สถานีตำรวจสถานที่ซึ่งมีไว้คอยปกป้องและคุ้มครองประชาชนจากเื่ต่างๆ ตามหลักการมันเป็สถานที่ซึ่งทำงานตลอดยี่สิบชั่วโมงไม่มีวันพัก แต่ในความจริงอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ใช่แบบนั้น
ภายในสถานีทั้งที่สมควรจะมีการเตรียมความพร้อมเกิดเหตุแต่ส่วนมากเมาหลับ ผลการจากเลี้ยงฉลองเลื่อนยศของรองผู้กำกับทั้งยังใจปล้ำเลี้ยงเหล้า คนส่วนมากเลยดื่มกันหนักจนแทบไม่อยู่ในภาวะที่ปฏิบัติงาน
“ เฮ่ย ไม่ดื่มสักหน่อยเหรอไลโอนิส ท่านรองอุตส่าห์เลี้ยงทั้งทีนะเว้ย ”
“ ไปชวนมันมาร่วมวงทำไม ไอ้คนทรยศนั่นน่ะชวนมันมาเดี๋ยวมันก็หักหลังพวกเราหรอก ก๊ากๆ ” เสียงน่ารำคาญทั้งยังอ้อแอ้จนฟังไม่ค่อยได้ศัพท์จากกลุ่มที่กำลังดื่มด่ำแถมยังหัวเราะครื้นเครงจนชวนให้หนวกหู
“ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เมาเหมือนหมาแบบพวกแก ”
“ อะไร จะมีเื่หรือไง เป็รุ่นน้องก็หัด... ” เ้าคนที่กำลังออกปากนิ่งงันเสียงที่กำลังส่งออกมาก็หายไปจากลำคอ แค่เพียงเผชิญกับสายตาดุดันของคนที่นั่งอยู่อีกมุมความคิดจะมีเื่ทั้งมวลก็ชะงัก
“ ชิ ขอให้โดนดองอยู่ในชั้นสิบเอกไปชั่วชีวิตเถอะ ”
“ ต่อให้เลื่อนฉันจนเป็นายพล แต่ถ้าต้องทำตัวเหมือนหมาเลี้ยงเชื่องๆแบบนั้นก็เก็บตำแหน่งนั่นเอาไว้ให้ลูกหลานแกเป็แล้วกัน ”
“ ไอ้ระยำ!! ” การคำรามตามมาด้วยมือที่จรดไปเอื้อมไปยังซองปืนน่าเสียดายที่ยังช้า เ้าคนที่รู้ตัวกระชากอาวุธของตนออกมาและเล็งไปยังร่างที่กำลังพูดอยู่เมื่อครู่เป็ที่เรียบร้อย
“ นี่เป็การป้องกันตัวเพราะเมื่อกี้แกคิดจะจับอาวุธ ถ้าไม่อยากให้มันเป็เื่เป็ราวก็ปล่อยมือออกจากปืนซะ ”
“ แกกล้า... ” แทนคำตอบเซฟตี้ที่คอยห้ามไกถูกปลดเป็สัญญาณที่ยิ่งกว่าชัด สายตาสงบนิ่งหากแฝงด้วยความอำมหิตบ่งบอกถึงความตั้งใจในการกระทำอย่างแรงกล้า
“ เฮ้ย พอแล้ว ที่นี่สถานีตำรวจนะเว้ย คิดดูว่าถ้ามีคนมาถ่ายคลิปไปลงเดี๋ยวเื่ก็บานปลายกันพอดี ” การร้องเตือนจากตำรวจชราที่ดูอยู่วงนอกทำให้เ้าคนเป็เป้าส่งเสียงฮึดฮัด ขณะที่ชายหนุ่มเองก็ยอมขึ้นเซฟก่อนเก็บอาวุธของตนไว้ที่เดิม
“ ข้าขอล่ะถึงเอ็งจะไม่เคยอยากญาติดีกับพวกมันแต่ข้าไม่อยากให้โรงพักนี้มีตำรวจตีกัน ช่วยเพลาๆเื่ปากของเอ็งหน่อยเถอะ ”
“ ให้ตะกร้อครอบปากเ้านั่นสักอันผมว่ามันก็เป็การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนแล้ว อีกอย่างพวกเราอยู่ที่นี่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้มาสังสรรค์หรือเพื่อเอาใจใครครับหมวด ” การยืนยันที่ชวนให้คนแก่กว่าถอนหายใจทั้งที่เตือนไปไม่รู้กี่ครั้ง เกิดเื่ไปไม่รู้กี่หนก็เหมือนจะไม่ทำให้เด็กนี่เปลี่ยนนิสัยแต่อย่างใด
“ ในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าควรจะเตือนเอ็งว่าไอ้ที่ทำอยู่น่ะมันไม่ดีนักหรอก บางครั้งอะไรที่แข็งเกินไปเวลาที่มีแรงปะทะเข้ามาเอ็งจะแหลกเสียเปล่า ในฐานะที่ข้าเคยผ่านเื่พวกนี้เชื่อข้าสักครั้งเถอะ ”
“ ผมไม่ได้หวังจะเลื่อนตำแหน่งเพราะงั้นผมไม่คิดสนเื่พวกนั้น แต่จะพยายามไม่ให้ปัญหามันลามไปหาคุณก็แล้วกัน ” ชวนให้คนแก่กว่าถอนหายใจอีกครั้งหากชายหนุ่มกลับไม่ให้ความสนใจอะไรมากนัก
ซามูเอล วิลเบิร์กหัวหน้าที่คอยสั่งการเขาเป็ตำรวจที่ไม่ได้มีชั้นยศสูงนักเพราะในวัยหนุ่มทำเื่ไว้เยอะ ไม่ใช่ในแง่การสร้างปัญหาหรืออะไรเทือกนั้นแต่เป็การไปขัดใจพวกเบื้องบน สุดท้ายตำแหน่งเลยโดนดองอยู่ในชั้นหมวดทั้งที่เขาน่าจะเลื่อนไปอยู่ในระดับผู้กองแล้ว
แต่อย่างน้อยจากที่คบหาและพูดคุยเ้าตัวก็ยังเป็ตำรวจที่พยายามทำหน้าที่ แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นจึงไม่อาจทำอะไรได้อย่างใจเหมือนเก่าอายุก็ใกล้เกษียณ เป้าหมายของชายคนนี้จึงเป็การไปใช้ชีวิตที่เหลือกับครอบครัวด้วยเงินำาญมากกว่าจะมาทำอะไรผาดโผนเหมือนเก่า
“ ตอนนี้เอ็งคงยังไม่เข้าใจแต่สักวันเอ็งแก่แล้วมองย้อนกลับมา... ”
“ ถ้าผมได้แก่น่ะนะ ” คำกล่าวชวนติดตลกหากทำให้คนฟังได้แต่เงียบกริบ เพราะการแต่ละอย่างมันชวนให้รู้สึกว่าเ้าคนพูดมันจะโดนยิงไม่ก็ดักตีหัวเข้าสักวัน
“ เพลาๆหน่อยเถอะว้าข้าก็ใช่จะช่วยเอ็งได้ตลอด... หืม มีอะไรวะไอ้หนู ” สายตาเหลือบไปยังร่างของใครอีกคนที่เดินเข้ามามุมนี้ กระทั่งชายหนุ่มยังต้องเบนสายตาไปทางเดียวกัน
“ สะ สวัสดีครับผมฟินส์ เซเรียส เป็ตำรวจที่พึ่งจะบรรจุมาอยู่ที่หน่วย ฝากตัวด้วยครับ ” ท่าการวันทะยาหัตเป็การเคารพพร้อมการส่งเสียงชวนให้สองรายที่นั่งอยู่ก่อนจ้องมองไปยังคนมาใหม่ด้วยความงุนงง
“ เอ่อ ไอ้หนูข้าว่าเอ็งมาผิดทางหรือเปล่า ถ้าอยากแนะนำตัวไปทางนั้นดีกว่ามั้ง นั่นน่ะพวกที่จะเป็ใหญ่เป็โตกันทั้งนั้น ”
“ ไม่ดีกว่าครับขนาดนั้นก็ไม่ไหว กินเหล้าในเวลาเข้าเวรนี่มันออกจะ... ” สีหน้าของคนเด็กกว่าแหยงนิดหน่อย สายตาจ้องมองไปยังบรรดาคนที่ได้ชื่อว่าเป็ตำรวจแต่กล้าเอาเหล้ามากินในสถานีได้หน้าตาเฉย
“ ถามหน่อยไอ้หนูแกไม่ได้โตขึ้นมาในเมืองนี้ใช่มะ? ” สายตาของชายชราหรี่ลงแม้ที่จริงจะคาดเดาคำตอบไว้ั้แ่ต้นแล้วก็ตาม
