กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 18 ดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ 5

    หลังจากที่ลูฟัสทำลายกรงเล็บข้างหนึ่งของหุ่นเชิดเงาปีศาจ ทำให้หุ่นเชิดเงาปีศาจตนนั้นล่าถอยออกไป จากนั้นหุ่นเชิดปีศาจก็สะบัดหัวหันหน้าไปมองบุคคลที่สอดมือเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ของมัน จนทำให้มันพลาดท่าเสียแขนไปข้างหนึ่ง มันมองไปที่ชายคนนั้นด้วยความโกรธแค้น
    “กี๊ซซซซซซซ!......”จากนั้นหุ่นเชิดเงาปีศาจร้องออกมาเสียงดังสนั่น มันห่อหุ้มตัวเองด้วยแสงสีดำจากนั้นแสงสีดำรอบตัวมันก็ค่อยๆมากองรวมกันที่กรงเล็บของมันแล้วค่อยกลายเป็นกรงเล็บสีดำอันใหญ่ห่อหุ้มกรงเล็บของมันอีกที ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นมันจึงพุ่งเข้าใส่อิกนัสอย่างรวดเร็ว มันยื่นกรงเล็บข้างที่เหลือออกมาด้านหน้าพุ่งเข้าใส่อิกนัสราวกับหอกสีดำสนิท
    “ท่าเท้าอัสนีบาต ตูม!”ลูฟัสที่เห็นหุ่นเชิดเงาปีศาจพุ่งเข้าใส่เพื่อนของเขาก็ใช้ท่าเท้าระเบิดความเร็วออกมา เพื่อที่จะเข้าไปขวางการโจมตีของหุ่นเชิดเงาปีศาจ การระเบิดความเร็วของท่าเท้าอัสนีบาตของเขาทำให้พื้นเกิดการยุบตัวลงไปเล็กน้อย จากนั้นจึงเกิดเสียงดังสนั่นออกมา การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดภาพติดตา พร้อมกับลมกระโชกแรงพัดโหมกระหน่ำ
    ความจริงนั้นเขาไม่อยากใช้ท่าเท้าอัสนีบาตนี้ออกมาถ้าไม่คับขันและจวนตัวจริงๆ เพราะมันจะทำให้ร่างกายเขาต้องรับภาระหนักเพียงแค่ใช้ออกมาครั้งหนึ่งก็อาจจะทำให้ขาของเขาได้รับบาดเจ็บจากการอัดพลังเวทสายฟ้าลงไปที่เท้าด้วยความเร็วที่สูงมาก อีกทั้งด้วยเป็นท่าเท้าที่เป็นทักษะระดับสูงมาก ด้วยเขาที่ยังฝึกฝนทักษะนี้ได้เพียงแค่ขั้นต้น และระดับพลังชีวิตของเขาที่ยังต่ำจนเกินไป เขาจึงยังไม่อยากที่จะใช้ออกไป
    เพียงพริบตาเท่านั้นฟัสก็ปรากฏอยู่ด้านหน้าของอิกนัส รองเท้าที่เขาสวมอยู่ถูกพลังของสายพลังเผาไหม้ออกไป บริเวณรอบเท้าของเข้าปรากฏรอยไหม้สีดำอยู่ปะปราย แต่กระนั้นเขาไม่มีเวลาที่มาจะโอดครวญ เขาฝืนตัวเองตั้งหอกรับการโจมตีของหุ่นเชิดเงาปีศาจเอาไว้มั่น
    “ปราการหอกเหล็กกล้า” ลูฟัสแสดงท่าหอกออกมาตั้งรับ
    “เคร้ง” เสียงปะทะกันของหอกกับกรงเล็บดังสนั่น
    แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกออกมา และยังทำให้ลูฟัสกระเด็นออกไป คมหอกครูดไปกับพื้นเกิดเป็นรอยยาว ลูฟัสกระเด็นออกไปสิบก้าวแล้วจึงกระอักเลือดออกมาจึงหยุดพลังจากแรงปะทะนี้ลงได้ แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน
    “คู่ต่อสู้ของแกคือชั้น คนอื่นไม่เกี่ยว” ลูฟัสตะโกนใส่หุ่นเชิดเงาปีศาจ
    จากนั้นอิกนัสอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลออกไปเห็นลูฟัสที่กำลังเหนื่อยหอบอยู่นั้นก็รีบโยนน้ำยาฟื้นพลังชีวิตระดับต่ำขวดสุดท้ายที่เขามีให้กับลูฟัส“เอาใช้นี่ซะ นายพลังชีวิตใกล้จะหมดแล้วใช่มั้ย”
