หรูหยวนซีรอให้ตัวเองหายผวากับความฝันที่เคยเป็ความตายของเธอเมื่อชาติก่อนแล้วเอื้อมมือไปเปิดโครมไฟหัวเตียงคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะมามองดูนาฬิกา อีกไม่กี่สิบนาทีก็หกโมงเช้าแล้ว เธอพรั่งพรูลมหายใจหวนคิดถึงความฝัน อายุเธอในเวลานั้นเพิ่งจะยี่สิบสองปี พ่อแม่พี่ชายต่างรักใคร่ อนาคตและธุรกิจกำลังไปด้วยดี แต่กลับมาจบชีวิตลงง่ายๆ ทั้งที่ยังโสดก็ได้แต่ยิ้มขื่นขม
หญิงสาวปาดหยาดน้ำบนหางตา สลัดภาพครอบครัวในภพก่อนออกจากสมองพลางลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าแต่งตัวลงไปห้องทดลอง หยิบน้ำหอมกลิ่น ‘เฉิงเฟิง’ ออกมาใส่กล่องของขวัญเตรียมไว้ให้บอสใหญ่ จากนั้นกลับขึ้นไปรับประทานอาหารเช้า วันนี้เธอไม่คิดจะทดลองใดๆ เพราะอยากจะเอนหลังนอนอ่านหนังสือให้เ้าตัวเล็กในท้องฟัง
หลังจบมื้ออาหารบำรุงครรภ์ หรูหยวนซีก็ออกไปเดินย่อยเล็กน้อย ก่อนจะถือหนังสือนิทานภาพและมองหาจุดเหมาะแก่การนอนอ่านหนังสือภายในบ้าน ทว่าความตั้งใจของเธอกลับถูกขัดขวางเมื่อคนที่หายไปทำงานต่างประเทศเดินผ่านประตูห้องโถงใหญ่เข้ามา แขนข้างหนึ่งของเขาพาดสูทตัวนอก มืออีกข้างจับคลายเนกไท ครั้นมองเห็นเธอ เขาก็หยุดชะงัก
หรูหยวนซีรีบเปลี่ยนสีหน้าตกตลึงเป็รอยยิ้มยินดี เนื่องจากกำหนดกลับของเขาคือตอนเย็นจึงอดแปลกใจไม่ได้ที่เข้ามาถึงเร็วกว่ากำหนด เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มพร้อมกับอ้าแขนต้อนรับเขาด้วยอ้อมกอดแน่นหนึบแล้วช้อนตามอง “สามีคุณกลับมาแล้ว”
“อืม” เฉินเฟิงครางตอบ เมื่อคืนหลังคุยกับหูผานเขาก็เปลี่ยนแผนที่จะเดินทางกลับในตอนเช้าเป็เดี๋ยวนั้นเลย แม้จะนอนมาบนเครื่องบ้างแต่ไม่ใคร่สบายเหมือนนอนที่โรงแรมหรือที่บ้าน ทว่าพอได้กลับมาเห็นหน้าภรรยาที่ยิ้มกว้างเข้ามากอดต้อนรับ ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางก็หายไปทันที เฉินเฟิงยกแขนกอดร่างแบบบางเบาๆ เกรงว่าแรงของเขาจะทำให้เธอกับลูกได้รับาเ็
“ไหนคุณบอกว่าจะกลับเย็นนี้คะ?”
