักดิ์สิทธิ์ แต่บัดนี้นางกลับรู้สึกเหมือนได้ตกเป็ของชายแก่ผู้เป็นักพรตในอารามแห่งนี้เสียแล้ว และที่น่าอับอายยิ่งกว่านั้นคือ ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อััของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับสัตว์ป่าที่ถูกปลุกเร้า
'นี่ข้าทำอะไรลงไป...' ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของหลินซู นางพยายามจะลุกขึ้นจากเสื่อ แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับ นางนอนแผ่หลาอยู่บนเสื่อผ้าไหม ปล่อยให้ความรู้สึกผิดบาปและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าตีรวนกันอยู่ในจิตใจ ร่องรักของนางยังคงเ็ปเล็กน้อยจากการที่แท่งศักดิ์สิทธิ์ของจ้าวหลงได้เข้าไปขยายมันให้กว้างขึ้น แต่ความเ็ปนั้นกลับผสมผสานกับความรู้สึกอิ่มเอมที่ไม่อาจบรรยายได้
นางยังคงรู้สึกถึงน้ำมนต์ที่ยังคงไหลออกมาจากร่องรักอย่างช้าๆ ความรู้สึกเปียกชื้นและเหนียวเหนอะหนะนั้นเตือนใจนางถึงการที่นางได้รับน้ำมนต์เข้าไปในร่างกายถึงสามครั้ง ทุกครั้งที่จ้าวหลงปลดปล่อยน้ำมนต์เข้าไปในร่องรักของนาง นางก็รู้สึกเหมือนได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ร่างกายของนางสั่นะเืด้วยความสุขสมที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านนอกประตู ทำให้หลินซูสะดุ้งสุดตัว นางรีบคว้าผ้าคลุมขึ้นมาคลุมกายอย่างลวกๆ หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของจ้าวหลงนักพรตเฒ่าผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มและดวงตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
จ้าวหลงเดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ สายตาของเขาไล่มองสำรวจเรือนร่างที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมของหลินซูด้วยแววตาที่เต็ไปด้วยความพึงพอใจ "อรุณสวัสดิ์ หลินซู... ดูเหมือนว่าการชำระล้างเมื่อคืนจะทำให้เ้าหลับสบายเป็พิเศษนะ"
หลินซูหลบสายตาของเขา นางรู้สึกอับอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี "ท่านนักพรต... ได้โปรด... อย่าพูดถึงเื่เมื่อคืนเลยเ้าค่ะ"
"เหตุใดเล่า?" จ้าวหลงยิ้มมุมปาก "การชำระล้างิญญาร้ายออกจากร่างกายของเ้านั้นเป็เื่ที่น่ายกย่องยิ่งนัก ยิ่งเ้าอุทิศตนมากเท่าไหร่ การชำระล้างก็จะยิ่งสมบูรณ์มากเท่านั้น"
หลินซูเงยหน้าขึ้นมองเขา แวบหนึ่งนางสังเกตเห็นท่วงท่าการเดินที่มั่นคงเกินกว่าชายชราทั่วไป และเมื่อจ้าวหลงขยับกายเข้ามาใกล้เพื่อวางกล่องไม้บนโต๊ะ สาบเสื้อของเขาที่แยกออกเล็กน้อยเผยให้เห็นแผงอกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนักพรตสีหม่น หลินซูถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหลาดใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูร่วงโรยตามกาลเวลา จ้าวหลงกลับมีร่างกายที่กำยำล่ำสัน มัดกล้ามเนื้อของเขาแน่นตึงและแข็งแกร่งราวกับชายฉกรรจ์ในวัยหนุ่ม
ความทรงจำจากคืนก่อนเริ่มแจ่มชัดขึ้น ร่างกายที่ดูเหมือนจะอ่อนแอแต่กลับมีความทนทานและพละกำลังมหาศาล เขาสามารถมอบน้ำมนต์ให้นางได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย แท่งศักดิ์สิทธิ์ของเขายังคงแข็งแกร่งและใหญ่โตตลอดเวลา ความกำยำที่ซ่อนเร้นอยู่นั้นเองที่เป็ต้นกำเนิดของััอันดุดันที่ทำให้นางพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
"แล้วข้าควรทำอย่างไรเ้าคะท่านนักพรต? ข้าไม่อยากให้ิญญาร้ายกลับมาเข้าสิงร่างกายของข้าอีก" หลินซูถามด้วยเสียงสั่นเทิ้ม ความทรงจำของการที่แท่งศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในร่องรักของนางทำให้นางรู้สึกทั้งกลัวและอยากได้อีก
