สองปีต่อมา
ข่าวที่ว่าท่านแม่ทัพหลานเยว่เทียนแห่งพรรคเทียนเช่อรวบรวมกองทัพเพื่อก่อฏและถูกสังหารโดยแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงแพร่กระจายไปทั่วทุกที่และข่าวที่ว่าร่างของท่านแม่ทัพหลานเยว่เทียนที่ถูกสังหารนั้นหายไปก็แพร่ไปทั่วเช่นกันจนบัดนี้ยังไม่มีผู้ใดรู้ว่าร่างของเขานั้นหายไปไหนหรือหายไปได้อย่างไร
เมื่อมีข่าวว่าประมุขของพรรครวบรวมกองทัพเพื่อก่อฏพรรคเทียนเช่อจึงถูกจับตามองจากกองทัพของวังหลวงและมีการตรวจสอบภายในพรรคอย่างเข้มงวดแต่เหนือสิ่งอื่นใดคนในพรรคไม่มีใครเชื่อว่าแม่ทัพหลานเยว่เทียนจะคิดก่อฏและรวบรวมกองทัพจริงและคิดด้วยว่าเขาไม่มีทางตายอย่างแน่นอนเมื่อยังไม่เห็นร่างก็ยังคิดว่าตายแล้วไม่ได้ส่วนจะไปอยู่ที่ไหนนั้นไม่มีใครรู้ได้เช่นกัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังตามหาร่างของท่านแม่ทัพหลานเยว่เทียนแทบพลิกแผ่นดินอยู่นั้นคนที่ถูกตามหากลับนั่งกินลมชมวิวสบายใจอยู่บนผาสูงในเขตของพรรคอู่ตู๋เสียอย่างนั้นในมือถือขลุ่ยรูปงูสองเศียรเอาไว้ สวมชุดของอู่ตู๋เปลือยอกปล่อยผมยาวสลวยเครื่องประดับบนศีรษะสะท้อนแสงเล็กน้อยเมื่อขยับตัวยังเผยให้เห็นขาขวาเรียวยาวที่เปิดโล่งสวมเครื่องประดับไว้ที่ต้นขาและข้อเท้า ดูแล้วเหมือนหนุ่มที่คอยมายั่วสวาทผู้ที่พบเห็นมากกว่าที่จะเป็แม่ทัพเสียอีกจะบอกว่าไม่ใช่หลานเยว่เทียนคนเดิมก็ไม่ผิดนัก
นับั้แ่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ฝึกวิชาที่พรรคอู่ตู๋มาตลอดสองปีและวิชาที่ฝึกก็ไม่ใช่วิชาที่ร่างดั้งเดิมเคยฝึกมาด้วยกลายเป็หลานเยว่เทียนคนใหม่อย่างเต็มตัวและคนอื่นก็ไม่ได้เอะใจอะไรที่เขาไม่ฝึกวิชาของเทียนเช่อเนื่องด้วยรู้สภาพร่างกายของเขาอีกทั้งเขาในตอนนี้ฝึกวิชาของเทียนเช่อไม่ไหวและวิชาของอู่ตู๋ก็น่าสนใจมากทีเดียว
ถึงแม้จะไม่ฝึกวิชาของเทียนเช่อแต่ด้วยความทรงจำของร่างดั้งเดิมวิชาเ่าั้ก็ยังคงจดจำได้อยู่ในหัวหลานเยว่เทียนรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงรู้เื่ต่างๆได้เร็วนักเป็เพราะในร่างเนื้อมีความทรงจำเดิมอยู่มันถูกส่งต่อมายังดวงิญญาจนบัดนี้ทั้งร่างกายและิญญาได้กลายเป็หนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์แล้ว
“มาเยี่ยมเ้าหนนี้เ้ายิ่งดูเหมือนคนของอู่ตู๋เข้าไปอีก”หมอหนุ่มถือตะกร้ามาด้วยก่อนจะเอ่ยทัก หลานเยว่เทียนหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะหันกลับมาหัวเราะหากเทียบกับเมื่อก่อนหลานเยว่เทียนชอบชีวิตในตอนนี้มากทีเดียว
