บัดนี้อสูรั์สีครามสี่หัวนามเทพอสูรสังหารโลหิตคราม สี่หัวของมันจดจ้องมองมาที่ฉินเทียนแผ่กลิ่นอายสังหารอันรุนแรงเข้มข้น พร้อมจิตอาฆาตอันตระการตาแผ่ปกคลุมทั่วรัศมีสี่ทิศ ฉินเทียนดึงร่างเด็กน้อยวัยเยาว์ทั้งสองมาที่ด้านหลังของตัวมันทันที เพราะหากไม่ทำเช่นนี้เด็กน้อยวัยเยาว์ทั้งสองคงได้รับผลจากจิตตานุภาพของเ้าอสูรั์สีครามนี้ไม่มากก็น้อย
!!!ปุ ปัก ปุ ปัก
เสียงต้นไม้โดยรอบหักโคนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบิดเบี้ยวอย่างไม่เป็รูป อานุภาพเช่นนี้นับว่าเ้าอสูรั์ตนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพียงแค่จิตอาฆาตของมันทั้งๆ ที่ ยังไม่ลงมือก็รุนแรงมากพอที่จะฆ่าคนธรรมดาหรือผู้บำเพ็ญระดับต่ำได้แล้ว โชคดีที่นี่คือฉินเทียนผู้จิตจักรพรรดิ แม้จิตตานุภาพของฉินเทียนจะถูกจำกัดด้วยร่างิญญาของตัวมันเอง ทำให้มิอาจจะแผ่พุ่งพลังแห่งจิตตานุภาพได้ หากแต่ความแน่วแน่และการป้องกันจิตตานุภาพของผู้อื่นนั้นสำหรับฉินเทียนแล้วนับว่าไม่เป็ปัญหาแต่อย่างใด
ต่อให้ตรงหน้าจะเป็เ้าอสูรั์สีครามสี่หัวอีกนับล้านตัวมาอยู่ตรงหน้าตัวมันฉินเทียนก็หาได้หวั่นไหวไม่
หากแต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ของฉินเทียนมีเพียงอย่างเดียว มันกำลังโกรธเกรี้ยวต่อโชคชะตาของตัวมันเองนัก เหตุใดบอสใหญ่ระดับนี้จึงโผล่มาแบบโง่ๆ เช่นนี้ได้ เอ็งควรปล่อยให้ข้าฟารม์เวล อัพพลังิญญาก่อนมิใช่รึ ตัวตนแบบเอ็งมันมิใช่บอสโง่ๆ ใน่ท้ายเล่มหลอกหรือ หรืออย่างน้อยๆ แค่ดูจากรูปร่างหน้าตาและระดับพลังของเอ็งแล้ว ก็รู้แล้วว่าเอ็งแมร่งระดับบอส่กลางเื่เป็อย่างน้อย อย่างน้อยๆ เอ็งก็ควรให้นิยายเื่นี้ผ่านไปซัก 600 700 ตอนค่อยปรากฏตัวก็ยังไม่สาย เผลอๆ ตอนที่ 1000 เอ็งแมร่งยังเป็ระดับหัวหน้าบอสได้อยู่เลย และเพราะแบบนี้ไอ้เวรเทพอสูรสังหารโลหิตครามอยู่ๆ เอ็งจะมาโผล่ทำซากอะไรตรงนี้ 'บัดซบ' ฉินเทียนกัดฟันแน่นโกรธแค้นต่อชะตาชีวิตตัวเองในตอนนี้เหลือเกิน
และนอกจากนั้นเนี่ยมันเื่อะไรกัน มันเพียงแค่แต่งเื่เป็ตุเป็ตะมั่วๆ หากแต่ไอ้เวรเทพอสูรสังหารโลหิตครามแมร่งดันคิดเป็จริงเป็จังแถมยังปรากฏตัวแบบไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียง แถมมันยังมีการบอกว่า 50,000 ปีที่ผ่านมามิเคยมีใครจับการจำแลงกายของมันได้เลยแม้แต่น้อย แต่วันนี้กลับถูกผู้เฒ่าผู้นี้จับได้
