บทที่ 6 ชินอ๋องผู้นี้ไม่ธรรมดา
ฮ่องเต้พอพระทัยกับคำตอบเว่ยฉางอันและยิ่งทอดพระเนตรมาถึงเว่ยฉางก็ทรงชอบพระทัยมากขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า เว่ยฉางอันเ้าช่างเป็สตรีที่มีความสามารถโดนเด่นจริง ๆ ” ฮ่องเต้ตรัสด้วยรอยยิ้ม “จ้าวหยาง เ้ายังจะกล่าวประการใดอีกหรือไม่ เช่นนั้นเ้าจงเอ่ยคำขอโทษนางเถิด!”
น้ำเสียงของฮ่องเต้ทรงเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย แต่ทว่าจ้าวหยางใบหน้าแดงสลับขาวซีดนางมิคาดคิดว่าบุตรสาวคนโตของแม่ทัพจะมีความสามารถไขปริศนาอักษรเหล่านี้ได้
บุตรสาวของแม่ทัพมิควรจะเป็ผู้ไร้การศึกษาดอกหรือ ?
องค์หญิงจ้าวหยางขบฟันแน่นจ้องมองเว่ยฉางอันอยู่นาน จากนั้นนางเม้มริมฝีปากพร้อมกล่าวคำว่า ‘ขอโทษ’แล้วก็เสด็จจากไปทันที
‘เว่ยฉางอัน! เ้ากล้าทำให้ข้าอับอายต่อหน้าผู้คนข้าจะจดจำเ้าไว้!’
เว่ยฉางอันได้รับรากโสมหิมะตามความ้างานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ฮ่องเต้ทรงให้ขันทีใหญ่คนหนึ่งไปดูแลองค์หญิงจ้าวหยางจากนั้นฝ่าาทรงสนทนากับขุนนางข้างกายเล็กน้อย ส่วนทางด้านฮองเฮานั้นสายตาที่จ้องมองเว่ยฉางอันกลับดูไม่ค่อยเป็มิตรนัก
แต่เว่ยฉางอันก็มิได้สนใจนางกลับไปนั่งที่นั่งของตนเองตามเดิม
งานเลี้ยงช่างน่าเบื่อหน่ายในขณะที่เว่ยฉางอันกำลังกวาดสายตามองดูรอบ ๆ อย่างไม่ตั้งใจ ดวงตาก็สบกับดวงตาคู่หนึ่งที่ดำมิดเหมือนดั่งหลุมดำ
หรงหลีเซิงทอดจ้องมองไปที่เว่ยฉางอันสายตาของทั้งสองประสานกันบรรยากาศแปลกประหลาดก็แผ่ซ่านออกมา
หลังจากที่สบตากันนานพอสมควรในที่สุดเว่ยฉางอันก็เป็ฝ่ายพยักหน้าให้หรงหลีเซิงก่อน เพื่อเป็การทักทายจากนั้นนางก็รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ดวงตาของบุรุษผู้นี้ลึกล้ำราวกับก้นเหวลึกคล้ายกับว่าสามารถหยั่งรู้ความในใจของผู้อื่นได้ทำให้นางมิกล้าที่จะสบตากับเขานานๆ
แม้จะสบตากับเขาเพียงชั่วครู่เว่ยฉางอันก็รู้สึกหวาดหวั่นในใจ!
บุรุษผู้นี้…แน่นอนว่าจะต้องมิใช่บุคคลธรรมดาเฉกเช่นกับภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาแน่นอน!
หลังจากที่นางนั่งในงานเลี้ยงอีกพักหนึ่งเว่ยฉางอันก็ทรงรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาจริง ๆ
นางเรียกซู่ซินมาแล้วกระซิบข้างหูนาง “ซู่ซิน ข้าจะออกไปรับลมสักหน่อยถ้ามีผู้ใดถามหาข้าก็บอกไปว่าข้าไปที่กระท่อมหญ้าเถิด”
หลังจากเว่ยฉางอันเอ่ยกับสาวใช้คนสนิทของตนเสร็จ นางก็ปลีกตัวแยกเดินออกจากงานเลี้ยงไป
เว่ยฉางอันเดินตามเส้นทางที่ตนเองคุ้นเคยในความทรงจำเก่าไปยังสระน้ำเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
่เป็ต้นฤดูใบไม้ผลิใบบัวในสระเพิ่งจะแตกยอดอ่อนออกมาดูน่ารักน่าชังยิ่งนัก เมื่อสายลมพัดผ่านมาทำให้เว่ยฉางอันรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่น
“เฮ้อ… ”
นางผ่อนลมหายใจยาว ๆ เตรียมจะนั่งลงที่ริมสระแต่จังหวะที่เว่ยฉางอันจะนั่งลงสายตากลับมองเห็นบุรุษร่างหนึ่งอยู่ข้างหลังตน! นางอันใจนสูญเสียการทรงส่งตัว ทำให้ตัวนางกำลังจะร่วงตกลงไปที่สระน้ำ!
