คนทั้งสามเล่นกันอย่างสนุกสนานจนเวลาล่วงเลยมาถึงยามเซิน(ราว ๆ 3 โมงเย็น) จ้าวหยุน เอ่ยปากว่าตนเองจะต้องไปจับปลาที่ลำธารเพื่อนำกลับไปให้มารดาทำอาหารเย็น มันจึงอยากให้หลิวซิน เล่นกับ เผิงหลงต่อเผิงหลงที่ได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจมากเพราะมันรอเวลานี้มานานแล้วทว่า...หลิวซิน กลับพูดขึ้นว่า
“เ้าจะจับปลากลับไปให้ท่านป้าหรือจ้าวหยุนเช่นนั้นข้าไปด้วย อยากเล่นน้ำพอดี เล่นเสร็จจะได้กลับด้วยกัน”
“เ้าจะไปกับข้าหรือหลิวซินก็ได้นะ จะได้ช่วยกันจับหลาย ๆ ตัว แล้วเ้าล่ะ เผิงหลงไปด้วย... เออ คงไม่ได้สินะขืนไปแล้วเกิดเนื้อตัวเปียกปอน ข้าคงโดนท่านเศรษฐีดุแน่ ๆ งั้นเราไปกันเถอะหลิวซิน”จ้าวหยุนเอ่ยขึ้นก่อนจะคว้าข้อมือของหลิวซิน แล้วหันหลังเดินจากไปเผิงหลงที่เห็นแบบนั้นได้ยืนนิ่งด้วยความคับแค้นใจใจหนึ่งมันก็อยากตามไปเป็มารคอหอยของคนทั้งสอง แต่อีกใจก็กลัวบิดาจะดุ
“ข้าจะทำเช่นไรดีปล่อยให้จ้าวหยุนมีความสุขกับหลิวซินสองคน หรือตามไปด้วย แต่ก็อย่างที่มันบอกขืนท่านพ่อทราบเข้า มีหวังข้า....” เผิงหลงยืนก้มหน้ากำหมัดแน่น อยู่ชั่วขณะก่อนที่มันจะตัดสินใจะโออกมาเสียงดัง
“ช้าก่อน!! จ้าวหยุนหลิวซิน ขอข้าไปด้วย!!” พูดจบมันก็วิ่งห้อตะบึงตรงไปแทรกระหว่างกลางสหายทั้งสอง
“อันใดของเ้ากันล่ะเนี่ยแน่ใจหรือว่าจะไปด้วย ถ้าท่านเศรษฐีดุขึ้นมาไม่ใช่ความผิดข้านะ” จ้าวหยุนขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะกล่าวขึ้น
“ตอนนี้ข้าเติบใหญ่แล้วนะหาใช่เด็กน้อยเหมือนเมื่อหลายปีก่อนเสียเมื่อไร อีกไม่กี่ปีก็จะโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแค่เล่นสนุกกลับบ้านเย็นนิดหน่อยไม่เป็อันใดหรอก หากท่านพ่อจะดุเ้าข้าจะเป็คนออกรับแทนเองสหายรัก ฮ่า ๆ ๆ ๆ พวกเราไปกันเถอะ โอ้ จริงด้วยพวกเรามาแข่งกันดีหรือไม่ ว่าผู้ใดจะจับปลาได้มากกว่ากัน ให้หลิวซินเป็กรรมการ”เผิงหลงพูดพร้อมหัวร่อออกมาเสียงดังและนั้นทำเอา จ้าวหยุน กับ หลิวซิน เบิกตากว้างด้วยความตื่นใ
“หูข้าฝาดไปหรือไงกันคุณชายแห่งสกุลหวู่อย่างเ้าเนี่ยนะ จะแข่งจับปลากับลูกชาวไร่ ชาวนาอย่างข้าคิดผิดคิดใหม่ได้นะเผิงหลง จับปลาไม่ใช่นึกจะจับก็จับได้มันต้องอาศัยความชำนาญพอตัวเลย ข้าน่ะจับปลามาั้แ่จำความได้แต่เ้าน่าจะไม่เคยเลยสักครั้ง” จ้าวหยุนเอ่ยปากเตือนเพื่อนรักของมันทว่า....เผิงหลงนั้นมินิสัย เย่อหยิ่ง อวดดีอีกทั้ง้าเอาชนะจ้าวหยุนเพื่อให้หลิวซินสนใจ คำพูดนี้จึงไร้ความหมาย
“กะอีแค่จับปลามันจะยากสักแค่ไหนกันอย่าคิดดูถูกข้า หรือว่าเ้ากลัวจะแพ้ ถ้ากลัวแพ้ไม่ต้องแข่งก็ได้นะ” เผิงหลงแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนจะยืดอกด้วยความมั่นใจ
“กลัวแพ้เ้าหรือ?เปล่าเลยข้าแค่กลัวเ้าจะได้รับอันตรายมากกว่า ในลำธารมันลื่นมากนะเกิดล้มก้นจ้ำเบ้าเจ็บตัวขึ้นมา ต่อให้เ้าจะออกตัวปกป้องข้าจากท่านเศรษฐียังไงข้าคงไม่พ้นโดนดุเป็แน่ เผลอ ๆ ท่านแม่ข้าจะพลอยซวยไปด้วย”
“พอ ๆ ไม่ต้องอ้างนั้นอ้างนี่แล้วจ้าวหยุน ข้าไม่เป็อะไรหรอกน่า จงมาแข่งกันแบบลูกชายซะ!” เผิงหลงแสดงแววตาสีหน้ามุ่งมั่นจริงจัง ก่อนออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพอจ้าวหยุนเห็นเช่นนั้น มันก็ไม่รู้จะทำเช่นไรต่อกับความเอาแต่ใจของเผิงหลง ส่วนหลิวซินนั้นไม่ได้พูดอะไรเพราะนางทราบนิสัยเสีย ๆ นิสัยนี้ ของเผิงหลงดีเช่นกัน...
