หลิน Talk
ระหว่างทางเดินไปห้องสอน
“กว่าจะปลีกตัวออกมาได้” ฉันบ่นพึมพำเมื่อเห็นว่ารอบตัวไม่มีคนที่คิดไว้เดินตามมา
“ค่อยหายใจเต็มปอดหน่อย” ว่าจบก็สูดลมเข้าปอดอีกครั้งเพื่อทดแทนใน่เวลาก่อนหน้าที่แถบจะหายใจไม่ทั่วท้องเพราะต้องนั่งอยู่กับผู้ชายคนนั้น และยังต้องฟังคำพูดคำจาที่น่าอายนั้นอีกแค่คิดก็ขนลุกแล้ว
จะว่าไป...พอฟังบ่อยเข้ามันก็ทำให้รู้สึกอายขึ้นมานิดหน่อยแฮะ มีบาง่ที่ฉันก็แอบเคลิ้มตามคำหวานพวกนั้นด้วย
“คงต้องอยู่ห่าง ๆ หน่อยแล้ว” และด้วยความที่ไม่อยากให้ตัวเองต้องไปตกหลุมพรางของคนเ้าชู้อย่างเขาเข้าสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คงต้องอย่าเอาตัวเองไปเข้าใกล้คนประเภทนั้นเด็ดขาด
แค่ดูจากคำพูดและท่าทางแล้วน่าจะเป็พวกเสือผู้หญิงและการที่เขาไม่รู้สึกอาย แสดงว่าเขาจะต้องทำมันมาบ่อยแล้วยังไงล่ะ
“เหอะ!” แค่คิดก็รู้สึกไม่ดีละ เอาเป็ว่าอย่าเสียเวลาไปคิดต่อดีกว่า ยังไงหลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันบ่อย เพราะตารางการสอนของฉันเท่าที่ดูก็ไม่เห็นว่าจะต้องเจอกันบ่อยด้วย
“อ้าว อาจารย์หลินก็ว่าหายไปไหน มาเดินเล่นอยู่แถวนี้เองเหรอคะ” ฉันมองเ้าของเสียงทักทายพร้อมยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็มิตร
“รุ่นพี่มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ” เพราะเหลือเวลาไม่มากฉันเลยถามเธออกไปตามตรง
“ทำไมทำน้ำเสียงเ็าจังเลย หรือว่าโกรธเื่ที่ได้ยินเมื่อเช้าอยู่เหรอคะ” เ้าของคำพูดแสดงสีหน้ารู้สึกผิดออกมาจนทำให้คนรอบข้างเริ่มให้ความสนใจมาที่เราสองคน
“ถ้าหลินทำให้คิดแบบนั้นต้องขอโทษด้วยแล้วกันค่ะ” ฉันตอบเธอออกไปอย่างเบื่อหน่าย
คนตรงหน้าฉันชื่อ ‘มิ้ง’ เป็รุ่นพี่ที่เคยเรียนที่นี่มาเหมือนกับฉัน ในสายตาคนอื่นมักจะมองว่าเธอเป็ผู้หญิงที่บอบบางน่าสงสาร จนเพศตรงข้ามพากันปกป้องเธอ
ไม่ว่าคนนี้จะทำอะไรเธอก็เก่งมากพอที่จะทำให้คู่กรณีดูเป็ฝ่ายผิดแทนเสมอ และน้อยคนนักที่จะได้เห็นธาตุแท้ของเธอ
ฉันเองก็เป็หนึ่งในเหยื่อการแสดงเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารให้ตัวเธอเอง ฉันเคยหลงเชื่อคำพูดที่ว่าเป็ห่วงจากเธอ แม้จะใช้เวลากว่าจะรู้ความจริง แต่คงดีกว่าไม่รู้อะไรเลย
อย่างที่บอกว่าฉันไม่ใช่เหยื่อคนแรก เธอทำแบบนี้กับหลายคน และบางคนก็รับความน่าอายไม่ได้จนย้ายไปที่อื่นก็มี
เหตุการณ์ที่ฉันจำได้ไม่ลืมคงเป็ตอนที่เธอไปยุ่งกับคนมีเ้าของ จนฝ่ายหญิงที่มีอารมณ์รุนแรงเป็ทุนเดิมได้ตามรังควานเธอไม่เลิก และเพราะอีกฝ่ายเป็แบบนั้นผู้หญิงคนนั้นจึงกลายเป็เหยื่อชั้นเยี่ยมของการแสดงละครเรียกคะแนนความน่าสงสารจนกลายเป็เื่ดังไปทั่วมหา’ ลัย
แฮชแท็กเซฟมิ้งเกิดขึ้นมานับแต่นั้นและที่ฉันจำไม่ลืมก็เพราะฉันได้เห็นกับตาถึงตัวตนที่แท้จริงของมิ้ง และความอัปยศที่มอบให้แก่คนอื่นจนผู้หญิงที่เป็เหยื่อไม่มีพื้นที่ยืนในสังคมจนต้องลาออกไป
ทั้งที่...มันไม่ใช่ความผิดของผู้หญิงคนนั้นเลยด้วยซ้ำ และมือที่สามอย่างมิ้งกลับได้รับคำปลอบใจมากมายแทน
“หลินไม่ได้โกรธพี่ใช่ไหม” เมื่อเธอเห็นว่าเริ่มมีคนให้ความสนใจ ‘การแสดงละคร’ ก็เริ่มขึ้นทันที