“ยังไม่ทันครบเดือนเ้าก็มาเยี่ยมข้าแล้วรึ” ปกติหมอหนุ่มคนนี้จะมาทุกๆหนึ่งหรือสองเดือน แต่หนนี้ยังไม่ทันครบเดือนก็โผล่หน้ามาเสียแล้วสงสัยจะเป็ห่วงสหายคนนี้มาก
“ข้าได้ยินว่าเ้าออกไปนอกอู่ตู๋บ่อยๆรึ” ตะกร้าที่ซ่งฮวาถือมาคือมื้อเที่ยงนั่นเองฝีมือการทำอาหารของซ่งฮวาไม่ธรรมดาทีเดียวคนผู้นี้มีความเป็พ่อศรีเรือนจริงๆแต่ดันยิ้มยากเสียนี่
“ไม่มีใครจับได้เสียหน่อย”
“ไม่มีใครจับได้แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเ้าออกไปข้างนอกมา”หมอหนุ่มเอ่ยทักหลานเยว่เทียนฉวยเอาของกินในตะกร้าออกมากินก่อนที่ซ่งฮวาจะทันได้จัดเตรียมออกมานอกตะกร้าเสียอีก
“ตอนนี้ข้าพร้อมออกไปเผชิญกับโลกภายนอกแล้ว”
“ออกไปตั้งนานแล้วต่างหาก” เสียงคนมาใหม่เอ่ยขึ้นพร้อมเ้าของเสียงที่นั่งลงข้างๆซ่งฮวาซ่งฮวามองหลานเยว่เทียนด้วยสายตาเอือมๆตามประสาคนที่ห้ามไม่ฟัง
“คุ้มค่ากับที่ออกไปเสี่ยง”
“ซ่งฮวา ถึงกำหนดที่ต้องเข้าวังหลวงแล้วเห็นทีว่าเราต้องให้ท่านแม่ทัพอยู่คนเดียวสักระยะแล้วล่ะ” หลานเยว่เทียนหันขวับมามองไม่ใช่เพราะบอกให้อยู่คนเดียวแต่เป็เพราะถึงกำหนดเข้าวังหลวงแล้วต่างหาก
“ครบกำหนดสามปีแล้วรึ” หลานเยว่เทียนเอ่ยทุกๆสามปีประมุขทั้งแปดพรรคจะไปที่วังหลวงเพื่อรายงานเื่ต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดสามปีที่ผ่านมาเมื่อก่อนหลานเยว่เทียนก็ไปด้วยตัวเอง แต่หนนี้เล่า
“เทียนเช่อยังไม่ได้แต่งตั้งประมุขของพรรคคนใหม่แต่มีรองแม่ทัพของเ้าเป็ผู้รักษาการแทน” รองแม่ทัพหมายถึงรองแม่ทัพฟานหลิงเหอคนนั้นเองรึนับว่ายังโชคดีที่ตอนนี้เขายังปลอดภัยไม่ได้โดนลูกหลงจากเื่ก่อฏไปด้วย
“แต่สถานการณ์ของเทียนเช่อคงไม่ได้ดีนัก”
“แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้ายนับว่าแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงยังรู้จักแยกแยะเขายืนยันว่านอกจากเ้าแล้วไม่มีใครอยู่ฝั่งฏกองทัพของวังหลวงก็ถอนตัวจากเทียนเช่อแล้ว เป็ฉางหวั่นที่เข้ามาดูแลแทน”
“ข้าไม่ได้เป็ฏ”
“เขาเชื่อว่าเ้าเป็” เมื่อโดนสวนกลับมาทันทีหลานเยว่เทียนก็กลอกตา
“ข้าคิดเื่หนึ่งออก” หลานเยว่เทียนเอ่ยขึ้นอีกหนแล้วทำเนียนไปนั่งแทรกกลางระหว่างซ่งฮวากับอวี๋เหมาฉาอวี๋เหมาฉาหรี่ตาลงเล็กน้อยในขณะที่ซ่งฮวารินชาอุ่นๆส่งให้หลานเยว่เทียนอย่างชอบใจ
รู้นะว่ากำลังจีบซ่งฮวา แต่ตอนนี้ไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่หลานเยว่เทียนกำลังประกาศผ่านสายตายิ้มๆของตัวเอง