ไม่นานคนทั้งสามก็มาถึงสถานที่แห่งนั้นมันเป็ธารน้ำคดเคี้ยว ริมธารเต็มไปด้วยพงหญ้าไม่สูงมากนักถัดจากลำธารเป็ป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ เสียงน้ำไหลรินประสานกับเสียงนกเดิมที่ควรเป็เสียงของชีวิตชนบทอันรื่นรมย์ แต่เมื่อเข้าหูของหนุ่มสาวทั้งสามกลับตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
สามคน หนึ่งหญิงสองชายต่างเดินลงไปในลำธาร ก่อนจะกวาดตามองไปรอบ แลเห็นปลาหลายตัวแหวกว่ายอยู่ในน้ำจ้าวหยุนเอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วจะแข่งแบบใด” เผิงหลงนิ่งคิดก่อนตอบ“หากแข่งเื่จำนวนอย่างไรข้าคงสู่เ้าไม่ได้งั้นเอาเป็ขนาดก็แล้วกัน ภายในเวลาหนึ่งเค่อ (15 นาที)ผู้ใดจับปลาได้ตัวใหญ่กว่า ผู้นั้นคือผู้ชนะปลาที่จับทั้งหมดเ้าจะได้นำกลับไปทำกับข้าว ดีหรือไม่”
“โอ้ฉลาดสมเป็เ้าเผิงหลง งั้นตกลงตามนี้” จ้าวหยุนหน้าระรื่นก่อนพยักหน้ารับ เมื่อนั้นหลิวซิน จึงเดินออกไปเล่นห่าง ๆ และปล่อยให้เด็กหนุ่มทั้งสองแข่งกัน
ยามนั้นจ้าวหยุนไม่ได้คิดอะไรในหัวทั้งสิ้น มันรู้แค่ชนะก็ได้ แพ้ก็ดีแถมได้ปลากลับไปให้มารดาเพิ่มขึ้น ทว่า...เผิงหลิวนั้นวางแผนไว้ั้แ่ก่อนจะเดินมาถึงลำธารแล้ว มันทราบดีว่า หากแข่งเื่จำนวนอย่างไรเสียก็ไม่มีทางเอาชนะจ้าวหยุนได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าแข่งเื่ขนาดต่อให้จับได้ตัวเดียว แต่ใหญ่กว่าของอีกฝ่ายก็ย่อมมีทางชนะแน่นอน...
การรู้สึกถึงสายลมที่พัดเบาๆ กับได้ยินเสียงธารน้ำไหลเอื่อย ๆ ช่างเป็บรรยากาศที่ชวนสบายยิ่งนักทว่า...ในตอนนี้เด็กหนุ่มสองคนกำลังสาละวนกับการจับปลาอยู่ ผู้หนึ่งจับแล้วปล่อยจับแล้วปล่อยอย่างชำนิชำนาญ เพราะมันกำลัง้าปลาตัวโตที่สุดส่วนอีกคนแทบจะจับไม่ได้เลย แถมล้มคว่ำคะมำหงายจนเนื้อตัวเปียกโชกที่จ้าวหนุนบอกไว้เป็ความจริงทุกอย่าง จับปลาสักตัวมิใช่ของง่ายเลย โดยเฉพาะกับลูกคุณหนูอย่างเผิงหลง
จบบทที่ 3