ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    กลับบ้าน

    ตอนที่202 กลับบ้าน

               ในเมื่อตกปากรับคำไว้แล้วชิงเถาก็ต้องกลับเมืองหลวงพร้อมกับมี่หนิงหยางไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไปแต่งเรื่องกับครอบครัวนางเหมือนที่โม้กับนางไว้ จริงๆก็ไม่ใช่เพราะเขาบังคับนางหรอกนะนางก็อยากกลับบ้านแล้วจริงๆนั่นแหละ

    “คุณหนูเดินทางปลอดภัยนะขอรับ”เอ้อฉงออกมาส่งนางที่หน้าที่พัก เขาเป็นห่วงนางไม่น้อยเมื่อได้ยินว่าจะร่วมเดินทางกลับพร้อมกับมี่หนิงหยางผู้มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของเมืองหลวงแต่ก็ดีใจกับนางที่จะได้กลับไปเจอครอบครัวแล้ว

    “ขอบคุณท่านเจ้าค่ะตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าขอบคุณท่านมากๆที่ดูแลข้าอย่างดีไว้เจอกันที่เมืองหลวงนะเจ้าคะ อย่างลืมไปหาข้าที่ร้านด้วย แล้วก็บอกคนอื่นๆด้วยนะเจ้าคะข้าจะลดราคาให้เป็นพิเศษเลย” ชิงเถาเอ่ยลาอีกเล็กน้อย

    “ไปเถอะสายแล้ว”มี่หนิงหยางที่อยู่บนม้าของเขาเอ่ยเตือนชิงเถาเมื่อเห็นว่านางพูดคุยสั่งลาหลายเรื่องเสียเหลือเกิน

    “เจ้าค่ะทุกคนลาก่อนเจ้าค่ะ” ชิงเถาโบกมือลาทุกคนที่มาส่งนาง ไม่ได้มีเพียงนายทหารที่รู้จักกับนางเท่านั้นเหล่าเด็กๆที่เรียนหนังสือกับนางก็มาส่งนางด้วยหน้าตาเศร้าๆเช่นกันชิงเถานางก็ใจหายเช่นกันเมื่อต้องจากกันจริงๆไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสมาเจอกันอีกเมื่อไหร่เด็กพวกนี้อีกหน่อยนางเจอก็คงจำหน้าไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

     

    “เจ้าจะเอามันเข้าไปนั่งด้วยจริงๆหรือ”มี่หนิงหยางถามอย่างตกใจเมื่อชิงเถากำลังดันก้นเจ้าลูกม้าสีขาวขึ้นบนรถม้าอาจจะแปลกๆหน่อย ที่ม้านั่งบนรถม้า

    “ใช่สิเจ้าค่ะดูสิมันเป็นเพียงเด็กน้อยจะให้เดินทางไกลๆได้อย่างไร ใช่ไหมเจ้าหลันไป๋”ชิงเถาเอ่ยบอกไปอย่างจริงจังก่อนจะก้มลงพูดเจ้าเจ้าลูกม้าขนสีขาวที่นางตั้งชื่อให้ว่าหลันไป๋ด้วยเสียงนุ่มนวลที่ต่างจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

    “อืมก็แล้วแต่เจ้าแล้วกัน เป็นม้าแท้ๆแต่ทำตัวเหมือนลูกหมาไปได้” มี่หนิงหยางเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจแต่ก็ยังแอบนินทากับตัวเองเบาๆอยู่ดี

    “เมื่อครู่ท่านว่าอะไรหรือไม่เจ้าคะเหมือนเห็นว่าปากขยับ” เมื่อครู่เขาพูดเสียงเบาชิงเถาเลยถามออกมา

    “ไม่นี่เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” เขารีบตอบออกมาทันที

    “อ้อเจ้าค่ะ” ทำไมนางจะไม่ได้ยิน นางก็แค่ลองถามดูก็เท่านั้น

    “สายแล้วเดินทางกันเสียที” สิ้นเสียงเขา ชิงเถาก็นั่งประจำที่บังคับม้าส่วนมี่หนิงหยางก็ขี่ม้านำหน้าอยู่ใกล้ๆอาจจะแปลกหน่อยที่ชิงเถาต้องมาทำหน้าที่นี้เอง จริงๆการเดินทางกลับวันนี้มีคนของมี่หนิงหยางอีกเป็นสิบที่ร่วมเดินทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ผู้เป็นนายแต่ว่าชิงเถานางอยากมองวิวทิวทัศน์ด้วยจึงไม่ได้ให้ใครมาทำหน้าที่นี้ให้ปล่อยให้พวกเขาขี่ม้าของตนไปนั่นแหละ

    “คนบ้าอะไรบังคับรถม้าให้ลูกม้านั่ง” เสียงของมี่หนิงหยางที่ลอยมาเข้าหูของชิงเถานางได้ยินได้แต่ยิ้มขบขันเท่านั้น คนอะไรบ่นเก่งเสียเหลือเกิน

