หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันสุดเสียวของเวิ่นกวงมาเรียบร้อย รุ่งเช้าสองแม่ลูกก็พร้อมที่จะออกเดินทาง ก่อนออกเดินทางดูเหมือนกุ้ยอิงจะยังคาใจเื่ที่เข้าเถ้าแก่ใช้สายตาแทะโลมนางอยู่แม้มันจะบริการนางดีแค่ไหนก็ตามซึ่งเ้าเถ้าแก่ก็ไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจอะไร แต่กับเวิ่นกวงดูมันจะกระดี๊กระด๊าเป็พิเศษ แถมยังแอบกระซิบกระซาบอะไรกันด้วย จนกุ้ยอิงเริ่มผิดสังเกต เวิ่นกวงจึงรีบเดินตามมารดาบุญธรรมของมันมาอย่างเร็วรี่
"ลูกไปสนทนาอะไรกับเ้าเถ้าแก่ลามกนั้นหนักหนา" กุ้ยอิงเอ่ยปากถามเวิ่นกวงด้วยความสงสัย "ไม่มีอะไรหรอกท่านแม่ข้าก็แค่บอกมันว่าวันหลังอย่ามองลูกค้าแบบนั้นอีก มันดูไม่ดี ไม่งาม ท่านแม่ก็อย่าไปถือสามันเลยคงเพราะท่านแม่ของข้างดงามกระมัง เ้านั้นถึงได้อดมองไม่ได้" เวิ่นกวงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าทะเล้นแถมยังชมกุ้ยอิงออกมาตรง ๆ อีก ทำเอานางหน้าแดงทันที
"เดี๋ยวเถอะ เ้าลูกคนนี้มาทำเป็ปากหวานพูดชมแม่ แม่ยังไม่หายโกรธเื่นั้นนะ" กุ้ยอิงเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้มสดใสน่ารักราวกับเด็กสาวแรกรุ่นก่อนจะวิ่งไล่ตามบุตรชายของนางไปติด ภาพของสองแม่ลูกที่หยอกล้อกันยามนี้ดูช่างไม่ต่างจากคู่รัก คู่หนึ่งเลยทีเดียว จากนั้นทั้งสองก็เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้
การเดินทางราบรื่นดีจวบจนกระทั่งทั้งคู่ได้มาพบเข้ากับโจรป่ากลุ่มหนึ่ง มีทั้งสิ้น 5 คน หากเป็คนปกติคงต้องใกลัวเป็แน่ แต่ทว่า..หญิงสาวตรงหน้าพวกมันคือ มู่ กุ้ยอิง แห่งตระกูลหยางมีหรือที่นางจะเกรงกลัวพวกมัน
“ช้าก่อน...แม่นางเ้าจะรีบไปไหน มาเป็สนุกกับพวกข้าก่อนไม่ดีกว่าหรือ รับรองว่าเ้าต้องติดใจแน่นอนอย่าไปสนไอ้หน้าล่ะอ่อนที่มากับเ้าเลย”
คนที่ดูเหมือนหัวหน้าโจร พูดอย่างไม่อายฟ้าอายดิน มันคิดจะข่มเหงทำมิดีมิร้ายกุ้ยอิงนั่นเอง
“ข้าจะรีบเดินทาง ไม่อยากมีเื่ ขอพวกเ้าโปรดหลีกทาง ให้พวกข้าผ่านไปด้วยเถิด”
กุ้ยอิงยังคงมีสติพูดตอบพวกโจรบ้ากามกลุ่มนี้อย่างใจเย็น
“แม่นางคนงามนี่ ถ้าจะกลัวจนเลอะเลือน พวกข้ามีกันตั้งห้าคน ส่วนเ้ามีแค่สอง วันนี้เ้าอย่าหวังจะรอดจากพวกข้าไปได้เลย ฮ่า ๆ ๆ เอาละ พวกเรา จัดการ..!!”
