ตั้มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา น้องสาวสุดที่รักของเพื่อนสนิทที่ฝากฝังให้ดูแลหายไปนานกว่าชั่วโมงแล้วเขาก็มัวเพลินกับการช่วยเรียกลูกค้าเข้าร้านโอเอซิส น้ำหวานเห็นท่าทางกระวนกระวายจึงเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใยแต่ซ่อนไว้ในน้ำเสียงเ็า
“ทำไมไม่โทรศัพท์ตามละ”
“โซดาไม่มีมือถือ”
“เบียร์ขี้เหนียวขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“ไม่หรอกไอ้เบียร์มันรอเงินเดือนออกก่อนนะ เพิ่งจ่ายค่าลงทะเบียนให้โซดาไปหมดไปหลายพันแถมหนังสือหนังหาตำราเรียนก็ยังไม่ได้ซื้อเลย…มันกลัวหมุนเงินไม่ทันเลยยังไม่ได้ซื้อมือถือให้โซดา”
“เป็พี่น้องที่รักกันดีนะ” น้ำหวานรำพึงออกมาเบา ๆโดยไม่ได้ตั้งใจจะกระทบความรู้สึกของเพื่อนแต่หนุ่มหน้าตี๋ที่สะอึกกับคำพูดประโยคเมื่อครู่
“นั้นซิ” ตั้มกัดพูดข่มความรู้สึกเ็ปไว้ข้างใน คงมีแต่เขาเท่านั้นละมั่งที่ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของคำว่า“พี่-น้อง” อย่างคนอื่นนัก
ครอบครัวที่ประกอบอาชีพอู่ซ่อมรถมานานหลายสิบปีจนเตี่ยสามารถส่งเสียให้ลูกชายคนโต “พี่โต” ร่ำเรียนจนจบเป็ “หมอ” ส่วยคนรอง “พี่ต้อง”ก็เป็ถึง “วิศวกร”หนุ่มไฟแรงเคยขึ้นปกนิตยสารที่นายตั้มไม่รู้จักแต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับแวดวงการงานของพี่ชายคนรอง
มีแต่เขาเท่านั้นที่ไม่เอาไหนเื่เรียน เตี่ยดุด่าเขาอยู่ประจำแม้ว่าคนที่ช่วยดูและกิจการอู่ซ่อมรถจะเป็ “ตั้ม”ลูกชายคนเล็กที่ไม่เอาถ่าน มีแต่สร้างความอับอายไม่เชิดหน้าชูตาให้วงศ์ตระกูลเช่นพี่ทั้งสอง แต่พวกเขาแทบจะไม่เคยมาเหยียบบ้านที่เป็อู่ซ่อมรถราวตายจาก เหลือเพียงเตี่ยที่อยู่กับความทรงจำเก่า ๆ
“รอโซดาอยู่เหรอคะ”
เด็กสาวยิ้มทะเล้นให้เพื่อนพี่ชายที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ หนุ่มหน้าตี๋ตื่นจากภวังค์เขายกมะเหงกขยี้ลงบนศีรษะของน้องสาวเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้ และกลบเกลื่อนความรู้สึกน้อยใจเมื่อครู่ โซดายกมือปัดไล่กลัวผมยาวที่รวบเป็หางม้าจะยุ่งเป็กระเซิง
“หายไปเป็ชั่วโมงเลยนะ” น้ำหวานเอ่ยขึ้นก่อนเสยผมยาวหยักศกที่ลงมาเคลียแก้ม
“ก็แหม...โซดาเปิดโอกาสให้ใครบางคนทำคะแนนต่างหากละ เดี๋ยวจะหาว่าเราเป็ก้างเอ๊ย!ไม่ใช่ซิอย่างโซดาต้องเป็กระดูก กระดูกชิ้นใหญ่ขวางคอ”
ตั้มยิ้มกว้างแต่ตาหยีกับความคิดของน้องสาวตัวแสบก่อนหันไปทำตาหวานฉ่ำแต่อีกฝ่ายกลับเชิดหน้า แล้วแสร้งทำเป็จัดเสื้อผ้าในร้าน
“กลับบ้านได้แล้วละป่านนี้เบียร์คงจะเข้าบ้านแล้ว”
“ค่ะ”
โซดาโบกมือลาพี่น้ำหวานซึ่งกว่าจะปิดร้านก็หลังตีหนึ่งไปแล้วบางครั้งตั้มก็จะนำรถกระบะเก่า ๆ ของที่อู่มารับน้ำหวาน แต่บางครั้งเธอก็อาศัยเรียกรถตุ๊กตุ๊กของลุงชัยที่บ้านอยู่ใกล้พอแกไปส่งแม่ค้าที่มาซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาด ก็แวะมารับน้ำหวาน เป็รายได้อีกทางของคนแก่อายุห้าสิบกว่าที่ไร้ญาติขาดมิตร