จ้าวหลงยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ "วันนี้ข้าจะมอบบทเรียนพิเศษให้เ้า เป็บทเรียนที่จะทดสอบตบะและจิตใจของเ้าว่ามั่นคงเพียงใด หากเ้าผ่านบทเรียนนี้ไปได้ จิตใจของเ้าก็จะบริสุทธิ์ผุดผ่อง และิญญาร้ายจะไม่สามารถเข้าสิงร่างกายของเ้าได้อีก"
หลินซูมองจ้าวหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะท่านนักพรต ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ร่างกายของข้าบริสุทธิ์และปลอดภัยจากิญญาร้าย"
จ้าวหลงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ดีมาก... แต่จงจำไว้ หากเ้าขยับกายหรือส่งเสียงแม้แต่น้อย ถือว่าจิตใจของเ้ายังไม่มั่นคง และการชำระล้างจะไม่สมบูรณ์ ิญญาร้ายจะยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกายของเ้า... เ้าเข้าใจหรือไม่"
หลินซูกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แต่เพื่อความบริสุทธิ์ของร่างกายแล้ว นางพร้อมที่จะทำทุกอย่าง
"ข้าเข้าใจเ้าค่ะท่านนักพรต" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็ตาม
จ้าวหลงยิ้มมุมปากอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเสื่อ ภายในกล่องนั้นมีขนนกสีขาวบริสุทธิ์เส้นหนึ่ง และกิ่งไม้เล็กๆ ที่ดูเหมือนจะถูกเหลามาอย่างประณีตวางอยู่
"เอาล่ะ... บทเรียนแห่งการทดสอบตบะกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลินซู..."
จ้าวหลงเดินกลับมาที่เสื่อผ้าไหมพร้อมกับขนนกสีขาวบริสุทธิ์และกิ่งไม้เล็กๆ ในมือ เขาจ้องมองหลินซูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "จงถอดอาภรณ์ออกเสีย หลินซู เพื่อให้จิตและกายของเ้าเป็หนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และเพื่อให้ข้าสามารถตรวจสอบได้ว่าิญญาร้ายยังคงแฝงตัวอยู่ในส่วนใดของร่างกายเ้า"
หลินซูหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย นางกัดริมฝีปากแน่น แต่เมื่อนึกถึงความจำเป็ในการขับไล่ิญญาร้าย นางก็รวบรวมความกล้า ค่อยๆ ปลดผ้าคลุมที่คลุมกายออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าและงดงามราวกับเทพธิดาที่เพิ่งตื่นจากบรรทม ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยก ทรวงอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ หัวนมสีชมพูอ่อนที่ยังคงแข็งตัวเล็กน้อยจากความตื่นเต้น และเนินเนื้ออูมที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องล่าง ร่องรักที่ยังคงบวมแดงเล็กน้อยจากการที่แท่งศักดิ์สิทธิ์ได้เข้าไปขยายมันเมื่อคืนก่อน
จ้าวหลงมองสำรวจเรือนร่างของหลินซูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาสังเกตเห็นร่องรอยของการชำระล้างเมื่อคืนก่อนที่ยังคงปรากฏอยู่บนร่างกายของนาง รอยแดงจางๆ ที่คอและเนินอก ร่องรักที่ยังคงเปียกชื้นเล็กน้อยด้วยน้ำมนต์ที่ยังคงไหลออกมาอย่างช้าๆ "ดีมาก... จงนอนลงเสียในท่าที่สบายที่สุด และจงนิ่งสงบจิตใจของเ้าให้มั่นคง อย่าให้ิญญาร้ายมีโอกาสเข้าสิงร่างกายของเ้าได้"
หลินซูทำตามคำสั่ง นางนอนหงายลงบนเสื่อผ้าไหม แขนทั้งสองข้างวางแนบลำตัว ดวงตาหลับพริ้ม พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า แต่ทุกครั้งที่ลมหายใจของจ้าวหลงพัดผ่านผิวพรรณของนาง ความรู้สึกวาบหวามจากคืนก่อนก็มักจะย้อนกลับมาหลอกหลอนอยู่เสมอ ความทรงจำของแท่งศักดิ์สิทธิ์ที่เข้าไปในร่องรักของนาง ความรู้สึกเต็มแน่นและเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และน้ำมนต์อุ่นๆ ที่ไหลเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของร่างกาย
จ้าวหลงเริ่มบทเรียนของเขา เขาใช้ขนนกสีขาวบริสุทธิ์เส้นนั้นค่อยๆ ปัดป่ายไปตามผิวพรรณของหลินซูอย่างแ่เบา เริ่มจากปลายเท้าขึ้นมาที่น่องเรียว ขนนกที่อ่อนนุ่มราวกับสายลมพัดผ่านทำให้หลินซูรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว นางพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่แล่นพล่านอยู่ในกาย แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองด้วยการกระตุกเกร็งเล็กน้อย
"นี่คือการทดสอบครั้งแรก หลินซู" จ้าวหลงกระซิบเสียงเบา "ข้าจะใช้ขนนกศักดิ์สิทธิ์นี้ตรวจสอบทุกส่วนของร่างกายเ้า เพื่อดูว่าิญญาร้ายยังคงแฝงตัวอยู่ที่ใดบ้าง หากเ้าขยับกายหรือส่งเสียง แสดงว่าิญญาร้ายยังคงมีอิทธิพลเหนือร่างกายของเ้า"
ขนนกเลื่อนขึ้นมาที่ต้นขาด้านใน ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะกลั้นหายใจ นางกัดฟันแน่น พยายามทำจิตใจให้สงบ แต่ภาพของจ้าวหลงที่กำลังใช้ขนนกปัดป่ายไปตามผิวพรรณของนางกลับทำให้เืในกายของนางสูบฉีดอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่คุ้นเคยจากคืนก่อนเริ่มปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง ความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจากการได้รับน้ำมนต์ของจ้าวหลง
จ้าวหลงยิ้มมุมปาก เขารู้ดีว่าหลินซูกำลังต่อสู้กับความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้า เขาเลื่อนขนนกขึ้นมาที่หน้าท้องแบนราบ ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีมดนับร้อยนับพันกำลังไต่ไปตามผิวพรรณของนาง นางพยายามจะขยับกายหนี แต่คำพูดของจ้าวหลงที่ว่า "หากเ้าขยับกายหรือส่งเสียงแม้แต่น้อย ถือว่าจิตใจของเ้ายังไม่มั่นคง และการชำระล้างจะไม่สมบูรณ์" ก็ดังก้องอยู่ในหัวของนาง
"ข้าเห็นแล้วว่าิญญาร้ายยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกายของเ้า" จ้าวหลงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มันกำลังพยายามปลุกเร้าความปรารถนาในร่างกายของเ้า เพื่อให้เ้าขยับกายและส่งเสียง ทำให้การชำระล้างล้มเหลว"
ขนนกเลื่อนขึ้นมาที่ทรวงอกอิ่ม ััที่แ่เบาแต่รุนแรงนั้นทำให้ยอดอกของหลินซูแข็งเป็ไต นางรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะทนไม่ไหว เสียงครางแ่เบาเกือบจะหลุดออกมาจากลำคอของนาง แต่หลินซูก็กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเืจางๆ นางต้องทนให้ได้ เพื่อให้การชำระล้างสมบูรณ์ เพื่อให้ิญญาร้ายถูกขับไล่ออกไปจากร่างกายของนางให้หมดสิ้น
จ้าวหลงไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาใช้ขนนกปัดป่ายไปรอบๆ ยอดอกของหลินซูอย่างหยอกเย้า ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางพยายามจะทำจิตใจให้สงบ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองด้วยการกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง หัวนมของนางแข็งตัวและเป็สีชมพูเข้มขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่ขยายจากเนินอกลงไปยังท้องน้อย และต่อลงไปยังร่องรักที่เริ่มเปียกชื้นด้วยน้ำรักที่หลั่งออกมาตามธรรมชาติ
"ดูสิ หลินซู" จ้าวหลงกระซิบเสียงเบา "ิญญาร้ายกำลังปลุกเร้าร่างกายของเ้า ดูที่หัวนมของเ้าสิ มันแข็งตัวและเป็สีแดงขึ้น นี่คือสัญญาณที่ิญญาร้ายกำลังพยายามครอบงำร่างกายของเ้า"
หลินซูรู้สึกอับอายจนอยากจะมุดดินหนี แต่นางก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่จ้าวหลงพูดได้ ร่างกายของนางกำลังตอบสนองต่อการััอย่างรุนแรง ความรู้สึกเสียวซ่านที่เพิ่งรู้จักเมื่อคืนก่อนกำลังปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง นาง้าการััมากกว่านี้ ้าให้จ้าวหลงััร่างกายของนางด้วยมือ ด้วยริมฝีปาก และด้วยแท่งศักดิ์สิทธิ์ของเขา