โถ่ไอ้ฉิบหาย ฉินเทียนแทบอยากหันซ้ายมองขวา พร้อมหันกลับหน้ากลับหลัง มองฟ้าและผืนดินเหลือเกินว่าบริเวณนี้มีตาเฒ่าคนอื่นนอกจากมันอีกหรือไม่
มันอยากร้องะโใส่หูไอ้เทพอสูรสังหารโลหิตครามตนนี้เหลือเกินว่า!!!ตูไม่เห็นเอ็งเลยแม้แต่น้อย!!!และตูก็ไม่รู้เลยว่าเอ็งอยู่ตรงนี้ไอ้เวรตะไลไอ้อสูรสังหารเวร ถ้าเอ็งยอมแปลงกายกลับและจากๆ กันไปดีๆ ฉินเทียนก็พร้อมคุกเข่ากล่าวขอบคุณมันนัก แถมพร้อมคุกเข่าคารวะมันอีกสามที มันถือว่าใต้เข่ามันมิได้มีทองพันชั่ง ของเพียงมีชีวิตอยู่และได้เก็บแต้มบุญอย่างสงบๆ มีชีวิตสุขสบายก็พอ หากแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าตัวมันจะกระทำไม่ได้เสียแล้ว
.
.
.
ณ บริเวณโดยรอบรัศมีหนึ่งพันลี้ เหล่าตัวตนระดับตำนาน ตราสัญญาลักษณ์ระดับสูงต่างๆ ของดินแดนแห่งนี้ ต่างพุ่งร่างขึ้นสู่ท้องนภา พร้อมกับหัวใจที่สั่นสะท้านไปพร้อมๆ กัน กับปรากฏการณ์ประหลาดที่เมฆเมฆาทั้งหลายต่างแหวกเป็ทาง ผืนแผ่นดินก็สั่นไหวอย่างน่ากลัว บ้านเรือนนับหมื่นพันแตกร้าวพร้อมๆ กัน พร้อมกับไอสังหารที่เข้มข้นแผ่ปกคลุมไปทั่วแผ่นฟ้า หากแต่เมื่อพวกมันเหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงโบยบินออกมาจากที่พักของตัวมันเองสู่ภายนอก และเมื่อพวกมาได้มองเห็นบางสิ่งบางอย่าง ร่างกายของเหล่าตัวตนผู้ฝึกฝนบำเพ็ญผู้เป็ตำนานของดินแดนนี้แต่ละคนก็ต่างสั่นสะท้านหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด อำนาจแห่งเทพอสูรสังหารโลหิตครามตัวนี้ไม่ได้ปรากฏกายออกมาเล่นๆ แม้แต่น้อย
ตอนนี้แม้แต่ผู้ได้ชื่อว่าราชันย์ของทวีปเล็กแห่งนี้ที่เป็ถึงตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีโลหิตห้าจุดแต้ม ยามนี้ตัวมันและเหล่าบริวารต่างก็สั่นสะท้านกับอำนาจของร่างอสูรั์ที่มองเห็นได้แต่ไกลตอนนี้นัก ยามนี้แม้แต่ตัวมันก็ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย ตัวมันได้แต่คิด แม้แต่ตัวตนระดับสูงสุดอย่างมหาปราชญ์ทั้ง 8 หรือที่ผู้คนในโลกนี้เรียกกันว่าแปดมหาเซียน ตัวราชันย์ของทวีปเล็กผู้นี้ก็รู้สึกได้ว่ามิอาจจะเทียบกับอสูรตรงหน้ามันได้เลยแม้แต่น้อย เป็ได้เพียงแค่เถ้าธุลีให้อสูรั์ตนนี้บดขยี้อย่างง่ายดายแน่นอน
ไม่ช้าเหล่าราชันย์ทวีปเล็กที่อยู่ใกล้เคียงกันก็ต่างทยอยรับรู้ ถึงการปรากฏกายของเทพอสูรที่แสนน่ากลัว พร้อมกับสั่นกลัวไปพร้อมๆ กัน
.