“คิดสิ่งใดได้รึ”
“ข้าจะไปกับพวกเ้า” ฝ่ามือเรียวฟาดลงที่กลางหลังของหลานเยว่เทียนจนเป็รอยแดงอวี๋เหมาฉาหัวเราะในลำคอส่วนหลานเยว่เทียนร้องโอดโอย
“ท่านหมอเทพตีข้าทำไม”
“ตีเรียกสติของเ้า พวกข้าจะพยายามซ่อนตัวเ้าไปทำไมหากเ้าคิดเปิดเผยตัวให้คนอื่นรู้”ซ่งฮวายึดถ้วยชาคืนพร้อมทั้งของกินในมือหลานเยว่เทียน ดวงตาสีแดงได้แต่มองตามอย่างเศร้าสร้อย
“ถ้าข้าไม่กลับไปข้าจะเปิดเผยเื่นี้ได้อย่างไรคราวนี้เป็พรรคของข้าที่เจอเื่เลวร้าย คราวต่อไปอาจเป็พรรคของพวกเ้าก็ได้เชื่อข้าเถอะว่าข้าคิดดีแล้วที่จะทำเช่นนี้”
“เ้าคิดจะเปิดโปงคนที่ใส่ร้ายเ้ารึ” หลานเยว่เทียนพยักหน้า อธิบายสิ่งที่ได้รู้มาเท่าที่จะบอกได้กับทั้งสองคนซ่งฮวาส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“เสี่ยงมากเกินไปแค่ทันทีที่มีคนรู้ว่าเ้ายังมีชีวิตอยู่เ้าจะถูกไล่ล่าไม่เว้นแต่ละวัน”
“เื่นั้นข้ารับมือได้สิ่งที่ข้า้ามีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นแค่อย่างเดียวการเปิดเผยความจริงหนนี้ก็จะสมบูรณ์”
“แต่......”
“หากแม่ทัพหลานคิดเช่นนั้นข้าย่อมช่วยได้” อวี๋เหมาฉาเอ่ยสงบศึกเล็กๆพร้อมทั้งฉวยเอาถ้วยชากลับมาไว้ในมือหลานเยว่เทียนอีกหนแต่หลานเยว่เทียนมองมันอย่างไม่ไว้ใจเสียแล้วอะไรก็ตามที่ผ่านมืออวี๋เหมาฉาเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็อย่าได้นำมันเข้าปากอย่างเด็ดขาดจะมีพิษอะไรใส่บ้างก็ไม่รู้ หลานเยว่เทียนโดนแกล้งมาตลอดั้แ่มาอยู่ที่นี่
“หากข้าเป็คนออกหน้ามีรึจะมีใครกล้าทำอะไรแม่ทัพหลานท่านหมอเทพไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก ข้าจะช่วยเขาเอง” อวี๋เหมาฉาเอ่ยอย่างเป็มั่นเป็เหมาะว่าไว้ใจได้ทำให้หลานเยว่เทียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปซ่งฮวาเห็นดังนั้นก็อดถอนหายใจไม่ได้
“ข้าจะช่วยระวังหลังให้ก็แล้วกัน” หลานเยว่เทียนยิ้มกว้างก่อนจะโผเข้ากอดซ่งฮวาพร้อมทั้งซุกใบหน้าหล่อๆเข้าที่ไหล่เล็กอย่างออดอ้อนซ่งฮวานั้นชอบคนว่านอนสอนง่ายและเด็กๆ แม้อายุจะเท่ากับหลานเยว่เทียนแต่มักจะเอ็นดูหลานเยว่เทียนในมุมมองนี้เสมอนั่นคือสิ่งที่หลานเยว่เทียนรู้ดี
“เอาล่ะ เช่นนั้นก็เตรียมออกเดินทางข้ามีเื่ต้องคุยกับแม่ทัพหลานสักครู่ ท่านหมอเทพรออยู่ที่นี่ก่อนนะ” จบคำก็หิ้วคอหลานเยว่เทียนเดินไปด้วยกันโดยมีซ่งฮวามองตามไม่กี่ชั่วยามก็ได้เวลาออกเดินทางไปยังวังหลวงวังหลวงของแคว้นอยู่ใจกลางที่ทิศทั้งแปดเชื่อมต่อกัน จักรพรรดิองค์ปัจจุบันนั้นมีพระนามว่าฟู่หลิงรั่ว ขึ้นครองราชย์มากว่าหกปีแล้วแม้จะดูหนุ่มเกินกว่าที่จะครองบัลลังก์แต่ก็ทำหน้าที่ได้ดีมากทีเดียวก่อนหน้าที่จะขึ้นครองบัลลังก์ก็สนิทกับหลานเยว่เทียนและมักไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
วันรุ่งขึ้นคือวันที่จะเข้ารายงานที่วังหลวง การเดินทางจากอู่ตู๋ถึงวังหลวงใช้เวลาสองชั่วยามดังนั้นในวันนี้จึงต้องหาที่พักค้างแรมที่นอกวังหลวง อู่ตู๋ส่งคนมาสามคนนั่นคืออสรพิษเหมาฉาผู้เป็ประมุข ม่านหลงผู้เป็รองประมุขและหลานเยว่เทียนที่เป็ผู้คุ้มกันพิเศษหลานเยว่เทียนนั้นต้องสวมหน้ากากเอาไว้ แต่เนื่องด้วยพรรคอู่ตู๋มีการแต่งกายที่เป็เอกลักษณ์มากต่อให้ไม่ใส่หน้ากากก็ยังถูกมองอยู่ดี
ส่วนพรรคว่านฮวานั้นมาสองคนนั่นคือท่านหมอเทพซ่งฮวาที่เป็ประมุขและเสวี่ยนลู่ที่เป็รองประมุขตอนนี้ซ่งฮวาต้องออกไปนอกเมืองเพื่อไปรับรองประมุขเข้ามาในเมืองพร้อมกันหลานเยว่เทียนขมวดคิ้ว
“ข้านึกว่าเด็กอันตพาลนั่นจะเป็หมอไม่ได้เสียอีก”หลานเยว่เทียนหมายถึงเสวี่ยนลู่เด็กคนนั้นคือเด็กที่ซ่งฮวาเก็บมาเลี้ยง เป็เด็กหัวรุนแรงมาก เหมือนนักฆ่ามากกว่าที่จะเป็หมอไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะได้รับการยอมรับให้เป็รองประมุขของว่านฮวา
“ทุกวันนี้ก็ใช่ว่าจะเป็หมอที่มีฝีมือเมื่อก่อนเ้าเห็นเขาเป็อย่างไรเขาก็ยังคงเป็เช่นนั้น”
“แล้วซ่งฮวายังยอมให้เป็รองประมุขรึ?”
“เป็การตัดสินใจของเขา เราทำอะไรไม่ได้” เด็กนั่นจะไม่ฆ่าคนป่วยตายหรอกรึ!
อวี๋เหมาฉาเลือกโรงเตี๊ยมในเมืองหลวงพร้อมทั้งสั่งคนจัดห้องพักหากนับั้แ่ก่อนที่จะเกิดเื่เข้าล้อมโจมตีนี่ก็ผ่านมาสามปีพอดีที่เขาไม่ได้มาที่เมืองหลวงนับว่าเจริญหูเจริญตามากขึ้นทีเดียว
“เ้าจะออกไปเที่ยวเล่นก็แล้วแต่เ้า”
“นึกว่าเ้าจะห้ามข้า” หลานเยว่เทียนเอ่ยอย่างแปลกใจอีกฝ่ายยักไหล่ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแม้จะมีภาพเมืองหลวงในความทรงจำแต่มันก็ไม่สู้เห็นด้วยตาเช่นนั้นแล้วหลานเยว่เทียนจึงตั้งใจออกไปสำรวจเมืองหลวงก่อนแล้วค่อยกลับมาพักผ่อน
ตอนนี้เป็เวลาพลบค่ำ ร้านขายของ่กลางคืนเริ่มตั้งแผงลอยบรรยากาศเหมาะแก่การเดินเที่ยว ยิ่งคล้ายจะเป็วันที่ทั้งแปดพรรคมารวมตัวกันก็เหมือนจะมีงานเทศกาลถูกจัดขึ้นด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมาเดินเที่ยว บ้างมาเป็กลุ่ม บ้างก็มาเป็คู่มาเดินคนเดียวเหมือนเขาก็มี แม้จะใส่หน้ากากเอาไว้ก็ยังมองเห็นบรรยากาศได้ชัดเจนจนกระทั่งเดินมาเจอกับคนที่ไม่น่าจะเจอเข้า
