ข้าเป็นคุณนายหรือพ่อบ้านกันแน่

    บทที่ 31 กริชปลิดวิญญาณ 4

          คำเตือน

            ตอนนี้มีฉากต่อสู้หวาดเสียว

            .................





             

         บทที่ 31

            กริชปลิดวิญญาณ4

             

             

             

            ข้างคฤหาสน์จ้าวด้านหนึ่งเป็นเขตหวงห้ามให้เฉพาะผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้เมื่อเข้ามาแล้วจะพบบันไดหินหลายสิบขั้นเดินวนขึ้นไปจนเจอกับประตูบานผลักสองบานสีแดงเข้ม

            บนประตูไม้นั้นสลักอักษรไม่กี่ตัวใจความว่า ‘จ้าวบรรพชน’ เหรินซวงอิ๋นเคยมาห้องนี้แล้วครั้งหนึ่งตอนพิธีรับสะใภ้เข้าตระกูล แค่มาคำนับเท่านั้นไม่ได้รั้งอยู่นาน

            ห้องบรรพชนเป็นห้องเดี่ยวแยกออกจากตัวคฤหาสน์ดังนั้นไม่มีห้องไหนที่อยู่ด้านบนเหนือขึ้นไปอีกแล้ว เช่นเดียวกันใต้ห้องนี้ ก็ไม่มีการสร้างห้องใดไว้ใช้งานเป็นเพียงเสาปูนขนาดใหญ่สี่เสา และไม้เลื้อยใบสีแดงอายุนับร้อยปีพักพิงอยู่

            ห้องขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ถูกแบ่งเป็นสองด้าน ด้านขวาเป็นชั้นวางป้ายวิญญาณ ชั้นแรกคืออดีตประมุข ปัจจุบันมีสามป้ายชั้นสองคืออดีตคุณนายผู้เฒ่า ปัจจุบันมีห้าป้าย เนื่องจากประมุขรุ่นก่อนบางท่านก็แต่งตั้งคุณนายจ้าวของตนมากกว่าหนึ่งหนเหตุผลเพราะหย่าหรือคุณนายเสียชีวิตไปก่อน ชั้นสามคือเหล่าลูกหลานสายตรงของประมุขแต่ละท่าน

            ป้ายไม้คุณภาพดีสีดำสลักกรอบไว้อย่างสวยงาม มีฐานเป็นไม้เนื้อเดียวกัน บนป้ายมีชื่อและตำแหน่งสลักเลียนแบบวิธีการเขียนพู่กัน ตัวอักษรสีแดงนั้นราวกับมีวิญญาณอยู่ในป้ายจริง

            คุณย่าเล่าว่าป้ายประมุขและคุณนายผู้เฒ่าทั้งสามรุ่นเป็นของตกทอดมาอีกที ตั้งแต่ที่ตระกูลจ้าวยังไม่ยิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้ส่วนป้ายลูกหลานคนอื่นทำขึ้นมาภายหลัง เป็นการระลึกถึงและเพื่อไม่ให้ดวงวิญญาณของคนในตระกูล ต้องเร่ร่อนไร้ที่สถิต

            การบูชาป้ายวิญญาณเช่นนี้ไม่ได้มีทั่วไปบางตระกูลเคร่งครัดบางตระกูลก็ไม่ เช่นบ้านเหรินก็ไม่มี เพราะเชื่อว่าเกิดจากไหนตายก็คืนสู่ที่นั่นการบูชาทุกเมื่อเชื่อวัน ขอพรทุกค่ำเช้า เป็นการเหนี่ยวรั้งดวงวิญญาณเมื่อสิ้นอายุขัยก็แปลว่าหมดหน้าที่ต่อโลกใบนี้แล้ว

            หากจะต้องอยู่เพื่อคุ้มครองลูกหลานต่อนับว่าใช้งานบรรพบุรุษเกินไป ไม่เป็นธรรมกับคนตาย

            กลับกันตระกูลจ้าวคิดว่าที่ทำอยู่เป็นการแสดงถึงความกตัญญูไม่ลืมรากเหง้าพวกเขาไม่ได้หวังพึ่งพาพรจากบรรพบุรุษในการอยู่รอด การมีอยู่ของป้ายเหล่านี้ ก็เป็นเพียงที่พึ่งทางใจเท่านั้น

            เหรินซวงอิ๋นไม่คิดจะออกความเห็นใครทำแบบไหนแล้วสบายใจก็ทำไปเถิด ส่วนเขานั้นยังไงก็ได้

            ตรงกลางของห้องคือผนังที่ทำจากแก้วใสด้านในกรุด้วยไข่มุกสีดำหลายขนาด แสดงฐานะทางการเงินของตระกูลได้เป็นอย่างดีพูดถึงเรื่องไข่มุกสีดำแล้วก็อดนึกถึงคนหนึ่งไม่ได้ ถ้าท่านเติ้งมาเห็นเข้าคาดว่าคงอับอาย ไม่กล้าใช้ไข่มุกมาเป็นของที่ระลึกให้กับใครอีกเลย

            มาที่ด้านซ้ายบ้างทั้งห้องปูพรมสีเทาเข้ม รอบห้องเป็นเก้าอี้ไม้ ตรงกลางเป็นเก้าอี้ที่ใหญ่ที่สุด ตำแหน่งประมุขเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์นั่งด้านหลังมีฉากที่เหรินซวงอิ๋นวาดเองกับมือเป็นภาพมัจฉามังกรตัวใหญ่กำลังแหวกว่ายใต้มหาสมุทรเพิ่มบารมีให้กับผู้ที่นั่งเก้าอี้ประมุขตัวนี้

            ผลงานชิ้นนี้คลายความสงสัยในตัวคุณนายเล็กว่าของขวัญวันพบหน้าในครั้งนั้นเขาวาดเอง ไม่ได้จ้างให้ใครทำให้แต่อย่างใด

            ก่อนหน้าจะมีการใช้งานห้องนี้อินฝูให้ลูกน้องของเธอเตรียมเก้าอี้เพิ่มตามจำนวนคน เบาะรองนั่งไม่ลืมโต๊ะเล็กข้างเก้าอี้แต่ละตัวเพื่อวางของว่าง

            มุมห้องมีเตาขนาดเล็กไว้ใส่กำยานหน้าต่างถูกเปิดไว้แค่บานเล็กสี่ห้าบานด้านบน จึงไม่ค่อยอึดอัดเท่าไหร่ ทุกอย่างให้บรรยากาศสูงส่งและเคร่งครัดไม่น้อย

            การเตรียมสถานที่โดยคนรับใช้ชุดสีเทาอ่อนเสร็จสิ้นต่อไปเป็นหน้าที่ของคนรับใช้ชุดสีแดงเลือดนก หยาหยาเป็นหัวหน้าฝ่ายต้อนรับคอยเดินตามและรับคำสั่งจากคุณนายเล็กแค่เหรินซวงอิ๋นพยักหน้าเธอก็ต้องรู้ว่าควรทำอะไร

            “นานแล้วที่ห้องนี้ไม่มีการใช้งาน...เฮ้อ”