    ลูฟัสที่ได้ยินดังนั้นจึงยื่นมือออกไปคว้าขวดน้ำยาฟื้นพลังชีวิตระดับต่ำที่เพื่อนของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก
    จากนั้นลูฟัสรีบกระดกน้ำยาฟื้นพลังทันทีที่ได้รับมา น้ำยาสีฟ้าสว่างสดใสไหลลงคอเขาจนหมด พลังชีวิตที่เหลือไม่ถึงสองส่วนก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาจนกลายเป็นสี่ส่วนอย่างช้าๆ
    แต่ระหว่างที่ลูฟัสกำลังฟื้นพลังชีวิตอยู่หุ่นเชิดเงาปีศาจก็ไม่ได้อยู่เฉย มันคอยยิงลูกพลังงานสีดำทมิฬเพื่อคอยก่อนกวนการฟื้นพลังของลูฟัสอยู่
    แต่อิกนัสที่ก้าวออกมาใช้ดาบคาตานะที่เขาได้มาคอยไล่ฟันลูกพลังงานเหล่านั้นจนหมดสิ้น เพื่อให้ลูฟัสฟื้นพลังชีวิตอย่างสบายใจ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปต่อสู้กับเจ้าหุ่นเชิดเงาปีศาจตัวนั้น เพราะมันจะทำให้ลูฟัสเสียสิทธิ์ในการล่าเหยื่อเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตไป เขาจึงได้แต่คอยป้องกันลูฟัสเพียงอย่างเดียว
    เมื่อหุ่นเชิดเงาปีศาจเห็นว่าลูกพลังที่มันปล่อยออกมาทำอะไรคู่ต่อสู้ของมันไม่ได้เลย มันจึงพุ่งเข้าปะทะใส่อิกนัสและพวกด้วยความเร็วที่สูงมากจนดูลายตาไปหมด จนดูเหมือนมีหุ่นเชิดเงาปีศาจหลายต่อหลายตัวกำลังพุ่งเข้ามา
    อิกนัสใช้ดาบในมือคอยปะทะกับกรงเล็บของหุ่นเชิดเงาปีศาจเป็นพัลวัน เขาทำได้เพียงแค่คอยป้องกันเท่านั้น ไม่สามารถตอบโต้กับไปได้เลย เพราะเขากลัวว่าจะทำให้เพื่อนของเขานั้นเสียสิทธ์ในการล่าไป อิกนัสใช้ดาบป้องกัน และเบี่ยงวิถีของกรงเล็บให้พ้นจากตัวเขาและลูฟัสออกไปอย่างยากลำบากด้วยความเร็วที่สูงมากของหุ่นเช็ดเงาปีศาจนั้น อิกนัสที่มีระดับต่ำกว่าหุ่นเชิดเงาปีศาจมากทำให้เขาตามความเร็วของมันไม่ทัน
    ตามตัวของอิกนัสเกิดบาดแผลรอยขีดข่วนมากมาย แต่ก็ไม่ได้เป็นบาดแผลที่สาหัสมากนัก เป็นเพียงรอยแผลที่เกิดจากการหลบเลี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมได้อย่างฉิวเฉียด
    ในตอนนั้นเองที่ลูฟัสฟื้นพลังชีวิตเสร็จสิ้น เขารีบบอกอิกนัสให้ถอยออกมา “พอแล้วหล่ะ เดี๋ยวที่เหลือชั้นจัดการเอง นายรีบถอยออกก่อนมาเถอะ”
    อิกนัสที่กำลังปะทะกับหุ่นเชิดเงาปีศาจรีบถอยออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงของเพื่อนเขา
    ลูฟัสที่เห็นเพื่อนของเขาถอยออกมาแล้วก็ตวัดหอกที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วงออกไป“คลื่นอัสนีบาต”
    คลื่นพลังสีม่วงแผ่พุ่งออกไปจากตัวหอกไปยังหุ่นเชิดเงาปีศาจที่กำลังพุ่งเข้าใส่อิกนัสที่กำลังถอยออกมา
    หุ่นเชิดเงาปีศาจที่ไม่ได้ทันระวังตัวอยู่นั้นเอง ก็โดนคลื่นอัสนีบาตรของลูฟัสจนกระเด็นถอยออกไป มันกระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับเสาหินที่อยู่ด้านหลังของตัวมัน จากนั้นมันจึงรีบลอยขึ้นมากลับขึ้นมาอีกครั้ง