หลานเยว่เทียนหลบอยู่มุมหนึ่งของร้านเหล้ากลุ่มคนนั้นแม้จะไม่ได้ใส่ชุดเกราะแต่หลานเยว่เทียนก็มองออกว่าเป็ใครหนึ่งในนั้นมีรองแม่ทัพของเขา ฟานหลิงเหอและยังมีคนหนึ่งที่สวมชุดเกราะสีดำประดับทองหัวจรดเท้าด้วย
แม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟง
หลานเยว่เทียนนิ่งอึ้ง นับั้แ่ที่ฟื้นขึ้นมาสิ่งเดียวที่รับรู้น้อยที่สุดก็คือเื่ของแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงคนนี้นอกจากชื่อกับประวัติคร่าวๆที่จนแทบจะไม่รู้รวมถึงนิสัยแบบที่มองแวบเดียวก็รู้และเหตุการณ์ในวันที่ถูกเข้าล้อมโจมตีแล้วหลานเยว่เทียนไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงเลยแม้แต่น้อยแม้กระทั่งในห้องสีขาวแห่งนั้นเขาก็จำไม่ได้แล้วว่าพูดคุยกับหลานเยว่เทียนเกี่ยวกับหลิวชิงฟงไว้ว่าอย่างไรเกี่ยวข้องกับหลานเยว่เทียนยังไงก็ไม่อาจรู้ได้ แต่หลิวชิงฟงคือคนที่หลานเยว่เทียนฝากฝังให้ช่วยดูแลไม่ผิดแน่แต่ดูแล้วหลิวชิงฟงก็เป็แม่ทัพที่องอาจและยังดูแข็งแกร่งมากไม่มีอะไรให้ต้องฝากฝังเลยสักนิด ไม่เข้าใจว่าทำไมหลานเยว่เทียนถึงได้เป็ห่วงอีกฝ่ายอืม อาจจะห่วงความเ็าของอีกฝ่ายก็ได้กระมัง
และตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็ต้องเจอพวกเขาพรุ่งนี้ยังไงก็ต้องได้เจอกัน ตอนนี้หลบออกไปจากที่นี่ก่อนท่าจะดี
“ว่าไงจ๊ะคนสวย สนใจไปดื่มกับพี่ไหมจ้ะ” จังหวะที่หันหลังกลับเตรียมตัวหลบไปทางอื่นก็มีขี้เมาสองคนมาดักทางเอาไว้โห นี่ขนาดใส่หน้ากากเอาไว้ถึงจะแค่ครึ่งหน้าส่วนบนก็เถอะ มองยังไงว่าสวยไม่ต้องเดาเลยว่าไอ้ขี้เมาสองคนนี้มันเมาขนาดไหน
พอหลานเยว่เทียนจะเดินไปอีกทางพวกขี้เมาก็ดักเอาไว้ตอนแรกก็มองเห็นแค่สองคนแต่ตอนนี้น่าจะมีสักหกหรือเจ็ดคนถึงจะบอกว่าโชคดีว่าที่เป็ผู้ชายหลงเข้ามาในนี้ก็เถอะ แต่เขาในตอนนี้จะชนะผู้ชายพร้อมกันเจ็ดคนได้เหรอ
ปลอบใจตัวเองว่าได้ก็แล้วกัน
และมันก็เป็แค่คำปลอบใจจริงๆ
ไม่ถึงหนึ่งเค่อหลานเยว่เทียนก็ถูกจับตรึงด้วยสองในเจ็ดของพวกขี้เมาแถมตัวเขายังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนอีกด้วย ออกแรงแค่นี้ก็เหนื่อยแล้วรึ เขาเคยเป็แม่ทัพมาก่อนจริงหรือเปล่าเนี่ย
“สิ้นฤทธิ์แล้วรึ” คนที่ดูเป็หัวหน้าเอ่ยถามพลางกระตุกยิ้มเหี้ยมซวยๆๆๆ แบบนี้ซวยแน่ รู้แบบนี้ชวนม่านหลงมาด้วยดีกว่า ไม่น่ามาคนเดียวเลยให้ตายสิ!