“ ครับ ผมพึ่งถูกย้ายมาประจำการที่นี่เองไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเมืองนี้เท่าไหร่ รู้แค่ว่าเขตนี้เป็เขตที่มีการปราบปรามอาชญากรรมเข้มข้นที่สุดในเมืองคาเมล็อต แล้วก็รู้ว่าแถบนี้มันมีอะไรแปลกกว่าเมืองอื่นนิดหน่อย ”
“ ถ้า้าทำงานในวงการาาการอย่างยั่งยืน อาศัยเบี้ยเลี้ยงตำรวจไต่เต้าแล้วเกษียณอย่างสบายใจ ฉันแนะนำให้นายไปหาเศษสวะที่กองอยู่แถวนั้นแล้วทำตามที่พวกมันบอก ฟินส์ เซเรียส ” ปากว่าสายตากลับไม่ได้จ้องมองไปทางคนที่พูดด้วย มือยังคงง่วนอยู่กับเอกสารและจัดการงานไปทีละเปราะ
“ แกก็พูดแรงไปนาไอ้หนูเลโอ เดี๋ยวเด็กมันยิ่งงงแตกเข้าไปใหญ่ ” คนรับหน้าที่อธิบายก็หาใช่ใครอื่นนอกจากเป็ชายชราเ้าประจำ “ แต่ไอ้ที่เ้านี่พูดมันก็ไม่ผิดไปซะทีเดียวหรอก ไอ้ที่เห็นทางด้านนั้นเป็เื่ปกติของที่นี่ไม่สิ เป็เื่ปกติของเมืองนี้แทบทุกสน. ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มาตรวจก็จะอารมณ์ประมาณนี้แหละ ทำใจเถอะ ”
“ แต่ว่าตำรวจที่นี่ก็เป็คนจัดการแก๊งค์มาเฟียอิตาลีได้ไม่ใช่หรืครับ? ผมนึกว่าเขาจะ เอ่อ จริงจังหรือเคร่งเครียดกว่านี้ซะอีก ” ยังคงเต็มไปด้วยคำถามและข้อสงสัยตามประสาคนมาใหม่ แต่ที่ชวนให้หลุดขำคือเสียงที่ขาดหายคาดว่าคงกำลังเลือกใช้คำให้เหมาะสมอยู่เป็แน่
“ อะไรกันนี่ตกลงแกฟังข่าวด้านเดียวเองเรอะ ไม่ได้รู้เลยหรือไงว่าไอ้พวกที่รับผลงานน่ะบางครั้งมันก็ไม่ใช่คนที่ทำงานจริงๆหรอก ” ชายชราหัวเราะร่วนขณะที่คนทำงานก็ยังคงทำต่อไป ไม่ได้สนใจสีหน้าเหลอหลาของคนฟังแต่อย่างใด
เสียงสัญญาณสั้นๆถูกส่งมาจากวิทยุสื่อสารเป็สัญญาณว่ามีการติดต่อ ไม่อะไรให้มากความคนที่นั่งทำงานไม่สนใจใครจนถึงวินาทีเมื่อครู่เอื้อมมือไปเปิดเครื่องเพื่อรับคลื่นวิทยุนั้นอย่างรวดเร็ว
“ เรียกศูนย์เกิดเหตุปล้นธนาคารบริเวณเขตสิบเจ็ด ขณะนี้กำลังตามรถยนต์สีขาวที่กำลังแล่นอยู่บนถนนเวสเทิร์น คนร้ายอันตรายและติดอาวุธหนัก ขอกำลังเสริมด่วน!! ” เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความรีบร้อนตามมาด้วยเสียงปะทะหนักๆ ยืนยันถึงความสาหัสของเื่ราวได้เป็อย่างดี
“ เอ่อ คุณไลโอนิสจะไปไหนหรือครับ? ” ทันทีที่ฟังจบชายที่เดินไปเปิดวิทยุก็กลับมาที่โต๊ะและจัดแจงเก็บงานลงไปในลิ้นชัก การกระทำที่ชวนให้ไม่เข้าใจเสียเท่าไหร่นัก
“ ไปทำงานของตำรวจ ”
“ แต่ว่านั่นเป็เขตสิบเจ็ดที่อยู่นอกเหนือเขตความรับผิดชอบของเรา... ”
