มหากาพย์ราชันสะท้านภพ

    บทที่16 ปกป้องสาวงาม

                                    ท่ามกลางการโหมโจมตีอย่างดุดันของหลวงจีนมาร  ตอนนี้พลังชีวิตของเขาถูกเผาผลาญไปจนเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว   อายุขัยของเขาก็หมดลงเรื่อยๆ  ในเวลาที่จิตใจเริ่มรู้สึกถึงความสิ้นหวัง ในหยกสื่อสารก็มีเสียงของเหยี่ยนฮ่าวดังขึ้น“ ไต้ซือข้ามีวิธีจัดการจอมมารเจี่ยสือ…แต่ท่านต้องส่งกล่องหยกอันนั้นมาให้ข้า!”           หลวงจีนมารรีบถอดแหวนมิติ ปาเข้าใส่มือของเหยี่ยนฮ่าวด้วยความรวดเร็ว            “ หากมีสิ่งใดในแหวน ที่ประสกใช้การได้ก็จัดการเลย” เสียงของหลวงจีนมารดังกลับมาทางป้ายหยกสื่อสาร  ท่านได้มอบทุกอย่างไว้ในมือเหยี่ยนฮ่าวแล้ว  เพราะในสถานการณ์ตอนนี้หากพ่ายแพ้ตกตาย ของทั้งหมดของท่านก็ถูก ศัตรูช่วงชิงไปอยู่ดี             หลังจากที่ได้รับแหวนมิติมา เหยี่ยนฮ่าวก็รีบนำกล่องหยกออกมา โดยไม่สนใจของอย่างอื่นในแหวน            หลังจากที่นำนิ้วมืออันนั้นมาถือไว้  เขาก็ส่งสัญญาณให้ เหยาจิงเอ๋อนำตัวเขาเข้าไปตรงจุดที่ใกล้กับโลงศพโบราณที่สุด  จากนั้นก็เริ่มควบคุมพลังมารทันที            วูป !            เส้นพลังงานที่เชื่อมต่อกับจอมมารทั้งสองเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง  มันได้ถูกดึงดูดมาทางนิ้วมือที่เหยี่ยนฮ่าวถืออยู่            !!!สีหน้าของเจี่ยสือเปลี่ยนเป็นตกใจทันที  เขามองไปที่เหยี่ยนฮ่าวด้วยแววตาแห่งความโลภอย่างปิดไม่มิด  เขาต้องการจะช่วงชิงของสิ่งนั้น           “ ไต้ซืออย่าให้พวกมันเข้าใกล้ข้า” เหยี่ยนฮ่าวตระโกนออกมาเสียงดัง ตอนนี้เขาต้องใช้สมาธิควบคุมพลังงานนั้นอย่างมาก ฮ่า  ฮา ฮ่า            “ เหตุใดเจ้าจึงหน้าเปลี่ยนสีเจี่ยสือ…อาตมาจะไม่ปล่อยให้เจ้าเข้าใกล้ประสกเหยี่ยนแน่นอน ” หลวงจีนมารถอยมาปกป้องเหยี่ยนฮ่าว ด้วยการสะกดข่มเจี่ยสือเอาไว้           ซึ่งตอนนี้ หากมีผู้ตั้งใจสังเกตดีๆ ต่อให้ไม่รู้ว่าเหยี่ยนฮ่าวทำอะไรลงไป  แต่ผลของมันที่แสดงออกมานั้นชัดเจนมาก  พลังฟื้นฟูของจอมมารทั้งสองนั้นหายไป   หลวงจีนชราและพรตวัยกลางคนจึงทำตามหลวงจีนมาร  คือตั้งใจพวกพันราชันผีดิบไว้ไม่ให้เข้าใกล้เหยี่ยนฮ่าวได้                       ส่วนทางเหยี่ยนฮ่าวตอนนี้ กำลังควบคุมพลังงานมหาศาลไหลผ่านร่างกายตนเอง  เขาคงไม่กล้าทำเช่นนี้  ถ้าไม่ใช่ว่าตอนนี้ปีศาจสีเลือดเหยาจิงเอ๋อได้เขาสิงอยู่ในร่างกายของเขา  แล้วช่วยดูดซับพลังส่วนใหญ่ไป            เนื่องจากนางมีส่วนหนึ่งของเศษเสี้ยวดวงวิญญาณเขา จึงสามรถใช้วิธีนี้โดยที่จิตวิญญาณเขาไม่มีการต่อต้าน ครืน  ครืนพลังงานเหล่านั้นได้ถูกเหยี่ยนฮ่าวชักนำไปขัดเกลาร่างกาย ทำให้ขอบเขตฝึกตนเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนักรบระดับ เจ็ด…นักรบระดับ แปด..