แสงเรืองรองของสรวง์ชั้นในเริ่มสาดส่องลงมาอาบไล้ก้อนเมฆทิพย์ที่กำลังลอยละลิ่วบรรยากาศรอบกายเริ่มหนาแน่นไปด้วยกลิ่นหอมของดอกพิกุลทองทิพย์ที่ลอยมาจากวิมานใกล้เคียงนายหญิง หรือเทพธิดาจันทราผู้เลอโฉม ทรงประทับนั่งอย่างสง่างามบนยอดเมฆนางมองดูเ้าจ้อยที่กำลังทำหน้ากะล่อนกลอกตาไปมาพลางสำรวจร่างกายตัวเอง
ในมือน้อย ๆของนายหญิงมีแผ่นป้ายไม้อาญาสิทธิ์ที่จ้อยได้รับมาจาก "น้าขาม"กระต่ายั์จอมพลังแห่งดวงจันทร์ ผู้มีหน้าที่กวัดแกว่งขวานเงินตัดต้นกัลปพฤกษ์ทิพย์ มานานนับกัปนับกัลป์ป้ายไม้นี้แม้ดูภายนอกจะเป็เพียงแผ่นไม้เก่า ๆ แต่กลับมีไอทิพย์แผ่ออกมาจาง ๆนายหญิงบรรจงนำ "เชือกตกนาคา"สีทองอร่ามที่เ้าจ้อยเพิ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมไถมาจากพระดาบสเท้าเปล่าเมื่อครู่ มาสอดร้อยเข้ากับรูของแผ่นป้ายอย่างประณีต
“มานี่มาเ้าตัวแสบ...”นายหญิงเรียกเสียงหวาน ก่อนจะคล้องสายสังวาลสีทองนั้นลงที่คอของเ้ากระรอกจ้อย“ใส่ไว้ให้ติดตัวนะจ้อย ป้ายนี้ท่าทางจะมีบารมีของน้าขามคุ้มครองอยู่อย่าได้ไปเผลอทำหายที่ไหนเชียว”
จ้อยหรือในิญญาคือ การันต์ บินทะลุดาวอังคารพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเพื่อให้ดูเป็สัตว์ทิพย์ที่ว่าง่ายแต่ในใจกลับคิดฟุ้งซ่านไปไกล ‘โธ่นายหญิง... ป้ายน้าขามน่ะผมไม่หายหรอกแต่ไอ้เชือกนี่สิ ถ้าเอาไปจำนำที่โรงรับจำนำ์ สงสัยจะได้ทองกลับมาเป็ตั้งแน่ๆ’
พระดาบสเท้าเปล่าที่ยังยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนเมฆอีกลูกถึงกับเบ้ปากลูบเคราขาวพลางบ่นพึมพำ “โธ่... แม่นางจันทราเ้ามันช่างใช้ของไม่เกรงใจเ้าของเดิมเลยจริง ๆ! รู้ไหมว่า เชือกตกนาคาเส้นนั้นน่ะ ข้าเคยใช้รั้งคอ พญานาคตัวเขื่องจากสะดือทะเลลึกขึ้นมาแกว่งเล่นบน์มาแล้ว มหาอำนาจของมันสั่งให้รัดรั้งพญานาคให้สิ้นฤทธิ์ได้เพียงพริบตาแต่นี่เ้ากลับเอาของวิเศษระดับตำนานมาทำเป็ ‘เชือกห้อยคอ’ให้กระรอกหน้ากวนตัวหนึ่ง... ประเสริฐแท้ ๆบารมีเชือกข้าจะเหลือเท่าเส้นด้ายไหมเนี่ย!”
ท่านดาบสชะงักไปครู่หนึ่งสายตาที่เคยดูขี้เล่นกลับหรี่ลงด้วยความฉงน ท่านขยับเมฆเข้ามาใกล้จนจ้อยเริ่มรู้สึกเสียวสันหลัง“หือ? เดี๋ยวก่อน... ไอ้เ้าจ้อย อย่าหาว่าข้าขู่เลยนะ แต่ในท้องของเ้าเนี่ยมันมี ‘เศษเสี้ยวของธงปัดป้องทิพย์’ สิงสถิตอยู่ใช่ไหม?”
จ้อยหรือิญญาของ การันต์ ใจกระตุกวูบไปถึงตาตุ่ม พลางนึกย้อนไปถึงวีรกรรมสุดแสบที่เขา"ลุยเดี่ยว" มากับมือ ‘ชิบหายแล้วไง! ตาแก่นี่ตาถึงจริง ๆรู้ได้ไงว่าผมแอบกลืนเศษธงนั่นเข้าไป!’
ภาพเหตุการณ์วันนั้นย้อนกลับมาในหัว...ตอนที่ ครูบาอัครเดช (นายเล็กดำดำ) แห่งอาศรมมหาเวทย์ ยอดเขาเวียง์ดันพลาดท่าร่วงตกจากชั้นฟ้าลงมานอนแอ้งแม้งาเ็อยู่ที่ดวงจันทร์ในตอนนั้นไม่มีใครอยู่ด้วยเลย มีเพียงไอ้จ้อยตัวเดียวที่เห็นเหตุการณ์แทนที่มันจะรีบวิ่งไปประคองหรือะโเรียกนายหญิงมาช่วยคนเจ็บแต่มันกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... มันเดินเข้าไปยืนกอดอกกวนประสาทพ่นคำด่าและจิกกัดใส่ครูบาฯ ที่กำลังมึนตึ้บอยู่คนเดียวจนหนำใจ!และก่อนที่ใครจะมาเห็น มันก็อาศัยจังหวะที่ครูบาฯ ยังทรงตัวไม่ได้"ซิ่ง" เข้าไปขโมยธงวิเศษของท่านมาดื้อ ๆ แถมกลัวความผิดจะติดตัวเลยตัดสินใจกลืนเศษธงนั่นลงท้องไปเพื่อทำลายหลักฐาน!
