ตอนที่ 9
วิถีฝึกตนอันเ็ป
“พิษโอสถ มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน”
...ไม่น่าเชื่อว่าอีกไม่ถึงสิบปีให้หลังเ้าจะกลายเป็ผู้ที่หลงใหลในศาสตร์การใช้โอสถและพิษร่วมประสาน บุกเบิกเส้นทางแห่งโอสถที่เหนือล้ำจนกลายเป็ขวางหูตาผู้มีอิทธิพลของมหานครตะวันออก
“ทุกสิ่งไม่อาจดูเพียงอย่างเดียว หากเ้าอยากรู้” ฟู่...หลงจิวเมิ่งระบายลมออกจากปากเพราะวิธีการปรุงโอสถ...จิตปราณประสาน นั้นหนักหนาเกินไปสำหรับหลงจิวเมิ่งที่ลมปราณยังคงอ่อนแอในเวลานี้
...โชคดีจริง ๆ ที่การปรุงโอสถครั้งนี้ เป็แค่โอสถไร้ระดับขั้นต่ำหากเป็โอสถมีลำดับแล้ว ข้าคงมิอาจกระทำสำเร็จ
โอสถเม็ดลูกกลอนสีดำก่อนหน้า ซึ่งหยิบฉวยมาจากมือของต้าฮวนทั้งสามเม็ดบัดนี้ได้กลายเป็โอสถชนิดใหม่ ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็สี่เม็ดจากการผสมรวมวัตถุดิบที่มากขึ้น แถมสีสันยังแปรเปลี่ยนจากดำสนิทเป็สีม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมร้อนรุนแรง
หลงจิวเมิ่งดีดเม็ดยาหนึ่งเม็ดส่งให้ต้าฮวน
“ข้ารู้ว่ามันทำใจให้เชื่อยาก แต่ถ้าเ้าอยากที่จะเก่งขึ้น วิธีที่รวดเร็วที่สุดคือเ้าต้องทดลองใช้มันด้วยตัวเองสักครั้งหนึ่ง”หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางเก็บโอสถอีกสามเม็ดลงไปในขวดยาของตนเอง“ส่วนโอสถอีกสามเม็ดที่เหลือข้าขอเป็ค่าวิชา อ๋อ แล้วจำเอาไว้อีกเื่วิชาที่ข้าแสดงให้เ้าดูนี้ ห้ามแพร่งพรายต่อบุคคลอื่นเป็อันขาดแม้แต่บิดาของเ้าก็ไม่เว้น จนเมื่อข้ามั่นใจแล้วข้ารับรองว่าจะถ่ายทอดมันให้กับเ้าเอง”
ต้าฮวนแม้ได้ยินถ้อยคำของหลงจิวเมิ่งชัดเจนแต่หาได้ใส่ใจมากนัก เพราะตอนนี้มันกำลังตั้งใจดูเม็ดโอสถที่กลิ้งไปมาอยู่บนฝ่ามือของตนเองอยู่
“วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว ไว้พรุ่งนี้สาย ๆ ข้าจะไปหาเ้าที่ร้านโอสถสุขสันต์อีกครั้งและข้าหวังว่าเ้าจะทดลองโอสถวิเศษที่ข้ามอบให้ในวันนี้ หาไม่แล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไม่แสดงวิชาอันใดให้เ้าดูอีก” เอ่ยจบหลงจิวเมิ่งก็เดินจากไปทันที ปล่อยให้ต้าฮวนยืนนิ่งใช้เพียงสายตาส่งแขกที่มันยังไม่รู้แม้กระทั่งชื่อแซ่ของอีกฝ่าย
.
.