“ ถ้าแกอยากรู้ก็เลิกถามแล้วลองไปฝึกงานกับไลโอนิสมันดูสักครั้งแล้วกันไอ้หนู จะได้เห็นว่าเ้านั่นมันทำงานยังไง ” ข้อเสนอที่ชวนให้ขมวดคิ้วไม่แค่สำหรับคนเด็กกว่าแต่กระทั่งเ้าของชื่อเองก็ด้วย สายตาเหลือบไปยังคนพูดคล้ายไม่เข้าใจว่าทางนั้น้าอะไร
“ เปลี่ยนใจละ นี่เป็คำสั่งจ่าสิบเอก เลโอ ไลโอนิส ถ้าจะออกปฏิบัติงานครั้งนี้ก็พาเ้าหน้าที่ฟินส์ เซเรียสไปด้วย ถือว่าสอนงานให้มันไปในตัว ”
“ อยากให้เด็กนี่เลื่อนสองขั้นเร็วนักหรือไงครับ? ” คนโดนสั่งเองก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรจริงจังในเมื่อเป็คำสั่งเขาก็ไม่มีสิทธิพูดอะไรอีก อย่างน้อยก็เริ่มจะเห็นจุดประสงค์ว่าทางนั้นว่า้าให้เขาทำอะไร
“ เตรียมอาวุธให้พร้อมเราจะลงพื้นที่จริงกันแล้ว จะให้ดีใส่เกราะกันะุไปด้วย... ถึงเวลาจริงมันจะไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่ก็เถอะ ” ไม่รอให้ทางนี้ได้ตอบรับใดๆเ้าตัวเดินไปยังลานจอดรถ ปล่อยให้รุ่นน้องยืนงงอีกหลายสิบวินาทีจึงเริ่มทำตามในสิ่งที่พูด
รถคันหนึ่งแล่นตะบึงออกไปด้วยความเร็วสูงระดับความเร็วที่เฉียดจะผิดกฎแต่ก็ยังไม่ผิด ความรีบร้อนที่ชวนให้หวาดเสียวมันกลับไม่ชวนให้สงสัยมากเท่ากับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ น่าเสียดายที่คนโดนจ้องไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด
“ เอ่อ คือ ขอโทษนะครับ เราก็ได้ยินกันแล้วว่าที่เกิดเหตุน่ะเป็เขตสิบเจ็ด ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะให้สน.ในท้องที่จัดการกันเองมากกว่าไม่ใช่เหรอ ” คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขตความรับผิดชอบคนอื่นนอกจากจะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งแล้วยังผิดกฎด้วย
“ จากเส้นทางการหลบหนีมีความเป็ไปได้สูงว่าพวกมันจะเข้ามาในเขตยี่สิบสอง ถึงตอนนั้นก็เป็เขตความรับผิดชอบของเราแล้ว ”
“ แต่ว่าทางนั้นยังไม่ได้ติดต่อขอกำลังเสริม แล้วพวกเราดันไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้มันจะ... ” คำพูดกลืนหายไปในลำคอเมื่อเผชิญกับสายตาที่เหลือบมองมาทางตน สายตาดุดันที่ชวนให้น้องใหม่สะดุ้งเฮือก
“ พวกมันจะไม่ติดต่อเข้ามาต่อให้คนร้ายเข้ามาในเขตของเรา จนกว่าคนร้ายใกล้จะหนีออกจากเมืองนั่นแหละพวกมันถึงจะเริ่มติดต่อ และถึงเวลานั้นก็สายเกินไปแล้ว ” สายตาของคนฟังยังคงเจือด้วยความงุนงงเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเสียเท่าไหร่