“เศษธงนั่นน่ะ...มันมีร่องรอยอาคมของ ‘สายเวทย์บรรพชน’ สิงอยู่นะนั่นไม่ใช่เื่ล้อเล่นเลยนะเ้าจ้อย” พระดาบสเท้าเปล่าเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น“ทางที่ดี ข้าว่าเ้ารีบหาทางขย้อนมันออกมาทิ้งเสียเถอะก่อนที่เ้าของเขาจะหายาเ็แล้วตามมาทวงถึงที่!”
จ้อยเหงื่อไหลซิกพยายามทำใจดีสู้เสือ “โอ๊ยท่าน... กินเข้าไปแล้วมันย่อยไปหมดแล้วมั้งท่านก็เก่งนี่ ท่านช่วยเอาออกให้ผมหน่อยสิ!”
พระดาบสเท้าเปล่ารีบส่ายหน้าหวือ“โอ๊ย! ไม่เอาด้วยหรอก!เื่ของอาศรมมหาเวทย์นั่นข้าไม่อยากไปแตะต้องให้ซวยถึงวิมานข้าเป็แค่เทวดาพเนจร รักสงบ ไม่อยากมีเื่กับพวกสายตบะแก่กล้ากลุ่มนั้น!”
อย่างไรก็ตามพระดาบสยังคงเอ็นดูความกวนประสาท(หลังจากที่โดนมโนภาพนรกสั่นประสาทจากโลกอนาคตโจมตีไปจนเกือบตบะแตก)ท่านขยับเข้ามาใกล้จ้อยอีกครั้งแล้วใช้นิ้วชี้แตะลงที่กลางหน้าผากของเ้ากระรอกเบาๆ
“เห็นแก่ที่เ้าทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาด้วยภาพ‘นรกสั่นประสาท’ นั่น... ข้าจะช่วยเ้าอีกแรงก็แล้วกัน!”
ทันทีที่ปลายนิ้วััจ้อยรู้สึกเหมือนมีกระแสความเย็นพุ่งวาบเข้าสู่จิติญญาพลังงานบางอย่างเริ่มหมุนวนและถักทอเป็ม่านบาง ๆ หุ้มตัวเขาไว้
“ข้าใช้พลังจากเศษธงที่เ้าขโมยมานั่นแหละสร้างม่านอาคม ‘กลบเกลื่อนความลับ์’ ขึ้นมาครอบเ้าไว้”พระดาบสเท้าเปล่าอธิบายพลางยิ้มกริ่ม “ตอนนี้จิตของเ้าจะวุ่นวายสลับซับซ้อนใครก็ไม่อาจเปิดดูความคิดเ้าได้ง่าย ๆ อีกต่อไป และที่สำคัญที่สุด...แม้แต่พวกเทพพยากรณ์ที่ชอบดีดนิ้วคำนวณดวงชะตาฟ้าดินก็จะมองไม่เห็นอดีตที่เ้าข้ามภพมา หรืออนาคตที่เ้ากำลังจะไปป่วนอีกต่อไป!เ้าจะกลายเป็ ‘ตัวแปร’ ที่อยู่นอกเหนือการคำนวณของสรวง์!”
จ้อยถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกที่สุดในชีวิต‘ค่อยยังชั่ว! ต่อไปนี้ใครก็ดูหมอผมไม่ได้แล้วต่อให้ครูบาอัครเดชฟื้นตัวมาคำนวณหาหัวขโมย ก็คงหาผมไม่เจอ!’
“ขอบพระคุณท่านดาบสมากครับ!”จ้อยยกมือน้อย ๆ ขึ้นพนมไหว้ (แบบกวน ๆ)
“ข้าไปล่ะ...มีวาสนาคงได้เจอกันในงานเลี้ยง!” พระดาบสเท้าเปล่าพูดจบก็ดีดนิ้วหนึ่งทีก้อนเมฆของท่านก็พุ่งทะยานหายวับไปในกลีบเมฆสีทองอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่ท่านจะลับสายตาไปจ้อยแอบเห็นชัดเจนว่าพระดาบสคนดีคนเดิม แอบชำเลืองมอง "นายหญิง"ด้วยสายตาพึงพอใจเสียเต็มประดา
‘เห้ย...ไอ้ตาแก่นี่มันสายส่องชัด ๆ!’ จ้อยเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในร่างกระรอกพลางมองตาม“นายหญิงครับ... ผมว่าไอ้แก่นั่นมันไม่ได้เมตตาผมหรอก มันแอบมาส่องนายหญิงมากกว่า!คอยดูนะ งานเลี้ยงสโมสรเทวสมาคมคราวนี้ ถ้ามีเทวดาองค์ไหนกล้ามาขายขนมจีบให้นายหญิงละก็...พ่อจะใช้เชือกตกนาคาเส้นนี้แหละฟาดรัดคอให้หน้าเขียวหน้าเหลืองกันไปข้างเลยคอยดู!”