ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 วานรเยี่ยงนางจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้?

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนอนซมอยู่บนเตียงเป็นคนไข้ เดิมทีควรจะได้ดื่มอย่างดีและได้รับการปรนนิบัติเอาใจ ทุกวันห้อมล้อมด้วยบ่าวรับใช้รอบกาย ได้พักผ่อนร่างกายอย่างเต็มที่ แต่ความเป็นจริงในตอนนี้ช่างแห้งแล้งน่าร่ำไห้เหลือเกิน ไม่เพียงไม่ได้กินดื่มปรนนิบัติอย่างดีเช่นในจินตนาการ กระทั่งยาที่กินก็ยังเสี่ยงอันตรายอาจทำให้ป่วยหนักขึ้นอีกต่างหาก...

            เหตุผลที่พูดเช่นนี้น่ะหรือ ก็เพราะเรื่องนี้มีความจำเป็นของมันอยู่จริงๆ อย่างแรก เรื่องที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่ใช่เยี่ยนอวิ๋นเฟยนั้น ต่อให้ในจวนเยี่ยนเองก็ไม่ใช่เรื่องที่รู้กันทั่วทุกคน ไม่ต้องพูดถึงพวกหมอที่อยู่ข้างนอกนั่นเลย อย่างที่สอง ฮูหยินเยี่ยนนั้นปลดเกษียณมานานแล้ว นางคันไม้คันมือเกินจะอดกลั้นจริงๆ ติดที่ยามปกติไม่มีใครมาให้นางได้ทบทวนวิชาเลย จึงได้แต่...

            จึงได้แต่จับลูกสาวที่เพิ่งป่วยของตนมาเป็นตัวทดลองเสียเลย

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้มองไปที่หัวเตียงอย่างเหนื่อยหน่าย นางกลืนยาขมที่หลิงหลงป้อนเข้าปากไปทีละคำอย่างยากลำบาก รู้สึกว่าชีวิตไม่เคยสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อน

            “หลิงหลง เจ้าว่า... แม้ยาของแม่ข้าอาจจะไม่ได้มีสรรพคุณรักษาดีนัก แต่คงไม่ถึงกับกินแล้วตายหรอกนะ?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเพิ่งกลืนยาขมไปเพียงคำเดียว ก็เอ่ยถามอย่างสั่นสะท้าน

            หลิงหลงที่อยู่ข้างกายเองก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมขึ้นมาเช็ดคราบยาต้มสีน้ำตาลที่มุมปากให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว พลางตอบอย่างห่อเหี่ยวยิ่งนัก “คุณหนูใหญ่ ขออภัยที่บ่าวต้องพูดตามตรง เรื่องนี้ก็บอกไม่ได้แน่ชัดจริงๆ เจ้าค่ะ” หลิงหลงพลันถอนหายใจอีกครั้ง แล้วเอ่ยต่อ “ถึงอย่างไรบ่าวเองก็ไม่เคยเห็นหมอที่ยังมีกะจิตกะใจเล่นไพ่โต้รุ่ง ทั้งที่คนไข้ที่นอนซมอยู่กับเตียงเลยเจ้าค่ะ”

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา นางไม่รู้เลยสักนิดว่ามารดาของตนเล่นไพ่โต้รุ่งอีกแล้ว ดูท่าเช่นนี้แล้ว ไม่แน่ว่าตอนเขียนใบสั่งยาก็อาจจะเขียนหนึ่งเฉียนเป็นหนึ่งเหลี่ยง หนึ่งเหลี่ยงเป็นหนึ่งจินไปแล้ว... [1]

            คิดถึงตรงนี้ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตระหนักได้ว่าบนโลกนี้มีหมอไร้ฝีมืออยู่จริง และยิ่งกว่าก็คือคนที่เหมือนอย่างท่านแม่ของนาง เป็นคนที่ไร้ฝีมือแต่ไม่รู้ตัวเช่นนี้นี่แหละ!

            “ถ้าเช่นนั้น...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยกมือขึ้นยั้งแขนของหลิงหลงที่กำลังป้อนยาให้ตนต่อ แล้วเอ่ยหยั่งเชิง “ถ้าเช่นนั้น หลิงหลง เจ้าก็เหลือทางรอดให้ข้าสักทางเถอะ!”

            เดิมทีนึกว่าหลิงหลงจะเป็นคนดีที่สามารถเข้าใจความคิดของตนได้เสียอีก ทว่าเห็นได้ชัดว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั้นคิดผิด ต่อให้หลิงหลงจะเป็นคนดีคนหนึ่งก็ตาม แต่นั่นก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการที่นางเป็นสาวใช้ของฮูหยินเยี่ยน

            อย่างไรเสียฮูหยินเยี่ยนก็เป็นผู้ที่ให้เงินเดือนกับหลิงหลง...

            หว่างคิ้วของหลิงหลงค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน ดูเศร้าเสียใจและน่าสงสารยิ่งนัก แต่ชั่วขณะต่อมานางก็ขยับแขนป้อนยาให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังส่ายหน้าอีกครั้ง “ขออภัยเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” หลิงหลงยื่นช้อนจ่อปากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แล้วเอ่ยเสียงเบา “อย่าทำให้บ่าวลำบากใจเลย! ดื่มเถิดเจ้าค่ะ!”

            ละทิ้งส่วนน้อย ปกป้องส่วนรวม เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหลับตาอ้าปาก ยังคงเชื่อฝังใจว่าจะต้องตายอย่างแน่แท้ แล้วดื่มยาต้มที่ไม่เพียงแต่ขมจนน่าโมโห แต่ยังอาจจะทำให้อาการป่วยของตนแย่ลงไปอีก

            ตั้งแต่กลับมาจากวัดจินติ่ง จนถึงตอนนี้ก็ได้ผ่านมาสองวันเต็มๆ แล้ว เยวี่ยเจาหรานนั่งอยู่บนที่นั่งในห้องของตน ขาที่ยกขึ้นไขว่ห้างบ่งบอกถึงความเอ้อระเหยลอยชายอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่รู้เลยเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วในยามนี้กำลังใช้ชีวิตอย่าง ‘ทุกข์ยากแสนเข็ญ’ อยู่ ทว่าถึงอย่างไรเยวี่ยเจาหรานเองก็นับว่ามีจิตสำนึกอยู่บ้าง เขาหยุดมือที่โยนลูกเต๋าลงอย่างฉับพลัน แล้วเอ่ยปากเรียกชุ่ยเชี่ยวเข้ามา

            “คุณชายใหญ่มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?” พูดตามตรง สองสามวันมานี้ชุ่ยเชี่ยวทำตัวขบถจริงๆ นางไร้ทางระบายความโกรธเคืองและคำพูดจิกกัดต่อเยวี่ยเจาหรานที่อัดอั้นอยู่เต็มอกได้ ต้นสายปลายเหตุนั้นก็เพื่อ ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ ผู้น่าสงสารนั่นเอง...

            เยวี่ยเจาหรานขมวดคิ้ว แล้วโบกมือไปทางชุ่ยเชี่ยว สื่อว่าให้ชุ่ยเชี่ยวเข้ามาใกล้ตนอีกหน่อย ชุ่ยเชี่ยวไม่เต็มใจนักแต่สุดท้ายก็ยังเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว “มีอะไรหรือเจ้าคะ?”

            “พวกเรากลับมาสองวันแล้วสินะ...” เยวี่ยเจาหรานหลุบตาลง แล้วเอ่ยเช่นนั้น ชุ่ยเชี่ยวเองก็พยักหน้าตาม จะบอกว่าผ่านมาสองวันแล้ว เยวี่ยเจาหรานก็ยังไม่ได้ยินข่าวคราวของตระกูลเยี่ยนเลย ในใจมักจะรู้สึกโหวงเหวงขึ้นมา ชุ่ยเชี่ยวพลันเบะปาก เอ่ยด้วยความรังเกียจ “ก็ยังไม่เห็นว่าท่านจะรู้สึกกังวลอะไรมากมายเลยนี่นา ทุกวี่ทุกวันอยากกินอะไรก็กิน อยากดื่มอะไรก็ดื่ม มีความสุขจะตายไปไม่ใช่หรือ?”

            “สาวใช้บ้านี่ เจ้าพูดแบบนั้นได้อย่างไร...” จุดอ่อนของเยวี่ยเจาหรานถูกจับได้เสียแล้ว ทั้งยังสะบัดคมเข็มแทงใจดำเช่นนี้ เขาย่อมรู้สึกเสียหน้าและอยู่ไม่ติดขึ้นมาเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะเขาปฏิบัติตามกฎกติกาทางสังคมที่ ‘สุภาพชนตกลงกันด้วยวาจาไม่ใช้กำลัง’ มาจำกัดและลงโทษตนเอง บางทีกำปั้นน้อยๆ ของเยวี่ยเจาหรานอาจจะมะเหงกลงหัวชุ่ยเชี่ยวในชั่วพริบตาต่อไปนี้ก็เป็นได้

            ชุ่ยเชี่ยวดูแลรับใช้เยวี่ยเจาหรานมาก็นาน ย่อมรู้นิสัยเจ้านายของตน ดังนั้นนางจึงไม่ได้เกรงกลัวต่อท่าทีสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ [2] ของเขาเลย เพียงแค่ถอยตัวไปข้างหลังสองก้าวอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ปากก็ยังคงกัดไม่ปล่อย “ข้าพูดมาได้อย่างไรงั้นหรือ คุณชายท่านดูเอาเองก็แล้วกันว่าที่ข้าพูดมีอะไรผิดไปหรือไม่ กลับมาแค่สองวัน ครัวเล็กก็แทบจะยกออกมาให้ท่านกินจนหมดแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร...”