            จ้าวมิ่งป๋ายพูดไม่จบก็ถอนหายใจ

            คดีหนึ่งที่ไม่อยากไต่สวนคือคดีพี่น้องขัดแย้งกันเองทำร้ายกันเอง และห้องจ้าวบรรพชนนี้ คือสถานที่ไว้ใช้ตัดสินยามที่คนในตระกูลสายหลักมีเรื่องกันไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่ขัดแย้งทั่วไปจนถึงฆ่ากันตายก็จะใช้ห้องนี้

            คนในตระกูลทำผิดต่อกันประมุขเป็นผู้ตัดสินโทษ ไม่ต้องให้ถึงมือทางการ ยังไงก็เป็นสายเลือดจ้าวต่อให้ฆ่าใครตายก็ต้องไม่ถูกลงโทษโดยคนอื่น

            นี่ไม่ได้คิดมาเพื่อให้คนทำผิดหลบหนีโทษแต่เป็นการปกป้องชื่อเสียงของตระกูลไม่ให้แปดเปื้อนซึ่งบทลงโทษของตระกูลอาจจะเด็ดขาด และน่ากลัวกว่าของทางการก็ได้แถมไม่มีหนทางให้หลบหนีได้เลย โทษสูงสุดคือให้ตกตายตามกันพอนักโทษของตระกูลตายก็แจ้งทางการว่าตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ หรือแจ้งเป็นบุคคลสาบสูญ

            เช่นคุณชายใหญ่และคุณชายรองของตระกูลเข่อ ที่อยู่ ๆ ก็ไปทำงานต่างประเทศแล้วหายตัวไปเรื่องจริงเป็นยังไงคนในตระกูลเท่านั้นที่บอกได้

            ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็มีทั้งนั้นพวกที่อยู่เหนือกฎหมาย หรือตระกูลใหญ่ที่มีกฎบ้านเป็นของตัวเอง

            จ้าวมิ่งป๋ายนั่งบนเก้าอี้ประมุขซ้ายมือของเขาคือเมีย ลูกสะใภ้ แม่ และถัดไปอีกคือลูกคนเล็ก ขวามือคือพ่อ ลูกคนโตและลูกคนรอง แขกอย่างอูลาเซ่อเหยียนไม่ได้เข้าร่วมด้วย วันนี้เขามีธุระไปที่อื่นโจเป็นคนติดตามไปด้วย จ้าวจิงถิงให้พาไปค้างที่คอนโดเทลก่อน จะได้ทำธุระส่วนตัวสะดวกขึ้น

            คุณชายรองยังแอบมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาไม่สำรวมอยู่เลยคนที่เห็นชัดที่สุดคือคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

            คุณย่าอดใจไม่ไหวแทบจะลุกมาด่าโชคดีจ้าวจูหลั่นรู้ตัวหยุดพฤติกรรมน่ารังเกียจนั้นเสียก่อนส่วนจ้าวจ๋ายอิงไม่เอ่ยปากก็รู้ว่ากำลังเครียด เรื่องในบ้านวันนี้ต้นเหตุมาจากเขาถึงเขาไม่ได้เริ่ม แต่ก็เป็นชนวนให้พี่ใหญ่พี่รองต้องมาถกเถียงกัน

            ถึงขั้นพ่อต้องเรียกคุยเรื่องนี้ในจ้าวบรรพชนเลยนะความหมายของคุณชายเล็กก็คือ เรื่องนี้มันใหญ่มาก

            “ในเมื่อทุกคนมาครบแล้ว ก็จะเริ่มเลยแล้วกัน” ประมุขจ้าวเริ่มด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องเป็นคนเริ่มก่อน

             “จูหลั่นเรื่องกริชอะไรนั่นมันยังไงกันแน่”

            จ้าวจูหลั่นยืนยันอีกครั้งเสียงหนักแน่น“ผมจับตัวคนลงมือไว้ได้แล้ว และมันก็...” คุณชายรองเหลือบตาไปมองพี่ชายไม่ได้พูดต่อ ผู้เป็นพ่อเร่งให้เล่า

            “มันบอกว่าใครจ้าง”

            “พี่ใหญ่ครับ”

            “เหลวไหล!!” เสียงผู้ใหญ่ในบ้านประสานกันขณะที่เหรินซวงอิ๋นจ้องจ้าวจูหลั่น รอดูว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก

            ผู้เสียงหายจ๋ายอิงมองพี่ชายต่างแม่แล้วก็อึ้งวันนั้นพี่ใหญ่ก็มาหลังพี่สะใภ้ช่วยเขาไว้แล้ว หรือเขาจะอยู่แถวนั้นอยู่ก่อนแล้วที่สงสัยมากคือ ทำไมต้องลงมือกับตนด้วย ตำแหน่งประมุขอะไรก็ไม่ได้อยากเป็นเลยนะ

            ผู้ถูกกล่าวหาไม่แก้ตัวแต่ก็ไม่ยอมรับ เรื่องมาถึงผู้ใหญ่อะไรจะสำคัญไปกว่าหลักฐาน เขาต้องรอดูท่าทีน้องรองก่อนว่าจะมาไม้ไหน

            “หลานมีหลักฐานเหรอจูหลั่น” จ้าวหลันหรูจ้องหลานชายคนรองตาแข็งเรื่องนี้ถ้าเป็นฝีมือของจิงถิงเธอยังพอรับได้มากกว่าจูหลั่นทำเองแล้วใส่ความพี่ชายสะใภ้ที่เธอรักมีหลานชายให้แค่สองคน แต่กลับหันมีดมาใส่กันเองเรื่องนี้มันเศร้าเกินกว่าจะยอมรับ

            คุณชายรองมองสีหน้าย่าแล้วก็ตัดพ้อ“ยังคงไม่มีใครไว้ใจผมเหมือนเคย งั้นก็..เอาตัวเข้ามา” ประโยคหลังหันไปบอกอาฮก หัวหน้าบอดี้การ์ดประจำบ้านจ้าวการไต่สวนครั้งนี้บอดี้การ์ดคนสนิทของใครก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม

            เชี่ยหร่านที่นั่งรอด้านนอกถูกนำทางเข้ามาเขามองซ้ายมองขวาไม่หยุด กลิ่นกำยานกับบรรยากาศเช่นนี้อาจจะไม่น่ากลัวเท่าตอนกวางปีศาจเรียกประชุม แต่ว่ากลับทำให้เขาหายใจไม่ออกยิ่งกว่า

            เจ้านายตระกูลจ้าวแต่ละคนนอกจากคุณชายเล็กกับคุณนายแล้วคนอื่นล้วนมีกลิ่นอายอันตรายที่แตกต่างกันไป

            โดยเฉพาะคนที่เขาสบตาอยู่ได้ไม่นานก็แพ้คือใครกันนะ เหตุใดสายตาเจาะลึกถึงก้นบึ้งความคิดมันช่างคุ้นนัก

            “แกเป็นใคร” จ้าวเถียนอ้ายถาม อาฮกที่คุมอยู่ด้านหลังต้องถามซ้ำด้วยถ้อยคำที่แรงขึ้น

            “ตอบนายผู้เฒ่าไปสิวะ”