พวกโจรป่าทั้ง 5 คน บุกจู่โจมเข้าไปหามู่กุ้ยอิงพร้อมกันทีเดียว“พวกเ้ารนหาที่เองนะ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ เวิ่นกวงไปหลบข้างหลังแม่ก่อน” พูดจบกระบี่ของกุ้ยอิงก็พลันออกจากฝัก นางสะบัดกระบี่เพียงเสี้ยววินาทีเดียว บังเกิดผลเกินคาด
“โอ๊ย......อ๊าก.....มือข้าาาาา” อาวุธของพวกโจรทั้ง 5 คนหลุดมือทันที เคร้ง ๆ ๆ เสียงอาวุธตกพื้น ที่ข้อมือของโจรแต่ละคนล้วนมีรอยกระบี่บาดลึก แสดงถึงอานุภาพของเคล็ดกระบี่ขั้นสูงของกุ้ยอิง พวกมันทั้ง 5 ต่างก้มหน้าร้องโอดโอย จากนั้นกุ้ยอิงก็เก็บกระบี่คืนฟักก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่สนพวกมัน เวิ่นกวงตามมาเอาเท้าถีบยันพวกมันราวกับเป็หมู เป็หมา แถมยังด่าทออย่างหยาบคาย สร้างความเจ็บแค้นให้พวกมันมาก "พอได้แล้วเวิ่นกวงรีบไปกันเถอะลูก อย่าไปสนพวกมันอีกเลย"กุ้ยอิงเอ่ยปากขึ้นในขณะที่เหลียวมามองบุตรชาย และในตอนนั้นเองที่นางดันไปเห็นเข้าพอดีว่ามีเ้าโจรป่าคนหนึ่งสอดมือล้วงเข้าไปในเสื้อประหนึ่งจะหยิบบางอย่างออกมา กุ้ยอิงเห็นท่าไม่ดีจะรีบร้องบอกเวิ่นกวงเสียงดัง
"เวิ่นกวงระวังลูก…!!" ทว่าเสียงร้องของกุ้ยอิงนั้นช้าไปเสียแล้ว เมื่อเ้าโจรผู้นั้นหยิบมีดสั้นออกมาห้าเล่มจากนั้นก็ปาใส่เวิ่นกวงอย่างรวดเร็ว กุ้ยอิงเองก็รวดเร็วไม่แพ้กัน นางรีบพุ่งตัวมาชักกระบี่ฟันใส่มีดสั้นเ่าั้ และพุ่งเข้าไปใช้คมกระบี่เฉือดคอหอยของเ้าโจรต่ำช้าทั้งห้าให้ตายในทันทีทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ก็หาเป็เช่นไม่..มีดสองในห้าเล่มพุ่งมาถูกตัวของเวิ่นกวง กับกุ้ยอิง แม้นจะไม่ได้โดนจุดสำคัญจนเป็อันตรายร้ายแรงแต่ทว่า….มีดสั้นเ่าั้มีพิษ.!! แถมยังเป็พิษร้ายสุดอุบาทว์อีกด้วย
พิษซึมเข้าสู่าแเข้ากระแสเืและออกฤทธิ์เร็วพลัน "โอ๊ย..ระ ร้อน ร้อนไปทั้งตัวแถมปวดหน้าอกด้วยนี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ท่านแม่.." เวิ่นกวงทรุดเข่าลงกับพื้นก่อนจะเอามือจับกุมหน้าออกตรงหัวใจ สีหน้าบิดเบี้ยวบ่งบอกถึงความเ็ปทรมาน อย่าว่าแต่มันเลย กุ้ยอิงเองก็ไม่ต่างกัน มีดสั้นพุ่งถากแขนนางไปเล็กน้อยแต่นั้นก็เกินพอที่จะได้รับพิษ "ยะ แย่แล้ว อาการแบบนี้มัน…พิษดอกรัก..!!" กุ้ยอิงอุทานออกมาด้วยสีหน้าเ็ป
"พิษดอกรักงั้นหรือท่านแม่? มะ มัน คือพิษแบบไหนกัน..ทำไมร่างข้าถึงรู้ร้อนจนอยากจะถอดเสื้อผ้าให้หมดเช่นนี้ แถม แถม…"เวิ่นกวงมีน้ำเสียงเบาลงเหมือนอายที่จะพูดต่อ "แถมเ้ายังรู้สึกว่าตรงองคชาต มันร้อนผิดปรกติแถมมันเริ่มแข็งตัวใช่หรือไม่.." กุ้ยอิงกล่าวออกมาแทนบุตรชายบุญธรรมของนาง เวิ่นกวงพยักหน้ารับช้า ๆ "นี่แหละคือพิษของดอกรัก เ้าโจรชั่วสารเลวพวกนี้คงใช้ทำเื่ต่ำช้ากับผู้หญิงเป็แน่ ยามนี้เ้าอย่าพึ่งถามอันใดแม่ จงรีบไปหาถ้ำหลบซ่อนกันก่อน หากพิษกำเริบมากกว่าเกรงว่าจะแก้ไขอันใดไม่ได้" กุ้ยอิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งว่านางรู้จักพิษนี้เป็อย่างดี จากนั้นทั้งสองแม่ลูกจะช่วยกันประคองร่างออกมาก่อนที่จะได้เจอกับถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเหมาะแก้การหลบซ่อนตัวเป็อย่างมาก
"จงฟังแม่ให้ดีนะเวิ่นกวง เ้าจงนั่งอยู่บนแท่นหินตรงนั้นนิ่ง ๆ ห้ามขยับเขยื้อนหรือทำสิ่งใดทั้งสิ้นหากทำเช่นนั้นพิษก็ไม่กำเริบ แม่เองก็จะทำเช่นกัน" กุ้ยอิงกล่าวขึ้นก่อนที่นางจะไปนั่งขัดสมาธิอยู่อีกด้านตรงข้ามกับเวิ่นกวง
