บทที่ 9 จริงหรือ? มีเหมืองอยู่ที่บ้าน
อ้อ เป็อย่างนั้นจริง ๆ สินะ
เนี่ยเฉินมองปฏิกริยาของคนทั้งสามแล้วอดหัวเราะในใจไม่ได้ ตัวเองเดิมพันถูกจริง ๆ
“หัวหน้าใหญ่ หากติดตามคนอื่นลอยชายไป ธุรกิจค้าขายอาวุธนี้จะทำไม่สำเร็จอย่างเด็ดขาด เพราะเพิ่งจะเริ่มทำที่นี่ ไม่นานก็คงถูกคนอื่นแย่งชิงไปเสียแล้ว
ข้ากล้าทำเช่นนี้ เพราะเห็นว่าท่านต้องมีเื้ัทางกองทัพ”
เนี่ยเฉินพูดความจริง ใครจะกล้าแตะต้องเื่ทางการทหารหากไม่มีภูมิหลังสักหน่อย เขาไปผลิตสบู่หรือแก้วไม่ดีกว่าหรือ
หากเป็่ที่บ้านเมืองสงบสุข เขาคงจะทำเช่นนั้น แต่ปัจจุบันเป็่ที่บ้านเมืองวุ่นวาย แม่ทัพแบ่งแยกดินแดน กองโจรชุกชุมไปทั่ว หากเขาสร้างสิ่งทำเงินเหล่านี้ขึ้นมา พรุ่งนี้คงถูกกวาดต้อนพาไปเป็แรงงานฟรี
เขาค้าขายอาวุธ ประการที่หนึ่งเพื่อหาเงินจำนวนมาก ประการที่สองเพื่อเสริมสร้างกองกำลังให้แก่ตัวเอง รวบรวมกำลังให้มากขึ้น ไม่ได้คิดจะตั้งตัวเป็ใหญ่ ขอเพียงไม่ให้ใครมากลั่นแกล้งได้ก็พอ
หัวหน้าใหญ่พยักหน้าและกล่าวว่า
“เ้ารอบคอบยิ่งนัก ในเื่นี้ถือว่าดี เ้าสังเกตเห็นได้อย่างไรนั้นข้าจะไม่ถาม เ้าเองก็อย่าถามว่าข้าเคยเป็แม่ทัพอยู่ที่ใด และอย่าถามว่าเหตุใดจึงมาเป็โจรที่นี่
เ้าสนใจแต่การผลิตอาวุธของตัวเองก็พอ หาก้าคนช่วยเหลืออย่างไรก็บอกกล่าวข้า ส่วนช่องทางการค้าขายข้าจะติดต่อเอง เ้าไม่ต้องกังวล
เดิมต้าจ้วงเป็องครักษ์ของข้า เขาซื่อสัตย์และภักดี เ้าสามารถสั่งให้เขาทำอะไรก็ได้ เ้าวางใจได้เลย”
"ได้ หัวหน้าใหญ่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปดูทีู่เานั่นกันตอนนี้เลยดีหรือไม่?"
เนี่ยเฉินลุกขึ้นแล้วกล่าว
"ไป ไปดูกัน"
หัวหน้าใหญ่ลุกขึ้นเดินออกไป พวกเขาจูงม้าออกมาหลายตัว เรียกพี่น้องอีกสิบกว่าคนที่มาพร้อมจอบและเสียม ทุกอย่างพร้อมแล้ว
ในค่ายโจรมีม้าไม่มากนัก มีเพียงสิบกว่าตัวเท่านั้น คนอื่น ๆ ขึ้นขี่ม้าไปแล้ว เหลือเพียงเนี่ยเฉินที่มองแผ่นหลังม้าที่โล่งเตียนอย่างครุ่นคิด
"อย่าบอกนะว่าขี่ม้าไม่เป็"
เวิงชิวฉานนั่งอยู่บนหลังม้า เหลือบตามองเนี่ยเฉินด้วยความเย้ยหยัน
ยัยแม่มดเอ๊ย! จองจับผิดกันทุกอย่าง คอยดูเถอะ สักวันจะจับกดลงกับพื้นแล้วตีก้นสั่งสอนเสียให้เข็ด
เนี่ยเฉินพลิกตัวขึ้นหลังม้า จับบังเหียน พยายามทรงตัวอย่างเต็มที่
ระหว่างทางก็ถามขึ้นว่า
“หัวหน้าใหญ่ ม้าทั่วไปมีลักษณะเช่นนี้หรือไม่”
“ไม่เป็เช่นนั้นหรอก ม้าเองก็มีข้อดีและด้อย ม้าศึกนั้นสูงใหญ่และสง่างาม เป็ม้าชั้นดี ส่วนม้าที่ใช้ลากของเรียกว่าม้าเตี้ย ตัวเล็ก แต่ขาแข็งแรง”
“ไม่ใช่เช่นนั้น หัวหน้าใหญ่ ข้าหมายถึง …อานม้าล่ะ”
เนี่ยเฉินขี่อยู่บนหลังม้าที่โล่งเตียน เขารู้สึกไม่สบายตัวนัก และยังเจ็บก้นอีก
“อานม้าคือสิ่งใด?”