.
.
ยามนี้ฉินเทียนยืนนิ่งเก็กท่ามั่น มันยิ้มให้กับเทพอสูรสังหารโลหิตคราม ก่อนจะส่งเสียงแ่เบาที่มิรู้ว่าเทพอสูรสังหารโลหิตครามจะได้ยินหรือไม่ หากแต่ฉินเทียนก็คาดคิดในฐานะตัวตนระดับสูงที่แม้แต่ตัวฉินเทียนยังมิอาจจะระบุได้เช่นนี้ ความสามารถของมันก็คงอยู่ในระดับเกินบรรยายเป็แน่ ดังนั้นต่อให้ตัวมันฉินเทียนใช้น้ำเสียงปกติ ฉินเทียนก็คาดว่ามันก็คงจะได้ยินเช่นกัน เพราะจะให้มันแผดเสียงะโระยะไกลแบบนี้ เกรงว่าพลังิญญาของมันจะหมดก่อนพูดจบประโยคได้
"เด็กน้อยทารกอสูรเ้ายังเยาว์วัยนัก ในมหาจักรวาลนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แม้แต่ตัวเ้าก็ยังมิอาจจะล่วงรู้ ด้วยการจำแลงกายอันต่ำชั้นของเ้า เพียงแค่ข้าปรายตามองก็รับรู้แล้ว แม้กระทั่งวันแรกที่เ้าเหยียบย่างสู่โลกใบนี้ ตัวข้าก็ล้วนล่วงรู้เช่นกัน แต่ข้าก็ให้โอกาสเ้ามาโดยตลอด"
ฉินเทียนทำทีท่าสง่างามพยายามเกทับเทพอสูรสังหารโลหิตคราม ตัวมันคิดไหนๆ ก็เข้าใจผิดไปแล้ว ถ้าแบบนั้นก็สร้างเื่ใหญ่โตไปเสียเลย หากไอ้เ้านี่พอเกรงกลัวตัวมันบ้าง อย่างน้อยที่สุดตัวมันก็ยังมิต้องใช้ไพ่ลับ... แน่นอนไพ่ลับที่ว่าของฉินเทียนนั้นก็คือ [จำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 3 ครั้ง] ที่ตัวมันเสี่ยงเซียมซีสีทองได้มา ตัวฉินเทียนรู้สึกว่า หากไม่จำเป็จริงๆ มันไม่อยากใช้สิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย
ทำไมนะหรอก สาเหตุก็เพราะมันคิดแผนการใช้สิ่งนี้เพื่อหาแต้มบุญเอาไว้มากมาย ไม่เช่นนั้น ั้แ่มันเข้าสู่หุบเขาอสูรเวรตะไลนั้นฉินเทียนก็คงใช้มันไปแล้ว มิใช้ชีวิตแบบยากแค้นตกระกำลำบากเกือบตายอยู่หลายสิบครั้งอย่างแน่นอน
ส่วนการใช้งานที่ฉินเทียนคิดเอาไว ก็เช่นยามมีชุมนุมจอมยุทธ์ มันจะปรากฏกายดุจเทพเ้า สยบเหล่าผู้บำเพ็ญตนทั่วหล้า จากนั้นก็แสดงความยิ่งใหญ่ให้พวกมันหมอบกราบนับถือในความเทพและฝีมืออันสูงส่งของมัน จากนั้นไม่ช้าฉินเทียนก็จะหลอกล่อเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหลาย สร้างเครือข่ายผู้บูชา พร้อมส่งแต้มบุญให้มัน ส่วนมันก็นอนอยู่บ้านอย่างสบายใจ แต้มบุญก็เด้งเอา เด้งเอา เวลอัพแบบไม่ต้องไปฟารม์เอง ไม่ช้าก็กลายเป็ผู้ฝึกตนระดับสูงส่ง พร้อมกลายเป็เทพเทวาอย่างง่ายดาย