สองแม่ลูกนั่งอยู่แบบนั้นราว ๆ ครึ่งชั่วยาม พิษในร่างของเวิ่นกวงดูไม่กำเริบแล้ว ความร้อนก็ลดลง แต่มันก็รู้สึกได้ว่าหากขยับตัวเมื่อไรพิษกำเริบแน่ มันทำได้แค่นั่งนิ่ง ๆ มองกุ้ยอิงที่กำลังนั่งหลบตาอยู่ ความอึดอัดใจของเวิ่นกวงเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในท้ายที่สุดมันก็หลุดปากถามกุ้ยอิงออกมาว่า พิษดอกรักคืออะไร? แล้วจะถอนพิษยังไง? พอกุ้ยอิงได้ยินบุตรชายถามนางจึงลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแช่มช้าพร้อมสีหน้าเป็กังวล "เหตุใดข้ากับบุตรชายต้องมาโดนไอ้พิษอุบาทว์นี่ด้วยนะ โดนพิษอย่างอื่นเสียยังดีกว่า.."กุยอิ้งกัดฟันกรอดด้วยความแค้นก่อนที่นางจะพึมพำออกมา
"ปิดบังเ้าต่อไปก็คงไม่อะไรดีขึ้นมา เช่นนั้นแม่จะบอกให้ฟัง ฟังแล้วก็อยู่นิ่งห้ามใโวยวายเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่" กุ้ยอิงแค่นเสียงดุเวิ่นกวงซึ่งมันเองก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง "พิษที่แม่กับเ้าได้รับเข้าไปมีชื่อว่า พิษดอกรัก ดอกรักชนิดนี้ขึ้นอยู่บนหุบเขาหมื่นรักใจสลาย ในอดีตเคยมีโจรปล้นสวาทเลื่องชื่อผู้หนึ่งขึ้นเขาไปเก็บลงมาก่อนจะสกัดเป็พิษดอกรัก พิษชนิดนี้หากใครโดนเข้าไปก็จะเกิดความกำหนัดในร่างกายจนอยากทำเื่อย่างว่า หากไม่ได้ทำก็จะเ็ปทรมานแถวหัวใจ" พอเวิ่นกวงได้ยินก็อ้าปากค้างตาลุกวาวด้วยความตกตะลึง นิ่งอึ้งไปสักพักจากนั้นมันก็เอ่ยปากถาม กุ้ยอิงต่อ " แล้ว วิธีถอนพิษล่ะท่านแม่ มีหรือไม่?"
กุ้ยอิงก้มหน้านิ่งเงียบก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ ออกมาอย่างสิ้นหวัง" วิธีถอนพิษงั้นรึ ย่อมมีแน่นอนอยู่แล้ว หากไม่ใช่ยาถอนพิษที่ต้องปรุงขึ้นจากดอกหิมะสี่แฉกก็ต้องใช้ ใช้ ใช้…" กุ้ยอิงนิ่งเงียบไป
"วิธีไหนหรือท่านแม่.."เวิ่นกวงมุ่นคุ้นก่อนถามกลับ "ผู้ถูกพิษจะต้องร่วมหลับนอนกับเพศตรงข้ามเพื่อให้พิษสลายไป ไม่เช่นนั้นก็ต้องสำเร็จความใคร่เพื่อระบายพิษออกจนครบสามวัน แต่ก็อย่างที่แม่บอกไปแล้วว่าการขยับร่างกายแม้เพียงน้อยนิดก็จะทำให้พิษกำเริบ แถมถ้าชายหญิงคู่นั้นสมาธิไม่มั่นคงก็อาจจะเผลอตัวมีอะไรกันได้.." กุ้ยอิงกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บแค้นเป็ที่สุด นางอยากจะปลุกผีไอ้โจรพวกนั้นขึ้นมาแล้วฆ่าพวกมันทิ้งอีกรอบนัก แต่ก็ทำมิได้
"เป็เช่นนั้นแหละไม่ว่าจะวิธีไหนก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น ยามนี้แม่ขอนั่งนิ่ง ๆ เพื่อลองใช้พลังวัตรในร่างขับพิษดูก่อนส่วนเ้าก็นั่งเฉย ๆ หากแม่ขับพิษให้ตัวเองได้ ก็สามารถขับพิษให้เ้าได้เช่นกัน" กุ้ยอิงกล่าวขึ้นก่อนจะนั่งหลับตาต่อ
เวิ่นกวงเองทำอันใดมิได้นอกจากเชื่อฟังมารดาของมัน "พิษดอกราคะงั้นหรือ ไม่น่าเชื่อว่าบนโลกจะมีพิษแบบนี้อยู่ด้วย ถ้าหากว่า ตรงหน้าข้ายามนี้ เป็หญิงสาวผู้อื่นที่หาใช่ท่านแม่แล้วละก็ข้าคงจัดการพานางขึ้น์ไปเรียบร้อย ทว่า....ดันเป็ท่านแม่นี้สิ แย่เป็บ้า" เวิ่นกวงนั่งพึมพำคนเดียวก่อนจะหลับตาลงบ้าง พลังวัตรของมันไม่มากพอจะขับพิษ มันจึงต้องอดทนเพียงอย่างเดียว..
จบบทที่ 5
บทต่อไป ขับพิษสุดเสียวซ่านกับท่านแม่..