หัวหน้าใหญ่แปลกใจและเอ่ยถาม
เขาตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่านี่เป็อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำเงินได้
“คือโครงไม้ที่หุ้มด้วยหนังวัว เมื่อเราขี่อยู่้าจะช่วยให้ทรงตัวได้ดี รู้สึกสบายตัว และไม่ตกม้า
นอกจากนี้ยังมีโกลน ใช้สำหรับวางเท้าขึ้นไป เมื่อขี่ม้าแล้ววางเท้าไว้บนโกลน จะไม่ตกม้าแม้ถูกเหวี่ยงอย่างไรก็ตาม
เมื่อได้จุดที่จะเหยียบยืนแล้ว เวลาขี่ม้า ไม่ว่าจะยิงธนูหรือฟันคนก็สะดวกสบาย แม้แต่ยืนขึ้นก็ยังได้”
“ไม่เคยได้ยินมาก่อน พรุ่งนี้เ้าลองทำออกมาดู”
หัวหน้าใหญ่กล่าว
“เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีทหารม้าหรือ”
“ทหารม้า? คืออะไร? กองกำลังที่ใช้ม้าในการต่อสู้ก็มี แต่มักจะใช้ม้าสองสามตัวลากรถม้าศึก คนหนึ่งควบคุมม้า อีกหลายคนอยู่บนรถม้าศึก ใช้ธนูและหอกยาวโจมตีศัตรู”
“เช่นนั้นก็ไม่สะดวกเกินไปหน่อยหรือ ในเมื่อมันวิ่งได้เร็ว
ไม่ว่าล้อของรถม้าศึกจะทับไปบนหินหรือทับซากศพก็จะพลิกคว่ำ ทำให้คนและม้าตายจนหมดสิ้น”
เนี่ยเฉินสังเกตจากเทคนิคการถลุงเหล็กของที่นี่ และการที่ยังไม่มีทหารม้าเกิดขึ้น จึงคิดว่ายุคสมัยนี้เทียบเท่ากับยุคชุนชิว*[1]และยุคจั้นกั๋ว*[2] หากเขาคิดค้นอานม้าและโกลนได้ กองทหารม้าอันยืดหยุ่นและแข็งแกร่งก็จะถือกำเนิดขึ้น
เมื่อถึงเวลานั้น หากกองทหารม้าปรากฏตัวบนสนามรบในฐานะกองทัพบก ย่อมเหนือกว่ากองทัพอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง
กล่าวได้ว่าโกลนนั้นเป็หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การาโบราณ ที่เปลี่ยนรูปแบบการทำาโดยตรง
และโกลนก็เกิดขึ้นช้ามาก กระทั่งถึงสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันตกจึงจะปรากฏขึ้น
กลุ่มคนเดินทางมาถึงยอดเขาทางทิศตะวันออกอย่างรวดเร็ว
ยอดเขานี้อยู่ไกลจากถนนหลวงมาก แทบไม่มีผู้คนมาถึง จึงแทบไม่มีใครมาที่นี่
เนี่ยเฉินมิใช่บุคลากรที่รอบรู้ทุกด้าน เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการสำรวจทางธรณีวิทยา รู้เพียงใต้ผืนดินมีแร่เหล็กและแร่ถ่านหินจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มขุดที่ใด
เื่ทำนองนี้หัวหน้าใหญ่เองก็ไม่มีประสบการณ์ แต่เขาก็มีลูกน้องเก่ง ๆ อยู่หลายคน
ขณะนี้มีโจรชราวัยสี่สิบเศษออกมายืน แล้วพูดอย่างระมัดระวังว่า
"หัวหน้าใหญ่ ข้าเคยเป็คนงานเหมืองอยู่ที่เมืองซีหลิงมาก่อน จึงรู้วิธีการขุด"
"เ้าเคยเป็คนงานเหมือง? แล้วมาอยู่ที่เมืองเวยหู่ของเราได้อย่างไร?"
"เรียนหัวหน้าใหญ่ ข้าถูกเศรษฐีท้องถิ่นบังคับซื้อที่นา ทำให้กลายเป็คนไร้ที่ดิน ไร้บ้าน ไม่มีแม้แต่อาหาร จึงพาครอบครัวเร่ร่อนไปไกลบ้าน ระหว่างทางครอบครัวของข้าอดตาย เหลือเพียงข้าที่ได้รับความเมตตาจากหัวหน้าใหญ่ จนได้กินอิ่มนอนหลับและมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้"
ชายวัยกลางคนผู้นั้นเอ่ยด้วยความระมัดระวัง
“เฮ้อ ช่างเถอะ เ้าชื่ออะไร?”
