บทที่ 14
เศษทองสัมฤทธิ์อันลึกลับ
ภายในหอรวมสมบัติ มีพื้นที่กว้างขวางกว่าที่มองจากภายนอกมาก สินค้าที่วางขายก็มีมากมายหลากหลาย ทั้ง ยาอายุวัฒนะ เครื่องราง สมบัติแห่ง์และโลก ซากปีศาจ แม้กระทั่งทาสปีศาจก็มีขาย
ชั้น 1-3 เป็ของทั่วไป ส่วนใหญ่จะขายสินค้าที่ใช้ได้ั้แ่ขอบเขตสร้างรากฐาน ถึงขอบเขตกงล้อสมุทร
ชั้น 4-6 จะขายสินค้าที่ใช้ได้ั้แ่ขอบเขตเสินเฉียว ถึงขอบเขตเต๋ากง
ชั้น 7-9 ั้แ่ขอบเขตเสินทง ถึง ขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ สินค้าที่วางขายล้วนเป็ของดี หายาก ราคาแพงเกินจริง บางชิ้นต้องใช้หินเทพเ้าเท่านั้นจึงจะซื้อได้
ในแผ่นดินใหญ่เทียนฉง หินเทพเ้าถือเป็ทรัพยากรที่ขาดแคลน แต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญอะไรนัก!
ชั้น 4 ในบริเวณที่ขายของจำพวกสมบัติแห่ง์และโลก ฉู่ซิวกำหญ้าิญญาคุณภาพลึกลับไว้ในมือ พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
ฉู่เซียวหรานสงสัยมาก นางเดินเล่นกับฉู่ซิวมาเกือบสองชั่วยามแล้ว ตลอดทางเขาก็แค่หยิบสินค้ามาเล่น แต่ไม่เห็นซื้ออะไรสักชิ้น คนที่ไม่รู้อาจคิดว่าเขากำลังค้นหาสิ่งของที่ดีที่สุดจนมิอาจหาสิ่งใดเปรียบก็ได้
แต่แน่นอนว่านางเองก็ไม่รู้ว่าฉู่ซิวกำลังทำอะไรอยู่
แท้จริงแล้วฉู่ซิวกำลังเปรียบเทียบราคาสินค้าโดยใช้หินิญญาเป็หน่วยวัด
สิ่งของที่มีมูลค่าเท่ากับหินิญญา เมื่อแลกเป็แต้มฝ่าด่านก็ย่อมมีความแตกต่างกันในปริมาณ
ยกตัวอย่างเช่น อาวุธคุณภาพธรรมดาที่มีมูลค่าห้าสิบหินิญญา เมื่อแลกเป็คะแนนฝ่าด่านจะได้ 2 แต้ม
หญ้าิญญาคุณภาพธรรมดาที่มีมูลค่าห้าสิบหินิญญา เมื่อแลกเป็คะแนนฝ่าด่านจะได้ 10 แต้ม
โอสถบำรุงิญญา ระดับสอง ที่มีมูลค่าห้าสิบหินิญญา เมื่อแลกเป็คะแนนฝ่าด่านกลับได้ถึง 15 แต้ม
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
แล้วทำไมถึงมีความแตกต่างมากขนาดนี้?
ฉู่ซิว มีข้อสันนิษฐานคร่าวๆว่าความเข้มข้นของพลังิญญาที่แฝงอยู่ในวัตถุ ส่งผลต่อคะแนนสะสมที่สามารถแลกได้
ในขั้นเดียวกัน พวกเครื่องมือ สมบัติแห่ง์และโลก ยาอายุวัฒนะต่างๆ
หากมองเช่นนี้ สิ่งที่มีพลังปราณแห่ง์และโลกเข้มข้นที่สุดนี้คืออะไรกันล่ะ?
ไม่ใช่ สมบัติแห่ง์และโลก ไม่ใช่อาวุธวิเศษ แต่เป็สิ่งมีชีวิต...สิ่งมีชีวิตที่สามารถฝึกฝนตนเองได้ ดวงตาของฉู่ซิวปรากฏประกายเืวาบหนึ่ง
“หากข้าเอาผู้ฝึกตนมนุษย์ หรือเผ่ามารไปแลกกับคะแนนสะสมจะเกิดอะไรขึ้น? จะได้คะแนนระบบมากเท่าไร…”
ทางด้านข้างฉู่เซียวหรานที่กำลังสังเกตฉู่ซิวอยู่นั้น เมื่อเห็นสายตาของฉู่ซิวในตอนนี้ ก็รู้สึกหนาวะเือย่างไร้สาเหตุในใจ
ฉู่เซียวหรานตกตะลึง
“ระบบ ความคิดของข้าจะทำได้หรือไม่”
[โอ้! นายท่านนี่เป็อัจฉริยะจริงๆ เื่โหดร้ายขนาดนี้ท่านยังคิดออก ไม่แปลกใจเลยที่เป็ปฏิปักษ์แห่ง์ ระบบจะให้รางวัล: เรือเหาะทมิฬ]
“หืม?”
