-ต้นกล้า ยอดที่ 10-
วันถัดมาต้นกล้ามาล้างแผลที่สถานีอนามัยอีกครั้ง วันนี้ไม่มีคนไข้แต่หมอทิมนั้นวุ่นวายกับการปริ้นรูปเ้าบิวตี้มาติดไว้หน้าตึก เพื่อประกาศตามหาควายหาย
ต้นกล้าลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองขโมยควายไปโดยไม่ได้บอกหมอทิมเลยสักคำ
“พี่หมอทิมฮะ”ต้นกล้าส่งเสียงเรียกร่างสูงที่กำลังติดกาวลงกระดาษแปะลงบนผนังตึกอยู่หน้าสถานีอนามัย
คนถูกเรียกหันหลังมาก็ถึงกับใสิ่งที่เห็นคือต้นกล้าถือร่มคันเล็กยิ้มเจื่อน นั่งอยู่บนหลังควายที่ตนกำลังตามหาอยู่
ไม้เรียวในหมอมือสั่น “ไอ้ตัวเล็ก ขโมยควายหมอหรอ”
“ขอโทษฮะแง”
หลังจากโดนดุอยู่สองนานทั้งสองคนก็ช่วยล่ามบิวตี้ไว้ที่เสาใกล้พื้นหญ้าต้นเดิม ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้องล้างแผล คุยกันไปกันมาจนรูัว่าต้นกล้าจะลงวิ่งควาย หมอทิมรีบห้ามทันที แต่พอต้นกล้าบอกว่าพ่ออนุญาตเรียบร้อยแล้วเขาจึงพูดอะไรต่อไม่ได้นอกจากใจอ่อนให้ยืมควายไปใช้หลังจากตัวจ้อยปล่อยลูกอ้อนใส่เขาอยู่หลายรอบ
“พี่ให้ยืมเ้าบิวตี้ก็ได้ แต่มีข้อแม้” หมอทิม
“ข้อแม้อะไรฮะ”
“ถ้าาเ็ตอนแข่งต้องออกจากสนามทันที”
“ได้สิฮะ”ทั้งสองคนเกี่ยวก้อยสัญญากันอีกรอบ
“แล้วพี่หมอทิมได้ไปดูหนูแข่งมั้ยฮะ”
“พี่น้องทำงานครับคนเก่ง”หมอทิมแกล้งน้อง แก้มแดงของหนูน้อยเริ่มป่องแสดงอาการงอนเล็ก ๆ แต่งานที่หมอทิมบอกก็คือการเป็แพทย์สนามที่งานแข่งวิ่งควายนั่นแหละถือว่าเป็เื่ดีนั่นคงเป็โอกาสที่เขาจะได้ดูแลไอ้เด็กน่าเอ็นดูคนนี้อย่างใกล้ชิดด้วย
.
.
ทางด้านพันสรกับเพรี
“ให้ลูกขี่ควายไปสถานีอนามัยคนเดียวแบบนั้นจะดีหรอแม่มึง”พันสรถามพรางเก็บลูกหมากที่ตากไว้กลับเข้ามาไว้ใต้ถุนบ้าน
“เชื่อใจลูกเถอะนะพ่อมึงั้แ่ลูกเราหายป่วยออด ๆ แอด ๆ เขาก็เริ่มอยากทำอะไรด้วยตัวเองเด็กกำลังโตก็เป็อย่างนี้แหละ”
“แม่มึงก็คิดเหมือนพ่อหรอลูกเราแข็งแรงขึ้นราวกับเป็คนละคน”
“ใช่แล้วพ่อมึงเราปล่อยให้ลูกเที่ยวเล่นซนเป็เด็กปกติได้แล้วแหละตอนนี้ลูกเราไม่ได้ร่างกายอ่อนแอแบบเดิมแล้ว”เพรีพูดอย่างปลื้มใจ
“พ่อละดีใจจริงๆ คิดถูกจริงแล้วที่ตัดสินใจบูชาสิ่งนั่นมา” พันสรพูด ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่าง
.
.
