เมื่ออวี่ฟางเว่ยเปรียบเทียบอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าลายบนข้อมือของเฉินเหมียวเหมี่ยวกับลายจิตวิญญาณที่อยู่บนโอสถนั้นเหมือนกันทุกประการ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา “เหมือน...เหมือนกัน ทั้งสองเหมือนกัน...”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันไปหาฉู่ชิงอวิ๋นที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ทูลองค์ชายสาม หม่อมฉันคือเฉินเหมียวเหมี่ยว บุตรสาวของเฉินปู้เมี่ยเพคะ”
หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้างดงาม ท่วงท่าสง่างาม ทว่าหยิ่งทะนง มีส่วนใดบ้างเหมือนกับเด็กโง่ที่เล่าลือกัน?
ฉู่ชิงอวิ๋นขมวดคิ้วแน่น “ผู้อาวุโส อะแฮ่ม เจ้าคือเฉินเหมียวเหมี่ยวจริงหรือ?”
“ใช่แล้วเพคะ” เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากองค์ชายสามไม่ทรงเชื่อ สามารถให้เฉินหยวนนำเอาศิลาตระกูลออกมาก็ได้เพคะ มีเพียงสายเลือดของตระกูลเฉินเท่านั้นจึงจะสามารถปลุกศิลาตระกูลได้ เพียงเท่านี้ก็จะรู้ได้แล้วว่าหม่อมฉันโกหกหรือไม่”
ฉู่ชิงอวิ๋นพยักหน้ารับรู้ ทันใดนั้นก็มีคนอัญเชิญศิลาตระกูลของตระกูลเฉินออกมา ส่วนเฉินหยวนจะยอมหรือไม่นั้นหาได้สำคัญไม่
เฉินเหมียวเหมี่ยวกัดปลายนิ้วตนเองและหยดเลือดลงไปบนนั้นทันที ศิลาตระกูลส่องแสงระยิบระยับออกมาโดยพลัน นี่เป็นการยืนยันว่า คนผู้นี้เป็นสายเลือดของตระกูลเฉิน
ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง ผู้ที่ใช้ฐานะผู้อาวุโสมายังที่นี่ และทำให้ทั้งตระกูลเฉินพลิกกลับตาลปัตร...กลับเป็นคุณหนูของตระกูลเฉินที่หายตัวไปนานถึงสามปี เฉินเหมียวเหมี่ยว!
อย่าว่าแต่คนตระกูลเฉินที่ตกใจจนพูดไม่ออกเลย แม้แต่คนนอกก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อเช่นกัน
ที่เหลวไหลที่สุดก็คือ ทั้งเฉินหยวน เฉินฮูหยิน และเฉินจื่ออีต่างก็บอกว่า พวกเขาเป็นสายเลือดเดียวกัน และมักจะฝันถึงเฉินเหมียวเหมี่ยวอยู่บ่อยครั้ง แต่คนเป็น ๆ มายืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาเช่นนี้ กลับไม่มีใครจำได้สักคนเดียว
ช่างน่าขันสิ้นดี เหลวไหลและไร้สาระยิ่งนัก!
เกรงว่านี่คงเป็นเรื่องน่าขันที่สุดของเมืองฟ่านเฉิง ไม่สิ ของแคว้นต้าฉู่แล้วกระมัง?
ไม่ ๆ ๆ ไม่เพียงตระกูลเฉินเท่านั้นที่ถูกหัวเราะเยาะ พวกเขาทั้งหมดก็พลอยถูกหัวเราะเยาะไปด้วย!
เพราะพวกเขาต่างถูกดรุณีน้อยผู้นี้ปั่นหัว!
ดวงตาของฉู่ชิงอวิ๋นพลันวาวโรจน์ เมื่อคิดถึงตอนที่ตนเองเลื่อมใส และเคารพดรุณีน้อยผู้นี้ รวมถึงยังเป็นแขกคนสำคัญในงานวิวาห์ร่วมกับนางอีก เขาจึงรู้สึกว่าตนเองราวกับเป็นคนโง่งมยิ่งนัก
“เฉินเหมียวเหมี่ยว ทางที่ดีเจ้าควรอธิบายข้ามา ว่าเหตุใดเจ้าต้องแสร้งทำเป็นยอดฝีมือลึกลับด้วย?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ พลางเอ่ยอย่างไร้เดียงสา “ขอองค์ชายสามโปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันที่ไม่แสดงตัวตั้งแต่แรกด้วยเพคะ เพียงแต่ตอนนั้นหม่อมฉันถูกคนชั่วช้าลอบทำร้ายจนเกือบตายอยู่ที่แม่น้ำกลืนวิญญาณ แม้จะมียอดฝีมือช่วยชีวิตเอาไว้ แต่ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดกว่าจะกลับมาได้ เมื่อฆาตกรยังไม่ถูกจับ หม่อมฉันจึงยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ เพื่อความปลอดภัยของตนเองเพคะ
ส่วนเรื่องปลอมตัวนั้น...อืม เรื่องนี้ก็ยิ่งไม่มีที่มาที่ไปเข้าไปใหญ่ เพราะหม่อมฉันไม่เคยพูดว่าตัวเองเป็นยอดฝีมือลึกลับมาก่อน และก็ไม่ได้ปลอมตัวเป็นผู้ใด ล้วนเป็นตระกูลเฉินที่เข้าใจผิดไปเอง เริ่มแรกเป็นเฉินฉู่ชิงเข้าใจผิดก่อน จากนั้นเฉินเหวินก็ยังเข้าใจผิดอีก ต่อมาก็เป็นเฉินเวย อืม แม้กระทั่งมาถึงเมืองฟ่านเฉิง ทั้งเฉินฉี เฉินหยวน และคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวหรือตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิง พวกเขาต่างก็เข้าใจผิดกันไปเองเพคะ
จะว่าไปแล้วก็ต้องขอบคุณทุกท่าน ตอนที่ผู้น้อยเข้ามายังห้องโถงแห่งนี้ เดิมคิดว่ายอดฝีมือทุกท่านจะเปิดโปงตัวตนของผู้น้อย ทำให้ผู้น้อยต้องตกที่นั่งลำบาซะแล้ว แต่คิดไม่ถึง ว่าองค์ชายสามและผู้อาวุโสทุกท่านก็ยังไม่เปิดโปงผู้น้อย คงเพราะเห็นแก่ที่ผู้น้อยน่าสงสาร ใช่หรือไม่เจ้าคะ?
องค์ชายสามและผู้อาวุโสทุกท่านจิตใจดีถึงเพียงนี้ เช่นนั้นผู้น้อยจึงได้ออกมาเปิดเผยตัวตนในเวลานี้ เพราะเฉินเหวินชิงสมบัติของผู้น้อยไปเป็นของตนเอง ผู้น้อยเพียงคนเดียวคำพูดย่อมไม่หนักแน่น คนที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ ทั้งยังไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครหนุนหลัง จึงทำได้เพียงรอให้เรื่องนี้กระจ่าง และกล้าสารภาพออกมา
ขอบพระทัยองค์ชายสามและผู้อาวุโสทุกท่าน ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเปิดโปงแผนชั่วช้าของเฉินเหวินแทนผู้น้อย และยังช่วยให้ผู้น้อยได้สมบัติที่ท่านพ่อทิ้งไว้ให้ผู้น้อยกลับคืนมา...ขอบคุณมากเจ้าค่ะ!”
น้ำเสียงของเฉินเหมียวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความจริงใจ เอ่ยจบก็หันไปคารวะให้กับองค์ชายสามและเหล่ายอดฝีมือ ดวงตามีเสน่ห์จับใจที่กะพริบขึ้นลงคู่นั้น เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้ ทั้งน่าสงสารและน่าปกป้อง แม้แต่คนที่ใจแข็งดังหินเห็นแล้วก็ยังต้องใจอ่อน
ยอดฝีมือทุกท่าน “...”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเยินยอพวกเขาถึงเพียงนี้ ทั้งยังหาทางลงเอาไว้ให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว พวกเขาย่อมไม่มีทางบอกความจริงว่า พวกเขาไม่รู้ฐานะของเฉินเหมียวเหมี่ยว ทำได้เพียงรับบทเป็นคนดีไปตามน้ำเท่านั้น
ทว่า...แม้จะได้หน้าตา แต่พวกเขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างแปลก ๆ อยู่ดี
เฉินเหมียวเหมี่ยวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อ้อ จริงสิ เพื่อเป็นการขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือผู้น้อย เช่นนั้นก็ทำตามที่พี่ชายรูปงามท่านนั้นเสนอก็แล้วกันนะเจ้าคะ”
พี่ชายรูปงาม?
ทุกคนต่างมองไปรอบ ๆ
สุดท้ายก็มองตามสายตาของเฉินเหมียวเหมี่ยวไปยังบุรุษรูปงามใบหน้าหล่อเหลาในชุดสีม่วงผู้หนึ่ง ท่าทางของเขาดูสง่างามและสูงส่ง นัยน์ตาดอกท้อดูล้ำลึก ราวกับดอกบัวสีเลือดที่แขวนอยู่บนหน้าผา สูงส่งอย่างไร้ที่เปรียบ แต่กลับลึกลับและอันตราย
ทุกคน “!!!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวรู้หรือไม่ว่าคนผู้นี้เป็นใคร อ้าปากปุ๊บก็บอกว่าเขาเป็นพี่ชายรูปงาม ไม่กลัวถูกเขาฆ่าเอาหรืออย่างไร!
ใครบ้างจะไม่รู้ ว่าคุณชายเอี้ยนซิวเกลียดคนที่บอกว่าเขารูปงามที่สุด?
แต่ครั้งนี้พวกเขาต่างคิดไม่ถึง ว่าเอี้ยนซิวกลับไม่ได้โมโหแต่อย่างใด หนำซ้ำยังเอ่ยด้วยรอยยิ้มอีก “อ่อ ข้าเอ่ยว่าอะไรงั้นหรือ?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็ยิ้มตอบเช่นกัน “พี่ชายรูปงามบอกว่า ‘พวกเราเดินทางมาไกลหลายพันลี้ เพื่อเปิดโปงแผนการชั่วร้ายของเฉินเหวิน ก็นับว่าคืนความยุติธรรมให้กับเฉินเหมียวเหมี่ยวแล้ว ของเหล่านี้พวกเราแบ่งเท่า ๆ กันดีหรือไม่ ขอเพียงเป็นคนที่มาร่วมงานแต่งในวันนี้ต่างก็ได้ส่วนแบ่งไป’ ข้าเห็นด้วยกับความคิดนี้เจ้าค่ะ ไม่เพียงแบ่งโอสถกันเท่านั้น ของในอาวุธเวทเฉียนคุนนี้ก็จะแบ่งให้ด้วยเช่นกัน ส่วนตัวข้าขอแค่อาวุธเวทเฉียนคุนนี้ก็พอแล้ว เพราะนี่เป็นสิ่งที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้ให้ข้า ข้าจึงอยากจะขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกเจ้าค่ะ”
ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเอี้ยนที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความร้อนใจที่ไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้อีก
“เด็กน้อย เจ้ายอมแบ่งของเหล่านี้ให้พวกเราจริงหรือ รวมถึงโอสถด้วยงั้นหรือ?”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพยักหน้ารับ “จริงเจ้าค่ะ หากไม่ใช่เพราะทุกท่านช่วยเป็นพยานเปิดโปงเฉินเหวิน เกรงว่าชีวิตของผู้น้อยคงต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้าแสดงตัว สิ่งนี้จึงถือเป็นของขวัญตอบแทน ขอแขกทุกท่าน ผู้อาวุโสทุกท่าน อย่าได้เกรงใจผู้น้อยเลยนะเจ้าคะ!”
คนของตระกูลเฉินเมื่อได้ยินวาจาของเฉินเหมียวเหมี่ยว ถึงกับหายใจไม่ออกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
พวกเขาอยากจะกรีดร้อง อยากจะตะโกน อยากชี้หน้าด่าทอเฉินเหมียวเหมี่ยว
แบ่งบ้านเจ้าน่ะสิ ของเหล่านี้เป็นของตระกูลเฉิน เป็นของตระกูลเฉินเท่านั้น!!!
โดยเฉพาะเฉินฮูหยินที่ถูกตบตีไปหลายครั้งจนบาดเจ็บสาหัสเพื่อสมบัติเหล่านี้ เมื่อได้ยินว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวจะแบ่งของเหล่านี้ให้ผู้อื่น ก็แทบจะเป็นลมไปทันที
มีคนที่ไร้ยางอายเช่นนี้ด้วยงั้นหรือ คำพูดไม่กี่ประโยคก็สามารถทำให้ทุกคนมาอยู่ฝ่ายนางได้แล้ว ตั้งแต่องค์ชายของแคว้นต้าฉู่ ไปจนถึงแขกจากตระกูลต่าง ๆ ทุกคนล้วนยืนอยู่ข้างนาง ตระกูลเฉินของพวกเขาแม้จะโมโหเพียงใด กลับไปกล้าแม้แต่จะผายลมออกมา
ตระกูลเฉินช่างโชคร้ายจริง ๆ!
หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นนางน่าจะเด็ดขาดกว่านี้ ตัดหัวของเฉินเหมียวเหมี่ยวทิ้งซะ ไม่ใช่แค่โยนนางลงแม่น้ำกลืนวิญญาณเช่นนั้น!!!
ความใจกว้างของเฉินเหมียวเหมี่ยว…ไม่ใช่ ต้องบอกว่า ‘แผนการแก้แค้นของเฉินเหมียวเหมี่ยว’ นั้น ทำให้ทุกคนต่างมองนางว่าเป็นคนสูงส่ง มิน่าล่ะ นางถึงสามารถไล่ต้อนตระกูลเฉินให้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้
ความหนักแน่น สติปัญญา ฝีมือเช่นนี้
โชคดีที่นางไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ ไม่อย่างนั้นละก็ ใครบ้างจะไม่หวาดกลัวนาง?