“ รู้ใช่ไหมว่าตำรวจแต่ละท้องที่จะมีเขตรับผิดชอบเฉพาะของตัวเอง ” เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนของคดีทำให้มีการกำหนดเขตกันอย่างชัดแจ้งว่าใครรับผิดชอบตรงไหน แม้บางครั้งมันจะทำให้ประชาชนที่มาติดต่อเกิดความสับสนก็ตาม
“ ปัญหามันอยู่ตรงที่พวกนั้นไม่ชอบให้คนนอกเขตไปก้าวก่าย จุดนี้ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจแต่บางครั้งเื่มันบานปลายขนาดว่าพวกมันไม่ยอมขอความช่วยเหลือเพราะกลัวเสียหน้า ถึงขนาดที่บางครั้งต้องปล่อยให้คนร้ายหลุดมือหรือโมเมจับแพะ ทั้งหมดเพราะทิฐิบ้าๆพวกนั้น ”
“ ละ ล้อเล่นใช่ไหมครับ มันจะมีใครที่ห่วงหน้าตามากขนาด... ”
“ เห็นฉันหัวเราะอยู่หรือไง? แล้วอย่าเอามาตรฐานของที่อื่นมาใช้กับที่นี่ ตรรกะของคนในเมืองคาเมล็อตน่ะไม่เหมือนที่อื่นแถมเ้าหน้าที่รัฐก็ใช่อำนาจในทางไม่ชอบเป็กระบุง นายเองก็น่าจะเห็นตอนอยู่ในสน.แล้วนี่ ” ภาพของนายตำรวจที่สังสรรค์เฮฮาทั้งที่อยู่ในเวลาราชการ จินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าประชาชนมาเห็นภาพลักษณ์ตำรวจจะเลวร้ายเพียงไหน
“ ถ้าเป็ที่อื่นการดื่มเหล้าในเวลางานถ้าถูกจับได้หรือมีการร้องเรียนกลายเป็เื่ใหญ่ แต่ที่นี่ถึงร้องเรียนไปพวกมันก็จะหาข้ออ้างเอาตัวรอดและทำตัวแบบเดิม ร้ายกว่านั้นคือคนที่ร้องเรียนไปอาจเดือดร้อนทำให้ไม่มีใครอยากเข้ามาข้องเกี่ยวกับการทำผิดของตำรวจ ”
“ แล้วถ้าพวกนั้นติดต่อพวกเราเข้ามาแสดงว่าพวกมันไล่ไม่ทันเลย้าหาแพะที่จะมารับผิดแทนตัวเอง พวกมันจะอ้างว่าติดต่อประสานงานมาแล้วแต่พวกเราสกัดจับไม่ทัน โยนความผิดมาให้ทางนี้ทั้งที่สาเหตุหลักมาจากความไร้น้ำยาของพวกมัน ”
ความจริงที่ได้รับฟังทำเอาตำรวจรุ่นน้องใบ้กินนึกไม่ถึงว่าจะมีตำรวจที่มีแิเช่นนี้ ใจหนึ่งอยากจะแย้งแต่พอคิดถึงกิตติศัพท์ของเมืองนี้หรือพฤติกรรมของคนในสน. สิ่งเ่าั้ทำให้คำโต้แย้งที่คิดไว้จุกอยู่ที่ลำคอ
“ เลิกจิตตกแล้วเอาสมาธิมาอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าซะ ” คำบอกของรุ่นพี่ทำให้เ้าตัวตั้งสติ ก่อนพึ่งรู้สึกตัวว่าพวกตนอยู่ในถนนเส้นที่ได้รับการติดต่อมาเรียบร้อย
“ นะ นี่มันอะไรเนี่ย ” พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยความพินาศดูเหมือนจะมีความพยายามในการตั้งด่านและสกัดจับ แต่จากความเสียหายของพื้นที่และรถตำรวจที่ปลิวไปอยู่บนฟุตบาตก็รู้ได้ว่ามันไม่น่าจะได้ผล
ดวงตาสีดำกวาดมองอาณาบริเวณโดยไม่พูดอะไร สายตายังมองตรงไปยังจุดหมายโดยไม่แม้แต่จะชะลอ ไร้ความคิดที่จะหยุดเพื่อช่วยเหลือหรือถามไถ่เพราะจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของเขามีอยู่อย่างเดียว