สถานที่จัดงานวิ่งควายประจำปีถูกจัดขึ้นที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนบ้านหนองปูไข่ที่นี่เป็โรงเรียนที่เปิดให้เข้าศึกษาั้แ่ระดับฉันอนุบาลหนึ่ง จนถึงระดับฉันประถมศึกษาปีที่หกรวมเด็กนักเรียนเรียนทั้งสิ้นไม่ถึงสองร้อยคน เพราะโรงเรียนที่บ้านนอกหรือชนบทส่วนใหญ่จะมีแค่เด็กในหมู่บ้านมาเรียน ครูหนึ่งคนสอนเกือบทุกวิชา
ถึงแม้จะยังไม่เปิดเทอมแต่บรรยากาศของโรงเรียนก็คึกคักเป็พิเศษ เพราะชาวบ้านมาร่วมงานกันอย่างล้นหลามพ่อค้าแม่ขายก็มาตั้งปักหลักขายน้ำ ลูกชิ้นไก่ทอดกันอยู่รอบสนามราวกับการออกบูธในห้างกลางเมืองหลวง บ้างก็กางเต็นท์ขายบ้างก็ขายด้วยรถสามล้อ แต่ส่วนใหญ่จะเป็รถพ่วงข้างขายของทั่วไปอัฒจันทร์ที่เคยมีไว้ให้เด็กในโรงเรียนนั่งยามมีกีฬาสีก็กลายเป็ที่นั่งสำหรับผู้มาชมการวิ่งควายแทน
สนามฟุตบอลที่กว้างโดนกั้นด้วยเชือก แบ่งออกเป็เส้นทางให้ควายวิ่งั้แ่หัวสนามไปถึงปลายสนามสองรอบมีการใช้รั้วมาเสริมอีกทีเพื่อเสริมความแข็งแรงขอบสนามกันไม่ให้ควายวิ่งออกไปชนใคร
คงเป็เพราะที่นี่ไม่ค่อยมีงานรื่นเริงทำให้ชาวบ้านดูตื่นตัวกันั้แ่งานยังไม่ได้เริ่มรวมถึงต้นกล้าด้วยที่มาถึงโรงเรียนแห่งนี้ั้แ่บ่ายสองโมง ซึ่งความเป็จริงแล้วงานเริ่มสี่โมงเย็นเลยทีเดียว
ก่อนงานเริ่มต้นกล้าเข้ามานั่งหลบแสงแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกเรียนเก่าตึกหนึ่งใกล้สนามฟุลบอลเด็กน้อยล่ามบิวตี้ไว้ใกล้ ๆ ปล่อยมันเล็มหญ้ากินน้ำเติมพลังไปในระหว่างที่เขากำลังตื่นเต้นกับงานที่ถูกจัดบนพื้นดินพื้นทรายในชนบทแบบนี้
ยิ่งพอมองไปทางสนามเห็นชาวบ้านร่วมมือรวมแรงใจเตรียมสถานที่แม้แต่พันสรก็ออกไปชาวบ้านจัดสถานที่เพื่อให้สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นทำให้ต้นกล้ายิ่งรู้สึกกดดันไม่ใช่น้อย
ฉันจะพาบิวตี้ชนะได้มั้ยเนี่ย ต้นกล้าบ่นกับตัวเองด้วยความกังวล
“เอ่า นั้นควายของข้าหนิ” จู่ ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทรกความคิดของต้นกล้าก่อนจะปรากฎเป็ชายร่างเตี้ยคาดผ้าขาวม้าสีเงินเดินตรงเข้ามา
พอได้ยินคำทักทาย ต้นกล้าก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้า คือเ้าของเก่าของบิวตี้ เพราะั้แ่เขาปรากฎตัวบิวตี้ก็เดินมายืนข้างหลังต้นกล้าด้วยความหวาดกลัว
“ควายตัวไหนหรอฮะมีตั้งหลายตัว” ต้นกล้าพูดพรางจ้องหน้าลุง ถึงแม้รอบสนามจะมีควายของคนอื่นล่ามอยู่หลายตัว
หรือจะเป็ควายตรงหน้าฉันล่ะ
”ก็ไอ้ควายขี้แพ้ข้างหลังเอ็งไงหนูไอ้หมอหนุ่มคนนั้นคงไถมันมาขายเนื้อในงานวิ่งควายสิท่า”เสียงแหบพูดพรางหัวเราะเยาะ
ต้นกล้าได้ยินถึงกับกำมือเล็กแน่นถ้าเขารูปร่างโตกว่านี้อาจจะต่อยหน้าคนอายุเยอะกว่าไปแล้วก็ได้ แต่การใช้กำลังไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยควรทำตัดสินจากการแข่งขันดีกว่า
“แล้วเจอกันในสนามฮะ”ต้นกล้าตัดบทไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วย
“เจอในสนาม?”