“งานเสร็จเร็วก่อนกำหนดน่ะ”
ผู้ช่วยสองคนหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าเอกสารเข้ามาได้ยินบทสนทนาต่างก็หันมองสบตากันแล้วลอบถอนหายใจ จะไม่ให้งานเสร็จเร็วได้อย่างไรกันในเมื่อบอสใช้งานพวกเขาหนักยิ่งกว่าทาสทุกวัน หนึ่งวันนอนถึงสี่ชั่วโมงก็หรูจะตายแล้ว ในดวงตาสองคู่แทบอยากหลั่งน้ำตา
“อ้อ” หรูหยวนซียิ้มตาหยีพยักหน้าเข้าใจ “ทานมื้อเช้าบนเครื่องมาแล้วหรือยังคะ”
“นายหญิง บอสยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยครับ” หูผานยิ้มตอบคำถามนี้แทน เขากับเมิ่งฉีส่งกระเป๋าทั้งหมดให้พ่อบ้านฝูแล้วเดินไปห้องอาหารอย่างรู้งาน เพราะั้แ่ชวนกันดื่มเบียร์พวกเขาก็ยังไม่ได้กินอาหารมาเช่นกัน ตอนนี้ปวดหัวจะแย่ ร่างกาย้าข้าวต้มร้อนๆ มาเยียวยา
“งั้นไปทานข้าวก่อนดีกว่าค่ะ จากนั้นค่อยไปอาบน้ำพักผ่อน เช้านี้แม่ครัวทำข้าวต้มหมูกับเสี่ยวหลงเปาอร่อยมาก” หยูหรวนซีผละออกจากอ้อมกอดที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เปลี่ยนมาจูงมือของเขาไปยังห้องอาหาร บนโต๊ะมีอาหารเช้าเตรียมไว้เรียบร้อยคล้ายว่าพ่อบ้านที่รู้การมาของบอสใหญ่จะสั่งแม่ครัวเอาไว้ล่วงหน้า
หรูหยวนซีพาเฉินเฟิงมานั่งบนเก้าอี้ประจำแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ คอยคีบเสี่ยวหลงเปาที่ยังร้อนมาเป่าแล้วส่งให้ถึงปากอีกฝ่าย “รองชิมดูสิคะ อร่อยนะ”
เฉิงเฟิงเองก็ชินกับพฤติกรรมชอบป้อนอาหารของภรรยาจึงเปิดปากรับอย่างเป็ธรรมชาติก่อนจะพยักหน้าชม แต่พอเห็นว่าข้างหน้าภรรยาว่างเปล่าจึงถาม “แล้วของเธอ?”
“อืม ฉันเพิ่งทานอิ่มไม่นานก่อนคุณจะกลับมาค่ะ” หรูหยวนซีหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอวดเขา “ว่ากำลังจะไปอ่านหนังสือให้เ้าตัวเล็กในท้องฟังอยู่เลย”
“ไม่ทำน้ำหอมเหรอ”
หรูหยวนซีพยักหน้า “เมื่อวานเพิ่งทำตัวแรกเสร็จ วันนี้เลยว่าจะพักก่อนน่ะค่ะ”
“อืม”
“และฉันมีเซอร์ไพส์ให้คุณด้วยนะคะ” หรูหยวนซียิ้มซุกซน
เฉินเฟิงเลิกคิ้วแปลกใจ “เซอร์ไพส์ผม? เนื่องวันอะไร”
“ไม่วันอะไรหรอกค่ะ ฉันก็แค่อยากเซอร์ไพส์คุณเท่านั้น ไม่ได้เหรอคะ” หรูหยวนซีกะพริบตาออดอ้อน เฉินเฟิงมองแล้วใจอ่อนยวบไม่เซ้าซี้อีกต่อไป ภรรยาอยากเซอร์ไพส์ไม่สำคัญว่าต้องมีเหตุผล ขอแค่เธออยากทำเขาก็ควรจะยินดีรับไว้ เขาพยักหน้า
หรูหยวนซีฉีกยิ้มบอกให้เขารับประทานอาหารเช้าไป ส่วนเธอจะไปเอาของขวัญในห้องทดลอง เสียเวลาไม่นานเธอก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับของขวัญหนึ่งกล่องใหญ่ ห่อกระดาษสีน้ำเงินแวววาวติดโบว์สีเงินส่งให้ชายหนุ่ม “นี่ค่ะของขวัญเซอร์ไพส์”
เฉินเฟิงวางตะเกียบรับกล่องของขวัญไปแล้วจัดการแกะมันตามสายตาอ้อนวอนของหญิงสาว พบว่าข้างในเป็ขวดน้ำหอมสิบขวด เขาเงยหน้ามองเธอ
“นี่คือน้ำหอมตัวแรกที่ฉันทำและปรับปรุงมันจนสมบูรณ์ ฉันให้ชื่อมันว่า ‘เฉิงเฟิง’ ฉันคิดว่ากลิ่นนี้น่าจะเหมาะกับคุณเลยถือวิสาสะเอาชื่อของคุณมาตั้งชื่อให้มัน ตอนแรกคิดจะจดสิทธิบัตรก่อนแต่ฉันเป็คนใจร้อนเลยให้ของคุณก่อนแล้วเื่สิทธิบัตรค่อยไปกับคุณดีกว่า คุณลองดมดูก่อนสิคะว่าชอบหรือเปล่า”
TBC