    “ก็ปกตินะคนก็ต้องขับรถให้สัตว์เลี้ยงนั่งสิ” นางเอ่ยแก้ต่างออกมายิ้มๆคนเดียว

     

               การเดินทางกลับบ้านของชิงเถาลำบากกว่าตอนมาเล็กน้อยเพราะนางจะนั่งๆนอนๆไม่ได้แล้ว ต้องนั่งดูทางตลอดเวลาแต่นั่นก็เป็นเรื่องดีเพลิดเพลินตาไปอีกแบบ นางได้เห็นอะไรมากมายผ่านหมู่บ้านเป็นร้อยเป็นพันชื่อ ผ่านภูเขาเป็นสิบลูกแวะพักนอนกลางดินกลางป่าหลายสิบคืน จนในที่สุดนางก็กลับถึงเมืองหลวงที่อยู่อาศัยที่แท้จริงเสียจริง

    “เช่นนั้นแล้วเราแยกกันตรงนี้เลยก็ได้เจ้าค่ะขอบคุณท่านมากที่ให้ข้าติดตามกลับมาด้วย”ชิงเถาเอ่ยบอกมี่หนิงหยางด้วยความขอบคุณจากใจจริงตอนนี้พวกเขาหยุดรถม้าอยู่หน้าประตูทางเข้าเมืองเพื่อรับการตรวจสอบจากทางการก่อนที่จะเข้าไปได้ชิงเถาจึงได้ถือโอกาสบอกลา เส้นทางต่อไปจากนี้ชิงเถานางคุ้นเคยดีไปกลับได้สบายไม่ต้องลำบากให้อีกฝ่ายต้องเสียเวลาไปส่งนางเพราะพวกเขาก็ควรที่จะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน

    “พอข้าหมดประโยชน์เจ้าก็ไลไปเลยนะข้าพึ่งรู้ว่าเจ้าเป็นคนเช่นนี้เอง”น้ำเสียงของมี่หนิงหยางที่ตอบชิงเถากลับมานั้นเห็นได้ชัดว่าตัดพ้อนางเต็มๆ

    “ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะข้าอยากให้พวกท่านได้พักผ่อน”ชิงเถารีบอธิบายออกไปก่อนที่เขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

    “ส่งเจ้าอีกหน่อยก็ไม่ได้ทำให้พวกข้าเหนื่อยมากขึ้นหรอกถึงอย่างไรก็ต้องส่งให้ถึงที่สิ” เขาก็ไม่ยอมรับในความคิดชิงเถาเช่นกัน

    “เอ่อถ้าเช่นนั้น” พอชิงเถานางลองคิดแบบเป็นมี่หนิงหยางบ้างมันก็ดูแปลกๆไปเช่นกันนางไม่ควรทำเหมือนพวกเขาหมดประโยชน์แบบนี้

    “เช่นนั้นก็รบกวนพวกท่านอีกไม่นานแล้วเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกไปยิ้มๆ

     

    “เชิญนั่งเลยเจ้าค่ะเชิญตามสบายเลยนะเจ้าค่ะ ท่านก็นั่งตรงนี้เลยเจ้าค่ะ” ชิงเถาไม่ได้ให้มี่หนิงหยางไปส่งที่จวนนางนางพาพวกเขามาที่ร้านอาหาร โต๊ะใหญ่ของร้านสามโต๊ะถูกจับจองด้วยคนของมี่หนิงหยางส่วนอีกโต๊ะก็ยกให้มี่หนิงหยางได้นั่งพักชิงเถาถือโอกาสเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่พวกเขาเป็นการขอบคุณด้วยการเดินทางหลายวันนางรู้ดีว่าอาหารการกินไม่ได้ดีอะไรถึงแม้ว่าตัวมี่หนิงหยางจะร่ำรวยก็เถอะพวกเขาก็ยังกินอยู่เหมือนชายทั่วไปที่กินอยู่แบบสบายๆ

    “เอาอาหารที่ดีที่สุดมาขึ้นโต๊ะด้วยนะแล้วก็พวกเขาอยากจะสั่งอะไรเพิ่มก็ให้สั่งได้เต็มที่ ดูแลพวกเขาอย่างดีหละ”ชิงเถาเอ่ยสั่งพนักงานในร้านไปอย่างกำชับนางจะให้พวกเขาอิ่มชดเชยมื้อก่อนหน้าที่ต้องกินอาหารเพียงอย่างเดียวกับข้าวหรือว่าแผ่นแป้งย่างไฟเท่านั้น

    “รับทราบเจ้าค่ะ”พนักงานสาวเอ่ยออกมา นางค่อมหัวให้ชิงเถาเล็กน้อยเป็นการเคารพแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งของชิงเถาทันที