“ฮะคุณ ลุง ก็น่าจะลงแข่งวิ่งควายเหมือนกันกับหนู”
คนฟังคิ้วกระตุกดวงตาเหี่ยวย่นมองเด็กตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า
“ควายก็โง่เด็กก็ง่อย แพ้อีกรอบไปเถอะ” คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะดังขึ้นจนแทบจะได้ยินไปถึงกลางสนามถูกทิ้งท้ายไว้ก่อนชายใจร้ายจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
นั่นยิ่งทำให้ต้นกล้ายิ่งโมโหความกดดันในตอนแรกเปลี่ยนเป็พลังทันที
วันนี้แหละที่หนูน้อยอย่างฉันขี่ควายจะชนะผู้ใหญ่ใจร้ายให้ดู
“มาชนะไปด้วยกันนะฮะ บิวตีั”มือเล็กลูบใบหน้าสากที่กำลังมีน้ำตาซึม “ไม่ต้องเศร้าพี่หมอทิมเ้าของใหม่ของบิวตี้ นิสัยดีกว่าไอ้คนเมื่อกี้หลายเท่าเลยนะฮะ”
เด็กน้อยอดไม่ได้ที่จะถึงพี่ชาย ถ้าวันนี้หมอทิมมาเชียร์เขาก็คงดี
เมื่อเวลาของการแข่งขันก็ใกล้มาถึงต้นกล้าเดินไปเข้าห้องน้ำใต้ตึกจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะออกมาลูบหน้าทาแป้งที่เตรียมมาให้บิวตี้ด้วยความตื่นเต้น
“วันนี้บิวตี้เป็ควายที่สวยที่สุดในสนามเลยฮะ” ต้นกล้าเสริมความมั่นใจให้เ้าสี่ขาคู่ใจมือเล็กแกะเชือกที่ต้นไม้ออกจูงบิวตี้เดินไปทางสนามที่ตอนนี้คึกคักกว่าเดิมมากอัฒจันทร์ก็มีผู้ชมจับจองที่นั่งจนกันเกือบเต็ม
ฉันทำได้ ฉันทำได้ ต้นกล้าพูดกับตัวเอง เนื่องจากขณะเดินเขารู้สึกว่ามีสายตาจับจ้องเขาอยู่หลายคู่เพราะภาพเด็กตัวเล็กจูงควายมันค่อนข้างที่จะเห็นได้ยาก
เบื้องหน้าเขาก็เป็คู่แข่งคนอื่นๆ ที่พากันจูงควายของตัวเองเข้าสนามประจำจุดออกตัวกันแล้ว
ต้นกล้ารีบมองหาพันสรเขาอยากให้มีผู้ใหญ่เดินไปส่งในสนามเพื่อลดความประหม่าของสายตาผู้คน
ทว่าคนที่ปรากฎตัวมาช่วยเขากลับเป็ใครอีกคน
“สวัสดีครับเด็กน้อย”เสียงนุ่มคุ้นเคยร้องทักจากข้างสนามระหว่างที่ต้นกล้าชะเง้อหาพันสรอยู่ใกล้ทางเข้าเ้าของเสียงอยู่ในชุดเสื้อขาวกางเกงยีนส์สวมหมวกฟางสีอ่อน ยืนยิ้มเฉ่งโชว์ความหล่อจนทำให้แก้มเด็กน้อยผุดสี
“พี่หมอทิม”ต้นกล้าร้องเรียกชื่อหมอด้วยความดีใจปล่อยมือจากเชือกบิวตี้วิ่งเข้าไปทักทายหมออย่างลืมตัวก่อนเ้าควายฉลาดจะเดินตามตัวเล็กมาเสียเอง “ไหนบอกว่าต้องทำงานไงฮะ”
“ก็ทำงานแต่ทำงานอกพื้นที่ไงครับ พี่มาเป็หมอสนามหนะ” ร่างสูงกว่าว่าพรางย่อตัวนั่งลงให้ความสูงเท่ากับเด็กห้าขวบตรงหน้า ต้นกล้าผลุบตามองพื้นไม่อยากให้หมอทิมเห็นว่าตัวเองดีใจจนหุบยิ้มไม่อยู่
“วันนี้แต่งตัวเหมือนคาวบอยน้อยเลยนะ”ตาเรียวเข้มสำรวจน้อง ต้นกล้าอยู่ในชุดกางเกงยีนส์เก่าหลวม ๆ ของเด็กรองเท้าผ้าใบขาดรุ่ย เสื้อยีนส์สีฟ้าอ่อนแขนยาวถูกยัดชายเสื้อลงในกางเกง ถูกรัดด้วยเข็มขัดสีแดงหน้าตาพิลึก
“แน่นอนฮะวันนี้คาวบอยน้อยจะวิ่งควายแทนม้าเลย” นิ้วป้อมสองนิ้วถูกยกขึ้นมาทำเป็ปืน “ปิ้ว ๆ ”
“ตัวแค่นี้แต่เก่งจังเลยนะครับแต่มานี่ก่อนมา” หมอทิมพูดจบแล้วจูงมือเล็กให้เดินตามไป
ต้นกล้าเงยหน้ามองแผ่นหลังกว้างที่เดินนำอยู่ช้า ๆหมอทิมใส่ใจแม้กระทั่งการเดิ ถึงแม้ขาจะเท้ายาวแต่กลับก้าวสั้น ๆ ช้า ๆเพราะกลัวเ้าตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังจะเดินตามไม่ทัน
-//////////-
“จะพาหนูไปไหนหรอฮะการแข่งใกล้จะเริ่มแล้วนะ”
***