ทุกย่างก้าวของเครื่องสังเวยอยู่ในประสาทััของเทพปีศาจ เทพอู่เฉินรับรู้ถึงการมีชีวิตของนางได้เพียงปิดตาลง มองผ่านความมืดมิดด้วยั์ตาเวทสีแดงฉาน ไม่ว่านางจะอยู่ใกล้หรือไกล หากเพ่งกระแสจิตอีกสักเล็กน้อย ยังมองเห็นว่านางกำลังทำอะไร ผ่านทิวทัศน์โดยรอบเบื้องหน้าสายตาของนาง ราวจ้องมองภาพเ่าั้ด้วยดวงตาของตน แม้สามารถมองผ่านหน้าผากของนางเท่านั้น
อาเป้ยเป็หญิงช่างสงสัย นางมักมองไปรอบ ๆ กาย เพ่งสายตาจับจ้องทุกสิ่งอย่างด้วยความใคร่รู้ว่ามันคืออะไร นางมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นยังแสนจะซุกซน แตกต่างจากเหล่าเทพบน์
เมื่อวานนี้นางคงคิดถึงมารดาเป็อย่างมากจึงไม่ค่อยสนใจสิ่งใด นางสวมอาภรณ์สีขาว นั่งเหงาหงอยอยู่ในป่าไผ่ด้านหลังเรือนไม้ซึ่งเนรมิตเสก์อย่างสวยงามด้วยเวท์ นางพิงแผ่นหลังไว้กับพรรณพฤกษาสูงตระหง่าน ติดกับท้องนทีสีมรกต ท่ามกลางเวหาแสนสงบร่มเย็น สายลมอ่อนลูบผ่านใบหน้าของนางในยามซื่อ จนล่วงเลยเวลาไปมาก นางจึงไปเดินเล่นรอบ ๆ สวน ะโขึ้นเด็ดผลของต้นส้ม นำผลไม้ใส่ตะกร้าสานไปนั่งหลับอยู่ใต้ต้นสน
วันนี้นางได้รับอนุญาตให้เข้าไปนั่งอ่านหนังสือในห้องหนังสือห้องใหญ่ในเรือนเทพอู่เฉิน เครื่องเรือนทุกอย่างเป็สีนิลสนิทแม้แต่ตู้หนังสือ ตั่งนั่งก็มี เก้าอี้ในเรือนท่านก็มี เฉกเช่นเดียวกับบนโลกมนุษย์ทุกสิ่งอย่าง คล้ายกับว่าจะเป็จวนท่านเ้าเมืองผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งใหญ่
อาเป้ยสำรวจไปรอบห้องหนังสือแล้วจึงนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมตำราเก่าแก่เล่มหนึ่ง เมื่อเทพอู่เฉินนั่งลงในฝั่งตรงกันข้าม นางกลับมาพูดจามากความขึ้น
"ข้าไม่คิดว่าบนเทวโลกจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกาลเวลา ที่แห่งนี้มีกลางวันกลางคืน หมู่มวลบุปผาก็ล้วนงดงามยิ่งนัก พวกมันผลิดอกออกผลโดยไม่ต้องรดน้ำพรวนดิน"
"มีอยู่ดังที่เ้าเห็น แต่ทุกกาลนั้นไม่แน่นอน ทุกสิ่งรอบกายล้วนสมบูรณ์ ส่งผลต่อโลกมนุษย์ทุกแห่งหนในทิศอุดรด้วยเช่นกัน"
"ข้ากำลังสงสัยเื่บุตรชายของใต้เท้าจีกง"
ไม่ขาดคำดี ั์ตาสีแดงก่ำของบุรุษเทพในฝั่งตรงกันข้ามฉายแววเกรี้ยวกราด เทพอู่เฉินประกาศกร้าวกับนางว่าไม่อนุญาตให้เดินหมากเซี่ยงฉีกับผู้ใดอีก นางยังต้องอยู่แต่ในเรือนนี้เท่านั้น
"เทพอู่เฉินจะโกรธกริ้วข้าไปไย ข้าเพียงอ่านตำราเก่าแก่โบราณมาเื่เหล่าเทพไม่เสพเมถุน หากไม่บำเพ็ญเพียรเพื่อสำเร็จเป็เซียนผู้แก่กล้าวิชาเวท จะหาเื่บันเทิงใจทั่วไปทำอย่างเช่นวาดรูปด้วยพู่กัน บรรเลงเพลงพิณไพเราะ ราวเสียงของวิหคประสานเสียง..."