ภายหลังสูญเสียลมปราณไปจำนวนไม่น้อยหลงจิวเมิ่งจึงเลือกที่จะเดินทางขึ้นเหนือไปยังสถานที่หนาวเย็นบนเขาสูง เสาะหาสถานที่สงบเงียบบนูเาหิมะเตี้ยลูกหนึ่งก่อนจะต้องชะตาถ้ำร้างซึ่งลึกพอจะเข้าไปนั่งหลบเร้นฝึกฝนอยู่ภายในเมื่อได้สถานที่เหมาะเจาะ หลงจิวเมิ่งจึงนำโอสถพิษที่ตนเองปรุงขึ้นหนึ่งเม็ดยัดใส่ปาก
ทันทีที่เม็ดโอสถเลื่อนไหลผ่านลำคอความร้อนรุนแรงของพิษโอสถ พลันแผ่กระจายออกอย่างรวดเร็วความง่วงเหงาผ่อนคลายแล่นจู่โจมขัดแย้งในตัว แต่ผลของมันกลับทำให้เส้นเอ็นกล้ามเนื้อทั่วร่างของหลงจิวเมิ่งผ่อนคลายคล้ายยามที่กำลังหลับใหลพักผ่อนผลของโอสถบำรุงปราณที่ผสานเสริมกับฤทธิ์เืลมสูบฉีดรุนแรงจนเกินพอดี หนุนเสริมด้วยจิตใจและกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลายทำให้ฤทธิ์ของโอสถบำรุงปราณดั้งเดิมไม่อาจเปรียบ สภาวะฝึกฝนอันสมบูรณ์ส่งให้ความไวในการฝึกฝนลมปราณเพิ่มขึ้นไปอีกกว่าเท่าตัวแม้ลมปราณที่ฝึกฝนจะวิ่งไวรุนแรง แต่ผลพิษยังคงอยู่ เพราะวิชาที่หลงจิวเมิ่งใช้ล้วนเกิดจากวิธีครูพักลักจำหาได้เข้าใจถ่องแท้ตลอดสาย ทำให้ยิ่งมาร่างกายยิ่งร้อนลวก อาการง่วงเหงาที่เพิ่มสูงยิ่งจู่โจมให้เสียสมาธิแม้ผลการฝึกฝนลมปราณที่หลงจิวเมิ่งได้รับตอนนี้จะเกินกว่าฤทธิ์ที่ได้จากโอสถบำรุงปราณไปมากแล้วแต่นั่นยังไม่ใช่วิธีการรีดเร้นประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของการฝึกตนวิถีฝึกตนโดยอาศัยความเ็ปเป็จุดกำเนิดหนึ่งในแนวทางที่รีดเร้นพลังแฝงได้รุนแรง ไม่แพ้เคล็ดวิชาบ่มเพาะชั้นสูงของสำนักมาตรฐาน
หลงจิวเมิ่งลืมตาขึ้นก่อนจะกัดนิ้วชี้ของตนเองจนโลหิตที่กำลังปะทุร้อนไหลสาดโลหิตแดงชาดยังคงหลั่งไม่หยุด ถูกใช้ขีดวาดเป็อักขระคำ...เจิน(เข็ม)ขึ้นที่กลางอากาศ เมื่ออักขระเรืองรองสมบูรณ์ หลงจิวเมิ่งพลันผลักฝ่ามือกดอักขระประทับลงบนร่างความเ็ปจากการถูกทิ่มแทงเรียกสติที่กำลังเลอะเลือนให้คืนกลับ แม้ต้องแลกมาด้วยความเ็ปจนฟันขาวในปากล้วนขบแน่น แม้เส้นทางฝึกตนซึ่งใช้พิษและความเ็ป ล้วนถูกกระทำจนเคยชินในร่างกายชีวิตก่อนหลงจิวเมิ่งจึงมิได้เป็กังวลมากนัก เพียงแต่ยามนี้หลงจิวเมิ่งยังเป็เพียงเด็กน้อยอายุสิบเอ็ดปีหากจะทานทนต่ออักขระเข็มแหลม ที่ใช้ในการวางกับดักนั้นมิใช่เื่ง่ายดายสุดท้ายแม้ยากลำบากจนแทบจะสลบไปหลายครา ยังฝืนฮึดสู้จนผ่านพ้นมาได้ในที่สุด
สองชั่วยามล่วงเลย...หยดน้ำจากความร้อนและไอเย็นปะทะกันไหลชโลมร่างของเด็กหนุ่มจนเปียกชุ่มแววตาอันอ่อนล้าของหลงจิวเมิ่ง เลื่อนสำรวจร่างกายที่ทนทุกข์ของตนเองตลอดการฝึกฝนที่เพิ่งจะผ่านพ้น
...สิ่งนี้อาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตใหม่ที่ข้าได้รับแม้ครั้งแรกพลังลมปราณของข้าจะเพิ่มขึ้นรวดเร็วจนน่าตระหนก แต่หากเป็เช่นนี้ต่อไปสารรูปภายนอกของข้าคงย่ำแย่ แถมยังอาจจะทำให้เส้นทางฝึกตนในอนาคตผิดเพี้ยนไม่ต่างจากชีวิตก่อน
การฝึกฝนด้วยวิถีพิษและการทรมานเพียงครั้งเดียวกลับทำให้ร่างของหลงจิวเมิ่งต้องรับภาระหนักจนเกินพอดี จึงสังเกตชัดได้ว่ารูปร่างของตนผ่ายผอมลงไปถนัดตาอีกทั้งภายหลังฝึกฝนเสร็จสิ้น ทั่วร่างยังต้องรับภาระความรู้สึกเ็ปเอาไว้อีกหลายชั่วยาม
เมื่อใกล้ออกพ้นปากถ้ำ หลงจิวเมิ่งจึงแหงนหน้ามองไกลไปยังเบื้องนอกแสงสุริยันทอทอดสรรพสิ่งก่อเกิดเป็เงาดำทอดยาว ยามราตรีใกล้มาเยือนเต็มที แม้ตัวตนชีวิตก่อนจะเคยทำตัวเหลวไหลแต่เมื่อย้อนกลับคืน การกระทำล้วนแตกต่าง ทุกวันยังต้องไปพอหน้าบิดาที่นอนป่วยเพื่อพูดคุยก่อนจะแยกกลับเข้าเรือนพักของตน
...เห็นทีข้าคงต้องเร่งเดินทางกลับเสียแล้วมิเช่นนั้นท่านพ่อคงจะไม่สบายใจเป็แน่ แต่ไหน ๆ ลมปราณของข้าก็เพิ่มพูนขึ้นมามิใช่น้อยอีกทั้งลมปราณยังฟื้นฟูจนเต็มที่ อย่าให้เวลาที่ได้คืนกลับมาเสียโอกาส ระหว่างทางก็ทดลองฝึกเทพวิชา...ท่าร่างฤดูกาลผกผัน ไปด้วยเลยก็แล้วกัน
ปากของหลงจิวเมิ่งขยับไว พึมพำบทสวดเป็ภาษาไม่คุ้นหูท่าเท้าย่างก้าวตามท่อนแรกของเคล็ดวิชาขั้นต้นของ...ท่าร่างฤดูกาลผกผัน บทที่ว่าด้วยธรรมชาติแห่งลมด้วยความทรงจำในชีวิตก่อนยังติดตรึง ท่าเท้าที่ก้าวเดินนับหมื่นนับแสนครั้งจึงถูกใช้ออกอย่างไหลลื่นั้แ่การฝึกฝนครั้งแรก
...เพียงหลงลืมไปว่า แม้ความทรงจำยังคงเดิม แต่ร่างกายนั้นแตกต่าง
ท่าร่างแรกที่ใช้ออกเพื่อฝึกฝน กลับส่งร่างของหลงจิวเมิ่งทะยานล้ำวูบไหวอย่างมิอาจควบคุมบังคับลมปราณที่ยังมีเพียงน้อยนิด ถูกสูบออกรุนแรงราวกับลูกโป่งแตกในเสี้ยวอึดใจทั่วร่างที่เพิ่งจะมั่นใจว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยลมปราณและพละกำลัง กลับกลายเป็อ่อนระทวยสองเท้าที่มาดมั่นกลายเป็เบาหวิว ศีรษะหนักอึ้ง สมองชาด้านล้มพับสลบลงไปท่ามกลางป่าเขาั้แ่เมื่อใดยังไม่อาจจดจำ สุดท้ายถูกหิมะโปรยปรายสุมแน่นจมฝังกลายเป็กองหิมะขาวโพลน กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
.