ฉินเทียนมั่นใจในแผนของมันมาก ที่คิดจะใช้ชีวิตวิถีสโลว์ไลฟ์ หากแต่บัดนี้... ทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับไอ้เทพอสูรจัญไรตรงหน้าของตัวมันแล้ว
เทพอสูรสังหารโลหิตครามหัวเราะเสียงดังก่อนมองจ้องไปที่ฉินเทียน ที่พยายามสร้างภาพลักษณ์สูงส่ง "ฮะฮาฮา ท่านผู้เฒ่า ท่านเห็นว่าข้าเทพอสูรสังหารโลหิตครามเป็เด็กน้อยมิเคยผ่านโลกหล้ามหาจักรวาลรึ แม้ท่านจะเก็บซ่อนพลังิญญาได้อย่างมิดชิดนักทำให้ข้ามิอาจจะล่วงรู้ได้ว่าตอนนี้ระดับพลังเทพิญญาของท่านนั้นอยู่ในระดับใด หากแต่น้ำเสียงของท่านที่แ่เบา ร่างกายที่ชราร่วงโรย สิ่งเหล่านี้ต่างเป็ตัวบ่งชี้ว่าท่านนั้นราวกับเป็ไม้ใกล้ฝั่ง ต่อให้ท่านจะเป็ถึงเทวะอัศจรรย์ก็เกรงว่าวันนี้ท่านจะถูกข้าฆ่าตายแล้วละ ฮะฮาฮา"
ฉินเทียนยืนนิ่งส่งสายตาเย็นเฉียบไปที่เทพอสูรสังหารโลหิตคราม "เด็กน้อยเ้าแน่ใจรึว่าจะบีบบังคับท่านปู่ชราคนนี้ให้ลงมือ"
เทพอสูรสังหารโลหิตครามหัวเราะเสียงดังอีกคราวก่อนดึงสมบัติเทวะของมันออกมา มิติโดยรอบราวถึงกับเกิดรอยแตกร้าว ดูเหมือนว่าเทพอสูรสังหารโลหิตครามจะตัดสินใจแล้ว "ตายซะไอ้แก่ ด้วยหอกสังหารเทวะที่มหาราชันย์อสูรเทวะสร้างขึ้นนี้แม้แต่เทวะชราเก่าเก็บเช่นเ้าก็จะตกตายในครั้งเดียว"
ติง ติง ติง ไม่ช้าหน้าจอระบบก็ดังขึ้น ไม่ช้าใบหน้าของฉินเทียนก็มีรอยยิ้มทันที พร้อมกดปุ่มใช้ [จำแลงเซียนขั้นจ้าว์ 1 ใน 3 ครั้ง] ทันที
ϟตึกติ ϟ ติต ϟ ติϟ ตึกติ ϟ ติต ϟ ติϟ ราวกับมิติจักรวาลเกิดบิดเบี้ยวและกำลังจะแตกร้าวไปพร้อมๆ กัน มหาจักรวาลกำลังสั่นไหวราวกับจะแตกสลายไปง่ายๆ
เทพอสูรสังหารโลหิตครามถึงกับร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ปากทั้งสี่ของมันสั่นเครืออย่างประหลาดพร้อมกล่าวคำคำหนึ่งออกมา "ไม่จริง... เป็ไปไม่ได้... นิมัน... มหาเทวะขอบเขตราชันย์์!!!"