มันจึงเป็เหตุผลที่ทำให้ตั้มไม่ได้มารับ-ส่งอย่างที่ใจปรารถนาแต่เวลาที่หาเื่มาเจอหน้าหญิงคนรักก็จะใช้น้องสาวสุดซ่าของเพื่อนหนุ่มแสนเ็ามาเป็ข้ออ้าง ได้มาหาที่ร้านเสื้อที่สะพานพุทธอย่างเช่นวันนี้ แล้วรถเวสป้าสีเทาหม่นก็จะเคลื่อนตัวไปบนถนนผ่านค่ำคืนที่ประดับด้วยแสงไฟสีส้มตามท้องถนนไปส่งกามเทพสาวซ่าที่บ้านแถวเทเวศร์ แต่เ้าของรถเวสป้าไม่รู้หรอกว่า ท้ายรถของตนไม่ได้มีเพียงน้องสาวเพื่อนซี้ซ้อนท้ายมาเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งที่มองไม่เห็นที่โซดาเรียกว่า “นายวุ่นวาย” ซ้อนท้ายมาด้วย
“ขอบคุณนะคะ” โซดาส่งหมวกกันน็อคคือให้พอดีกับที่พี่ชายกำลังไขกุญแจเข้าบ้าน
“เที่ยวเพลินจนดึกเลยนะเรา”
เบียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติ และตั้มก็เป็เพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุดและไว้ใจมากพอที่จะให้น้องสาวคนเดียวไปไหนมาไหนด้วยได้อย่างไม่เป็กังวล
“โชคดีนะคะขอให้พี่น้ำหวานใจอ่อนเร็วๆ นะ”
“ขอบใจจ้า”
หนุ่มหน้าตี่ยิ้มทะเล้นเหมือนเคยวันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะหยอกเย้ากับใคร คงมีแต่เพื่อนรักเท่านั้นที่ดูออกถึงอาการของนายตั้ม รถเวสป้าแล่นออกไปไกลแล้วเบียร์จึงหันมาคุยกับน้องสาว
“มีเื่อะไรหรือเปล่า”
“เื่อะไรคะพี่เบียร์”
“ก็วันนี้น้ำหวานทะเลาะกับนายตั้มอีกหรือเปล่า”
“ก็ไม่เห็นมีนี่…พี่ตั้มก็ช่วยเรียกลูกค้าอย่างทุกทีอ่ะ พี่ตั้มก็หล่อแบบตี๋ ๆนะทำไมพี่น้ำหวานเค้าไม่ชอบพี่ตั้มอ่ะถ้าโซดามีผู้ชายดีๆอย่างพี่ตั้มมาจีบคงรักหมดใจเลย”
“ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว” พี่ชายเฉไฉไปเื่อื่น “กลับดึกแบบนี้ได้อะไรมาบ้างละ”
“บอกไม่ได้ค่ะ ความลับ”
พี่ชายหันมาสบตากับน้องสาวที่ยิ้มทะเล้น แล้วส่ายหน้าไปมาเอือมระอากับนิสัยขี้เล่นที่ไม่รู้จักโตแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนักรวมทั้งกระดาษปอนด์สีขาวที่ม้วนอย่างดีอยู่ในมือของน้องสาว โซดารีบวิ่งขึ้นไปห้องนอน เมื่อแน่ใจว่าพี่ชายแยกเข้าห้องของตนเองไปแล้ว เธอก็คลี่กระดาษแผ่นนั้นออก เทียบภาพในกระดาษกับร่างโปร่งใสที่ยืนอยู่ในห้องนอนของเธอ
“ถึงถ่ายรูปไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะวาดไม่ได้เสียหน่อย” โซดายิ้มปลื้มกับความคิดของตนเอง
“ฉลาดจนผมคิดไม่ถึงจริง ๆครับคุณโซดา”
“นี่นายชมฉันหรือด่าเนี่ย”
“มิได้ครับนี่ผมชื่นชมอย่างใจจริงแล้วเราจะทำยังไงต่อล่ะครับ” เขาพูดอย่างอ่อนใจแต่ก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายเช่นกัน
“เอานะ ฉันมีวิธี” โซดายิ้มมุมปาก “ยังไงฉันก็สืบให้รู้ให้ได้ว่านายเป็ใครมาจากไหนแล้วเป็อะไรตาย”
โซดาเก๊กมาดเท่เลียนแบบนางเอกหนังสืบสวนสอบสวนเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าอีกฝ่าย แต่คุณิญญาเร่ร่อนกลับคิดว่าเหมือน ‘รอยยิ้มของนักฆ่าโรคจิตที่’โซดาเคยเช่าVCDมาดูที่ร้านอินเตอร์เนท