[ความคิดล้ำเลิศ แต่น่าเสียดายที่...ไม่สามารถแลกเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตเป็คะแนนสะสมได้โดยตรง]
“ไม่สามารถแลกเปลี่ยนโดยตรงหรือ?” ฉู่ซิวลูบคางจู่ๆ ก็ยิ้ม แถมยังเป็… ยิ้มที่สดใสอีกด้วย
[นายท่าน...อย่าทำแบบนี้เลย ระบบรู้สึกกลัวจนตัวสั่น「ตัวสั่นเทา」]
“ข้าจำได้ว่าสามสิบปีก่อน ฉีเซินจงเคยสร้างอุปกรณ์คุณภาพ์ ชื่อ ‘กุยหยวน’”
“มันสามารถดูดซับพลังกายและพลังิญญาของผู้บำเพ็ญที่เพิ่งตายเพียงไม่เกินหนึ่งก้านธูปได้อย่างรุนแรงนี่! จากนั้นมันก็ก่อตัวเป็ ‘ผลึกหยวนจิง’ ขนาดเท่าเม็ดยา”
“หากข้าได้ ‘กุยหยวน’ สักชิ้น แล้วล่ะก็…”
[โอ้...น่ากลัวยิ่งนัก!]
“แบบนั้นจะเป็ไปได้หรือไม่?”
[แน่นอน! นายท่านนับเป็คนมีความสามารถจริง ๆ! สมกับเป็วายร้ายเลย!! ]
ฉู่ซิวพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนยิ่งขึ้น อีกหนึ่งหนทางในการเพิ่มพลัง ทำให้เขาอารมณ์ดีมาก หันหน้าไปมองฉู่เซียวหรานที่ยืนอึ้งอยู่ “ศิษย์น้องฉู่”
“เอ่อ… ศิษย์พี่มีอะไรจะสั่งหรือ?”
ฉู่เซียวหรานรีบกลับสู่สติ ยืดหลังตรงโดยสัญชาตญาณ ทำให้ส่วนที่เคยก้มหน้าลงจนมองไม่เห็นโดดเด่นยิ่งขึ้น
“ข้า้าซื้อพวกยาอายุวัฒนะที่ใช้บำรุงิญญา แต่ขอเป็ประเภทฟื้นฟูพลังิญญาแท้จริงนะ” ฉู่ซิวกล่าวเรียบ ๆ
“เริ่มแรก ท่านต้องให้หินิญญาข้าสิบห้าล้านก้อนก่อน”
???
ดูท่าแล้วนางคงมีคำถามมากมายแน่ ๆ
ริมฝีปากสีแดงของฉู่เซียวหรานเผยอเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าใ เขา้ายาอายุวัฒนะที่มีพลังฟื้นฟูมากขนาดนั้นไปทำไม? ตั้งใจจะอาบมันเลยหรือ?
แม้ในใจจะคิดเช่นนี้ นางก็หยิบหยกสื่อสารออกมาและสั่งการลงไป คราวนี้ได้หินิญญามากกว่าสิบห้าล้านชิ้น ถือเป็การร่วมธุรกิจครั้งใหญ่แล้ว
ในชั่วขณะนั้น
ลูกศิษย์ทั้งภายในและภายนอกของหอรวมสมบัติในแต่ละชั้น ต่างก็เริ่มเคลื่อนไหวราวกับผึ้งขยัน เริ่มรวบรวมข้อมูลสินค้า
ฉู่ซิว เดินไปมาด้วยมือไพล่หลังมาจนถึงชั้นหนึ่ง ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้จักเขา ต่างพากันมองมาด้วยสายตาประหลาดใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน
ในบรรดาสายตาเ่าั้ สายตาของคนที่แพ้พนันและเสียหินิญญาให้เขาต่างก็มีความน้อยเนื้อต่ำใจแฝงอยู่บ้าง
“โชคร้ายจริง ๆ ไปที่ไหนก็เจอเ้านี่…”
“ใช่แล้ว…”
ฉู่ซิว ไม่สนใจใครทั้งนั้น ระหว่างรอเมื่อไม่มีอะไรทำ ก็เดินเล่นไปรอบ ๆ ชั้นหนึ่ง และเมื่อเขายืนอยู่ข้างชั้นวางของชั้นหนึ่ง ซึ่งอยู่ในจุดที่ไม่เป็ที่สังเกต
ทันใดนั้น มีความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ รอยเจตจำนงแห่งกระบี่สีเืก็ปรากฏขึ้นชั่วครู่ที่หน้าผาก
เขาหันหน้าไปทางด้านข้าง สายตาจับจ้องไปที่ชั้นวางของ ที่ชิ้นส่วนสีทองสัมฤทธิ์ชิ้นเล็ก ๆ อันไม่เป็ที่สังเกต มีฝุ่นเกาะและเป็สนิมจนด่างพร้อยอยู่ตรงส่วนล่างสุด
เศษชิ้นส่วนนี้ ดูเหมือนจะธรรมดามาก ราวกับเป็เพียงเศษที่หลุดออกมาจากตึกบางแห่ง
แต่เศษสีทองสัมฤทธิ์ที่ไม่เป็ที่สังเกตนี้ กลับทำให้เจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาสั่นะเื
เขาย่อตัวลง ยื่นมือไปหยิบเศษทองสัมฤทธิ์นี้ขึ้นมา เป่าฝุ่นที่อยู่้าออก
มองจากภายนอก ไม่มีความผิดปกติใด ๆ เลย แต่เจตจำนงแห่งกระบี่สังหาร์ของฉู่ซิวกลับมีความรู้สึกเหมือนอยากจะออกมาจากร่างอยู่ตลอดเวลา!