ราวกับโลกธาตุจะแตกดับ มหาจักรวาลคล้ายกำลังจะแหลกสลายไปให้ได้ มหาจิติญญาอันกล้าแข็งและจิตตานุภาพอันยิ่งใหญ่ กำลังรวมตัวก่อร่างเป็มหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายนี้ปรากฏกายออกมาเพียงหนึ่งในสามส่วน หากแต่นี้ก็ทำให้ผู้คนในโลกใบนี้เกือบครึ่งต้องสั่นสะท้าน ร่างแห่งมหาเทวะที่จำแลงขึ้นช่างยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการมันกว้างใหญ่ราว 18,832,333.33 จั้ง ปรากฏกายออกมาเพียงแค่่ลำตัวบน หากแต่ร่างของมหาเทวะนี้กลับส่องสว่างดุจอาทิตย์ดาราตะวันฉาย กลางหน้าผากปรากฏตราสัญลักษณ์ิญญาสีทองส่องสว่างรัศมีเจิดจรัสยิ่งนัก
ดวงเนตรแห่งมหาเทวะคล้ายกับเย้ยหยันทุกสรรพสิ่งของโลกใบนี้
เทพอสูรสังหารโลหิตครามที่เคยกระสันซึ่งความดีความชอบของการได้ตัวสายโลหิตเทพ์และบุตรแห่งพญาราชสีห์ิเทียน บัดนี้ตัวมันได้แต่อกสั่นขวัญแขวนเป็ที่สุด
ฉินเทียนยิ้มเยาะเบาๆ คราวหนึ่ง จิตตรานุภาพของมันแผ่พุ่งไปที่ร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตครามทันที พลังแห่งเทวะอันยิ่งใหญ่ของเทพอสูรสังหารโลหิตครามมันคล้ายถูกสยบในที แม้ในชั่วอึดใจมันจะสามารถพุ่งทะยานออกไปได้ด้วยความเร็วแสนมัค หากแต่ด้วยจิตตานุภาพนี้ห้วงความนึกคิดของมันราวกับถูกหยุดนิ่งทำให้ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวจากส่วนลึกของจิตใจเป็ที่สุด
ฉินเทียนบังคับร่างจำแลงแห่งจ้าว์ หรืออีกชื่อเรียกที่เหล่าเทวะทั้งหลายรู้จักเทวะขอบเขตราชันย์์ มันเงื้อมือกุมร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตครามทันทีด้วยความรวดเร็วที่สั้นกว่าชั่วกะพริบตา ก่อนจะใช้พลังอำนาจแห่งเทวะขอบเขตราชันย์์กดบีบร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตครามทันที
!!!ตูม เสียงะเิร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตคราม ดังสนั่นไปทั่วแดนดิน ก่อนที่ในไม่ช้าจะมีเสียงโหยหวนดังลั่น
"!!! ฝ่าา องค์ราชันย์เทวะผู้ยิ่งใหญ่โปรดปล่อยจิติญญาอันต่ำต้อยของอสูรที่ไม่รู้ความนี้ไปเถอะ ขอพระองค์เมตตาด้วย"
หากแต่แม้ฉินเทียนจะได้ยินเช่นนี้ ตัวมันก็หาได้สนใจไม่ มือที่เกาะกุมร่างอันแหลกเหลวของเทพอสูรสังหารโลหิตคราม ที่บัดนี้กลายเป็ก้อนโลหิตประกายสีทองแดงแหลกเหลวและเหลือเพียงจิติญญาที่คงอยู่และส่งเสียงโหยหวน ฉินเทียนใช้พลังแห่งร่างจำแลงเซียนขั้นจ้าว์สังหารจิติญญาของมันในทันทีอีกครั้งโดยไม่สนใจ
ในฐานะเซียนนิยายต่างโลก ความผิดพลาดข้อหนึ่งของเหล่าตัวเอกคือปล่อยศัตรู สองคือมีบทพูดมากเกินไปซื้อเวลาให้ศัตรูหนีหรือเรียกกำลังเสริมที่โหดกว่าออกมาได้ สิ่งเหล่านี้ฉินเทียนจะมิกระทำอย่างเด็ดขาด
นอกจากนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉินเทียนตัดสินใจลงมืออย่างโเี้และรวดเร็วเป็ที่สุดก็เพราะ ฉินเทียนตระหนักรู้ได้ว่า แม้มันจะสามารถกลายร่างจำแลงเซียนเป็จ้าว์หรือเทวะขอบเขตราชันย์ได้ 30 นาที หากแต่ปัญหาสำคัญก็ยังมีอยู่ นั่นก็คือระดับวิชาของร่างจำแลงนี้มีเท่ากับวิชาที่ตัวฉินเทียนมันมี
ตัวมันฉินเทียนไม่สามารถทำสิ่งใดพิเศษมากไปกว่านี้ได้ ลองคิดดูหากจะให้ฉินเทียนใช้ร่างจำแลงเซียนระดับโคตรเทพนี้มาแสดงวิชากากๆ มันจะมีสภาพเป็อย่างไร ไม่ช้าเทพอสูรสังหารโลหิตครามก็จะล่วงรู้ในความกากของฉินเทียน มีที่ไหนราชันย์์ที่ใช้พลังอิทธิฤทธิ์ไม่ได้
และเพราะแบบนั้นเมื่อฉินเทียนกลายร่างเป็ราชันย์์ฉินเทียนจึงไม่รอช้าหาทางสังหารเทพอสูรสังหารโลหิตครามในทันที ด้วยสิ่งที่ตัวฉินเทียนมันมั่นใจที่สุด นั่นคือจิตตานุภาพที่ถูกขัดเกลามาจากขุมนรกนิรันดร์ จิตตานุภาพของฉินเทียนนั้นอยู่ในระดับสูงสุดโดยปริยายไปแล้ว หากแต่ในร่างปกตินั้นถูกจำกัดขอบเขตการใช้งานด้วยร่างิญญาที่มิมีอำนาจพอจะแผ่พุ่งจิตออกไปทำร้ายผู้ใดได้อย่างเต็มที่
แม้ฉินเทียนจะมีอำนาจจิตอันยิ่งใหญ่ก็ตาม
หากแต่เมื่ออยู่ในร่างแห่งราชันย์์ความสามารถนี้ก็ราวกับถูกปลดล็อก และพร้อมจะแสดงอำนาจอันยิ่งใหญ่ของมัน ที่สามารถสยบผู้คนและทวยเทวะทั่วหล้าให้อยู่ใต้จิตแห่งจักรพรรดิ
หากแต่จิตตานุภาพอย่างไรก็มิใช่วิชาสังหารผู้คน ดังนั้นฉินเทียนจึงต้องยอมมือเปื้อนเืรีบใช้มือะเิร่างของเทพอสูรสังหารโลหิตครามในทันที แม้การแสดงจะดูยิ่งใหญ่และง่ายดาย หากแต่แท้จริงทุกสิ่งอย่างต้องทำอย่างพอดิบพอดีและรวดเร็วยิ่ง มิอาจจะชักช้าได้แม้เพียงเสี้ยววินาที
หากเทพอสูรสังหารโลหิตครามคลายจิตตานุภาพได้รวดเร็วกว่านี้ ใช้วิชาเคลื่อนย้ายหลีกหนีได้สำเร็จ ต่อให้ฉินเทียนจำแลงกายเป็ราชันย์์ ฉินเทียนก็ทำอะไรมันอีกไม่ได้ ต่อให้ปรารถนาจะบินข้ามมิติไปสังหารมันอย่างไรก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีวิชา ไม่มีความรู้เกี่ยวกับกฎแห่งเทวะเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นในการสังหารเทพอสูรสังหารโลหิตครามในครั้งนี้นับว่าฉินเทียนทำได้หมดจดและเหมาะสมแล้วจริงๆ
!!!ฮะฮาฮา ฉินเทียนที่ยังอยู่ในร่างจำแลงเซียนหัวเราะเสียงดังครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมองย้อนกลับมาที่โลกใบนี้ มันเห็นเหล่าตัวตนยิ่งใหญ่มากมาย ด้วยร่างขนาดกว้าง 18,832,333.33 จั้ง ซึ่งยังมิได้ปรากฏมาเต็มกายนี้ของมัน และพลังจิติญญาระดับราชันย์์ ทำให้ตัวมันสามารถััทุกสรรพสิ่งของโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว
.