ฟิ้ว~ ฉึก!!
“หากพวกเ้าไม่ปล่อยนาง เป้าต่อไปจะเป็หัวพวกเ้า”เสียง์หรืออาจจะเป็นรกสำหรับหลานเยว่เทียนฟานหลิงเหอยกมือค้างเอาไว้ไม่ไกลมีหอกสีดำแดงปักอยู่ที่พื้นคั่นระหว่างหลานเยว่เทียนและขี้เมาคนนั้นเอาไว้นี่ก็มองว่าเขาเป็ผู้หญิงเหมือนกันเรอะ!
“พวกแกเป็ใคร! อย่ามาสะเออะ!”
“เห็นอยู่ว่าผู้หญิงเขาไม่ยินยอม ข้าบอกให้ถอยออกไป”หอกที่ปักอยู่สั่นเล็กน้อยก่อนจะลอยกลับไปอยู่ในมือเ้าของฟานหลิงเหอชี้ปลายหอกมาที่ขี้เมาทั้งหลายพร้อมดวงตาเหี้ยมด้านหลังของเขายังมีคนอื่นๆยืนดูอยู่เหมือนจะบอกว่าแค่ฟานหลิงเหอคนเดียวก็จัดการได้
แน่ล่ะสิ นี่คือรองแม่ทัพแห่งเทียนเช่อกะอีแค่ขี้เมาข้างถนนยังไม่ได้เปลืองแรงด้วยซ้ำ
แล้วดูคนที่เคยเป็ถึงแม่ทัพของเขาสิ คิดแล้วอนาถตัวเอง
หลานเยว่เทียนร่ำไห้อยู่ในใจพวกขี้เมาเปลี่ยนเป้าหมายจากหลานเยว่เทียนเป็ฟานหลิงเหอแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกจับเอาไว้อยู่หลานเยว่เทียนเหยียบเท้าขี้เมาทั้งสองก่อนจะสะบัดตัวจนหลุดและะโเตะซ้ำจนมั่นใจว่าสลบไปแล้วจริงๆจังหวะนั้นเองที่ขี้เมาห้าคนก็ถูกจับโยนมากองรวมกันอยู่ตรงหน้าหลานเยว่เทียน
“แม่นาง...คุณชาย ปลอดภัยหรือไม่” ฟานหลิงเหอที่เป็คนโยนพวกขี้เมาเดินเข้ามาถามเพราะตอนแรกเขามองเป็ผู้หญิงพอรู้ว่าเป็ผู้ชายจึงได้เปลี่ยนคำเรียกใหม่
ดูท่าแล้วเขาในตอนนี้อาจจะสวยจริงๆ ขนาดฟานหลิงเหอยังมองเป็ผู้หญิงกลับไปต้องไปส่องกระจกให้ดีๆเสียแล้ว
“ขอบพระคุณคุณชายที่ช่วยเหลือข้า” หลานเยว่เทียนประสานมือคำนับรองแม่ทัพฟานหลิงเหอพาหลานเยว่เทียนออกมาเจอแสงไฟก่อนที่เขาจะทักขึ้นอีกหน
“ท่านเป็คนของอู่ตู๋?” พอเจอแสงไฟชุดของหลานเยว่เทียนก็มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นมืดเร็วขนาดนี้เชียว
“ข้ามาที่เมืองหลวงพร้อมอสรพิษเหมาฉาท่านประมุขอนุญาตให้ข้ามาเดินชมเมืองขอรับ” ไหนๆก็ไหนๆบอกไปเลยก็แล้วกัน
“เช่นนั้นประมุขของพรรคอู่ตู๋ก็มาถึงแล้วแวะไปทักทายเสียหน่อย ถือโอกาสไปส่งคุณชายให้ปลอดภัยด้วย” เดี๋ยวนะวิ่งกลับรวดเดียวเลยก็ได้ ไม่ต้องไปส่ง แบบนี้อวี๋เหมาฉาคงได้ด่าเขายับแน่
“แต่ตอนนี้ประมุขกำลังพักผ่อน ข้าเกรงว่า....”