ิญญาหนุ่มผู้เร่รอนข้ามเวลามาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยได้แต่ถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงมาที่นี่ เฮ้อ! อยู่มาตั้งหลายวันไม่เห็นคุณเธอช่วยสืบช่วยหาอะไรเลย แล้วเขาจะรู้ไหมเนี้ยว่าตัวตนจริง ๆของเขาเป็ใคร
…………………
แฮมเบอร์เกอร์ขนาดพิเศษถูกกัดที่ละนิดด้วยความเสียดายของคนที่ซื้อที่นานๆ จะมานั่งกินอาหารประเภทนี้ และบรรยากาศกลางกรุงแหล่มชุมนุมของวัยรุ่น โซดาสวมเสื้อยืดสีชมพูช็อกกี้พิงค์กับกางเกงยีนยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยกับรองเท้าผ้าใบคู่เดิมที่เพิ่มเติมความเท่คงเป็หมวกแก็ปสีขาวสะอาด ติดเข็มกลัดหลากสีหลายขนาดฝีมือดีไซด์ของน้ำหวานแห่งแผงเสื้อร้านโอเอซิส ณสะพานพุทธ
อาหารชุดพิเศษในถาดนอกจากแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นไม่ใหญ่นักแต่ราคาซื้อข้าวแกงแถวบ้านได้สองจานน้ำอัดลมแก้วใหญ่และแฟรนช์ฟรายถุงเล็ก โซดานึกเสียดายเงินรู้สึกคิดถึงกับข้าวฝีมือพี่ชายที่เป็ถึงกุ๊กมือหนึ่งปแต่วันนี้เธอตั้งใจแล้วว่าจะใช้วันหยุดมานั่งเก็บโลเกชั่นแถวเซ็นเตอร์พอยท์
เธอเลือกนั่งในร้านอาหารFast Foodที่สามารถมองเห็นภาพด้านนอกร้านได้อย่างชัดเจนเด็กหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอเดินกันขวักไขว่ ต่างแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าทันสมัยบางคนคลายกับในนิตยสารแฟชั่นที่พี่น้ำหวานเคยเปิดให้ดู
“อย่าแต่งตัวให้มันเชยนักเดี๋ยวเขาจะรู้ว่าเรามาจากบ้านนอก”
น้ำหวานออกไอเดียการแต่งตัว จับโน่นใส่นี่เหมือนเธอเป็ตัวตุ๊กตา แต่ก็พยายามให้เป็ตัวเธอเองมากที่สุด แน่ละ!!! ถ้าจะให้ใส่กระโปรงคงไม่ไหว หรือจะเป็เสื้อรัดตัวเล็กคงไม่กล้าเดินออกจากบ้านแน่ๆ แค่นี้ก็พอแล้วเอาแค่มั่นใจแต่ไม่มากจนเกินพอดี
“อย่าบอกนะว่านี่คือวิธีตามหาประวัติตัวผมนะ”
เสียงทุ้ม ๆ แต่นุ่มหูดังขึ้น เรียกสายตาของโซดาให้หันมามองที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างโปร่งใสของชายหนุ่มสวมแว่นตาทรงกลมกรอบเงินจ้องมองเธออย่าง้าคำตอบ
“เปล่า...ฉันมาหาโลเกชั่นไว้เขียนนิยาย”
ิญญาหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อยเขานั่งใกล้ๆ แล้วเอ่ยถาม
“แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการมานั่งกินแฮมเบอร์แพงๆ ที่นี่ละครับ”
“อ้าว...ไม่เห็นรึไงนิยายวัยรุ่นนะ มันต้องประกอบด้วยฉากแบบนี้” โซดาชี้นิ้วไปที่กระจกใส ๆที่เธอนั่งอยู่ซึ่งมองเห็นน้ำพุเซ็นเตอร์พอทต์ ร้านรวงมากมายที่บ่งบอกรสนิยมของผู้ใช้
“นี่ไง ...นัดเพื่อนมานั่งคุยติวหนังสือมาดูหนังกินขนมเดินเที่ยวดูเสื้อผ้าอะไรพวกนี้ไงฉันกำลังเก็บข้อมูลอยู่นะยะ อย่ากวนประสาทซิ” ว่าแล้วโซดาก็ยื่นสมุดบันทึกที่เธอจดโน้นจดนี่ให้เขาดูตรงหน้า
“ผมไม่เห็นมันจำเป็เลยคุณใช้อินเตอร์เนทเสิร์ซหาข้อมูลเอาก็ได้”
เขาเป็คนไม่ชอบออกจากบ้านเอ่อ เท่าที่จำได้นะ การเขียนนิยายของเขาคือการเสิร์ซหาข้อมูลจากอินเตอร์เนทไม่เคยออกมานั่งดูอะไรแบบนี้