"เ้าบอกว่าเป็ข้ารับใช้ เหตุใดจึงได้ฝึกวิชาและอ่านตำรา"
"อาจารย์ฮุ่ยิให้คำอนุญาตข้า วันไหนข้าได้เข้าไปทำความสะอาดห้องหนังสือ ท่านจะให้เวลาข้าทำปัดกวาดเช็ดถูหลายวันหลายคืนทีเดียว ส่วนเื่ฝึกวิชา ในยามราตรีของข้าไม่ค่อยได้นอนหลับเต็มตานัก ยังมี... ่ที่ข้า เอ่อ..." นางเงียบไป ด้วยท่าทีเก้อเขินเมื่อพูดถึงเื่ของสตรี
"มีระดู ข้ามักใช้ข้ออ้างว่าข้าไปเยี่ยมเยียนท่านแม่และญาติ ๆ ของข้า ขอให้เป็วันพักผ่อนของข้าบ้าง จะมีชาวบ้านมาทำหน้าที่แทนข้า แต่บนเทวโลกนี่... ข้าไม่มีระดู ข้าจึงเกิดความสงสัยว่าใต้เท้าจีกงมีบุตรได้อย่างไร"
"หากเ้าหมายถึงเื่นั้น ข้าเคยได้ยินมาว่าใต้เท้าจีกงลงไปเผชิญด่านเคราะห์บนโลกมนุษย์กับภริยาของท่าน" อู่เฉินตอบนาง แต่ขมวดคิ้วเข้าหากัน
"นั่นก็... เมื่อสองพันปีที่แล้ว"
"ท่านมีความคิดเช่นข้าหรือไม่... ใต้เท้าจีกงอาจหนีลงไปเที่ยวบนโลกมนุษย์"
เหล่าเทพต่างไม่มีคาดคิดเื่นี้มาก่อน การที่สองเทพแห่งสายน้ำถือกำเนิดมาตอนไหน คงเป็การเสียมารยาทหากไปพูดถามใต้เท้าจีกง
"หาได้มีใครรู้เื่นี้ไม่ แถมเื่มันก็นานมากจนลืมเลือนกันไป เทพเซียนยังไม่มีผู้ใดได้เป็ผู้เยาว์นาน เพียงไม่กี่วันก็กลายเป็บุรุษเทพแล้ว ตัวข้าเองไม่เคยจะได้พบเห็นเทพเซียนเด็กมานานนับหลายพันปี"
ใครเล่าจะมานั่งจดจำเื่เล็กน้อย พวกช่างสงสัยก็มีแค่นางนี่แหละ ทำไมถึงได้ชอบจุ้นจ้านเื่คนอื่นไปทั่ว นิสัยเหมือนตาเฒ่าฮุ่ยิไม่มีผิด
เทพอู่เฉินขมวดคิ้วเข้มหนามองนางอย่างจับผิด หาได้รู้ว่านางมีจุดประสงค์บางอย่างหากว่านางไม่พูดขึ้นมา
"เทพอู่เฉิน... หากท่านมีธุระบนโลกมนุษย์ จะพาข้าไปพบท่านแม่บ้างได้หรือไม่?"
"อ้อ... ที่แท้เ้าก็แอบแฝงแผนการชั่วร้ายของเ้า อาเป้ย เ้าเป็สตรีผู้แสนร้ายกาจนัก เอาเป็ว่าข้าจะลองพิจารณาดูจากพฤติกรรมว่านอนสอนง่ายของเ้า ข้าค่อยเก็บคำขอของเ้าไปตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง"
เทพอู่เฉินให้ความหวังนาง พลันตัดทุกสิ่งให้ขาดสะบั้นลงตรงนั้น
"แต่โดยธรรมเนียมแล้วเหล่าเทพเซียนบนเทวโลกไม่ติดต่อกับมนุษย์"
"แต่ข้าได้ยินมาว่ามีผู้คนบนโลกเคยไปขอพรกับเทพ ได้สำเร็จดังใจหลายข้อ เหล่าเทพต่างสนับสนุนผู้มีศีล มนุษย์บางคนสามารถติดต่อกับเทพได้ มีตำนานเล่าขานว่าเทพเซียนบน์แอบหนีไปอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์เมื่อพบรักกับหญิงสาวผู้หนึ่ง บนโลกมนุษย์ยามนี้ก็มีเทพเซียนจากเทวโลกปะปนอยู่เช่นกัน หากไม่นับรวมยามที่พวกท่านลงไปเผชิญด่านเคราะห์ พวกเราเคารพนับถือพวกท่าน..."
"เ้าไม่ควรเป็สตรีที่รู้มากเกินไป"
คราวนี้เทพอู่เฉินดุนางด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น อาเป้ยก้มหน้าลงมองหนังสือบนโต๊ะไม้สลักมุก นางเปิดมันทิ้งเอาไว้ไม่ได้อ่านเสียที นางยอมอ่อนข้อลง แต่ไม่ยอมละความพยายามเื่มารดา
"ข้าไม่อยากแทรกแซงกฎ์ กฎแห่งกรรมยังต้องเป็ไปตามธรรมดา ท่านแม่ของเ้าอาจพรากสามีของผู้อื่นมาด้วยงานไม่สุจริตนัก แม้ทำไปโดยไม่ได้มีเจตนา แต่เพื่อทำงานเลี้ยงชีพ นับเป็วิบากกรรมอยู่ดี นางจำต้องถูกพรากจากสิ่งที่ตนรักและหวงแหนเป็ที่สุด ท่านแม่ของข้าก็เช่นกัน ด้วยสองมือของข้ายังไม่สามารถช่วยเหลือนางได้ ข้าไม่สามารถเข้าพรรคพวกกับปีศาจ"