“ระวัง!”
เสียง ๆ หนึ่งดังขึ้นร่างกายของเว่ยฉางอันตอบสนองด้วยการหลับตาลงทันที จู่ ๆ นางกลับก็รู้สึกราวกับโลกหมุนอย่างรวดเร็ว เว่ยฉางอันแปลกใจทันทีที่ตนไม่รู้สึกถึงน้ำที่โอบล้อมร่างกายจนทำให้นางหายใจไม่ออก…แต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นราวกับถูกผู้ใดโอบกอดไว้แทน
ปลายจมูกััได้ถึงกลิ่นอายที่เย็นะเือย่างแปลกประหลาดดวงตาเว่ยฉางอันลืมตาเบิกกว้างทันที! และพบว่าตนเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดบุรุษชุดขาวหน้ากากเงิน ‘ชินอ๋องหรงหลีเซิง!’ เว่ยฉางอันพยายามขัดขืนเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจากอ้อมกอดของเขาทันที
แต่ทว่าการดิ้นของเว่ยฉางอันทำให้นางเผลอไปโดนหน้ากากของชินอ๋องจนหลุดออกใบหน้า เผยให้รอยแผลเป็ที่น่ากลัวบนใบหน้าของเขาทันที
เว่ยฉางอันหยุดชะงักเผลอจ้องมองไปยังใบหน้าที่ถูกเล่าลือกันว่า ‘น่าเกียจดุจปีศาจร้าย’
หรงหลีเซิงรีบสวมหน้ากากกลับไปอย่างรวดเร็ว เขามองเว่ยฉางอันที่อยู่ในอาการตกตะลึงหลังจากที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา พลันในใจก็คิดว่านางคงถูกใบหน้าของทำให้หวาดกลัวเช่นเดียวกับสตรีทุกคนที่เห็น
เพียงชั่วพริบตาบรรยากาศรอบตัวของหรงหลีเซิงก็เย็นะเืขึ้นทันใด เขาดันตัวเว่ยฉางอันออกไปเล็กน้อย
เขาคิดเสมอว่าสตรีผู้นี้อาจจะต่างออกไปบ้าง แต่ดูเหมือนนางก็ไม่แตกต่างอันใดกับเหล่าสตรีนางอื่น ๆ ที่เห็นใบหน้าเขาแล้วกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เมื่อหรงหลีเซิงกำลังจะจากไปรถเข็นของเขากลับถูกใครบางจับไว้ ทันใดนั้นเสียงหวานอย่างเ็าที่แฝงไปด้วยการระมัดระวังดังขึ้นมา...
“ขออภัยทีี่ล่วงเกินท่านชินอ๋อง…หม่อมฉันมิได้ตั้งใจรื้อฟื้นเื่น่าเศร้าภายในใจของท่าน หม่อมฉันบังอาจทูลถามได้หรือไม่ว่าท่านเคยพยายามรักษาาแที่ใบหน้าและขาของท่านบ้างหรือไม่? พวกมันยังสามารถรักษาได้”
เว่ยฉางอันมิได้พูดเพ้อเจ้อ เมื่อครู่นางเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็บนใบหน้าของหรงหลีเซิงและนางมั่นใจว่ามันมิใช่บาดที่รักษาไม่หายแน่
หัวใจของหรงหลีเซิงรู้สึกสั่นไหวจ้องมองไปยังเว่ยฉางอันด้วยสายตาที่ร้อนแรง
เคยพยามรักษาใบหน้าและขาบ้างไหมอย่างนั้นรึ? สองปีมานี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามจะรักษามัน แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวทุกครั้งยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้าทำให้เขาเลิกสนใจรักษามันไป
แต่วันนี้ สตรีผู้นี้กลับพูดว่ายังมีทางรักษาได้อยู่?