            “แค่ยอดฝีมือรับจ้างไม่มีชื่อเสียงอะไร”

            วิกตอเรียเบะปาก“โจรชัด ๆ ยังจะกล้ายกหางตัวเองเป็นยอดฝีมือ”

            จ้าวหลันหรูรีบแทรกด้วยคำถามชี้นำ“เล่าไปว่าใครจ้างให้แกทำอะไรบ้าง”

            เชี่ยหร่านตอบ“คุณชายใหญ่เป็นคนจ้าง” แต่ช่วงที่หันไปสบตากันนั้นจ้าวจิงถิงก็พูดเสียงดัง

            “เป็นแก พ่อไอ้นี่แหละที่มันเอาตะขาบมาใส่มือผมตอนอยู่ที่งานประชุม”

            เชี่ยหร่านตกใจเพราะคนที่ลงมือวันนั้นไม่ใช่ตน แต่เป็นลูกน้องอีกคน จำไม่ได้เหมือนกันว่าหน้าตาคล้ายตนหรือไม่

            เสียงคุณชายรองกลับดังขึ้นก่อนที่เชี่ยหร่านจะได้แก้ตัว“แกกล้าหลอกใช้ฉัน กล่าวหาพี่ใหญ่งั้นเหรอ บอกมาใครกันแน่ให้แกทำเรื่องนี้ทั้งทำร้ายคุณชายใหญ่และคุณชายเล็กตระกูลจ้าว พวกแกไม่อยากตายดีสินะ”

            “ไม่ใช่ คุณชายใหญ่จำผิดคนแล้ว ผมไม่เคยทำร้ายคุณสักหน่อยส่วนคุณชายเล็กก็เป็นคุณเองที่จะใช้เขาเป็นเครื่องมือใส่ร้ายคุณชายรอง”

            จ้าวจูหลั่นบอกแค่ให้เขายอมรับว่าทำเรื่องกริชโดยที่มีคุณชายใหญ่จ้าง แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่งานประชุมเชี่ยหร่านตงิดใจทำไมรู้สึกเหมือนสองพี่น้องจ้าวไม่ได้จ้องจะเอาชนะกันเลยแต่กลับจะรุมสกัมตนมากกว่า

            “เรื่องกริชเรื่องเล็ก แต่เรื่องที่กล้าจะฆ่าคุณชายใหญ่จ้าวแกรู้ใช่ไหมว่าตายกี่รอบก็ชดเชยไม่ได้” เสียงทรงอำนาจที่ดังขึ้นคือประมุขใหญ่ของตระกูลจ้าว

            “พูดความจริงมา”

            เชี่ยหร่านได้ยินดังนั้นก็เพิ่งเข้าใจเขาติดกับแล้ว คนแรกที่ต้องมองให้เต็มตาคือคุณชายรอง เขาใช้สายตาถาม ไหนว่าให้ใส่ร้ายพี่ชายก็พอไงนี่มึงสองพี่น้องรวมหัวกันหลอกกูเหรอ

            คุณชายรองรีบปัดสวะให้พ้นตัว“มองฉันแบบนี้หมายความว่าไง บอกเลยนะฉันแค่คนพามา อย่าคิดว่าจะเข้าข้างแกโดยเฉพาะคนที่คิดจะทำร้ายทั้งพี่ชายและน้องชายของฉัน”

            เชี่ยหร่านหัวเราะ“บอกว่าตัวเองเป็นตระกูลใหญ่ แต่ตั้งศาลกันเองในบ้าน ถุย!!มันก็ไม่ต่างจากโจรอย่างกูนั่นแหละ” ท่าทีแข็งกร้าวราวกับเป็นคนละคนกับช่วงแรก

            จ้าวจ๋ายอิงมองคนนั้นทีคนนี้ทีจนเวียนหัว ปัญญาของเขามีจำกัด และมันถูกใช้ในตอนนี้จนใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว

             

            “ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ผมฟังที ว่าตกลงมันเรื่องอะไรแน่”

            ตอนแรกก็สืบสวนเรื่องที่เขาถูกใครไม่รู้จ้องทำร้ายแต่กลายเป็นเรื่องพี่ใหญ่ถูกลอบฆ่าไปได้ยังไง

            คุณนายผู้เฒ่าหันมาสั่ง“จ๋ายอิงอย่าเพิ่งพูด”

            คุณชายเล็กฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไรอีก นับว่ายอมเงียบตามที่ย่าสั่ง

            เหรินซวงอิ๋นเห็นใจคุณชายเล็กอยู่บ้างจ้าวจ๋ายอิงคงรู้สึกตัวเองไม่สำคัญ แต่มันจำเป็นต้องทำจริง ๆ เรื่องในตอนนี้เขากับคุณชายรองจะว่าเตี๊ยมกันก็ได้

            แรกเริ่มเขายื่นบันไดอย่างเชี่ยหร่านให้คุณชายรองเดินลงมาจากความผิดที่คิดจะทำทว่าจ้าวจูหลั่นกลับคิดใช้เชี่ยหร่านเพื่อทำการใหญ่ต่อไป แน่วแน่จะใส่ร้ายพี่ชายให้ได้พอเกมพลิกจ้าวจิงถิงดันจำหน้าเชี่ยหร่านได้ว่าทำร้ายตนในงานเลี้ยงจ้าวจูหลั่นก็รีบเปลี่ยนข้างว่าเป็นคนที่ถูกเชี่ยหร่านหลอกมาเหมือนกัน

            น้องสามีความสามารถเช่นนี้ไม่เบาจริงๆสมแล้วที่เป็นพี่น้องกิ้งก่า

            แต่ยังไงทักษะการเปลี่ยนสีก็ยังอ่อนด้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อบ้านใหญ่เหริน

            “เอามันไปถามความจริงมาให้ได้ ว่าใครจ้างมาทำร้ายคุณชายใหญ่” ประมุขเสียงสั่งดัง ก่อนที่เชี่ยหร่านจะสติแตกแผลงฤทธิ์อะไรอีก

            คนร้ายสะดุ้งเฮือกหันขวับไปมองด้านหลัง ใช้ความว่องไวแตะปืนในมืออาฮกตกลงพื้น มือที่ถูกเหรินซวงอิ๋นปามีดใส่ครั้งก่อนแผลหายดีแล้วตอนนี้กลับมาใช้งานได้เกือบปรกติ ไม่มีผลต่อการต่อสู้

            เดิมจะพุ่งไปหาคุณนายเพราะเป็นผู้หญิงและไม่ได้แก่เกินไป หัวใจคงไม่วายง่ายนัก แต่เหรินซวงอิ๋นกลับดึงแม่สามีหลบเหมือนอ่านใจออก

            ในมือเชี่ยหร่านจึงคว้าได้คุณนายเล็กแทน

            “ซวงอิ๋น!! /พี่สะใภ้” ทุกคนต่างตกใจยกเว้นคุณชายใหญ่ผู้เป็นสามี และคุณชายรอง

            จ้าวจิงถิงอยากเห็นว่าภรรยามีฝีมืออย่างที่เขาคิดไว้ไหมถ้ามีต้องเป็นพยัคฆ์เร้นกายอย่างไม่ต้องสงสัย