“อืม...เช่นนั้นข้าขอไปส่งท่านให้ถึงที่พักอย่างปลอดภัยก็แล้วกันคนกันเองอย่าเกรงใจไปเลย” มันก็คนกันเองเกินไปนะแต่ดูจากสถานการณ์เมื่อครู่มีคนไปส่งท่าจะดี
“รบกวนคุณชายแล้ว”
“ข้าฟานหลิงเหอ เป็รองแม่ทัพจากพรรคเทียนเช่อส่วนท่านผู้นี้คือแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงและรองแม่ทัพใหญ่ลี่ฮุ่ยซิ่ว” ฟานหลิงเหอแนะนำตัวเองพร้อมทั้งคนข้างๆที่ยืนหน้าตายแต่ก็พยักหน้าทักทาย และอีกคนที่ประสานมือคำนับพร้อมทั้งส่งยิ้มให้เขา
“มีอะไรรึ?” เมื่อเห็นหลานเยว่เทียนแกล้งมองซ้ายมองขวาฟานหลิงเหอก็เอ่ยถาม
“หากรองแม่ทัพของเทียนเช่อมา แปลว่าท่านแม่ทัพก็ต้องมาเขาไม่มากับพวกท่านรึ?” หลานเยว่เทียนแกล้งถามอยากรู้ว่าพวกเขาจะตอบยังไงถ้าเกิดว่ามีคนที่ไม่รู้เื่การเข้าล้อมในวันนั้นถามถึงท่านแม่ทัพของเทียนเช่อเป็หลิวชิงฟงที่ตอบ
“เขาตายแล้ว” ด้วยน้ำเสียงที่เ็ายิ่งกว่าน้ำแข็ง....
“เช่นนั้นรึ”
“ท่านไม่รู้หรอกรึ?” ลี่ฮุ่ยซิ่วถามซึ่งหลานเยว่เทียนส่ายหน้าฟานหลิงเหอจึงเบี่ยงประเด็น
“ข้าว่าควรส่งท่านกลับที่พักดีกว่าป่านนี้อสรพิษเหมาฉาคงเป็ห่วงแล้ว” หลานเยว่เทียนพยักหน้าก่อนที่ทั้งหมดจะออกเดินหลานเยว่เทียนลอบกลอกตา ตอบว่าเขาตายแล้วง่ายๆแบบนั้นเลยรึ ใจร้ายใจดำเสียจริงเห็นๆกันอยู่ว่าเขานั้นยังไม่ตาย อวี๋เหมาฉาซ่อนตัวเขาได้เก่งมากจริงๆ สองปีมานี้ไม่มีใครหาเขาเจอเลยแม้แต่คนในอู่ตู๋ก็ยังไม่รู้ว่าเขาคือหลานเยว่เทียนก็อวี๋เหมาฉาเล่นจัดเตรียมพื้นที่ส่วนตัวให้ทำให้ไม่มีใครเข้ามาได้เลยนอกจากซ่งฮวากับอวี๋เหมาฉา
“แม่ทัพหลิวเ็าจริง” หลานเยว่เทียนแอบกระซิบกับฟานหลิงเหอพลางมองคนที่เดินอยู่ด้านหน้าห่างออกไปห้าก้าวฟานหลิงเหอส่งยิ้ม
“แต่ใครบางคนไม่ได้มองว่าเขาเ็า” ใครกันที่ไม่ได้มองแบบนั้น มองจากมุมไหน เขามองแวบแรกยังรู้เลยว่าเ็า
“ข้ามองยังไงเขาก็เ็า”
“คุณชาย”
“หืม?”
