“นังตัวดี เ้ามานี่”
คนถูกเรียกหวาดกลัวไม่ขยับตามคำสั่งเอาแต่หลบอยู่ด้านหลังิหวั่ง เมื่อเรียกแล้วไม่มาเล่อหวงจึงลุกขึ้นโผเข้าไปกระชากแขนเลี่ยงซิ่วมาคุกเข่าตรงหน้าบิดาอีกฝ่ายพยายามขัดขืนแต่ไม่เป็ผล
“เ้าพูดมาเมื่อคืนเ้าใส่อะไรลงไปในน้ำแกงไก่ของข้า” เมื่อคืนก่อนนอน เลี่ยงซิ่วยกชามน้ำแกงไก่เข้ามาให้นางดื่มรอจนนางเข้านอนแล้วจึงได้ออกไป หลังจากเลี่ยงซิ่วออกไปไม่นานหญิงสาวรู้สึกสะลืมสะลือร่างกายร้อนผ่าว หูได้ยินเหมือนมีคนเดินเข้ามาในห้องแต่ตนลืมตาไม่ขึ้นมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่บิดาและมารดาเลี้ยงเปิดประตูมาเจอนางกับชายหนุ่มขาเป๋นอนเปลือยกายในกระท่อมเก่าท้ายอารามร้าง
“บ่าวไม่ได้ใส่อะไรทั้งนั้นเ้าค่ะคุณหนูอย่า บ่าวกลัวแล้ว”เลี่ยงซิ่วร้องอย่างหวาดกลัวเมื่อคุณหนูของตนยกมือขวาขึ้นสูงราวกับจะทุบตี
“โกหก! เ้าโกหก เป็เ้าวางยาข้า” เล่อหวงขึ้นเสียงสูง เล็บยาวข่วนแขนของสาวใช้อย่างแรงคนโดนทำร้ายร้องเสียงหลงพลางถอยหนี ปากก็ปฏิเสธไม่หยุด
“บ่าวไม่ได้ทำคุณหนูใส่ร้ายบ่าว”
“นังคนเลวคนทรยศ เ้าร่วมมือกับผู้อื่นทำร้ายข้า” หญิงสาวกระโจนเข้าตบตีสาวใช้อย่างโกรธแค้นกลุ่มผมดำสากระคายมือของเลี่ยงซิ่วถูกดึงมาข้างหลัง คนถูกดึงผมเจ็บจนน้ำตาเล็ด มือพยายามคว้าชายกระโปรงตัวสวยของิหวั่งเพื่อขอความช่วยเหลือ
เล่อหวงเชื่อว่าเื่นี้มารดาเลี้ยงต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสาวใช้อย่างเลี่ยงซิ่วด้วยนับแต่มารดาจากไปแล้วบิดาแต่งมารดาเลี้ยง นางก็ไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายนางปีศาจที่ชอบยั่วยวนบิดา ลับหลังชอบเหยียดหยันดูถูกนาง ทั้งสองจึงไม่ชอบหน้ากัน ต่างคนต่างหาเื่อีกฝ่ายให้ไม่อยู่สุข
“พอได้แล้ว!จะเลิกบ้าได้หรือยัง” เล่อสือห้ามเสียงดัง หยุดาของสองสาวได้ชะงักแต่เพียงครู่เดียว คนเอาแต่ใจก็ใช้ขาเรียวขาวซึ่งโผล่ออกมาจากผ้าห่มผืนเก่าเตะท้องสาวใช้จนอีกฝ่ายนอนหงายกับพื้นร้องสะอื้นอย่างน่าเวทนา
ชายวัยกลางคนกำมือแน่นออกคำสั่งเสียงเด็ดขาด “นำตัวคุณหนูกลับไปขังที่ห้อง”
“ท่านพ่อ”บ่าวหญิงสองคนช่วยกันจับตัวคุณหนูที่ดิ้นพร่านไม่ยอมกลับ ผ้าสีขาวถูกยัดเข้าปากอิ่มสวยก่อนพาออกไปจากกระท่อมหากให้คุณหนูโวยวายตลอดทาง เชื่อว่าไม่ถึงหนึ่งถ้วยน้ำชา ทุกคนในหมู่บ้านซื่อหลิวคงรู้เื่หมด
“ท่านพี่จะทำอย่างไรต่อไปเ้าคะ”ิหวั่งถาม นางพยายามเก็บอาการสาแก่ใจไม่ให้สามีเห็น
คนถูกถามแค่นเสียง“ถึงขั้นนี้แล้วยังต้องทำอะไรอีก”
“เ้า!ตามข้ามา” เล่อสือเอ่ยกับชายหนุ่มเสียงเรียบ ก่อนจะสาวเท้าออกจากกระท่อมิหวั่งปรายตามองร่างกำยำของชายหนุ่มแวบเดียว มุมปากอิ่มสีแดงยกยิ้มสาสมใจก่อนจะรีบตามสามีออกไปทิ้งให้ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้น เดินตามออกไปอย่างเชื่องช้า
สามวันหลังจากเกิดเื่ข่าวคุณหนูหวงเล่อ บุตรสาวพ่อค้าข้าวหมู่บ้านซื่อหลิวกำลังจะออกเรือนกับฉวีอวิ้นมู่บุรุษหนุ่มขาเป๋ซึ่งอาศัยอยู่ตรงตีนเขา สร้างความตะลึงระคนสนใจให้กับชาวบ้านอย่างยิ่งบางคนถึงขั้นมาด้อม ๆ มอง ๆ หน้าร้านขายข้าวสกุลเล่อ ไถ่ถามเื่ราวจนก่อความวุ่นวายเล่อสือจึงสั่งปิดร้าน