            ส่วนจ้าวจูหลั่นถ้าพี่สะใภ้คนนี้เป็นอะไรไป เขาก็ไม่ต้องคอยกังวลอีก แค่มีพี่ชายจัดการยากคนเดียวก็แย่แล้วยังมีคนนี้โผล่มาอีก เขาต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า

            “ถ้าทำอะไรคุณนายเล็กจ้าว แกคิดว่าจะรอดออกไปได้รึไง”

            คนที่พูดคือคุณชายรองทุกคนมองเขาว่าพูดเช่นนี้มีจุดประสงค์ใดกันแน่ จ้าวจ๋ายอิงยิ่งแล้วใหญ่เขามองพี่ชายร่วมมารดาเหมือนคนไม่เคยรู้จัก

            “ถอยไปให้หมด ไม่งั้นสะใภ้ใหญ่ของพวกแกได้มีชื่อบนป้ายนั่นแน่”

            เชี่ยหร่านถึงเป็นโจรก็รู้จักป้ายวิญญาณเรื่องนี้ทำให้เหรินซวงอิ๋นแปลกใจ หมอนี่รู้หนังสือและมีความรู้ระดับหนึ่งเลยแปลว่าก่อนมาทำงานนี้ อาจจะเคยอยู่ในตระกูลที่ไม่ได้เล็กนักไม่ก็ยังเป็นคนของตระกูลใหญ่ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ที่อยากกำจัดตระกูลจ้าว

            สมัยนี้เรื่องการบูชาป้ายวิญญาณอย่างที่บอกไปไม่ใช่เรื่องที่นิยมทำกัน ยิ่งคนบนเกาะเจียวเมิ่งแล้วเรื่องนี้นับว่าไกลตัวมาก หากเกิดและโตบนเกาะโจร วัน ๆ ตามแต่หัวหน้าโจรจะรู้เรื่องพวกนี้เหรอ เห็นทีต้องไปถามเลี่ยงหวงดู

            ยังไงก็ตามต้องลองเสี่ยงหน่อย “ผมรู้นะ คนที่จ้างคุณมาคือใคร”

            “หุบปาก” มือใหญ่ของมันจับแขนเล็กเหมือนจะหักได้ด้วยมือเดียวไว้แน่น“มึงไม่รู้หรอก อย่าพูดมาก”

            เหรินซวงอิ๋นจะสะบัดมือออกนั้นง่ายมากแต่ว่ามีบ้านจ้าวมองเขาอยู่ทั้งบ้าน ย่อมเผยฝีมือไม่ได้ เลยต้องแหกปากให้สมจริง “โอ๊ย!!”

            เริ่มไม่ได้การคุณชายใหญ่สั่งให้บอดี้การ์ดถอยก่อน ในห้องนี้ยังไงก็มีป้ายบรรพชน ลงมือรุนแรงจะไม่เหมาะ

            “คุณย่า นี่พี่ใหญ่จะให้มันจับพี่สะใภ้ไปงั้นเหรอ” จ้าวจ๋ายอิงถามย่าเพราะอยากให้เธอออกหน้าสั่งคนให้สกัดไว้

            เหรินซวงอิ๋นบอกทุกคนอย่างกล้าหาญ“อาฮกจับมันไว้ไม่ต้องสนใจผม” บอดี้การ์ดตัวสูงใหญ่ละล้าละลังทางประมุขก็ไม่มีคำสั่ง แต่คุณนายเล็กบอกมาแบบนั้น จะฟังใครดี

            “อย่าเข้ามาไม่งั้นกูจะหักแขนมัน” เชี่ยหร่านบิดแขนเหรินซวงอิ๋นแล้วดึงเสียงดังกึก

            แขนที่ดูอ่อนแอกลับไม่ได้หักอย่างที่มันตั้งใจแต่เป็นไหล่ที่หลุดเท่านั้น นั่นเพราะเจ้าตัวระวังไว้ก่อน แต่คนอื่นไม่รู้คิดว่าแขนข้างนั้นหักแล้วเรียบร้อย จ้าวจิงถิงเริ่มเผยสีหน้าเคร่งเครียดนายหญิงจ้าวสองคนแทบร้องกรี๊ดด้วยเป็นห่วงสะใภ้

            “โอ๊ย!!” คุณนายเล็กอย่างเขาอ่อนแอมากโดนหักแขนจะทนรับความเจ็บปวดได้ยังไง เหรินซวงอิ๋นแสร้งหมดสติ ตัวอ่อนคอพับ

            “ซวงอิ๋น!! /พี่สะใภ้” ทุกคนตกใจอีกรอบคุณชายรองหมดข้อสงสัยในฝีมือเหรินซวงอิ๋นแล้ว เชี่ยหร่านก็ด้วยส่วนสามีก็เหมือนกัน ทุกคนไม่คิดว่าคนที่แค่ถูกหักแขนก็สลบ จะเป็นคนเก่งกาจอะไร

            เหรินซวงอิ๋นยิ้มอ่อนในใจแม้ไหล่จะหลุดก็ยังคุ้มอยู่

            เชี่ยหร่านรีบคว้าตัวไว้ก่อนที่หัวจะกระแทกพื้น เขาแค่จะอาศัยจับเป็นตัวประกัน หักแขนให้หนียากและทุกคนไม่กล้าเสี่ยงขวาง แต่สลบง่ายเช่นนี้

            ไม่ได้เรื่อง!!

            “ปล่อยเขาก่อน ฉันจะปล่อยแกไป” คุณชายใหญ่ต่อรองแต่วินาทีนี้เชี่ยหร่านไม่เชื่อใครทั้งนั้น

            “อย่าคิดว่าคนอย่างกูจะให้พวกมึงหลอกได้หนที่สอง จะบอกให้นะประมุขจ้าวตระกูลนี้ก็มีแต่กลิ่นคาวเลือดไม่ต่างจากรังโจร คุณชายรองคุณชายใหญ่อะไรก็แค่คนสองคนที่อยากได้อำนาจ ขนาดใช้น้องตัวเองเป็นหมากรับความเสี่ยงก็ยังจะทำ”

            “กริชนั่นไม่อยู่กับกู แต่ให้คนไปค้นที่บ้านจ้าวจูหลั่นก็จะรู้มันบอกว่าให้กูทำงานให้ ใส่ความว่าเป็นพี่ชายจ้างให้ทำ เพราะอยากฮุบกริชไว้เองแค่เอาน้องชายมาบังหน้า คนอื่นก็ไม่รู้ว่ากริชอยู่กับตระกูลจ้าวแล้วที่จริงมันนั่นแหละอยากได้ของไว้เอง ได้ทั้งใส่ร้ายพี่ชาย และได้อาวุธดี ๆส่วนน้องชายอาจอันตรายเพราะมีคนอื่นที่สนใจกริช มองเป็นเป้าบ้างก็ไม่สนใจ”

            จ้าวจ๋ายอิงเป็นคนที่อึ้งที่สุดพี่รองทำแบบนั้นจริงเหรอ

            “นี่ไงความจริงที่พวกมึงอยากฟัง เป็นไงล่ะ ยังอยากจะฟังอยู่หรือเปล่า”

