ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 82 ความโกรธของจี้เยี่ยนจื๋อ

            “เจิ้งกั๋วตง นายไม่...”

            “อย่าเพิ่งพูด!” เจิ้งกั๋วตงไม่แม้แต่จะหันมองสองตาจ้องเขม็งไปที่หน้าจอ “รีบ...รีบย้อนกลับไปเดี๋ยวนี้”

            เจ้าหน้าที่เทคนิคหันไปมองผู้บัญชาการเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าจึงถามขึ้น “ย้อนกลับไปกี่นาทีครับ?”

            เจิ้งกั๋วตงร้อนใจจนทนไม่ไหวเขาถลาเข้าไปที่หน้าแผงควบคุมเสียเอง “ฉันจัดการเองนายไปทำส่วนของนายเถอะ”

            ผู้บัญชาการกวักมือเรียกเจ้าหน้าที่ที่ถูกเบียดออกมาก่อนจะพาเลขาเดินออกไปด้านนอก

            เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานเลขาครุ่นคิดมาตลอดทางก่อนจะเปิดปากถาม “ผู้บัญชาการครับเรื่องจี้ทิงคนนั้น...”

            เขาไม่ได้พูดจนจบประโยคแต่ทั้งคู่ต่างรู้กันดีอยู่ในใจ

            เหตุผลที่จี้ทิงพูดเรื่องเหล่านั้นออกมาในห้องกักตัวเพียงลำพังก็เพราะเทคโนโลยีที่สามารถดึงดูดความสนใจได้ทั้งจากผู้อำนวยการฉางและเจิ้งกั๋วตงนั้นลำพังเพียงแค่ทฤษฎีของมันก็นับว่าสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งวงการแล้วนี่คือการพิสูจน์ตนเอง และยังเป็นการช่วยเหลือตนเองของเขาอีกด้วย

            ผู้บัญชาการนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คุณไปเตือนฉินไจ้เย่การตรวจสอบให้ดำเนินต่อไปได้ แต่ขั้นตอนต้องถูกต้องตามระเบียบถ้าถึงเวลาพักก็ต้องให้พัก ถึงเวลาทานข้าวก็ต้องให้ทานการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักตัวต้องเป็นไปตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด”

            “ครับ”

            เลขาไปแจ้งความที่ห้องกักตัวแล้วทว่าทางด้านฉินไจ้เย่กลับไม่ได้หยุดมือการซักถามจี้ทิงยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเที่ยง

            ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวเห็นว่าจี้ทิงสีหน้าย่ำแย่มาก จึงเสนอให้พักสักครู่แต่กลับถูกฉินไจ้เย่ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

            อีกสักพักเขาต้องไปสอบปากคำลู่เหยียนชูต่อหลังจากสอบปากคำจี้ทิงเสร็จเขาถึงจะนำคำให้การของทั้งสองฝ่ายมาเทียบเคียงกันได้ว่ามีจุดไหนคลาดเคลื่อนหรือไม่เขาจะมัวมาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระไม่ได้

            ตอนนี้จี้ทิงใบหน้าขาวซีดเผือดหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากนิ้วมือที่กำแน่นตลอดเวลาบ่งบอกชัดเจนว่าเขากำลังอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

            ฉินไจ้เย่ยังคงรุกถามคำถามใหม่จี้ทิงเริ่มหายใจขาดช่วงสั้นลงเรื่อยๆ เขาพยายามยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก“ผม... ผมขอใช้สิทธิ์พักผ่อน”

            ฉินไจ้เย่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าตอบด้วยเสียงเย็นชา“ถามจบแล้วค่อยว่ากัน”

            “ตามระเบียบการดูแลผู้ถูกกักตัว การซักถามในหนึ่งวัน ระยะเวลาต้องไม่...”

            ฉินไจ้เย่เหลือบตาขึ้นมองด้วยสายตาไร้ความรู้สึกพลางเอ่ยขัดจังหวะ “ในเมื่อยังมีแรงท่องระเบียบได้ก็เอาสมองส่วนนั้นมาตอบคำถามของฉันซะ”

            ร่างกายท่อนบนของจี้ทิงเอนงอคุดคู้ลงไปแล้วเขาเอ่ยตะกุกตะกัก “ผมไม่ไหว...จริงๆ ...”

            สิ้นคำพูดนั้นร่างทั้งร่างของเขาก็พลันพลัดตกจากเก้าอี้ ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง

            เจ้าหน้าที่รีบทรุดตัวลงตรวจอาการ“จี้ทิงๆ!”

            ฉินไจ้เย่ลุกขึ้นจากเก้าอี้เขาทอดสายตามองลงมาจากเบื้องบนเพื่อประเมินว่าการหมดสติครั้งนี้เป็นเรื่องจริงหรือการแสดงจนกระทั่งเจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นรายงาน “พันโทฉินครับเขา...”

            “ไปตามหมอมา”

            พูดจบเขาก็หยิบของบนโต๊ะเดินออกจากห้องกักตัวไปทันที

            ...

            ภายในห้องทำงานผู้บัญชาการเมื่อได้ยินรายงานจากเลขา เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น “คุณบอกว่าใครมานะ?”

            “รองประธานฝ่ายการเมืองเสิ่น ประจำกองพลทหารที่ 65 ครับ”

            ในเมื่อไม่มีคำสั่งเคลื่อนย้ายและไม่มีภารกิจเร่งด่วน ทำไมเสิ่นหลินถึงมาที่นี่กะทันหันกัน...

            ผู้บัญชาการครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนสั่ง“เชิญเขาเข้ามา”

            ไม่นานนักเสิ่นหลินก็ถูกเชิญเข้ามาผู้บัญชาการยืนขึ้นยิ้มต้อนรับพร้อมกับจับมือกันแน่น

            “คุณพ่อมักจะพูดถึงคุณที่บ้านเสมอครับท่านยังจำได้ว่าช่วงไหว้พระจันทร์เมื่อปีก่อนที่คุณไปทานข้าวที่บ้านยังเหลือเหล้าเหมาไถ [1] อีกครึ่งขวดที่ยังดื่มไม่หมดนะครับ”

            ผู้บัญชาการโบกมือพลางกล่าว“พูดแบบนี้ผมก็ละอายใจ ปีที่แล้วผมงานยุ่งตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นปีไม่มีเวลาไปเยี่ยมท่านอดีตเสนาธิการเลย”

            ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อยเมื่อนั่งลงแล้ว ผู้บัญชาการก็เข้าเรื่องทันที “ถ้าที่บ้านมีเรื่องอะไรคุณพูดมาได้เลย อะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ผมไม่เกี่ยงแน่นอน”

            คำว่า‘เรื่องที่บ้าน’ เป็นการแบ่งแยกชัดเจนว่าเรื่องงานส่วนงานเรื่องส่วนตัวก็คือส่วนตัว

            เสิ่นหลินเผยรอยยิ้มขื่นอย่างจนใจ“เป็นเรื่องที่บ้านจริงๆ ครับ ผู้บัญชาการจ้าวคงทราบดีบ้านผมมีน้องเล็กอยู่คนหนึ่ง เป็นลูกหลงของคุณพ่อคุณแม่ท่านทั้งสองรักใคร่เอ็นดูเหมือนแก้วตาดวงใจ”

            “หลายปีมานี้เขาแง่งอนกับทางบ้าน เฮ้อ...” เขาถอนหายใจท่าทางเหมือนมีเรื่องที่ไม่ขอพูดถึงจะดีกว่า “น้องชายคนนี้อุตส่าห์ยอมบากหน้ามาขอร้องผมทั้งทีผมก็ไม่มีทางเลือกจริงๆ เลยต้องขออนุญาตมารบกวนคุณถึงที่นี่ครับ”

            “คุณสองคนก็เหมือนหลานชายแท้ๆ ของผม ไม่เป็นไร มีอะไรก็พูดมาเถอะ”

            เสิ่นหลินนิ่งไปอึดใจก่อนจะกล่าวว่า“เสิ่นมู่หลานมีเพื่อนคนหนึ่งชื่อจี้ทิงได้ยินว่าเขาเข้าไปพัวพันในคดีของฝ่ายความมั่นคง และถูกส่งตัวมาซักถามที่นี่ครับ”

            ทำไมถึงเป็นจี้ทิงอีกแล้ว?

            หัวคิ้วของผู้บัญชาการกระตุกวูบเขานิ่งไปหลายวินาที “มีเรื่องนี้จริง แต่ว่า...”

            “คุณวางใจได้ครับ ผมรู้ระเบียบวินัยดี จะไม่ทำให้คุณต้องลำบากใจแน่นอน”เสิ่นหลินแสดงจุดยืนชัดเจนก่อนจะเสริม “เสิ่นมู่หลานแค่ฝากมาถามว่าการซักถามต้องใช้เวลาประมาณกี่วัน เขาจะได้พอทำใจไว้บ้างครับ”

            ในขณะที่ผู้บัญชาการกำลังชั่งใจว่าจะตอบอย่างไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง

            “เข้ามา”

            เลขาผลักประตูเข้ามารายงานว่า “ผู้บัญชาการครับผู้อำนวยการฉางให้คนขนอุปกรณ์มาแล้ว บอกว่าจะมาตรวจ... ให้จี้ทิงครับ”

            ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเจ้าหน้าที่คุมตัวจากห้องกักตัวหมายเลขสองก็วิ่งหน้าตั้งมาถึงหน้าประตู“ผู้บัญชาการครับ จี้ทิงเป็นลมหมดสติไประหว่างการซักถามหมอหลิวดูอาการแล้วบอกว่าต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันทีครับ”

            หัวคิ้วผู้บัญชาการขมวดปมแน่นเขาลุกพรวดขึ้นจากโซฟา “เป็นลมได้ยังไงผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ระวังเรื่องระเบียบการซักถาม!”

            เจ้าหน้าที่ตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ“คือ... คือพันโทฉินเขา...”

            ผู้บัญชาการสะบัดมือด้วยความโกรธ“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน รีบหารถส่งเขาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”

            เสิ่นหลินฉวยจังหวะที่ทั้งสองคุยกันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหาเสิ่นมู่หลานทันที

            ...

            หนึ่งชั่วโมงต่อมา

            ณลานจอดรถของโรงพยาบาลตำรวจพลร่ม เสิ่นมู่หลานวิ่งเหยาะๆเพื่อที่จะตามจี้เยี่ยนจื๋อให้ทัน “จี้เยี่ยนจื๋อพี่ชายฉันบอกว่าจี้ทิงตรวจร่างกายเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังรอผลอยู่”

            จี้เยี่ยนจื๋อไม่ได้เอ่ยคำใดเงาทึมมืดปกคลุมอยู่ในแววตา ราวกับพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังตั้งเค้า

            ทั้งสองก้าวฉับๆเข้าไปในอาคารผู้ป่วย เมื่อลิฟต์ถึงชั้นสิบสาม ทันทีที่ประตูเปิดออกก็เห็นเจ้าหน้าที่สองนายยืนตัวตรงแน่วอยู่หน้าห้องผู้ป่วย

            จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจลึกสะกดกลั้นอารมณ์พลางก้าวเข้าไปหา “ผมจี้เยี่ยนจื๋อพี่ชายของจี้ทิง ผมขอเข้าเยี่ยมเขาหน่อย”

            เจ้าหน้าที่มองตรงไปข้างหน้าพลางตอบกลับ“ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งอนุญาตให้เข้าเยี่ยม ห้ามเข้าเด็ดขาดครับ”

            ในลำคอของจี้เยี่ยนจื๋อราวกับมีเปลวไฟจวนเจียนจะพลุ่งพล่านตอนนั้นเองเสิ่นมู่หลานรีบคว้าต้นแขนของเขาไว้ “นายอย่าเพิ่งวู่วามเดี๋ยวฉันโทรหาพี่ชายให้เขาช่วยหาทางดู”

            เขาดึงตัวจี้เยี่ยนจื๋อออกมาด้านข้างก่อนจะหยิบโทรศัพท์โทรหาเสิ่นหลิน

            ประมาณสิบห้านาทีต่อมาเสิ่นหลินและประธานฝ่ายการเมืองเหยียนจากเขตป้องกันทหารก็ก้าวออกมาจากลิฟต์

            เสิ่นหลินช่วยแนะนำทั้งสองฝ่าย“ท่านนี้คือพี่ชายคนโตของจี้ทิง และเป็นประธานของกลุ่มบริษัทซื่อลี่จี้เยี่ยนจื๋อครับ”

            ประธานเหยียนยื่นมือออกไป“สวัสดีครับ”

            ทว่าจี้เยี่ยนจื๋อกลับไม่ยื่นมือไปจับดวงตาคมกริบของเขาเย็นเยียบราวกับแช่ในน้ำแข็ง “จี้ทิงเป็นทั้งผู้แจ้งเบาะแสและพยานไม่ว่าจะมองจากมุมไหน เขาก็ควรได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด เพราะงั้นคุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่า ทำไมเขาถึงต้องเข้าโรงพยาบาลในสภาพนี้?”

            ประธานเหยียนชักมือกลับพลางกระแอมเล็กน้อย “เรื่องนี้เป็นเพราะวินัยในกองทัพของเรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของจี้ทิง เราจะให้คำ...”

            จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยขัดขึ้นทันควันเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ผมต้องการพบจี้ทิงเดี๋ยวนี้”

             

            เชิงอรรถ

             [1]เหล้าเหมาไถ (茅台酒) คือเหล้าประจำชาติและเหล้าที่ใช้ในงานเลี้ยงรับรองระดับสูง

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498