.
.
และในที่ไม่ไกลจากมันนัก มันเห็นสตรีนางหนึ่งที่คุ้นเคย นางยังคงงดงามตระการตาดังเช่นเคย ร่างของนางก็โบยบินขึ้นเหนือท้องนภาเช่นเดียวกันกับผู้อื่น เพื่อมองเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเหนือโลกหล้าใบนี้ จากหนึ่งอสูรสี่หัวที่สะท้านโลกา ที่ทำให้ผู้คนสั่นไหวและหวาดกลัว หากแต่เพียงแค่อีกชั่วครู่ กับมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเกินบรรยายปรากฏ
นางมารผลึกโลหิตจ้องมองร่างราชันย์์ตาเป็ประกายคล้ายหลงใหล หากแต่ในไม่ช้าในมุมไกลออกไปนางพบว่าอยู่ดีๆ ก็มีกลุ่มบุรุษร้องเรียกนางเสียงดัง
"ยอดรักนาง์ของข้า มิคิดเลยว่าวันนี้สองเราจะได้พบกันอีกครั้ง แม้โลกหล้านี้จะเกิดปรากฏการณ์ประหลาดอัศจรรย์น่าหวาดกลัวขึ้น หากแต่วันนี้ก็นับว่าเป็โชคดีวาสนาของข้าที่ตามหามาแสนนาน ลี่อิงจงลืมเื่เก่าๆ ไปเสียเถอะและมาเป็ยอดรักคู่บำเพ็ญให้กับเราปราชญ์เบญจธาตุผู้นี้เถอะ" พูดจบกลางหน้าผากของปราชญ์เบญจธาตุก็ปรากฏตราสัญลักษณ์ิญญาที่มิมีผู้ใดในดินแดนนี้จะพบเห็นได้โดยง่าย
[ตราสัญลักษณ์ิญญาสีม่วงสองจุดแต้ม]
ลี่อิงนางมาผลึกโลหิตยามนางเห็นใบหน้าของปราชญ์เบญจธาตุ ใบหน้าของนางก็คล้ายเต็มไปด้วยความเ็ปและโกรธแค้นอันล้ำลึก เพราะมันผู้นี้เป็หนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของนางต้องตกตาย นางสัญญาว่าต่อให้ชีวิตนี้ไม่ว่านางจะต้องแลกด้วยสิ่งใดนางก็ต้องแก้แค้นเอาชีวิตของมันผู้นี้มาเซ่นไหว้ดวงิญญาของบิดามารดาและคนในครอบครัวนางหมื่นชีวิตของนางให้จงได้
หากแต่ยามนี้ นอกจากปราชญ์เบญจธาตุแล้ว ด้านหลังรอบกายของปราชญ์เบญจธาตุ ก็ปรากฏกลุ่มคนที่มี [ตราสัญลักษณ์ิญญาสีแดง และ ตราสัญลักษณ์ิญญาสีโลหิต] พุ่งร่างมารายล้อมนางอย่างมากมาย นางมิคิดเลยว่าความประมาณของนางเพียงเล็กน้อยที่ปรากฏกาย ณ ที่แห่งนี้จะทำให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น
หรือว่าชีวิตนี้ของนางจะไม่มีโอกาสได้แก้แค้นแล้ว