            จ้าวหลันหรูตะโกนขึ้น“หยุด!! แกมีหลักฐานอะไรว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริง”

            เชี่ยหร่านยังกึ่งอุ้มกึ่งหอบตัวประกันไหนจะต้องระวังตัวจากทุกสารทิศ ดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากหมาจนตรอกตัวหนึ่งอาจจะบ้าและไล่กัดทุกคนไปทั่ว คำพูดจะเชื่อได้แค่ไหน

            “หลักฐาน? ก็บอกให้ไปค้นบ้านมันไง ไม่ๆต้องไปดูบ้านคุณชายใหญ่ ป่านนี้น้องมึงคงเอาของไปยัดไว้ที่นั่นแล้ว”

            “คุณพ่อครับผมไม่ได้ทำ จ๋ายอิงพี่ไม่ได้ทำ ทุกคนผมโดนใส่ความมันกำลังเบี่ยงเบนความสนใจ มึงนั่นแหละที่คิดจะทำร้ายพี่ใหญ่ ยุยงให้เราพี่น้องระแวงกันใครจ้างมึงมากันแน่”

            เชี่ยหร่านหัวเราะ“มึงไง ตะขาบก็ของมึง หรือว่าไม่ใช่ล่ะ”

            คราวนี้ทุกคนมองคุณชายรองด้วยสายตาคาดไม่ถึง ปนผิดหวัง เหรินซวงอิ๋นที่ได้ยินทุกอย่างก็ยังไม่ปักใจเชื่อเชี่ยหร่านเป็นคนยังไง ก็เป็นคนที่โกหกเป็นนิสัยอย่างไรเล่าตอนนั้นที่ถูกคาดคั้นยังพูดจริงบ้างไม่จริงบ้างให้เขาฟังเลย เป็นคุณชายรองงั้นเหรอไม่น่าจะใช่

            จ้าวเถียนอ้ายโกรธมาก“จูหลั่นพูดมา แกทำจริงหรือไม่”

            คุณชายรองมองทุกคนแล้วรู้สึกน้อยใจขึ้นมา“ทุกคนเชื่อคำพูดมันมากกว่าผมเหรอ เรื่องกริชผมยอมรับก็ได้”

            ไหนๆ ก็ไหน ๆ คงมีแต่ต้องสารภาพความจริงเพื่อแสดงความจริงใจ ว่าข้อหาใหญ่กว่านั้นเขาถูกใส่ร้าย

            จ้าวจูหลั่นไม่กล้ามองไปทางน้องชายเขาหันไปทางพ่อและปู่

            “ผมรู้ว่าทุกคนมองผมด้อยกว่าพี่ใหญ่ แต่ลืมกันหรือเปล่า เขาเป็นลูกเมียน้อยผมต่างหาก แม่ผมต่างหากที่เป็นคุณนายจ้าว สิทธิ์ในการสืบทอดตระกูลควรเป็นของผมกริชนั่นมันเสริมบารมีผู้ใช้ ผมแค่อยากได้ของดีสักชิ้นยังต้องวางแผนไม่ให้ใครรู้ฟังดูแล้วน่าสมเพชใช่มั้ย”

            “แต่นั่นมันน้องแกนะ ทำแบบนี้กับจ๋ายอิงได้ยังไง” ย่าโมโหจนแทบจะร้องไห้หลานคนเล็กจับมือเธอไว้

            “คุณย่าอย่าโมโหครับ ผม..”

            “จ๋ายอิงเงียบเถอะ มาถึงขั้นนี้ยังจะปกป้องพี่ชายไม่ได้ความของแกอีกเหรอฮะ!!”

            จ้าวจ๋ายอิงถูกย่าตะคอกความจริงใส่หน้าเขากัดปากแน่นนัยน์ตาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที

            “ใช่สิครับ ผมมันหลานนอกคอก ไม่ได้ทรงคุณธรรมแบบพี่ใหญ่และไม่ได้ประจบเก่งอย่างเจ้าเล็ก ผมก็แค่หลานที่ไม่มีใครมอง ตำแหน่งให้พี่ใหญ่ความรักให้น้องเล็ก แล้วผม..ผมได้อะไรบ้างแค่กริชเล่มเดียวอยากได้ก็ต้องเปลืองสมองคิดหาหนทาง ผมไม่คิดจะทำให้จ๋ายอิงเป็นอันตรายยังไงเขาก็เป็นน้องผม”

            “แปลว่าลูกไม่เห็นพี่ใหญ่เป็นพี่เลยสินะ” วิกตอเรียเสียงสั่นเสียใจเธอไม่เคยคิดร้ายกับลูกชายที่ตัวเองไม่ได้คลอดเพิ่งรู้ว่าจ้าวจูหลั่นเห็นเธอเป็นแค่เมียน้อยพ่อมาตลอด เธอก็รับไม่ได้เช่นกัน

            จ้าวจูหลั่นที่จริงไม่ได้ตั้งใจหยาบคายกับแม่เล็กเธอดีกับเขาและน้องจากใจจริงทำไมจะไม่รู้ แต่ว่าตอนนั้นมันโกรธคนโกรธพูดอะไรก็ได้ที่ให้สะใจไว้ก่อน พอมาตอนนี้เขาก็ถอยไม่ได้แล้ว

            “ใช่ผมมันอกตัญญู ไม่รู้ดีรู้ชั่ว แต่เรื่องตะขาบพิษที่ว่า ผมไม่ได้ทำจริง ๆจะลงโทษผมก็ได้ แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้ทำ”

            จ้าวจิงถิงขวางพ่อที่กำลังตรงเข้าไปหาน้องชาย“พ่อครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือจูหลั่น”

            “นี่ลูกจะปกป้องมันอีกคนเหรอ ให้พ่อเอาเลือดหัวไอ้ลูกนอกคอกนี้ออกสักที

            “คุณอย่าค่ะ ที่ลูกเป็นแบบนี้ก็เพราะคิดว่าพวกเราไม่รักฉันอาจจะผิดเองที่ให้ความรักกับลูกได้ไม่เท่ากัน”

            วิกตอเรียเสียงสั่นเครือเธอมองไปทางคุณชายรอง สายตาเต็มไปด้วยการตัดพ้อ 

            “แต่แม่ก็ยังคิดว่าลูกเป็นลูกแม่นะ แม่ไม่ดีกับลูกตรงไหนก็บอกแม่จะปรับปรุงตัวเอง”

            จ้าวหลันหรูปิดปากสะอื้นโกรธก็ส่วนโกรธ แต่เธอเองก็รู้สึกว่าตัวเองก็ผิดด้วย คิดไปแล้วเธอก็รักแต่จ๋ายอิงสนับสนุนแต่จิงถิง ส่วนหลานคนรองเธอเห็นว่าเขาเก่งแกมโกงจึงไม่ค่อยอะไรกับหลานคนนี้

            ผู้ใหญ่ในตระกูลจ้าวแต่ละคนก็มีความนัยกันคนละแบบพ่อยอมหยุดไม่คิดจะเอาเรื่องกับลูกคนรองแล้ว แต่ว่าเรื่องตะขาบหากเขาทำจริงก็ต้องรับโทษ มันไม่ใช่แค่ความอิจฉาแล้วใส่ร้ายพี่ ใส่ความน้อง มันหนักกว่านั้น ถึงกับคิดเรื่องฆ่าแกงกันใช้ไม่ได้!!