“ข้าชื่อหวังเอ้อร์หนิว”
“ได้ หวังเอ้อร์หนิว ต่อไปนี้เ้าคือผู้ดูแลเหมืองแร่ของค่ายชิงเฟิงแล้ว เหมืองแร่บนูเานี้อยู่ในความรับผิดชอบของเ้า ดูแลให้ดี พาคนไปเริ่มขุดได้”
“ผู้น้อยน้อมรับคำสั่ง”
หวังเอ้อร์หนิวยินดีเป็อย่างยิ่ง เขารีบพาคนหลายสิบขึ้นไปบนูเา ครู่ต่อมาก็หาจุดที่เหมาะสมแล้วสั่งการให้คนเริ่มลงมือขุด
ตอนที่พวกเขามาถึง เวลาก็ล่วงเลยมาถึงตอนกลางวันแล้ว กระทั่งยามเย็นจึงมีเสียงดีใจจากหลุมขนาดใหญ่
"หัวหน้าใหญ่ใหญ่ ขุดพบแล้ว พวกข้าขุดพบแร่แล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนี้ เนี่ยเฉินและคนอื่น ๆ ต่างก้มลงมอง ก่อนจะเห็นว่าหวังเอ้อร์หนิวถือหินก้อนใหญ่สีดำอมเขียว ะโโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นพลางร้องว่า
"หัวหน้าใหญ่ แร่ที่นี่บริสุทธิ์มาก ท่านดูสิ แวววาวยิ่งนัก แร่หินเช่นนี้หนึ่งจินสามารถหลอมเหล็กได้อย่างน้อยสี่เหลียง*[3] เราจะร่ำรวยแล้ว!"
"ดี หวังเอ้อร์หนิว ข้าจะบันทึกว่าเ้าทำความดีความชอบครั้งใหญ่ได้ครั้งหนึ่ง พวกเ้าขึ้นมาได้แล้ว พรุ่งนี้ให้พวกพี่น้องเอาเครื่องมือมา มาขุดแร่กันให้หมด ฮ่า ๆ ๆ"
หัวหน้าใหญ่ดีใจจนกลั้นไม่อยู่ เขาหันไปมองเนี่ยเฉิน ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกรู้สึกถูกชะตา
ในเวลาสั้น ๆ เพียงสองสามวัน คนผู้นี้กลับมอบความประหลาดใจให้เขาเป็อย่างมาก
ทุกคนรีบกลับไปที่ค่ายโจร คืนนั้น หัวหน้าใหญ่ให้นำสุราและของกินออกมาให้ทุกคนกินอิ่มหนำสำราญ คราวนี้ทั้งค่ายโจรรื่นเริงเบิกบานกันไปหมด
หัวหน้าใหญ่ลากเนี่ยเฉิน ต้าจ้วง และเวิงชิวฉานไปที่โถงจวี้อี้ จัดโต๊ะเล็กสี่เหลี่ยมขึ้นมาหนึ่งตัว สี่คนนั่งลงดื่มสุราและกินอาหาร
อาหารก็ยังคงไม่อร่อย เนี่ยเฉินเดาว่าน่าจะเป็อาหารที่ใช้เกลือหยาบทำ หากมีเกลือละเอียดและน้ำมันพืชผัดกับข้าวคงจะอร่อยไม่น้อย
“เอาละ พวกเ้าทั้งสองดื่มกับข้า เพื่อเป็เกียรติแก่รองหัวหัวหน้าของพวกเราคนนี้”
หัวหน้าใหญ่ยกจอกสุราขึ้นมา
“ขอบคุณหัวหน้าใหญ่ ทุกคนดื่มด้วยกันเถอะ”
เนี่ยเฉินหัวเราะพลางชนจอกกับทั้งสามคน แล้วดื่มจนหมด
ถุย! รสชาติแย่จริง ๆ แอลกอฮอล์น้อยพอ ๆ กับเบียร์เลย
[1] ยุคชุนชิว อยู่ระหว่าง 770 ปีก่อนคริสต์ศักราช – 453 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็ยุคหนึ่งในราชวงศ์โจว นับเป็ยุคสมัยที่ได้รับการกล่าวขานอย่างมากในแง่ต่าง ๆ เนื่องจากเป็ยุคที่นครรัฐแต่ละรัฐรบด้วยด้วยกลอุบายที่แยบยล ก่อให้เกิดเป็ตำนานและเื่เล่าขานมากมายจนปัจจุบัน
[2] ยุคจั้นกั๋ว เป็ยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ซึ่งมีการรบรากันระหว่างรัฐต่าง ๆ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการและทหาร ยุคนี้เกิดขึ้นหลังจากยุคชุนชิว และสิ้นสุดลงเมื่อฉินฉื่อหฺวังตี้รวมรัฐต่าง ๆ เข้าเป็จักรวรรดิจีนอันหนึ่งอันเดียวภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฉิน
[3] เหลียง เป็หน่วยวัดน้ำหนักที่ใช้ในประเทศจีน มีค่าประมาณ 50 กรัมในระบบมาตรฐานปัจจุบัน