นักรบระดับ เก้า..จนกระทั่งเขาได้ขึ้นไปสู่นักรบระดับเก้าขั้นสูงสุด  พลังงานส่วนที่เหลือทั้งหมดจึงถูกดูดซึมโดยเหยาจิงเอ๋อ  จนตอนนี้พลังของนางได้อยู่ในขอบเขตเดียวกันราชันปีศาจเลือดแล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับระดับขอบเขตปราณทิพย์เลยทีเดียว โฮกกก!เสียงคำรามด้วยความกราดเกรี้ยวดังขึ้นจากภายในโลงศพ  เส้นพลังงานที่ถูกเหยี่ยนฮ่าวควบคุมไว้ก็ได้ถูกตัดขาดทันทีสถานการณ์ตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง  จอมมารทั้งสองได้หันกลับมาร่วมมือกันเพื่อหาทางหลบหนี แต่ทันใดนั้น… “ สหายได้โปรดช่วยศิษย์พี่ข้าด้วย ”    “ พี่ชาย ช่วยพี่หญิงด้วย”เสียงของชายหนุ่มและเด็กหญิง  ดังแทรกขึ้นมาในความคิดเหยี่ยนฮ่าวจนเขาตกใจ  แต่เพียงครู่เดียวก็จดจำได้ ว่าเป็นเสียงของคนที่เคยยื่นมือช่วยชีวิตตนจากหยางเจี้ยนเขาจึงรีบหันมองไปทิศทางหนึ่งที่เจ้าของเสียงบอกทันทีกรี้ดดดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวดังขึ้นจากทิศทางนั้น  ไป่ซือเหยาตอนนี้นางได้ถูกผู้อาวุโสพรรคมารลอบทำร้าย จนกระเด็นออกไปนอกกลุ่มของตระกูลผู้พิทักษ์นางมีหยดเลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากชุดสีขาวเป็นวงกว้างคนอื่นๆในตระกูลก็ถูกพวกพรรคมารฉุดรั้งเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน  สายตาวิตกกังวลของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลมองไปที่นางด้วยความเป็นห่วง แน่นอนว่าเสียงขอความช่วยเหลือที่เหยี่ยนฮ่าวได้ยิน  เหยาจิงเอ๋อเองก็ได้ยินเช่นกัน เพราะตอนนี้ทั้งสองนั้นเชี่ยมโยงจิตวิญญาณกันอยู่   แต่นางก็เพียงมองดูเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยสายตาเย็นชาเพราะนางยังจำได้ ถึงสิ่งที่ตระกูลผู้พิทักษ์นั้นทำกับตัวนาง  ไม่เพียงไม่ช่วยเหลือนาง ยังมองร่างกายของนางเป็นเพียงแค่แหล่งพลังงานให้ค่ายกลอีกด้วย  ทำให้นางต้องทนทรมานมากว่าสิบห้าปี  หากไม่ใช่ว่าท่านลุงของนางได้เสี่ยงตายเข้าไปช่วยเหลือ  ดวงวิญญาณของนางคงดับสูญไปแล้ว เหยี่ยนฮ่าวที่กำลังเชี่ยมโยงกับเหยาจิงเอ๋ออยู่นั้น รับรู้ถึงการตัดสินใจของนางดี  เพราะเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รับรู้อดีตของนาง แต่ในเมื่อเกิดเป็นลูกผู้ชาย มีบ้างพึงกระทำ  บ้างไม่พึงกระทำ บางเรื่องบางประการ  หากท่านทราบว่ามิสามารถทำได้ แต่ก็ยังมิอาจไม่กระทำไม่ว่าจะเพื่อตอบแทนบุญคุณก็ดี หรือไม่อาจทนเห็นหญิงสาวที่ดีงามต้องตายก็ดี  ตัวเหยี่ยนฮ่าวตอนนี้จึงได้ตัดการเชื่อมต่อกับเหยาจิงเอ๋อ ทำให้ตัวนางถูกผลักออกมาจากร่างเหยี่ยนฮ่าวทันที เขาพุ่งเข้าใส่พวกพรรคมารที่ กรูกันรุมโจมตีไป่ซือเหยาถึงห้าคน ซึ่งแต่ละคนนั้นพลังมากกว่าเหยี่ยนฮ่าวถึง สองขั้นใหญ่  สายตาดูถูกเหยียดหยามหลายคู่ ของพวกพรรคมารมองไปยังเหยี่ยนฮ่าว ที่เล่นบทอัศวินม้าขาวช่วยสาวงามโดยไม่ดูความสามารถตนเอง “ ไอหนูหลบไปซะ  ที่นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ” คนที่เหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกพรรคมารร้องเตือนขึ้น  เขาเหลือบมองไปทางเหยาจิงเอ๋อด้วยความหวาดกลัว   เด็กหนุ่มคนนี้อยู่ด้วยกันกับราชันปีศาจเลือดที่น่ากลัว  เขาไม่กล้าทำอะไรโดยพลการ “  ใช่แล้วเด็กน้อย เจ้าถอยไปเถอะขอบเขตนักรบอย่างเจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก  พวกข้าต่ำสุดก็คือระดับปราณปฐพีแล้ว” ลูกสมุนพรรคมารพูดขึ้น  เขาเองก็ลังเลที่จะโจมตีเหยี่ยนฮ่าวเช่นกัน“  ข้าไม่ถอย…ข้าสัญญากับศิษย์น้องของนางไว้แล้วว่าจะปกป้องนางตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต” เหยี่ยนฮ่าวยังคงจับหอก ยืนอยู่เบื้องหน้าไป่ซือเหยาด้วยความกล้าหาญ ไม่มีอาการสั่นกลัวแม้แต่น้อย ภาพเงาร่างของเด็กหนุ่ม ที่ถือหอกยืนปกป้องนางอยู่เบื้องหน้านั้น มันตราตรึงอยู่ในใจของไป่ซือเหยาตอนนี้เป็นอันมาก   ตัวนางตอนนี้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต่อสู้ไม่ได้แล้วนั้น  ทำได้เพียงแค่นอนรอความตายแต่ในยามที่ความหวังกำลังจะสูญสิ้น กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ  แม้จะมีพลังฝีมือด้อยกว่า แต่ก็ยินดีต่อสู้เพื่อปกป้องนาง  น้ำตาหยดหนึ่งไหลซึมออกมาจากหางตานาง“  น้องชาย  เจ้าถอยไปเถอะ ”  ไป่ซือเหยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง  นางไม่อยากดึงให้เด็กหนุ่มนิสัยดีแบบนี้ต้องตายไปพร้อมนาง!!!“ บัดซบไม่ต้องสนใจแล้ว ฆ่ามันเลย!” หัวหน้ากลุ่มพูดขึ้น  เขาเห็นเหยาจิงเอ๋อหันไปสนใจการต่อสู้ของหลวงจีนมารแล้ว  เหมือนไม่สนใจเด็กหนุ่มคนนี้อีกต่อไป การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น  พวกพรรคมารทั้งห้าคนได้แบ่งสองคนไปจัดการเหยี่ยนฮ่าว ส่วนอีกสามคนได้โจมตีใส่ไป่ซือเหยาทันที ที่จริงในเวลานี้นั้น  ท่านผู้เฒ่าที่รักษาไป่เทียนหวู่นั้นได้ยกนิ้วชี้ขึ้น พลังดัชนีมังกรเทพได้ถูกเตรียมพร้อมไว้ช่วยเหลือหลานสาวของสหายแล้ว   พวกพรรคมารพวกนั้นไม่มีทางได้แตะต้องตัวไปซือเหยาแน่นอน  เพียงแต่ท่านต้องการดูท่าทีการแสดงออกของเหยี่ยนฮ่าวมากกว่าจึงยังคงไม่ลงมือ เหยาจิงเอ๋อเองแม้จะแสร้งเป็นไม่สนใจเหยี่ยนฮ่าว แต่เงาของนางก็ยืดยาวออกไป จนครอบคลุมพรรคมารทั้งห้าคนเรียบร้อยแล้ว โดนที่อีกฝ่ายไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย   หากมีอันตรายเกิดขึ้นกับเหยี่ยนฮ่าวแม้เพียงเล็กน้อย  พวกพรรคมารนั้นจะต้องตายแบบทรมานที่สุดอย่างแน่นอน เหยี่ยนฮ่าวในตอนนี้ไม่ได้รู้เลยว่า มีคนรอจะปกป้องเขาอยู่ถึงสองคน  หอกในมือยังคงแทงออกใส่พรรคมารสองคนที่เข้ามาอย่างแยบคาย  เขายังคงอาศัยเทคนิคการควบคุมสนามรบโดยชักนำให้การโจมตีของศัตรูไปปะทะกันเอง อาจเนื่องด้วยว่าหอกนั้นเป็นอาวุธที่ได้เปรียบ เมื่อต้องต่อสู้กับคนหมู่มากอยู่แล้ว เมื่อรวมกับที่พรรคมารทั้งสองนั้น ผ่านการต่อสู้มานานจนพลังปราณแทบจะหมดแล้ว  ทำให้เหยี่ยนฮ่าวอาศัยกระบวนท่าหอกอันพิสดารควบคุมจังหวะต่อสู้ไว้ได้ “ หัตถ์เทพอสูร!”  เงากงเล็บขนาดใหญ่พุ่งออกไปจากมือของเยี่ยนฮ่าว มันทำลายการโจมตีของพรรคมารทั้งสามที่เล็งเป้าหมายไปที่ไป่ซือเหยาทันที!!สีหน้าตื่นตกใจเกิดขึ้นกับทุกคนที่เฝ้าดูอยู่ “ นี่มัน ”    “ เป็นไปไม่ได้ ”   “ มันใช้อาคมลับรึป่าว”  เสียงสับสนของพรรคมารทั้งสามดังขึ้น  ก่อนจะถูกพลังดัชนีมังกรเทพสังหารจนหมดสิ้น ท่านผู้เฒ่ามองดูเหยี่ยนฮ่าวด้วยความชื่นชม  ยิ่งดูท่านก็ยิ่งถูกใจ น่าเสียดายที่ดวงวิญญาณของเหยี่ยนฮ่าวไม่สมบูรณ์ จึงฝึกฝนวิชาของท่านไม่ได้  มิเช่นนั้นท่านคงรับไว้เป็นศิษย์สืบทอดแล้ว พรรคมารอีกสองคนที่เห็นสหายทั้งสามมันตกตายไปแล้วนั้น ได้เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาทันที  ทั่งคู่จึงรีบวิ่งหนีออกไปแต่ก็ถูกเงาของตนเองกลืนกินหายไปในพริบตาเมื่อมองเงาสีดำที่หดกลับไปสู่ตำแหน่งที่เหยาจิงเอ๋อยืนอยู่   เหยี่ยนฮ่าวก็อดมีรอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้  เขามองไปยังจุดที่เหยาจิงเอ๋อยืนอยู่ด้วยแววตาขอบคุณ   ก่อนจะรีบอุ้มไป่ซือเหยาไปวางไว้ข้างๆท่านผู้เฒ่า   โดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวาง แต่ในยามที่ที่เขากำลังเดินกลับไปหาเหยาจิงเอ๋อนั้นเองฉึก!“ ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก  จงตายซะ!”เสียงตระโกนแห่งความคลั่งแค้นของเจี่ยสือดังขึ้น   ดาบมารเล่มหนึ่งทะลุออกจากอกของเหยี่ยนฮ่าว “ ข้า…” เหยี่ยนฮ่าวค่อยๆล้มลงในอ้อมกอดของเหยาจิงเอ๋อ พุ่งเข้ามาหาอย่างสุดชีวิตในหน้านาง เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว ภาพทุกอย่างที่เขาเห็นได้มืดลง…