            ช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นจิตใจนั้นเชี่ยหร่านก็ระเบิดเสียงหัวเราะ

            “ที่แท้ก็ปมพ่อแม่ไม่รัก คุณชายรองนึกว่าคิดการใหญ่อะไรซะอีกแค่เด็กขาดความอบอุ่น”

            จ้าวจูหลั่นโดนว่าเช่นนี้มีหรือจะปล่อยผ่านได้ ถึงกับลืมว่ามีใครอยู่ในมือของเชี่ยหร่านเขาหันไปหยิบกาน้ำชาข้างตัวแล้วปาใส่ทันที จ้าวจิงถิงจะขว้างไว้ก็ไม่ทัน

            เหรินซวงอิ๋นที่หลับตาอยู่แต่ยังรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาเชี่ยหร่านจะเอาเขาบังหน้าเพื่อรับกาน้ำชานั้นแทนตน

            แต่ทำไม่ได้เพราะถูกจี้จุดไว้ มือไม้ขยับไม่ได้เลย กาน้ำชาร้อนโดนหัวไปเต็ม ๆดินเผาอย่างดีแข็งมาก ทำเอาหัวแตกไม่ต้องสืบ น้ำร้อนยังราดซ้ำไปบนแผลเหรินซวงอิ๋นรีบคลายจุดให้แทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงของกระแทกกับหัวคน

            เชี่ยหร่านร้องออกมาคำหนึ่งยกมือขึ้นกุมหัว ไม่ทันระวังโดนแย่งตัวประกันไปได้ คุณชายใหญ่มือหนึ่งกอดภรรยาอีกข้างฟาดหลังมือใส่เชี่ยหร่านเต็มแรง

            “ระวังนะ” เสียงแม่กับย่าตะโกนพร้อมกันด้วยหวาดเสียว

            อาฮกกับลูกน้องรีบเข้ามาช่วยจับเชี่ยหร่านเหรินซวงอิ๋นรู้สึกว่าอ่อนแอบ้างก็สบายดี เสียแต่ว่าไหล่ที่หลุดนี่ เจ็บจริง ๆ

            “ดูแลพี่สะใภ้”

            จ๋ายอิงเข้าไปประคองร่างพี่สะใภ้อย่างระวัง“ผมจะดูแลให้ พี่ใหญ่อย่าห่วง”

            ประมุขจ้าวสั่ง“รบกวนคุณแม่กับคุณ ไปดูแลซวงอิ๋นก่อน ทางนี้ผมกับคุณพ่อจัดการเอง” วิกตอเรียมองลูกชาย แต่ไม่วายห่วงลูกสะใภ้ด้วย จนจ้าวจิงถิงต้องบอกเธอ

            “แม่ไปเถอะครับ ไม่มีอะไรแล้ว”

            จ้าวจูหลั่นคิดว่าแม่เลี้ยงคงบอกให้พี่ใหญ่ดูแลตัวเองแต่ว่าเธอกลับบอก “คุยกับน้องดี ๆ นะลูก ยังไงก็พี่น้องกันนะ”

            เขาที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ความผิดตอนนี้ทำได้แค่ก้มหน้า แม้แต่เชี่ยหร่านก็ไม่มีอารมณ์ไปเอาเรื่องมันอีก

            จ้าวจ๋ายอิงอุ้มพี่สะใภ้ไปแม่กับย่าก็ตาม ผู้เป็นปู่บอกลูกชาย

            “ให้จิงถิงจัดการมันเองเถอะ ยังไงนี่ก็เรื่องของเขา ส่วนเจ้ารองค่อยว่ากัน”

            ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวสำคัญก็จริงแต่ว่าจะแก้ไขในเวลาอันสั้นนั้นยาก ที่ต้องทำตอนนี้ไม่ใช่เวลามาปรับความเข้าใจกันศัตรูยังไม่ถูกจัดการเลย

            จ้าวมิ่งป๋ายยอมฟังตามพ่อเขานั่งลงสีหน้ายังน่ากลัวเช่นเดิม

            “จิงถิงลูกจัดการกับมันได้เลย พ่อจะไม่ยุ่ง”

            กลิ่นชาจากกาที่แตกตีกับกลิ่นกำยานฟุ้งไปทั้งห้องจะว่าหอมก็หอมจะว่าเหม็นก็เหม็น จ้าวเถียนอ้ายแก่แล้วรู้สึกว่ากลิ่นมันชวนให้เวียนหัวเลยขอตัวออกไปก่อน

            “พวกแกจัดการกันเองแล้วกัน มีอะไรก็ให้คนไปตามพ่อนะ จะไปดูซวงอิ๋นหน่อย”

            “ครับพ่อ/ ครับปู่”

            จ้าวจูหลั่นเงียบเหมือนไม่มีตัวตนตอนปู่เดินผ่าน เขาก็ก้มหน้าลง ไม่ได้มองว่าปู่มีสีหน้าแบบไหนหรือมองมาที่ตนหรือไม่ คุณชายรองกำลังโดนความรู้สึกผิดเล่นงานเชี่ยหร่านก็กำลังถูกคุณชายใหญ่หักแขน

            “อ๊าก”แขนโจรร้ายถูกจับไว้และถีบใส่เหมือนกำลังหักท่อนไม้ท่อนหนึ่งสร้างความเจ็บปวดกว่าหัวที่แตกหลายสิบเท่า เชี่ยหร่านร้องสุดเสียงจ้าวจิงถิงไม่มีแววว่าจะหยุด ยังคิดจะหักอีกข้าง แต่ถูกพ่อห้ามเอาไว้

            “จิงถิง ๆ พอก่อน เดี๋ยวมันตาย”

            คุณชายใหญ่หยุดแต่ยังจับแขนข้างที่หักไม่ปล่อย ออกแรงทีก็ได้ยินเสียงโอดโอยที

            “ยอมแล้ว ยอมแล้วโว้ย”

            “อย่าลีลา เรื่องตะขาบฉันรู้ว่าใครทำ”

            จ้าวจิงถิงเอาจริงขึ้นมาแม้แต่พ่อก็ห้ามไม่อยู่กับจ้าวจูหลั่นเขารู้ว่าพี่ชายเป็นคนยังไง เขาไม่กลัวแต่ว่าตอนนี้เริ่มรู้สึกยำเกรงขึ้นมาบ้าง เพราะความใจกว้างของพี่ชาย ที่ไม่อาศัยจังหวะนี้ใส่ความเขาคืน

            “รู้แล้วมาถามทำไม”

            คุณชายใหญ่รับปืนจากอาฮกแต่ยังไม่ได้เล็ง เชี่ยหร่านมองอย่างหวาดระแวง

            ประมุขจ้าวถามลูกชาย“ลูกรู้ว่าฝีมือใครงั้นเหรอ อย่างนั้น..”

