“เชิญทางนี้เลยเ้าค่ะ” ลู่เอ๋อได้เอ่ยขึ้นมาเมื่อนางเดินกลับเข้ามาภายในห้องที่เบว่ชิงอยู่ เยว่ชิงลุกขึ้นเดินตามนางไป ระหว่างทางเยว่ชิงก็ได้มองดูรอบ ๆ สำนักแห่งนี้
นางพบว่าถึงแม้สำนักจะเคยล่มสลายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมันกลับมาอีกครั้งบรรยากาศในสำนักก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คือมันไม่ใช่ยุคสมัยของนางอีกแล้ว
“สวนผลไม้งั้นรึ” เยว่ชิงเอ่ยขึ้นเมื่อเดินผ่านส่วนที่เป็สวนซึ่งเต็มไปด้วยผลไม้มากมาย ซึ่งมันนั้นเหมือนครั้งที่นางแอบเข้าไปขโมยลูกท้อจากสวนของอาจารย์
“ใช่แล้วเ้าค่ะ พวกเราสร้างมันขึ้นมาตามภาพที่ท่านบรรพบุรุษได้วาดเอาไว้ให้ และต้นไม้ทุกต้นข้าก็นำมันมาจากตระกูลของข้าเองเช่นกัน” ลู่เอ๋อเอ่ยออกมา
“ข้าขอเข้าไปดูข้างในสวนได้รึไม่” เยว่ชิงเอ่ย
“แน่นอนเ้าค่ะ” ลู่เอ๋อเดินนำเยว่ชิงเข้าไปในสวน เมื่อเดินเข้าไปเยว่ชิงนั้นก็มองไปรอบ ๆ สวนแห่งนี้ซึ่งมันนั้นเหมือนกับสวนผลไม้ของอาจารย์ของนาง เพียงแต่ว่าขนาดของมันนั้นเล็กกว่าเล็กน้อย
เมื่อนางเดินผ่านต้นลูกท้อต้นหนึ่ง นางได้เด็ดมันออกมาจากต้น 1 ลูก “ตระกูลของเ้าไปนำต้นไม้เหล่านี้มาจากไหนงั้นรึ”
เยว่ชิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่นางนั้นได้กัดลงไปที่ลูกท้อลูกนั้น รสชาติของมันนั้นไม่ต่างจากลูกท้อที่อาจารย์ของนางปลูกเลยแม้แต่น้อย
“มันเป็ต้นลูกจากต้นที่ปลูกอยู่ในตระกูลข้าน่ะเ้าค่ะ เนื่องจากต้นที่ตระกูลปลูกเอาไว้มีอายุมากแล้วจึงไม่สามารถย้ายมาปลูกที่สำนักได้ ทางตระกูลจึงได้ให้ต้นลูกพวกนี้กับข้ามา” ลู่เอ๋อเอ่ย
“แล้วเหตุใดตระกูลเ้าจึงไม่ส่งคนมาช่วยเ้าดูแลสำนักกัน” เมื่อเยว่ชิงได้ยินว่าคนจากตระกูลนางเป็คนส่งต้นไม้พวกนี้มาให้มันก็ทำให้นางนั้นแปลกใจที่ทางตระกูลไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสำนักที่บรรพบุรุษได้ฝากฝังเอาไว้
“เพราะตระกูลของข้านั้นกำลังถูกตระกูลอื่น ๆ โจมตีอยู่เ้าค่ะ” ลู่เอ๋อเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางเศร้าสร้อย
“ความขัดแย้งระหว่างตระกูลงั้นรึ” เยว่ชิงเอ่ยถามออกไป
“เ้าค่ะ ตระกูลของข้านั้นพบเหมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรบ่มเพาะเมื่อ 12 ปีก่อน เมื่อตระกูลอื่น ๆ ได้ยินเื่นี้พวกเขาก็พากันเข้ามาโจมตีพวกเราด้วยความน่าไม่อาย” ลู่เอ๋อเอ่ยตอบกลับไป
เยว่ชิงเองก็ไม่แปลกใจนักที่จะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรขึ้นมา เพราะมันนั้นถือว่าเป็เื่ปกติอย่างมากสำหรับจอมยุทธ์ที่จะแย่งชิงทรัพยากรบ่มเพาะกัน
“เป็เช่นนั้นเองรึ แล้วตอนนี้สถานการณ์ตระกูลของเ้าเป็เช่นไรบ้าง” เยว่ชิงเอ่ยถามออกไป
“คงทนได้อีกไม่นานแล้วเ้าค่ะ และดูเหมือนตระกูลอื่น ๆ นั้นก็ไม่คิดจะปล่อยคนจากตระกูลของข้าให้มีชีวิตอีกต่อไปด้วยเช่นกัน เพราะจู่ ๆ เมื่อ 3 ปีก่อนพวกเขาก็เริ่มโจมตีหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” ลู่เอ๋อตอบกลับไป
“หืม ใช้เื่เหมืองเป็ข้ออ้างในการทำลายตระกูลเ้างั้นรึ เพราะเหตุใดล่ะ” เยว่ชิงถามกลับไป
“เพราะเื้ัตระกูลของพวกมันนั้นคือสำนักใหญ่ทั้ง 4 เ้าค่ะ” ลู่เอ๋อเอ่ย
เมื่อเยว่ชิงได้ยินดังนั้นมันก็ทำให้นางนั้นรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย เพราะจากที่นางฟังจากลู่เอ๋อเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่สำนักใหญ่พวกนั้นทำหลังจากที่นางโดนขังไว้ในถ้ำนั้นมันเกินไปอย่างมาก
“พวกที่โจมตีตระกูลของเ้าระดับขั้นบ่มเพาะสูงสุดอยู่ที่ระดับใด แล้วมีกี่ตระกูล” น้ำเสียงของเยว่ชิงนั้นมีความไม่พอใจปนอยู่เล็กน้อย ลู่เอ๋อนั้นสามารถััถึงมันได้อย่างชัดเจน
“มีทั้งหมด 3 ตระกูลเ้าค่ะ พลังบ่มเพาะสูงสุดคือ ปราณทองคำ 5 ดาวเ้าค่ะ” ลู่เอ๋อเอ่ยตอบกลับไป ก่อนที่นางนั้นจะสังเกตเห็นสีหน้าของเยว่ชิงที่เผยการดูถูกออกมา