            เมื่อพูดจบชุ่ยเชี่ยวก็เพียงยักไหล่ แล้วตั้งท่าจะหนี ถึงอย่างไรเยวี่ยเจาหรานนั้นถือว่า ‘มีเรื่องจะวานขอ’ ย่อมไม่อาจปล่อยผู้ที่รับใช้ตนดั่งแขนขาหนีหายวับไปง่ายๆ แน่นอน พลันเอ่ยเสียงอ่อน “เอาเถอะๆ วันนี้ข้าเองก็อารมณ์ดี จะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเจ้า เจ้า… ยามบ่ายก็หาเวลาไปสอดส่องที่จวนเยี่ยนสักหน่อยว่าทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง...”

            “คุณชายจะไปหาท่านชายเยี่ยนหรือเจ้าคะ?” พูดตามตรง ได้ยินเยวี่ยเจาหรานเอ่ยคำพูดมีมโนธรรมเช่นนี้ออกมาได้ ในใจของชุ่ยเชี่ยวก็ประหลาดยิ่ง ถึงอย่างไรสองวันมานี้เยวี่ยเจาหรานนั้นมีชีวิตสุขสบายเกินไปแล้วจริงๆ ชุ่ยเชี่ยวนึกว่าเขาจะทิ้ง ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ ผู้น่าสงสารไว้ข้างหลังแล้วเสียอีก!

            “ข้าไม่ไป เจ้าไป!” สมแล้วที่เป็นบุรุษผู้เล่าเรียนวรรณกรรม เอ่ยคำพูดก็ช่างละเอียดรัดกุม แม้แต่คำเดียวก็ไม่อาจให้ผิดพลาด เมื่อพลาดแล้วก็จำเป็นต้องแก้ไข

            เยวี่ยเจาหรานก้มศีรษะลงเอ่ยต่อ “ทำการใดให้มีไหวพริบ อย่าให้ถูกจับได้ล่ะ แต่ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นบ้านของนางเอง จะไปเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาได้เล่า... เจ้าก็แค่กลัดกลุ้มไปเองเป็นแน่!”

            “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณชาย! ยามบ่ายข้าจะไปทันที!” ใบหน้าของชุ่ยเชี่ยวฉายรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เอ่ยจบนางจะหันหน้าวิ่งไปทันที เหลือเพียงเยวี่ยเจาหรานนั่งอยู่ในห้องแต่เพียงผู้เดียว เขาแอบเอ่ยเสียงเบาอย่างลับๆ “นางมุทะลุโผงผางเยี่ยงวานรดั่งบุรุษเพศเช่นนั้น จะเกิดเรื่องอันใดขึ้นมาได้เล่า... ข้าก็คงจะแค่ กลุ้ม! ไป! เอง!”

            เยวี่ยเจาหรานเอ่ยกับตัวเองจบแล้วก็ยกมือขึ้นหยิบองุ่นม่วงลูกหนึ่งยัดใส่ปาก น้ำจากผลไม้พลันกระจายเต็มปาก... เปรี้ยวชะมัด! เยวี่ยเจาหรานโมโหจนถุยออกมาทันที เขาซดน้ำชาไปสองถ้วยถึงจะพอคลายความเปรี้ยวบนลิ้นไปได้บ้าง

            หลังจากคายองุ่นแล้ว เยวี่ยเจาหรานก็หมดอารมณ์จะกินอะไรไปทั้งอย่างนั้น เขาเพียงถอนหายใจหนักๆ ครั้งหนึ่ง แล้วยกมือขึ้นเท้าคาง นั่งเหม่อลอยอย่างทึ่มทื่ออยู่ตรงนั้น ไม่ขยับเขยื้อนไม่พูดจา

            ความจริงแล้ว ตั้งแต่แยกกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ในใจของเยวี่ยเจาหรานก็เกิดความกังวลขึ้นมาเล็กน้อย เหมือนกับความรู้สึกที่น่าหวาดหวั่นราวกับมีสิ่งชี้นำบางอย่างอยู่ในความมืดสลัว เป็นสิ่งที่เยวี่ยเจาหรานไม่เคยมีมาก่อน หากแต่ตั้งแต่ต้นจนจบเขากลับไม่ยอมเชื่อว่าความรู้สึกเช่นนี้ก็เป็นเพราะเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว


            เชิงอรรถ

            [1] จิน เหลี่ยง เฉียน (斤、两、钱) เป็นหน่วยวัดน้ำหนักที่ใช้กับ ยาแผนจีน ทองคำ หรือสูตรอาหารเป็นต้น ในสมัยโบราณ 1 จิน = 16 เหลี่ยง โดย 1 เหลี่ยง = 10 เฉียน (หากแทนค่าให้เข้าใจง่ายคือ 1 จิน = 600 กรัม 1 เหลี่ยง = 37.5 กรัม และ 1 เฉียน = 3.75 กรัม) แต่ในปัจจุบัน 1 จิน = 500 กรัม และมีเพียง 10 เหลี่ยง

            [2] สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ (狐假虎威) หมายถึงพฤติกรรมของคนที่ยืมอิทธิพลคนอื่นมาทำให้ตนเองมีอำนาจขึ้น หรือข่มเหงรังแกผู้อื่น

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199