“เท้าท่านมีแผล” หลานเยว่เทียนหยุดชะงักก่อนจะก้มลงมองเท้าตัวเองถึงว่าทำไมรู้สึกเจ็บเวลาเดิน ที่เท้ามีเืไหลเหมือนถูกอะไรสักอย่างบาดเอาจำได้ว่าตอนปะทะกับพวกขี้เมาจะเหยียบโดนอะไรอยู่เหมือนกันแต่ตอนนั้นชุลมุนเลยไม่ได้สังเกตเือาบขนาดนี้เลยเหรอ
“ขออภัยด้วย” ฟานหลิงเหอย่อตัวลงก่อนจะอุ้มหลานเยว่เทียนขึ้นอย่างง่ายๆหลานเยว่เทียนกะพริบตาปริบๆ เฮ้ย! ทำไมต้องอุ้ม เดินเองได้!
“เอ่อ”
“พรุ่งนี้ท่านต้องเข้าวังหลวงพร้อมอสรพิษเหมาฉาหากเดินไม่ไหวจะแย่เอา” แล้วทำไมต้องอุ้มเหมือนผู้หญิงด้วยอีกอย่างผู้ชายด้วยกันมาอุ้มแบบนี้มันอายเขา! น่าอายกว่าตอนที่เขากอดซ่งฮวาอีก
“ขอบคุณ”
“ข้ายินดีช่วย” คนที่อุ้มอยู่ออกเดินเฮ้อ ถ้าอวี๋เหมาฉาเห็นเขากลับไปในสภาพนี้แถมยังพาใครมาด้วยอีก มีหวังโดนบ่นยับแน่
และเป็อย่างที่คิด
อวี๋เหมาฉายืนกอดอกจ้องมองเขาที่นั่งอยู่บนเตียงทำแผลที่เท้าเรียบร้อย คนที่มาส่งก็กลับไปแล้วหลังจากที่ทักทายอวี๋เหมาฉาเสร็จและเป็อวี๋เหมาฉาที่อุ้มเขากลับมาที่ห้อง ผลัดกันอุ้มจนเขาไม่มีอะไรจะบ่นแล้ว
“หากซ่งฮวารู้ว่าเ้ามีแผลั้แ่วันแรกที่มาถึงเมืองหลวงเขาลากเ้ากลับแน่”
“เ้าไม่บอกเขาก็ไม่รู้หรอก”
“แล้วยังไปเจอคนที่ไม่สมควรจะเจอตอนนี้ด้วย”
“พรุ่งนี้ก็ต้องเจอ แค่เร็วขึ้นอีกวัน”
“แล้วหนึ่งในนั้นก็รู้แล้วว่าเป็เ้า” หลานเยว่เทียนหันพรึ่บกลับมามองอวี๋เหมาฉา หมายความว่ายังไง
“ฟานหลิงเหอรู้แล้วว่าเป็เ้า” สมเป็รองแม่ทัพของเขาจริงๆรู้ตัวไวดี ดังนั้นเลยอุ้มเขามาส่งโดยที่ไม่ขัดเขินอะไรสินะ
“คิดมากไปไย พรุ่งนี้ข้าก็ต้องเปิดเผยตัวป่านนี้ซ่งฮวาคงมาถึงแล้ว เ้าจะไม่ไปรับรึ” หลานเยว่เทียนเอ่ยถึงหมอหนุ่มที่จะตามมาทีหลังอวี๋เหมาฉามองออกไปข้างนอก ฟ้ามืดหมดแล้ว ควรไปรับซ่งฮวาแล้วจริงๆ
“แต่จะบอกอะไรให้นะหากซ่งฮวารู้ว่าข้ามากับเ้าแล้วข้ามีแผล เขาจะโกรธเ้ามากกว่าข้าซะอีกแล้วเขาจะไม่เชื่อมั่นเ้าอีกต่อไป เฮ้อถ้าเป็แบบนี้เขาต้องตีตัวออกห่างจากเ้าแน่เลย.....”
“ข้าจะไม่บอก” ว่าแล้วก็กลายเป็ผีเสื้อบินออกไปข้างนอกหลานเยว่เทียนหัวเราะในลำคอ ม่านหลงที่ยังอยู่ในห้องเอ่ยขึ้นเล็กน้อย
“ระวังอสรพิษเหมาฉาจะเอาคืน”
“ข้าแค่ฟ้องซ่งฮวาก็สิ้นเื่” จุดอ่อนอันใหญ่หลวงของตาเฒ่าเหมาฉาถึงเวลาที่เขาจะเอาคืนหลังจากที่โดนแกล้งมานานแล้ว