ถัดมาอีกสองวันงานแต่งงานของเล่อหวงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เล่อสือให้จัดพิธีในบ้านตนเพราะเห็นว่าลูกเขยตัวคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้อง ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนไม่มีขาดตกชาวบ้านต่างพากันมาชมความครึกครื้นพร้อมร่วมยินดี สตรีหลายคนต่างยิ้มหน้าบานเมื่อเห็นเ้าสาวมีแววทุกข์ระทมสตรีอีกหลายคนกัดผ้าเช็ดหน้าพลางลอบมองเ้าบ่าวตาปรอย ถึงขาเป๋แต่ใบหน้าคมคายน่ามองรวมถึงรูปร่างกำยำสามารถทำให้หญิงสาวหลายคนพร่ำเพ้อถึง ด้านบุรุษต่างพากันโล่งอกเมื่อตัวร้ายกาจออกเรือนเสียที
ทุกคนยังจำเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนได้ไม่ลืมวันนั้นอากาศดีแดดอ่อนส่องเป็ประกาย เชียนจื่อกลับจากสำนักศึกษาในตัวอำเภอ บังเอิญเจอกับเล่อหวงที่ออกมาเดินตลาดหญิงสาวตาวาวปราดเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างสนใจไม่ไถ่ถามสิ่งใดก็บังคับให้อีกฝ่ายตามตนกลับบ้านเพื่อเป็เพื่อนเล่น เชียนจื่อปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทว่าเล่อหวงไม่ยินยอม เกิดการฉุกกระชากกลางถนน เป็ที่สนใจของผู้คน ชื่อเสียงของหญิงสาวยิ่งกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้านซื่อหลิวรวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียง
บรรดาชายหนุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์ยังจำแววตาข่มขู่และน้ำเสียงเอาเื่ของนางได้ไม่ลืมพอเห็นว่านางออกเรือนจริง จึงพากันถอนหายใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกขอบคุณระคนสงสารฉวีอวิ้นมู่ผู้เป็เ้าบ่าว
“ออกเรือนไปเสียทีค่อยโล่งอกหน่อย” ชายหนุ่มสวมชุดสีฟ้าท่าทางราวกับบัณฑิตเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจคนรอบข้างได้เป็อย่างดี หลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย
“นางทำตัวร้ายกาจไปทั่ว แม้กระทั่งชายขาพิการก็ไม่เว้น” สตรีวัยกลางคนซึ่งจูงมือบุตรมาด้วยป้องปากกล่าวสตรีอีกคนส่ายหน้าพลางกล่าว
“น่าสงสารมู่ขาเป๋”
หญิงหม้ายคนหนึ่งเอ่ยเสียงห้วนไม่ชอบใจอย่างมากเมื่อคนที่ตนหมายตาออกเรือนกับหญิงร้ายกาจประจำหมู่บ้าน ผักกาดขาวสดฉ่ำที่นางหมายตามานานกลับถูกหมูตัวเมียน่ารังเกียจตัวหนึ่งแย่งไป จะให้อารมณ์ดีได้อย่างไร “น่าเสียดายถึงจะขาเป๋แต่ส่วนอื่นยังใช้การได้ ไม่น่ามาลงเอยกับ...”
“เ้าจะไปรู้อะไรได้ยินว่านางเป็คนรังแกมู่ขาเป๋ทั้งคืน” สตรีหลายคนพลันหน้าแดงเอียงอายเมื่อเข้าใจว่ารังแกทั้งคืนหมายถึงอะไร
“จริงหรือ”หญิงหม้ายหน้าบึ้ง
“ข้าได้ยินิหวั่งพูด”คนจุดประเด็นรีบบอกที่มา ด้วยกลัวคนไม่เชื่อ
“นางก็ไม่ได้หวังดีกับลูกเลี้ยงเชื่อได้หรือ”
“สาวใช้คนสนิทอย่างเลี่ยงซิ่วยังยอมรับว่าใช่”
“ไร้ยางอายเกินไปแล้ว”เสียงด่าทอดังขึ้นเซ็งแซ่ บางคนกลับมีรอยยิ้มเมื่อเห็นความทุกข์ของผู้อื่น
“นั่นๆ ออกมาแล้ว” ดรุณีน้อยผู้หนึ่งชี้มือไปยังประตูร้านขายข้าวสาร เมื่อเ้าสาวในชุดสีแดงสดงดงามถูกแม่สื่อประคองมาขึ้นเกี้ยวดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปสนใจ
ขบวนเกี้ยวหลังเล็กเริ่มออกจากหน้าประตูร้านขายข้าวสารชายหนุ่มผู้เป็เ้าบ่าวเดินนำเกี้ยว โดยมีลูกจ้างในร้านข้าวสารช่วยกันแบกเกี้ยวตามหลังตรงไปยังตีนเขา