“หมายถึงเื่อะไรเหรอคะ” ฉันเลิกคิ้วถามอีกฝ่าย
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้หลินรู้สึกไม่ดีนะ พี่ขอโทษ หลินจะว่าพี่ด่าพี่ก็ได้ถ้ามันทำให้หลินรู้สึกดี พี่ยอม” ฉันมองคราบน้ำตาที่กำลังหลั่งไหลอาบหน้าแก้มของเธอพลางคิดไปด้วยว่าจะออกจากสถานการณ์บ้าบอนี่ยังไงดี
ฉันเบื่อผู้หญิงตรงหน้า และก็เบื่อคนรอบข้างที่กำลังสนใจพวกเรา อีกไม่นานชื่อของฉันคงกลายเป็หัวข้อนินทาสนุกปากของคนเหล่านี้อีกแล้วสินะ
“บางทีรุ่นพี่ก็เหมาะกับการแสดงมากกว่าการมาเป็อาจารย์ในมหา’ ลัยอีกนะคะ” ฉันโน้มตัวกระซิบลงข้างหูเธอเพื่อให้เราได้ยินกันสองคน
และเมื่อพูดจบฉันก็เดินออกมาโดยไม่สนสายตาที่กำลังพากันมองด้วยความไม่พอใจหลังอาการร้องไห้ของมิ้งหนักขึ้นกว่าเดิม ก็ในเมื่อทุกคนน่าจะมองฉันไปในทางนั้นอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็ต้องยืนอยู่ต่อนี่นา
ฉันคิดว่าดีสักอีก เพราะจะได้ไม่ต้องไปคอยคิดมากให้เสียเวลาว่าจะหลุดออกจากเหตุกาณ์นั้นได้ยังไง
หน้าตึกคณะศิลปศาสตร์
“ยัยหมาบ้านั่นมันกัดแกอีกแล้วเหรอหลิน” ระหว่างที่ฉันกำลังรอลิฟต์เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นพร้อมข้อความจากยัยพรีม
“ข่าวไวจัง” ฉันอมยิ้มขณะที่กำลังพิมพ์ เพราะเวลาได้เห็นคำว่า ‘หมาบ้า’ ทีไรมักจะเป็เื่ตลกของฉันเสมอ
ยัยพรีมนี่สรรหาคำเก่งจริง
เธอมักจะตั้งฉายาไปเรื่อยอย่างนี้ รอบที่แล้วก็แม่ช้างตกมันบ้าง ยัยหมูป่าบ้าง หมาติดสัตว์บ้าง และอีกมากมาย ก็เลยกลายเป็เื่น่าขันทุกครั้งพลอยช่วยให้ฉันหายเครียดเสมอ
“ไม่ไวสิแปลก ว่าแต่แกไม่เป็ไรใช่เปล่า ให้ฉันไปหาไหมยังไงก็เหลือเวลาอยู่นี่นา”
“ไม่ต้องหรอก ฉันกำลังขึ้นไปเตรียมสอนแล้ว”
“เป็ห่วงแกนะ คิดเอาคืนบ้างก็ดี เอาแต่ปล่อยให้คนเข้าใจไปแบบนี้ต่อจะดีเหรอ”
“อย่าลืมสิว่าเพื่อนแกคนนี้ไม่ใช่คนอ่อนแอสักหน่อย อีกอย่างฉันไม่อยากเสียเวลาไปทำอะไรพวกนั้นด้วย”
“แล้วจะปล่อยให้คนอื่นเอาแกไปพูดเสียหายเนี่ยนะ สุดท้ายเดี๋ยวแม่แกก็มากดดันอีกไม่ใช่ไง”
ติ๊ง ~
“ฉันจัดการได้น่า ไว้คุยนะ ฉันเข้าลิฟต์ก่อน” ฉันกดปิดมือถือพร้อมคิดตามที่พรีมพิมพ์
ใช่แล้ว...เมื่อไรที่ฉันกลายเป็หัวข้อนินทาสิ่งที่ตามมาต่อไปก็คือคำพูดกดดันของแม่ถึงเื่การวางตัวอีกตามเคย
โทน Talk
“มึงอยู่ไหน? อีกไม่กี่นาทีจะเริ่มเรียนแล้วนะ” ผมอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาโดยคนที่ส่งมาก็ไม่ใช่ใครนอกจากถ่าน
“วันนี้ไม่เข้า ฝากหาข้ออ้างให้ด้วยแล้วกัน” และเมื่อตอบกลับอีกฝ่ายเสร็จเสียงแจ้งเตือนก็ดังไม่หยุดจนทำให้ผมเลือกปิดเครื่องไป
อาจดูเหมือนเด็กเกเรที่ไม่สนใจการเรียนและไม่น่าเอาเป็ตัวอย่างมากแค่ไหน แต่ผมคงจะทนนั่งเรียนเฉย ๆ ไม่ได้หรอกในเมื่อเกิดเื่ไม่เป็เื่ขึ้นกับคนของผมอย่างนี้
และต่อให้ผมไม่เข้าเรียนก็ไม่ได้แปลว่าผมจะกลายเป็คนที่ช้าตามคนอื่นไม่ทัน กรณีของผมการที่เรียนไม่จบเหมือนเพื่อนวัยเดียวกันคิดเหรอว่า่เวลาที่ปล่อยว่างนั้นผมจะนอนเล่นไปเรื่อย
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————