            แล้วก็มองไปทางลูกคนรองจ้าวจูหลั่นหันไปสบตาพ่อ

            “บอกแล้วไง ไม่ใช่ฝีมือผม”

            จ้าวจิงถิงบอกกับพ่อ“คนที่ทำคือกวางปีศาจ ไอ้นี่เป็นลูกน้องมัน”

            เชี่ยหร่านยังคงไม่ยอมรับ“หัวหน้าหวงต่างหากฉันเป็นคนของเลี่ยงหวง แต่คนทำคือหัวหน้าจินแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าใครจ้าง”

            ด้ามปืนในมือของคุณชายใหญ่เสยเข้าใต้คางของคนปากแข็งด้วยแรงเหลือเฟือนั้น ฟันหลายซี่หลุดออกจากปาก เชี่ยหร่านอยากร้องก็ร้องไม่ออกเลือดท่วมปากจนสำลัก ต้องถ่มออกมา สภาพหนักกว่าตอนเจอพวกพยัคฆ์เร้นกายเสียด้วยซ้ำเพราะจ้าวจิงถิงไม่ยั้งมือเลย

            “จะรู้ได้รึยัง ใครจ้างเลี่ยงจินให้ฆ่าฉัน”

            “.......”

            “บอกคุณชายไปสิ อยากตายรึไง”

            “หึ หึหึหึ” คนที่หนีไม่รอดหัวเราะเหมือนเสียสติ “ตายก็..ตายสิ แกไม่มีวันรู้หรอก ว่านายของฉันเป็นใคร”

            พูดจบเชี่ยหร่านก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดและถีบตัวออกจากการจับกุม พุ่งไปทางจ้าวจูหลั่น คุณชายรองไหวตัวทันยกเท้าขึ้นสกัดถีบโดนหน้าท้องแต่ดูเหมือนคนใกล้ตายจะมีแรงเยอะกว่าคนทั่วไป เชี่ยหร่านยังไม่หยุด จ้าวจิงถิงยิงเจาะเข้าที่น่องทั้งสองข้างคราวนี้ต่อให้เป็นยอดมนุษย์ก็ต้องหยุดแล้ว

            จ้าวจูหลั่นเพิ่งเคยถูกพี่ชายปกป้องต่อหน้าต่อตาเป็นครั้งแรกราวกับตกอยู่ในฝัน เขาไม่กลัวเชี่ยหร่านเลยสักนิดต่อให้มันเข้าถึงตัวก็คิดว่าสู้ไหว แต่ว่าพี่ชายกลับ..กล้ายิงออกมาไม่กลัวมันตายแล้วไม่รู้ความจริงหรือไง

            อย่าบอกว่าห่วงเขามากกว่าอยากรู้ว่าใครทำนะ

            “จูหลั่นไม่เป็นไรนะ”

            พ่อถามคุณชายรองถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่

            “ผม..ไม่เป็นไร” พูดจบก็ถีบยอดหน้าคนที่กล้าคิดจะทำร้ายตน

            เชี่ยหร่านหมดสภาพของจริงยังถูกถีบจนหงายหลังไปอีก ตอนนี้ร้องครวญครางเพราะความเจ็บปวดไม่หยุด

            “แน่จริง..ฆ่ากู..เลย”

            จ้าวจิงถิงคิดถึงตอนมันทำร้ายเหรินซวงอิ๋นดอกโมโหที่บานเต็มท้องของเขา ยังบานได้อีกไม่หยุดไม่หย่อนนับดูแล้วเป็นทุ่งกว้างหลายสิบไร่ ไกลสุดลูกหูลูกตา

            เขาไม่เคยโกรธใครเท่านี้มาก่อนขนาดตอนที่แม่ถูกน้องชายเรียกว่าเมียน้อยพ่อ ก็ยังโกรธไม่เท่า อาจเพราะลึก ๆเขาเข้าใจจ้าวจูหลั่นว่าคงเจ็บปวดเรื่องที่แม่ตาย แต่กับเรื่องเหรินซวงอิ๋นนั้นยังไม่ชัดเจนว่าสรุปแล้ว ทำไมต้องโกรธเชี่ยหร่านขนาดนี้

            ขนาดที่ว่าถ้าทำได้เขาก็อยากจะหักกระดูกมันอีกหลาย ๆ ท่อน

            “ผมว่านายมันไม่ใช่กวางปีศาจหรอก” คุณชายรองพูดขึ้นจ้าวจิงถิงเห็นด้วยกับน้อง

            “คงมีใครที่ใหญ่กว่าพวกนั้นแน่ แต่มันไม่ยอมพูด”

            ขณะที่พวกเขากำลังเผลอนั้นเชี่ยหร่านก็เอื้อมมือไปหยิบเศษกาได้สำเร็จ

            “คุณชายระวัง!!”

            แต่ไม่ใช่จ้าวจิงถิงที่เป็นเป้าหมายเชี่ยหร่านใช้เศษดินเผาแหลมคมปักลงที่ลำคอตัวเองเลือดไหลทะลักตาเหลือกสักพักก็สิ้นใจ

            ถึงกับยอมตายแต่ไม่ยอมบอกความจริง นี่ไม่ใช่วิถีของโจรกระจอก

             

             

            บนจ้าวบรรพชนนับว่าเรื่องราวจบลงพร้อมกับชีวิตของเชี่ยหร่าน แต่ที่ห้องพักอีกด้านกำลังวุ่นวายคุณนายผู้เฒ่าสั่งการคนสนิท “อาจูตามหมอด่วน”

            ป้าจูเห็นคุณนายเล็กของเธอถูกอุ้มออกมาก็ตกใจ“เกิดอะไรขึ้นคะ”

            “อย่าเพิ่งถามเลย รีบตามหมอก่อนเร็วครับป้าจู”

            “ดิฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

            วิกตอเรียสั่งสาวใช้“อินฝูไปหายาแก้ปวด กับยาดมกลิ่นผลไม้อันใหม่ที่ซวงอิ๋นทำไว้ให้คุณย่ามา”

            ไม่กี่ครั้งที่คุณนายจ้าวจะมือไม้คล่องแคล่วตอนนี้เธอประคองแม่สามีไปนั่งแล้วก็วิ่งวุ่นจ้าวหลันหรูเห็นลูกสะใภ้ยังพอรู้ความว่าควรทำอะไรก็วางใจได้หน่อยเหลือก็แต่หลานสะใภ้ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

            “คุณแม่ลุกมาทำไมคะ นั่งก่อน”

            “แม่ไม่เป็นอะไร จะไปดูซวงอิ๋น”

            จ้าวจ๋ายอิงต้องช่วยพูดอีกคน“พี่สะใภ้แขนอาจจะหัก ไม่ระวังอาจจะเจ็บหนักกว่าเดิมผมว่าปล่อยให้หมอมาดูดีกว่านะครับ”

            แต่คุณย่ายังไม่วางใจไม่ได้จับก็ขอมายืนดูใกล้ ๆ ก็ยังดี

            “อย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมยังไม่ฟื้นอีกล่ะ”