    ลูฟัสที่เห็นอย่างนั้นก็ให้หอกของเข้าดูดซับพลังชีวิต เพื่อเตรียมที่จะปิดฉากการต่อสู้นี้ให้มันจบซะที“รับพลังชีวิต”
    พลังชีวิตของลูฟัสค่อยๆเหือดแห้งลงไป หอกในมือเขาก็เปล่งแสงสีม่วง เมื่อรวบรวมพลังชีวิตแล้วเสร็จลูฟัสก็แทงหอกของเขาออกไป“กระบวนหอกลับที่หนึ่ง ดับแสงจันทรา”
    “กี๊ซซซซซ....” เสียงร้องโหยหวนของหุ่นเชิดปีศาจดังออกมา
    ในขณะที่คมหอกแทงทะลุผ้าคลุมซึ่งคือหุ่นเชิดปีศาจที่ลอยอยู่ หุ่นเงาปีศาจที่ถูกหอกเสียบจนทะลุค่อยสลายกลายเป็นละอองแสงซึมเข้าสู่ตัวของลูฟัสอย่างเชื่องช้า
    ลูฟัสที่เห็นว่าตัวเองปราบหุ่นเชิดเงาปีศาจได้สำเร็จก็ทรุดลงกับพื้น เขานั่งชันเข่าข้างหนึ่งใช้หอกแทนไม้ค้ำไม่ให้ล้มลงไปจากนั้นจึงหลับตาลงแล้วค่อยๆดูดซึมละอองแสงของหุ่นเชิดเงาปีศาจเพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของเขา
    อิกนัสที่เห็นลูฟัสเริ่มดูดซึมละอองแสงซึ่งเป็นกระบวนการสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตในวงแหวนชีวิตก็เดินออกไปหยิบผลึกอสูรที่ได้จากหุ่นเชิดเงาปีศาจเพื่อเก็บไว้เตรียมที่จะมอบให้กับลูฟัสในภายหลัง เขามองหาดูรอบๆเผื่อว่าจะมีอะไรดรอปออกมาจากหุ่นเชิดเงาปีศาจ แต่เมื่อมองดูจนทั่วแล้วมันก็ไม่มีอะไรดรอปมา เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะว่าการที่บอสจะดรอปของให้ดันเจี้ยนนั้นมันก็ยากมาก พวกเขาคงไม่โชคดีขนาดที่จะดรอปอะไรสองครั้งติดต่อกัน
    จากนั้นเขาจึงหาที่นั่งพักเพื่อรอให้ลูฟัสสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตแล้วเสร็จ ในระหว่างรอเขาก็ได้ดื่มน้ำยารักษาบาดแผลระดับต่ำที่เขาซื้อมากจากเมืองซิลเวอร์ไนท์กินไปพรางก่อน ด้วยยารักษาบาดแผลระดับต่ำมันไม่ได้ส่งผลในการรักษาที่รวดเร็วมากนัก แต่บาดแผลของเขาก็ไม่ได้สาหัสทำให้ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงก็น่าจะหายสนิท
    ชั่วอึดใจผ่านไปลูฟัสก็ลืมตาขึ้น แล้วเดินเข้ามาหาอิกนัสที่นั่งรออยู่ จากนั้นจึงพูดว่า “เรียบร้อยแล้วหล่ะ นายจะเอาอย่างไรต่อ จะไปต่อที่ชั้นสามหรือว่าจะกลับกันเลย”
    “ผมว่ากลับกันเลยก็ดีเหมือนกันผมเหนื่อยมากแล้วด้วย แถมออกจากบ้านมานานแล้วคนที่บ้านจะเป็นห่วงเอานะ อีกอย่างผมไม่ได้บอกน้องสาวไว้ด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นห่วงเอา” อิกนัสตอบกลับไป
    “ได้เลย กลับกันเลยก็ดีเหมือนกัน แต่ระหว่างทางของลองความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาหน่อยก็แล้วกันนะ” ลูฟัสบอกพร้อมกับเตรียมขึ้นขี่เจ้าเบลซออกไป
    อิกนัสที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไป เขาขึ้นขี่เจ้าโบลว์แล้วจึงตามลูฟัสไป