    “เช่นนั้นวันนี้ข้าก็จะไม่เกรงใจล่ะนะ” มี่หนิหยางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารเอ่ยออกมาโต๊ะนี้นอกจากมี่หนิงหยางแล้วก็มีแต่ชิงเถานี่แหละที่ต้องรั่วมนั่งรับประทานอาหารด้วยอย่างให้เกียรติอีกฝ่าย

    “ตามสบายเลยเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่ถือสาอีกฝ่าย 

               ระหว่างรออาหารมาขึ้นโต๊ะชิงเถาลอบสังเกตรอบๆร้านว่ามีอะไรแตกต่างบ้าง ผู้คนหรือว่าลูกค้าก็ยังมีมาอย่างต่อเนื่องพนักงานก็ยังทำงานได้ดีไม่ขาดตกบกพร่อง สภาพแวดล้อมของร้านก็ยังเหมือนเดิมจะมีบ้างที่ปรับเปลี่ยนผ้าม่านผ้าปูโต๊ะใหม่ อ่ะของตกแต่งร้านหลายชิ้นก็มีมาเพิ่มด้วย นางมองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มแห่งความคิดถึงความดีใจที่ได้กลับบ้านแล้ว ถึงแม้ที่นี่นางจะไม่ได้อยู่มาแต่กำเนิดจริงๆ แต่นางก็ผูกพันกับมันมากๆ

    “คุณหนู”หานตงที่ได้ยินเรื่องจากลูกน้องว่าชิงเถากลับมาแล้ว เขาก็รีบจัดการงานแล้วเร่งมาพบนางทันที

    “ท่านหานตง”ชิงเถาเอ่ยทักทายยิ้มๆ นางหายไปสามเดือนกว่า เขาโตขึ้นขนาดนี้แล้วหรือที่ชิงเถาใช้คำว่าโตก็เพราะว่าอายุของหายตงนั้นไม่ได้มากเวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถทำให้คนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวนั้นเปลี่ยนไปได้เช่นกันซึ่งหานตงที่อยู่ตรงหน้าชิงเถานี้เขาดูดีกว่าเดิมมากทีเดียว

    “พวกเราเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะขอรับไม่ได้ข่าวคราวของคุณหนูเลย สบายดีหรือไม่ขอรับ เหตุการณ์ร้ายแรงหรือไม่”หานตงตั้งคำถามออกมาอย่างเร็วเมื่อเห็นหน้านาง

    “ฮ่าๆๆๆไม่ต้องรีบถามก็ได้เจ้าค่ะ เอาเป็นว่าข้าสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรเลย ว่าแต่ที่ร้าน”เมื่อกลับมาแล้วชิงเถาก็ไม่วายจะสอบถามเรื่องร้านต่อทันทีร้านทั้งสามของครอบครัวนางนั้นสามารถสอบถามข้อมูลได้จากหานตงโดยตรงเพราะอย่างไรเขาก็เป็นหัวหน้าใหญ่ดูแลโดยภาพรวมรองจากครอบครัวนางอยู่แล้วนี่ก็เห็นว่าเขายังมีเหงื่อเกาะอยู่บ้างบนใบหน้า เขาคงรีบมาหานางเป็นแน่

    “ถ้าเรื่องร้านล่ะก็”หานตงไม่อิดออดที่จะตอบคำถามของชิงเถาทันทีที่นางถาม เขาตอบนางออกมาอย่างรื่นไหลมีคำถามชิงเถาที่มีเรื่องมากมายจะสอบถามก็ถามออกมาเรื่อยๆไม่หลุดเช่นกันส่วนมี่หนิงหยางอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะชิงเถาก็ปล่อยให้เขานั่งเหงาฟังนางพูดไป

    “ลืมข้าแล้วหรือเนี่ย”มี่หนิงหยางที่มองสองคนเจ้านายลูกจ้างพูดคุยกับอย่างจริงจัง จึงได้เอ่ยออกมาเบาๆแต่ว่าก็นั่นแหละ เขาไม่อยากขัดจังหวะก้าวก่ายเรื่องงานของนางจึงได้ปล่อยไป

     

    “อาหารมาแล้วกินข้าวก่อนเถอะ เรื่องงานเจ้าควรเอาไว้ทีหลัง”มี่หนิงหยางยิ้มออกขอบคุณแม่ครัวพ่อครัวทันทีที่ทำอาหารเสร็จเร็วเขาจึงมีเรื่องเอ่ยขัดสองคนนี้ ทำให้เขากลับมามีตัวตนบ้าง

    “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ เชิญคุณชายและคุณหนูรับประทานอาหารอย่างมีความสุขขอรับ”หานตงได้ยินเช่นนั้นจึงบอกทั้งสองและขอตัวออกไปทันที

    “เชิญคุณชายเจ้าค่ะไม่ได้กินนานต้องอร่อยกว่าเดิมแน่ๆ” ชิงเถาผายมือให้อีกฝ่ายลงมือก่อน

    “อืมข้าก็คิดว่าจะเป็นเช่นนั้น” เขาก็ไม่ขัดนางลงมือกินทันที

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน