เย่วเฟิ่ง
" ขอบคุณครับ...ขอบคุณทุกคน ถ้ายังไงฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ "
" แหม...ประธานจางถ่อมตัวจริงๆนะครับ เป็บริษัทของพวกเราต่างหากที่ต้องพูดคำนี้ จางลี่กรุ๊ปเป็บริษัทที่มีเครือข่ายทั่วโลกเป็พันธมิตรกับสินค้าหลายตัว พวกเราได้รับความไว้วางใจจากประธานจางนี่ก็ถือเป็เกียรติที่สุดแล้วล่ะครับ " ผมยิ้มบางๆให้กับชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผู้ชายคนนี้เป็หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทนี้อีกคนรองจากพ่อของปาลิตา
ผมไม่ได้สนใจคำเยินยอพวกนี้เท่าไหร่นักหรอก มันชินจนน่าเบื่อ...อยู่ที่เมืองจีนผมก็เจอคนประเภทนี้มากมาย ทุกคนเข้าหาผมก็เพราะผลประโยชน์ทั้งนั้น...หากผมไม่ใช่คนของตระกูลจางมีหรือที่คนเหล่านี้จะสนใจ อย่างที่คุณรู้...ผมคือจางเย่วเฟิ่งซึ่งทุกคนในบ้านจะเรียกผมว่าคุณชายรอง
ส่วนคุณชายใหญ่น่ะเหรอ....ก็ท่านประธานภาคินประธานใหญ่ของอัครากรุ๊ปนั่นแหละ
พี่ชายใหญ่ที่ผมคิดมาตลอดว่าเขาจะมาเป็ผู้สานต่อธุรกิจต่อจากคุณตา ... เมื่อความหวังที่ตั้งไว้ดูริบหรี่คุณตาจึงเบนความสนใจในตัวภาคินเปลี่ยนมาเป็ผม
ผมถูกส่งให้ไปเรียนที่อเมริกาั้แ่เด็ก ตอนแรกก็มีแม่สือม่าที่เป็คนเลี้ยงดูผมตามไปดูแลที่โน่นด้วยจนผมโตเข้าเรียนมัธยมนั่นแหละ แม่สือจึงกลับมาอยู่กับครอบครัวที่เมืองจีน แม่ของผมเป็ลูกสาวคนเล็กของคุณตา ส่วนแม่ของภาคินคือลูกสาวคนโตซึ่งคุณตาเองก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะให้หลานชายคนโตมาสืบทอดธุรกิจรับ่เป็ประธานใหญ่ของจางลี่
ผมไม่ได้สนใจหรือยินดียินร้ายกับตำแหน่งที่ว่านี้ .... กลับกันผมไม่ได้อยากได้มันเลย เพราะตำแหน่งนี้ทำให้ผมบอกเลิกเมย์ ผมกลัวว่าจะเสียเมย์ไปเหมือนกับที่เเม่สูญเสียคุณพ่อ พ่อของผมจากไปตอนที่ผมอายุ 10 ขวบ หลังจากสูญเสียพ่อผมก็ถูกส่งให้ไปเรียนที่อเมริกาทันที
ในความทรงจำของผมพ่อเป็คนเก่ง เป็นักธุรกิจที่เก่งมีความสามารถ ใครต่อใครต่างก็ชื่นชม ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่าน แต่ที่แน่ๆ พ่อของผมถูกฆาตกรรม ด้วยเพราะตอนนั้นผมเองก็ยังเด็กมาก พอถามแม่ท่านก็เอาแต่ร้องไห้ ผมกลายเป็คนเงียบขรึม ไม่อยากพูดจาหรือสุงสิงกับใคร
จนกระทั่ง...มาเจอ ...และได้รู้จักเด็กสาวคนหนึ่ง
ผมและเธอไม่ได้เรียนห้องเดียวกันหรอก แต่เพราะเธอถูกแกล้งบ่อยเหลือเกินจนเพื่อนห้องอื่นต่างเอามาพูดกัน ทุกคนสงสารเธอแหละ...แต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าไปช่วย
ทำไงได้....ผมน่ะมันพระเอก
ความจริงผมกะจะช่วยเธอแค่ให้เธอสามารถรับมือกับคนพวกนั้นได้และไม่ถูกรังแกอีกก็แค่นั้น แต่นานวันเข้าความรู้สึกที่มีกลับไม่เหมือนเดิม
ผมหลงรักเธอ....