“ ดะ เดี๋ยวก่อนครับจ่า คนร้ายพวกนี้เป็ใครทำไมถึงสร้างความเสียหายขนาดนี้ได้ ”
“ เดี๋ยวแกก็รู้ ” ไม่ว่าเปล่าคันเร่งถูกเหยียบจนทำให้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปโดยพลัน กระนั้นชายหนุ่มกลับไม่สนใจเ้าตัวเปิดไซเรนก่อนรีบบึ่งออกไปด้วยความเร็วสูงหมายจะกวดสิ่งใดก็ตามที่นำพวกตนไปก่อนให้ทัน
ขับไปได้พักหนึ่งในที่สุดก็กวดรถตำรวจคันอื่นทัน ความเร็วที่เป็รองทำให้พวกเขาเริ่มไล่กวดพวกนั้นได้ทีละนิด บรรดารถตำรวจกลับเริ่มรักษาความเร็วเหมือนเพียงไล่ตามแต่ไม่ได้เข้าไปกวดจริงจัง
สิ่งนี้คนหน้าใหม่กลับรู้สึกเข้าใจถ้าได้เห็นภาพของซากการทำลายล้างที่เกิดคงยากที่จะมีคนอยากเข้าใกล้
แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้นและข้อยกเว้นที่ว่าก็นั่งอยู่ด้านข้างของเขาตรงนี้
ความเร็วในการขับรังแต่จะมากขึ้นคราวนี้เล่นเอาคนที่มาด้วยตาแทบถลน หน้าปัดความเร็วพุ่งทะลุร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงระดับความเร็วที่ชวนให้หวาดเสียว เ้าตัวเอื้อมมือไปกระชับเข็มขัดนิรภัยคล้าย้าสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของตน
รถสีขาวปรากฏอยู่ปลายสายตาทั้งรูปพรรณและป้ายทะเบียนเองก็ยังตรงกับหมายเลขที่ระบุไว้ ทางนั้นเองก็เริ่มรู้ว่าในบรรดารถตำรวจที่กำลังไล่ล่าอยู่ห่างๆมีอยู่คันที่เริ่มเข้ามาใกล้ วินาทีนั้นวัตถุสีดำจากที่นั่งด้านหลังก็เล็งมาทางพวกเขาทันควัน
“ หมอบ!! ” อันที่จริงไม่ต้องมีเสียงะโทางนี้ก็พอจะเดาได้แล้วว่าทำอะไร พริบตาะุปืนก็ลั่นไกพุ่งตรงเข้ามาใส่ตัวถัง บางนัดแหวกผ่านกระจกจนมันแตกร้าวท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนที่อยู่ด้านใน
“ ว้าก!! ” เสียงร้องทันทีที่รู้ว่าะุพุ่งเฉี่ยวผ่านศีรษะของตนไปอย่างหวุดหวิด ััได้กระทั่งความร้อนของะุและกระแสอากาศที่แหวกออก อาการสติแตกจึงถามหาอย่างไม่ยากเย็น
แตกต่างจากคนขับมือหนึ่งยังคงกระชับอยู่ที่ขณะที่ก้มหัวลงก็ยังต้องประคองรถ แรงกระแทกจากะุทำให้เกิดอาการส่ายประกอบกับการมองไม่เห็นทำให้ความเร็วที่เริ่มรักษาไว้เริ่มชะลอ ความเร็วในการไล่ตามเริ่มตกลงซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีแม้เพียงนิด
ปืนที่อยู่ในซองถูกกระชากออกก่อนยิงสวนกลับไป ไม่ได้มีจุดหมายในการสังหารหากเพื่อให้ตนได้มีโอกาสเงยหัวก่อนเขาจะพบว่ารถเป้าหมายเริ่มไกลห่าง แม้จะเข้ามาอยู่ในเขตทำการของเขาแล้วก็ตามแต่แบบนี้มีโอกาสสูงที่จะคลาดสายตา และเขารู้ดีว่าถ้าเป็แบบนั้นย่อมไม่สวยแน่