            “คงเจ็บหรือกลัวจนสลบไปค่ะ คุณแม่อย่าห่วงเลยค่ะ ซวงอิ๋นเป็นเด็กดีเทพสมุทรย่อมคุ้มครอง”

            หญิงชราพยักหน้าแต่ความกังวลยังไม่คลายลงแม้แต่น้อย ถ้าซวงอิ๋นเป็นอะไรไปจะเอาหน้าที่ไหนไปบอกตระกูลเหริน และเธอเองไม่ใจสลายเหรอ

            "ซวงอิ๋นล่ะ"จ้าวเถียนอ้ายมาถึง ก็ถามหาหลานสะใภ้ทันที

            "ยังไม่ฟื้นครับคุณปู่ตอนนี้ป้าจูตามหมอมาแล้ว"

            สายตานายผู้เฒ่ากังวลไม่ต่างจากทุกคน

            ไม่ถึงสิบห้านาทีหมอก็มาถึง

            พอเชี่ยหร่านตายพ่อและจ้าวจิงถิงก็ตามมา คุณชายรองก็ติดสอยห้อยตามมาด้วยเห็นหน้าน้องชายก็จะอ้าปากถาม แต่จ้าวจ๋ายอิงหันหน้าหนีไปถามพี่ใหญ่

            “พี่ใหญ่สรุปว่าใครจ้างมันมา”

            “มันฆ่าตัวตาย แต่ไม่ยอมเปิดปาก พี่สะใภ้ล่ะ เป็นยังไงบ้าง”

            “พี่หมอดูอยู่ครับ”

            หมอที่ตรวจเสร็จออกมาจากห้องในเวลานั้นพอดีทุกคนร้อนใจกันมาก แต่ก็มีคนที่ไวกว่าใคร

            “ซวงอิ๋นเป็นยังไงบ้าง”

            ย่าถามแทบจะทันทีที่เห็นหมอเดินออกมา หมอหนุ่มคุ้นเคยกับตระกูลเจ้าเป็นอย่างดี โรงพยาบาลประจำเกาะได้รับงบบริจาคจากพวกเขาปีละหลายสิบล้านเช่นนี้จะไม่ดูแลดีเหมือนคนในครอบครัวได้อย่างไร

            คฤหาสน์จ้าวจะมีห้องพยาบาลอยู่ห้องหนึ่งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นแทบทุกอย่าง หมอมาแค่ตัวก็สามารถตรวจรักษาได้เลยถ้าไม่เจ็บหนักถึงขั้นต้องพึ่งไอซียู หรือต้องผ่าตัดใหญ่ คนในตระกูลจ้าวก็ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล

            “คุณนายเล็กปลอดภัยครับ ผมให้ยาแก้ปวด คงหลับไปอีกสักสองหรือสามชั่วโมงไหล่ที่หลุดไม่อันตรายผมต่อคืนแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรถ้าตื่นแล้วมีอาการอื่นก็โทรเรียกผมได้ทุกเมื่อ”

            “ไหล่หลุด” จ้าวจิงถิงอุทาน ประมุขจ้าวถามย้ำ

            “ไม่ใช่แขนหักเหรอหมอ”

            ตอนที่เชี่ยหร่านขู่ว่าจะหักแขนลูกสะใภ้ชุลมุนมากใครต่อใครต่างไม่ทันเห็นว่ามันทำตามที่พูดจริงหรือเปล่า

            “เท่าที่ผมดูไม่หักนะครับ แค่หัวไหล่หลุด ไม่สิแค่เคลื่อนเล็กน้อยเท่านั้นอาการไม่ได้หนัก ตรงไหล่ก็ไม่มีอาการนูนหรือบวมให้เห็น”

            “งั้นก็ดีแล้ว ขอบคุณมากนะหมอ"

            "ยินดีครับคุณนายผู้เฒ่าเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้วครับ"

            "เด็กๆ ส่งคุณหมอด้วย"

            “เชิญทางนี้ค่ะคุณหมอ”

            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

            หมอตามหยาหยาไปแล้วย่าทำท่าจะเข้าไปดูหลานสะใภ้อีกรอบ แต่ถูกปู่ดึงไว้

            “ให้จิงถิงดูแลซวงอิ๋นเถอะ คุณเหนื่อยมามากแล้ว อ้อ..จูหลั่นพรุ่งนี้มาหาปู่แต่เช้าด้วย”

            จ้าวจิงถิงไม่ทันได้ยินว่าน้องชายพูดอะไรเพราะรีบพรวดพราดเข้าห้องไปดูภรรยาแล้ว ทำเอาแม่และย่าหันมามองกันโดยไม่ได้นัดหมายจ้าวจูหลั่นตอบรับปู่หลังจากนั้น

            “จ๋ายอิงจะกลับเลยไหม” เจ้าจ๋ายอิงไม่สนใจพี่รองบอกลาทุกคนแล้วก็ออกไปทันที จ้าวมิ่งป๋ายถอนหายใจ พูดกับลูกชายคนรอง

            “ให้เวลาน้องหน่อย แกเองก็มีความผิดอยู่ และเข้าใจทุกคนผิดด้วย จูหลั่นลูกโตขนาดนี้แล้ว ควรเข้าใจสิ่งที่พ่อพูด”

            “....”

            “อย่าเพิ่งกดดันลูกเลยค่ะ จูหลั่น แม่..เอ่อ..น้าขอโทษนะ”

            “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

            “ไอ้!!”

            “คุณ ไม่เอาน่า”

            “คุณดูมัน ผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิด”

            จ้าวเถียนอ้ายปราบลูกชาย“แกเป็นพ่อประสาอะไรเนี่ย เอาแต่กดดันลูก ใช้ได้ที่ไหนกัน”

            จ้าวหลันหรูทำท่าปวดหัว“อาจูพาฉันไปพักหน่อย ไม่ไหวแล้ว”

            ป้าจูรีบประคองคุณหนูของเธอออกไปจ้าวเถียนอ้ายหันมาคาดโทษลูกชายอีกรอบ

            “เห็นไหม เมียฉันเลยพลอยเครียดไปด้วย เพราะแกเลย”

            “พ่อครับ อย่าลำเอียงสิ" แต่พ่อเดินหนีไม่รอฟังให้จบ ประมุขจ้าวตะโกนไล่หลัง"พ่อ!!"

            “คุณคะ อย่าเสียงดัง ซวงอิ๋นหลับอยู่”

            “ก็ฟังพ่อพูด เหมือนผมผิดอยู่คนเดียว”

            “เอาน่า ๆ ใครจะผิดก็ช่างเถอะค่ะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้นฉันเองก็ปวดหัวแล้วเหมือนกัน พาไปพักหน่อย”

            ประมุขจ้าวยังไม่พอใจแต่เมียกระทืบเท้าใส่ “เร็วสิคะ หรือต้องให้เรียกคนใช้พาไป”

            ประมุขจ้าวจะทำอะไรได้อีกนอกจาก...

            “ไปจ่ะไป”

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นคุณนายหรือพ่อบ้านกันแน่ ที่คุณอ่าน