เธอที่เป็เหมือนดวงอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง เป็เหมือนน้ำที่คอยชะโลมใจยามเศร้าหมอง ชีวิตของเธอรันทดและหดหู่กว่าผมมาก พอได้รับรู้เื่ราวของเธอผมก็เริ่มเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง ผมมองโลกแบบใหม่ ใช้ชีวิตให้สดใสกว่าเดิม
ผมเข้าสังคม...มีเพื่อนฝูงมากขึ้น มีผู้หญิงเข้าหามากมายแต่ผมก็ไม่เคยมองหรือชายตาแลใคร
เมย์เป็ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจของผม อย่างว่าผมมันคิดน้อยไป คิดแต่ว่าตัวเองจะปกป้องเธอไม่ได้และเป็ต้นเหตุทำให้เธอจากไป ผมเลือกที่จะบอกเลิกเธอหลังจากที่รู้แน่แล้วว่าพี่ชายใหญ่จะไม่รับงานสานต่อธุรกิจของตระกูล
ผมหอบหัวใจที่เ็ปกลับเมืองจีนและเลือกที่จะทิ้งเธอไว้ข้างหลัง ผมรู้ว่าทอยมันรักเธอ...มันคงจะทำให้เมย์ลืมผมได้ ตอนนั้นผมคิดแค่นั้น
จากวันที่บอกเลิกและกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองจีนใช่ว่าผมจะลืมเธอได้ ... หัวใจของผมยังมีเธออยู่ตลอด ยิ่งได้พบหญิงสาวที่กลายมาเป็พี่สะใภ้และได้รับรู้เื่ราวความรักของพวกเขาผมก็ยิ่งคิดถึงเธอ ความรักที่สุขสมหวังคงต้องแลกกับการฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันซินะ
พี่ชายใหญ่อย่างภาคินและญาดาที่กลายมาเป็พี่สะใภ้เป็คู่รักที่ผ่านเื่ราวมากมาย ผ่านอุปสรรคมาร้อยแปดปัญหา กว่าจะลงเอยและได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุขก็ใช้เวลานานหลายปี
ผมคิดไว้แล้วว่าหลังจากเคลียร์งานเสร็จและไปร่วมเป็พยานรักให้พี่ชายและพี่สะใภ้ในงานแต่งงานแล้ว ผมจะกลับไปขอโอกาสจากเธออีก
ใครจะรู้ว่าฟ้าจะเป็ใจ ส่งเธอมาให้ผมเสียก่อน ผมเจอเธออีกครั้งในงานแต่งของพี่ชาย...บอกเลยว่ามันทั้งใและดีใจในคราวเดียวกัน และในคืนเดียวกันนั้นก็ต้องมารับรู้ว่าเธอที่ผมเฝ้าฝันถึงได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
เธอจากผมไปทั้งๆที่ผมพยายามจะไม่ให้มันเกิดขึ้น อย่างที่พวกคุณรู้ .... ผมร้องไห้หนักมาก
แต่อะไรที่ทำให้ผมรู้ว่าคนที่ตายไม่ใช่เมธิญาน่ะเหรอ...อยากรู้กันใช่มั้ยล่ะครับ
ก็แฟ้มรายงานการรักษาตัวของเมย์ที่ไอ้เพื่อนตัวดีมันยื่นให้ในวันที่ผมไปหามันที่โรงพยาบาลน่ะสิ
รูปถ่ายหลายภาพมันบอกผมแบบนั้น ร่างกายนั้นไม่ใช่เมธิญา ผมจำรายละเอียดของร่างกายทุกส่วนในตัวเธอได้
ผมกลับเมืองจีนด้วยหัวใจพองโต ผมมั่นใจว่าปาลิตาคือเมธิญาของผมแน่นอน แต่การจะทำให้เธอยอมรับตัวตนก็คงไม่ใช่เื่ง่าย
ผมให้ลูกน้องสืบประวัติของครอบครัวเธอและผู้หญิงที่ชื่อปาลิตา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีความคืบหน้า สุดท้ายผมจึงต้องใช้วิธีเข้าทางผู้ใหญ่ ผมให้เลขาติดต่อพ่อของเธอเพื่อเจรจาขอร่วมลงทุนซึ่งแน่นอน...ไม่มีใครกล้าปฏิเสธจางลี่กรุ๊ปอยู่แล้ว
เื่ราวที่ผ่านไปแล้วก็ขอให้มันผ่านไปเลยเถอะนะ อย่าพากันโกรธเคืองผมเลย...ช่วยสงสารและเห็นใจผมหน่อย เอาใจช่วยให้ผมจีบเธอได้สำเร็จในเร็ววันเถอะนะ
ผมอยากกอดเธอ อยากหอมแก้มเธอจะแย่...เอาล่ะ ขอหายใจลึกๆก่อนนะครับ
" ประธานจาง...เสร็จจากตรงนี้เชิญที่ห้องอาหารเลยนะครับ " เสียงของคนที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นทำให้ผมเริ่มได้สติ
" อะ..อ่ะ เอ่อ ครับ " ผมหันไปหาพ่อของปาลิตาพร้อมกับโค้งหัวรับคำของท่าน
" ทางบริษัทจัดเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนคนใหม่น่ะครับ "
" ขอบคุณอีกครั้งครับ แต่จะให้ดีท่านเรียกผมว่าอาเย่วหรือเย่วเฟิ่งเฉยๆก็ได้นะครับ ถือซะว่าผมเป็ลูกเป็หลานคนหนึ่ง "
" ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกรงใจนะครับ อาเย่วจะเรียกลุงว่าลุงเหมือนภาคินพี่ชายของเราก็ได้ " คนตรงหน้าส่งยิ้มให้ผมอย่างใจดี
" ครับคุณลุง " ผมเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มกลับให้ท่านและก็ไม่ลืมที่จะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ข้างๆพ่อของเธอ
ผมยักคิ้วให้เธออย่างคนเหนือกว่า ... ใบหน้าเล็กกลับยิ่งบูดบึ้งมากกว่าเดิม
เอาสิ...ผมจะเข้าทางผู้ใหญ่ ใครจะว่าอะไรมั้ย 555