เดิมทีเขาเพียงแค่ตั้งใจจะตามออกมาดูว่าเว่ยฉางอันจะทำการอันใด แต่ไม่คิดว่านางจะมอบความประหลาดใจครั้งยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้แก่เขา
“เ้ามีวิธีรักษาหรือ?” หรงหลีเซิงมองเว่ยจางอัน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวภายใต้หน้ากากเงินหนี่ลงเล็กน้อยแฝงด้วยประกายเยือกเย็น
เว่ยฉางอันรู้สึกสะท้านวูบหนึ่ง ความรู้สึกของนางไม่ผิดจริง ๆ
บุรุษผู้นี้มิใช่องค์ชายไร้ประโยนชน์อย่างที่ผู้อื่นเคยกล่าวไว้!
เว่ยฉางอันเชื่อทันทีว่าหากนางพูดว่า ‘ไม่มีวิธีรักษา’ บุรุษผู้นี้คงไม่ลังเลที่จะบีบคอนางให้ตายคามือเป็แน่!
“มีวิธีรักษาเพคะ” เว่ยฉางอันข่มความหวาดหวั่นในใจลง นางจ้องมองตไปยังหรงหลีเซิงอย่างแน่วแน่ “หม่อมฉันมีความรู้ด้านการแพทย์เล็กน้อย รอยแผลเป็ของท่านที่หม่อมฉันเห็นเมื่อครู่นั้น เป็เพียงาแภายนอกยังสามารถรักษาให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้เพคะ”
หรงหลีเซิงหรี่ตาลงหัวเราะเยาะ “เ้าควรจะรู้ว่าข้ากังวลคือขาของข้า”
“เช่นนั้นชินอ๋องจะทรงอนุญาตให้หม่อมััดูได้หรือไม่เพคะ? ”หลังจากพูดจบเว่ยฉางอันก็รู้สึกว่ามันดูไม่เหมาะสมนัก นางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นอีกประโยค “เพียงแค่ตรวจดูอาการเท่านั้น”
“เชิญเ้าััเถิด”
จู่ ๆ หรงหลีเซิงกลับอยากจะเชื่อใจสตรีที่อยู่ตรงหน้าเขา นางกล้าสบตากับเขาโดยไม่หวาดกลัว ถือว่าเป็คนที่มีความกล้าหาญไม่น้อย
เมื่อได้รับอนุญาตเว่ยฉางอันก็เหยียดมือเล็กออกมาและเริ่มสำรวจ นางใช้มือเร็ยวเล็กของตนััตรวจดูขาทั้งสองข้างของหรงหลีเซิงอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ที่นางทำเช่นนี้เพียง้าสำรวจเส้นลมปราณและกระดูกของขาของหรงหลีเซิงว่าเป็เช่นไร หากมิได้ร้ายแรงจนเกินไปนางน่าจะมีโอกาสรักษาได้อยู่ราว ๆ เจ็ดถึงแปดส่วน
เว่ยฉายอันััได้ถึงกล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือ ไม่ยากนักที่จะจินตนาการว่าขาคู่นี้ก่อนจะพิการคงมีพละกำลังเพียงใด
ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น จู่ ๆ นางก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาใบหน้าเรียวเล็กก็ร้อนผ่าวขึ้น
หรงหลีเซิงรับรู้เพียงมือนุ่มน้อยคู่หนึ่งกำลังลูบไล้ไปมาบนขาของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างหญิงสาวงามลอยอยู่ตรงปลายจมูกเขา
หรงหลีเซิงก้มลงมองการกระทำของเว่ยฉางอัน พบว่านางดูราวกับััขาของเขาอย่างไร้ระเบียบ แต่แท้จริงแล้วกำลังสำรวจตามเส้นลมปราณของร่างกาย
ในใจของหรงหลีเซิงอดที่จะคาดหวังไม่ได้ ‘สตรีที่น่าสนใจผู้นี้อาจนำพาความประหลาดใจมาให้ข้าได้หรือไม่นะ…’
เว่ยฉางอันเป็สตรีที่ดูลึกลับเป็ปริศนาที่ชวนให้ผู้คนอยากค้นหามิรู้จบ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ก็ผุดขึ้นที่ปลายจมูกเว่ยฉางนางจึงหยุดการกระทำลง
แม้ในชาติก่อนนางจะได้เป็พระชายาของหรงฉี แต่นางก็มิเคยได้ััร่างกายของเขาอย่างสนิทสนมเช่นนี้ ถึงแม้จะนี้เพื่อการรักษาแต่เว่ยฉางอันก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ััร่างของบุรุษในระยะประชิดเช่นนี้
ก่อนที่หรงหลีเซิงจะเสียโฉมและพิการเขาคงเป็บุรุษที่เหล่าสตรีทั่วใต้หล้าต่างหมายปองเป็ของจวนชินอ๋องเป็แน่
“เป็เช่นไรบ้าง?”