ราวกับว่าเ้าชิ้นส่วนเล็กๆนี้ดึงดูดกับเจตจำนงแห่งกระบี่ของเขาเป็อย่างมาก
“ศิษย์น้องฉู่ ข้าจะซื้อของชิ้นนี้ได้ในราคาเท่าไหร่?” ฉู่ซิวเล่นเศษทองสัมฤทธิ์ไปมา พูดอย่างไม่แสดงอารมณ์
ฉู่เซียวหรานในใจก็สงสัย หรือว่าของชิ้นนี้จะมีอะไรพิเศษ?
“ของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีค่าอะไรหรอก ถ้าศิษย์พี่ชอบก็เอาไปเถอะ”
ฉู่ซิวพลิกมือเก็บเศษทองสัมฤทธิ์ไว้ ก่อนจะหยิบถุงที่บรรจุหินิญญาหนึ่งร้อยก้อนออกมาโยนให้อีกฝ่าย
“ข้าไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครน่ะ” ฉู่เซียวหรานอย่างไม่มีทางเลือก รับเอาหินิญญาไว้ ในใจกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อฉู่ซิวเพิ่มขึ้น
ผ่านไปอย่างรวดเร็ว… พวกยาอายุวัฒนะที่ฉู่ซิวอยากจะซื้อ ทางหอรวมสมบัติได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว ทั้งหมดนั้นก็มี
โอสถบำรุงิญญามูลค่ารวมสิบล้านหินิญญา ทั้งหมดสองแสนเม็ด
โอสถกายไร้เทียมมูลค่าห้าล้านหินิญญา ทั้งหมดหนึ่งหมื่นเม็ด
หลังจากจ่ายหินิญญาเสร็จสิ้น ฉู่ซิวก็เก็บโอสถเ่าั้ใส่ถุงเก็บของ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
เขาจะกลับไปเพิ่มพลังยุทธ์ ถือโอกาสไปศึกษาเศษทองสัมฤทธิ์ชิ้นนั้นด้วย
“ศิษย์พี่ฉู่…”
ครั้งนี้ฉู่เเซียวหรานที่ติดตามเขามาตลอดทาง ในที่สุดก็ทนไม่ไหวเรียกเขาเอาไว้
ฉู่ซิวหันหน้ากลับมาช้า ๆ ยิ้มก่อนจะถามว่า “ศิษย์น้องฉู่มีอะไรหรือ?”
ฉู่เซียวหรานอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ขบริมฝีปากสีแดงแล้วกล่าวว่า “มีเื่หนึ่งอยากจะขอให้ศิษย์พี่ฉู่ช่วย”
“เื่อะไร ถ้ายุ่งยากเกินไปก็ไม่ต้องพูดถึงหรอก” ฉู่เซียวหรานได้ยินดังนั้นก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
นางเชิญเขามายังห้องแยกบนชั้นสอง หลังจากที่ฉู่ซิวนั่งลงแล้ว นางก็รินชาให้เขาด้วยตนเอง
จากนั้นจึงนั่งลงอย่างสง่างาม มองไปที่ฉู่ซิวแล้วเอ่ยว่า “ศิษย์พี่รู้จักหอเทพสถิตหรือไม่?”
“ข้าต้องรู้จักอยู่แล้ว” ฉู่ซิวพยักหน้า "หอเทพสถิต เป็อาวุธประจำกายของจักรพรรดิไท่ซู่ในอดีต มีทั้งพลังโจมตีและป้องกัน ภายในยิ่งมีทุกสิ่งทุกอย่าง มีพื้นที่ย่อยนับไม่ถ้วน”
“หลังจากที่จักรพรรดิสิ้นพระชนม์ ก็ได้วางมันไว้ที่ยอดเขาไท่ซู่”
“มันไม่เพียงแต่เป็สมบัติคุ้มครองนิกายของพวกเราแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซู่ แต่ยังเป็สถานที่ฝึกฝนที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราลูกศิษย์ด้วย”
ฉู่เซียวหรานส่งเสียงรับคำ แล้วกล่าวว่า “ครั้งนี้ เื่ที่ข้าอยากจะขอร้องท่านพี่ ก็เกี่ยวข้องกับหอเทพสถิตพอดี”
“ท่านพี่ ท่านรู้หรือไม่ว่า…”