“ จับให้แน่น!! ” ไม่สนใจกระจกที่แตกรถที่เริ่มความเร็วตกหักเลี้ยวอย่างกะทันหัน การดริฟที่ชวนหวาดเสียวเล่นเอาคนเด็กกว่าเผลอแหกปาก ก่อนตั้งสติไม่ให้หน้าของตนกระแทกกับตัวรถอย่างทันท่วงที
“ นะ นี่คุณขับไปทางไหนครับเนี่ย เหวอ!! ” ไม่มีเวลากระทั่งจะโวยวายเมื่อยามนี้รถเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง สาเหตุไม่ได้มาจากใดอื่นนอกจากคนขับที่เลือกลัดเลาะไปตามตรอก แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่ทางลาดแต่เป็บันได ตัวรถจึงรับภาระอย่างหนักหน่วงโดยเฉพาะเมื่อคนขับไม่ได้สนใจจะลดความเร็วด้วยแล้ว
ระยะเวลาไม่กี่วินาทีในที่สุดพวกเขาก็หลุดมาจากบันไดนรกนั่นแต่สำหรับคนที่คู้ตัวหลบด้านล่างแทบเป็นรก แรงกระแทกในสภาพเช่นนี้ทำให้นึกอยากจะอาเจียนยังไม่รวมใบหน้าที่ถูกกระแทกเข้าใส่ หากพอเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่ายามนี้รถของพวกเขาห่างจากเป้าหมายในระยะไม่ถึงห้าเมตร ระยะห่างที่เคยมีเลือนหายราวกับเป็เื่โกหก
“ ระวังไว้ จากนี้ไปคือของจริง ”
“ ของจริงอะ... ” คำถามเลือนหายไปกลางทางมาจากสองสาเหตุ อย่างแรกเพราะคนพูดกำลังตระหนกเสียจนไม่อาจทำการออกปากถามต่อ อีกประการก็เพราะคำตอบของคำถามที่ว่าประจักษ์สายตาเป็ที่เรียบร้อย
รถสีดำยังคงอยู่แทบไม่ห่างออกไปจากเบื้องหน้าหากยามนีมันมีอะไรผิดแปลก สายโซ่สีเงินเส้นหนึ่งเลื้อยออกมาจากตัวรถและถ้ามองไม่ผิดมันกำลังเข้าไปกระชากรถที่จอดอยู่ด้านข้าง ภาพที่ชวนให้คนมองอ้าปากค้างอย่างไม่อาจห้าม
“ เกียร์ประเภทโซ่งั้นรึ ไม่ใช่ประเภทที่คุ้นเท่าไหร่แต่ช่างเถอะ ” ที่ชวนให้ตระหนกกว่าคือคำพูดของคนด้านข้าง นอกจากจะไม่ใในภาพที่เห็นยังทำตัวเหมือนปกติ ทั้งยังบอกว่าที่อยู่ตรงหน้าเป็เกียร์อีกต่างหาก
อีกสิ่งที่ทำให้เมืองนี้เพิ่มระดับความอันตรายคือความง่ายในการหาซื้อยุทโธปกรณ์ ปืนต่างๆสามารถหาซื้อได้ง่ายไม่ต่างอะไรจากการเดินหาร้านขายยาสักร้าน และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือบางครั้งคนร้ายในเมืองนี้ก็เกียร์ อุปกรณ์ล้ำยุคที่เหนือล้ำความเข้าใจของคนธรรมดาไปไกลลิบ
เป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตำรวจครึ่งเมืองไม่กล้าที่จะเข้ามาจับกุม เพราะรู้ดีว่าต่อหน้าเกียร์แล้วพวกตนไม่มีค่าอะไรแม้เพียงนิด
หากนั่นไม่ได้ข้องเกี่ยวหรืออยู่ในความสนใจของเ้าคนตระกูลไลโอนิสแต่อย่างใด