เสียงทุ้มต่ำดังมาพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์“ขาของข้า...ััดีหรือไม่?”
เดิมทีเว่ยฉางอันยังรู้สึกเขินอายอยู่บ้างแต่หลังจากทีไ่ด้ยินประโยคของหรงหลีเซิง ใบหน้าที่แดงของนางก็หายวับไปในทันที
นางแบบกรอกตาภายในใจ ‘ชินอ๋อง ท่านช่างหน้าหนาราวกำแพงเมืองจริงๆ’
“ถือว่ามิได้เลวร้ายนักเพคะ... เหมือนว่าชินอ๋องยังคงบำรุงร่างกายอยู่เสมอ เช่นนี้หม่อมฉันย่อมมีวิธีที่ทำให้ชินอ๋องกลับมาเป็เช่นเดิมได้เพคะ”
ดวงตาของหรงหลีเซิงเป็ประกายจ้องมองไปยังเว่ยฉางนานพักใหญ่ จึก่อนจะเปิดปากพูดอย่างช้า ๆ ว่า “เ้ามีแผนการอันใด? ้าให้ข้าทำสิ่งใดกันแน่?”
เว่ยฉางอันรู้สึกประหลาดในใจบุรุษผู้นี้รู้ได้เช่นไรว่านาง้าจะใช้ประโยชน์จากเขา? มิใช่ความคิดของนางมันชัดเจนจนทุกคนล้วนรู้กันหมดแล้วหรือ?
ราวกับรู้ทันความคิดขอเว่ยฉางอัน หรงหลีเซิงจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ั้แ่แรกที่เ้ามองหรงฉีเ้าก็ทำทีราวกับอยากจะฆ่าเขาทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น มาตอนนี้เ้ากลับเสนอตัวช่วยรักษาขาของข้า หากเ้าบอกว่ามิได้มุ่งหวังสิ่งใด…ข้าคงต้องพิจารณาความจริงในคำพูดของเ้ากระมัง”
“เมื่อชินอ๋องทรงเห็นเช่นนั้นแล้ว หม่อมฉันคงมิจำเป็ต้องปิดบังต่อ” เว่ยฉางอันจ้องมองไปยังหรงหลีเซิง ดวงตาคมคู่งามเปลี่ยนเป็คมกริบดุจอินทรีแฝงไปด้วยความเย็นเยียบในแววตา “หม่อมฉัน้าให้ชินอ๋องดึงหรงฉีลงจากตำแหน่งไท่จื่อเพค่ะ!”
หรงหลีเซิงมิได้มีท่าทีแปลกใจกับคำพูดที่เว่ยฉางอันเอ่ยออกมา เขาเพียงใช้นิ้วเรียวยาวของเขาควงลูกประคำไม้จันทร์ของตนอย่างช้า ๆ รอยยิ้มผุดขึ้นมุมเล็กน้อย “เ้ามิกลัวว่าข้าจะแพร่งพรายเื่นี้ออกไปหรือ? เ้ารู้หรือไม่การคิดร้ายต่อองค์ไท่จื่อมีโทษปะาเก้าชั่วโครต”
หลังจากที่หรงหลีเซิงพูดประโยคนี้จบ เว่ยฉางอันก็หัวเราะขึ้นมาทันที ริมฝีปากแดงระเรื่อคลี่ยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบัง งดงามจนสะกดสายตาผู้ที่พบเห็น
“เช่นนั้น เชิญท่านอ๋องแพร่งพรายออกไปเถิดเพคะ หม่อมฉันเป็เพียงสตรีธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ต่อให้ท่านอ๋องเอ่ยเื่นี้ออกไปผู้คนคงคิดเพียงท่านเป็คนเสียสติไปแล้ว”