.
ดวงจันทร์เด่นอยู่ลอยอยู่กลางหาวผู้คนในร้านโอสถสุขสันต์ต่างแยกย้ายกันกลับหอห้องของตนเอง บ้างก็ดับไฟเข้านอนแต่หน้าต่างห้องของต้าฮวนยังคงสุกสกาวด้วยแสงจากตะเกียงิญญาอสูรเด็กหนุ่มรูปร่างท้วม จ้องมองดูเม็ดยาสีม่วงดำที่วางเอาไว้บนถาดดินเคลือบแม้มั่นใจว่าโอสถชนิดนี้ไม่ทำให้ถึงตาย เพราะหลังจากที่ตนเองได้รับมา มันก็เร่งให้คนรับใช้ของตนไปหากระต่ายป่า รวมถึงนกหนูเท่าที่พอจะหาได้ด้วยเวลาจำกัด นำมาทดสอบเศษผงโอสถที่ขูดจนหลุดลอกออกมาเล็กน้อยเพื่อความมั่นใจ
...สัตว์ที่เราทดสอบทุกตัวล้วนมีชีวิตรอดแต่บางตัวแสดงอาการร้อนรน บางตัวกลับซึมเซา แต่ผลของมันก็มิได้รุนแรงนักต้าฮวนในเมื่อเ้าไร้สามารถ ฝึกฝนลมปราณก็เชื่องช้ากว่าผู้คนทั้งหลายทั้งที่ไม่เคยขาดด้วยโอสถบำรุง ดังนั้นทางลัดนี้ต่อให้เสี่ยงไปบ้าง แต่อย่างไรก็คงไม่ถึงตาย
ความคิดได้ข้อยุติ ต้าฮวนคว้าเม็ดโอสถที่วางนิ่งบนฝ่ามือยัดเข้าปากตนเองช้าๆ
ร้อน !!!
ทันทีที่โอสถพิษไหลลงคอความร้อนสายหนึ่งพลันปะทุขึ้นในร่างของต้าฮวนอย่างรุนแรง แม้อากาศภายนอกห้องนอนของมันจะหนาวเหน็บด้วยเริ่มมีหิมะเบาบางโปรยปรายลงมา
ความรู้สึกร้อนรุ่มไม่สบายกายแรกเริ่มแม้จะน่าหงุดหงิดแต่พลังลมปราณที่ปะทุรุนแรงยิ่งกว่าโอสถบำรุงปราณที่ต้าฮวนเคยใช้มาก่อนหลายเท่าในร่างนั้นเป็ของจริงต้าฮวนความคิดฉับไว ไม่กล้าชักช้าให้เสียเวลาฝึกปรือ กระโจนออกจากห้องหอตรงไปนั่งฝึกฝนอยู่นอกชายคา ใช้หิมะที่พรมลงมาจากฟากฟ้า ช่วยลดทอนความร้อนในร่างแต่เมื่อเริ่มทำสมาธิฝึกฝนจนเข้าสู่ภวังค์จิตที่แน่วแน่ก็ถูกความง่วงเหงาเข้าจู่โจม เมื่อร่างผ่อนคลาย ความกังวลต่าง ๆที่เคยสุมแน่นอยู่ในหัว พลันลืมเลือน คอขวดบ่มเพาะที่ติดขัดมานานนับปีกลับสลายออกไปราวกับม่านควันความไวในการฝึกปรือยิ่งสูงล้ำขึ้นไปกว่าเก่าจนมิอาจเทียบ แต่สุดท้ายยังไม่อาจเอาชนะผลพิษของโอสถไม่อาจประคองตัวสืบไป หลับใหลไปทั้งที่ยังอยู่ในท่าขัดสมาธิท่ามกลางอากาศหนาวเย็นภายนอกเรือนชาน