จากนั้น จ้าวหลงก็เปลี่ยนมาใช้กิ่งไม้เล็กๆ ที่เหลามาอย่างประณีต เขาใช้ปลายกิ่งไม้ค่อยๆ เขี่ยไปที่จุดไวััของหลินซู เริ่มจากบริเวณซอกคอที่ขาวเนียน ััที่เย็นเยียบของกิ่งไม้ตัดกับความร้อนของผิวพรรณ ทำให้หลินซูรู้สึกเสียวซ่านจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"กิ่งไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้จะช่วยให้ข้าตรวจสอบได้ลึกขึ้น" จ้าวหลงอธิบาย "มันจะแยกแยะได้ว่าส่วนใดของร่างกายเ้าที่ิญญาร้ายแฝงตัวอยู่ หากเ้ารู้สึกเสียวซ่านหรืออยากขยับกาย แสดงว่าิญญาร้ายยังคงมีอิทธิพลเหนือส่วนนั้น"
กิ่งไม้เลื่อนลงมาที่แผ่นหลังเนียนนุ่ม จ้าวหลงใช้ปลายกิ่งไม้ลากไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังอย่างช้าๆ ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไต่ไปตามแผ่นหลังของนาง นางพยายามจะกลั้นหายใจ แต่ลมหายใจของนางกลับหอบกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของนางเริ่มสั่นเทิ้มเล็กน้อย
จ้าวหลงยิ้มอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าหลินซูกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน เขาเลื่อนกิ่งไม้ลงมาที่สะโพกผาย ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะทนไม่ไหว นางพยายามจะขยับกายหนี แต่ความกลัวที่การชำระล้างจะล้มเหลวทำให้นางต้องนิ่งอยู่กับที่
"ข้าเห็นแล้วว่าิญญาร้ายแฝงตัวอยู่ในส่วนล่างของร่างกายเ้ามากที่สุด" จ้าวหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "มันกำลังพยายามปลุกเร้าความปรารถนาทางกามในร่างกายของเ้า เพื่อให้เ้าพ่ายแพ้ต่อมัน"
กิ่งไม้เลื่อนลงมาที่รอยแยกกลางกายของหลินซู ััที่เย็นเยียบของกิ่งไม้ตัดกับความร้อนของผิวพรรณ ทำให้หลินซูรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะกรีดร้องออกมา นางกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเืจางๆ พยายามสะกดกลั้นเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอของนาง ร่องรักของนางเริ่มเปียกชื้นมากขึ้น น้ำรักเริ่มไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
จ้าวหลงใช้ปลายกิ่งไม้เขี่ยไปที่รอยแยกกลางกายของหลินซูอย่างหยอกเย้า ััที่แ่เบานั้นทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางพยายามจะทำจิตใจให้สงบ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองด้วยการกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง น้ำหวานแห่งความปรารถนาเริ่มหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกกลางกายของนางจนเปียกชื้นไปทั่วหน้าขา
"ดูสิ หลินซู" จ้าวหลงชี้ไปที่ร่องรักที่เปียกชื้น "ิญญาร้ายกำลังทำให้ร่างกายของเ้าหลั่งน้ำรักออกมา มันพยายามจะทำให้เ้าอ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อความปรารถนา"
หลินซูรู้สึกเหมือนร่างกายของตนเองกำลังจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ ความกระสันรัญจวนทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทนไม่ไหว นางพยายามจะขยับกายหนี แต่ความกลัวที่ิญญาร้ายจะยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกายของนางทำให้นางต้องทนต่อไป นางทำได้เพียงนอนนิ่งๆ ปล่อยให้ร่างกายของตนเองถูกกระตุ้นด้วยขนนกและกิ่งไม้ของจ้าวหลงอย่างไม่มีทางสู้
จ้าวหลงยังคงใช้ขนนกและกิ่งไม้เขี่ยไกวไปตามจุดไวััของหลินซูอย่างต่อเนื่อง ััที่แ่เบาแต่แม่นยำนั้นทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ หลินซูกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเื พยายามกลั้นเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอ แต่ทุกครั้งที่ขนนกปัดป่ายผ่านยอดอก หรือกิ่งไม้แตะต้องรอยแยกกลางกาย ความกระสันรัญจวนก็ทวีคูณขึ้นจนแทบจะฉีกร่างของนางออกเป็เสี่ยงๆ
น้ำหวานแห่งความปรารถนาไหลหลั่งออกมาจากหว่างขาของหลินซูจนเปียกชุ่มไปทั่วเสื่อผ้าไหม กลิ่นหอมหวานของน้ำรักคละคลุ้งไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นกำยานลึกลับที่จ้าวหลงจุดไว้ ทำให้บรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความเย้ายวนที่ยากจะต้านทาน
จ้าวหลงยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลินซู เขารู้ดีว่านางกำลังจะพ่ายแพ้ต่อััที่รุนแรงนี้ เขาเลื่อนขนนกขึ้นมาปัดป่ายที่ใบหน้าของหลินซูอย่างแ่เบา ััที่อ่อนนุ่มนั้นทำให้หลินซูรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยนับพันกำลังโบยบินอยู่ในท้องของนาง
"เ้ากำลังต่อสู้กับสิ่งใดอยู่หรือ หลินซู" จ้าวหลงกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหูของนาง "จงปลดปล่อยความปรารถนาที่ิญญาร้ายปลุกเร้าออกมาเสียเถิด อย่าได้เก็บกดมันไว้เลย หากเ้าปลดปล่อยมันออกมา ข้าจะสามารถขับไล่ิญญาร้ายออกไปได้"
คำพูดของจ้าวหลงราวกับมีมนต์สะกด มันทำให้กำแพงแห่งศีลธรรมที่หลินซูพยายามสร้างขึ้นมาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง นางรู้สึกเหมือนมีกระแสความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานแสนนานกำลังปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ร่างกายของนาง้าการััมากกว่านี้ ้าให้จ้าวหลงััร่องรักของนางด้วยมือ ด้วยลิ้น และด้วยแท่งศักดิ์สิทธิ์ของเขา
"อ๊ะ... อ๊าาา..." เสียงครางแ่เบาหลุดออกมาจากลำคอของหลินซู นางไม่สามารถสะกดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไป ร่างกายของนางแอ่นโค้งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พยายามตอบรับััที่รุนแรงของจ้าวหลง "เ้าคะ... ข้า... ข้าทนไม่ไหวแล้ว... ิญญาร้ายมันแรงเกินไป..."
จ้าวหลงไม่รอช้า เขาใช้กิ่งไม้เขี่ยไปที่รอยแยกกลางกายของหลินซูอย่างรวดเร็วและรุนแรง ััที่แม่นยำนั้นทำให้หลินซูกรีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายของนางกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงก่อนจะฟุบลงกับเสื่อผ้าไหมด้วยความเหนื่อยอ่อนและสุขสมอย่างที่สุด
น้ำหวานแห่งความปรารถนาไหลหลั่งออกมาจากหว่างขาของหลินซูจนเปียกชุ่มไปทั่วเสื่อผ้าไหม กลิ่นหอมหวานของน้ำรักคละคลุ้งไปทั่วห้อง บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ของหลินซูต่อบทเรียนแห่งตัณหาที่จ้าวหลงมอบให้
จ้าวหลงกำลังจะก้มลงจูบที่ริมฝีปากของหลินซูอีกครั้ง เพื่อปิดท้ายบทเรียนแห่งตัณหาที่เขาเพิ่งมอบให้ แต่แล้ว...
กึก... กึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอกอาราม และดูเหมือนว่าจะมุ่งตรงมายังห้องนี้ ทั้งจ้าวหลงและหลินซูต่างชะงักงันในทันที หลินซูเบิกตากว้างด้วยความใกลัว มือของนางรีบคว้าผ้าคลุมขึ้นมาบังร่างกายที่เปลือยเปล่าและเปียกชื้นด้วยความเร่งรีบ
"ใครกัน..." จ้าวหลงพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ สายตาของเขาจับจ้องไปที่บานประตูที่สั่นไหวเล็กน้อยตามแรงสั่นะเืของฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าห้องพอดี พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างมั่นคง
"หลินซู... ท่านตื่นหรือยัง?" เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้หัวใจของหลินซูแทบหยุดเต้น
จ้าวหลงและหลินซูสบตากันในความเงียบสงัด บรรยากาศที่เคยเย้ายวนและเร่าร้อนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและหวาดหวั่น... ใครบางคนกำลังยืนอยู่หลังบานประตูนั้น และหากคนผู้นั้นเปิดเข้ามา ความลับอันดำมืดของอารามแห่งนี้อาจจะถูกเปิดเผยในทันที!