เช้าวันเปิดเทอมเริ่มต้นด้วยคาบวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์โดย ศาตราจารย์ ฟิลลิป โอเครตร้า โดยเริ่มเรียนจากที่ละเขตรัฐ ซึ่งมันน่าเบื่อมากสำหรับเนล และเธอก็ต้องล้มเลิกความคิดที่ว่า การเรียนที่นี้ง่ายลงไปทันทีเมื่อเริ่มต้้นได้เรียนคาบแรกนี้
เพราะเนื้อหาค่อนข้าหนักและเยอะมากพร้อมทั้งมีการบ้านที่ต้องเขียนเรียงความอีกคำนวนหนึ่งร้อยหน้านั้นอีก แต่เด็กปีหนึ่งของหอแพนเทร่าก็สนิทกับทุกคนง่ายมากเพราะเด็กทุกคนในห้องล้วนดูเฮ้วพอกัน
“แค่คาบแรกก็อยากจะหลับแล้ว เฮ้อ” เนลบ่น
“ี้เีก็บอกมาเหอะ”
เนลส่งสายตาไม่พอใจใส่เฟย์ตั้นเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าไอ้อาการพูดน้อยของเขาที่มักเป็กับทุกคนมันคงจะยกเว้นแค่เธอไว้กระมั้งเพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะชอบพูดจิกกัดเธอตลอด เนลสนิทกับคนง่ายแต่ก็คงจะเว้นแต่กับเฟย์ตั้นที่เนลดูจะไม่ค่อยอยากสนิทด้วย
“นี้ปากหรอ”
สาวเ้าสวนเข้าให้จนราวี่ต้องรีบเข้ามาห้ามทัพก่อนที่จะเกิดากันั้แ่ต้นปี
“เฮ้ๆไม่เอาน่า เที่ยงแล้วเปหาของกินกันเถอะ เดี๋ยวบ่ายนี้มีคาบสนุกๆอีกนะ”
เนลขมวดคิ้วไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
“อย่าไปถือสามันเลยเฟย์ตั้นมันก็แบบนี้แหละถึงปากจะเสียบ้าง พูดน้อยไปนิดแต่จริงๆมันใจดีนะ”
ไม่อยากจะเชื่อ!
เนลค้านในใจ แต่ก็ทำได้แค่นั้นเพราะเธอเองก็ไม่อยากจะมีปัญหาั้แ่ต้นปีเหมือนกัน
“ว่าแต่คาบบ่ายวันนี้เรียนอะไรหรอ?” เนลถามขึ้น
“วิชาเศรษฐศาสตร์” เฟย์ตั้นตอบสั้นๆ
อยากตาย!!
เช้าประวัติศาสตร์บ่ายเศรษฐศาสตร์ มีแต่วิชาน่าเบื่อ!!
เนลทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆอดสงสารไม่ได้ เพราะดูท่าเ้าหล่อนจะไม่ถูกโรคกับวิชาที่ต้องนั่งอยู่ในห้องเสียเหลือเกินเห็นเรียนทีไรเป็จะหลับทุกที
การเรียนในวันเปิดเทอมวันแรกนับว่าผ่านไปได้ด้วยดี วิชาที่สองอย่างเศรษฐศาสตร์ก็ไม่ได้น่าเบื่อย่างที่คิดเพราะได้ศาสตราจารย์คาอิน ซิมิเนียร์ มาสอน ศาสตราจารย์คาอินเป็ชายหนุ่มที่ติดตลก ใบหน้าที่แสนจะหวานและอ่อนเยาว์นั้นก็สร้างเสียงกรี๊ดในห้องได้มากโข และการสอนก็จะสอดแทรกมุมตลกขบขันไว้ตลอดเวลาทำให้่โมงเรียนนี้กลายเป็ชั่วโมงเรียนที่สนุกที่สุดไปโดยปริยาย
แต่คาบที่จะสนุกที่สุดสำหรับเนลก็คงไม่พ้นวันถัดมาอย่างคาบวิชาของมาดามเมลินด้า แมกนัส อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะศาสตร์การต่อสู้ แต่มาดามเมลินด้าจะสอนควบสองวิชานั้นคือศิลปะศาสตร์การต่อสู้และยุทธศาสตร์การรบ การเรียนการสอนส่วนมากจะเป็ภาคสนามมากกว่าอยู่ในห้องเรียน เน้นจับอาวุธจริง ใช้จริงและประลองจริง
เล่นจริง เจ็บจริง
ไม่ต้องใช้สแตนอิน ไม่มีตัวแสดงแทน
อาศัยความสะใจและความมันส์ล้วนๆ
ภายนอกมาดามเมลินด้า แมกนัส มองดูเผินๆแล้วอายุอาจจะไล่ๆกับพวกเนลด้วยซ้ำ ดวงหน้ารูปไข่ั์ตาสีเทาหม่น เรือนผมสีทองนั้นก็ถูกดัดลอนทั้งหัวและรวมมัดเป็หางม้าแบบต่ำๆไว้ แต่เห็นสวยๆแบบนี้เธออายุปาไปเกือบ200ปีแล้ว แต่เพราะความที่ว่ามาดามเมลินด้ามีเชื้อสายของแม่มดอยู่ครึ่งหนึ่งจึงทำให้เธอยังดูอ่อนเยาว์แม้นว่าจะอายุมากแค่ไหนก็ตาม และแน่นอนว่าเธอผ่านามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน นอกจากความสวยสะพรั่งของมาดามเมลินด้าแล้วหล่อนก็จัดได้ว่าเป็สาวเก่งและแกร่งมากคนหนึ่ง เพราะชายสามคนก็ล้มเธอไม่ได้ เคยมีการประลองเวทย์ขัดเลือกผู้สอนภาควิชาศิลปศาสตร์การต่อสู้ระหว่างศาสตราจาร์ยด้วยกันเองผลของการประลองระหว่างศาสตราจาร์ยฝีมือดีทั้งสิบคนกับมาดามเมลินด้าเธอก็ชนะมาได้อย่างง่ายได้และขาดลอย
“กำลังใจและสติปัญญา คือ สิ่งที่จะชี้ขาดผลของา าจึงไม่ใช่สิ่งที่ปฏิบัติได้โดยปราศจากความรอบคอบรอบรู้ และเพื่อให้ได้ชัยชนะการทำาจะต้องให้สิ้นสุดเด็ดขาดด้วยระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยาทุกรูปแบบต้องอาศัยการใช้อุบายเป็หลัก ต้องสร้างสถานการณ์ให้ข้าศึกเกิดความสับสน เมื่อข้าศึกเข้าใกล้ก็ทำให้ข้าศึกนึกว่ายังอยู่ไกล ความเคลื่อนไหวต้องรวดเร็วประดุจเงาของปีศาจในแสงดาว และเผื่อสร้างความเข้าใจนั้นวันนี้ครูอยากดูพื้นฐานของทุกคนว่ามีมากน้อยแค่ไหนครูจะให้จับคู่ประลองอาวุธกัน ทุกคนสามารถเลือกอาวุธที่ถนัดได้ หรือใครมีอาวุธประจำกายก็นำมาใช้ได้เช่นกัน”
เสียงพลั่งพรูดของมาดามเมลินด้าดังขึ้นท่ามกลางลานกว้างด้านหน้า วันนี้คือคาบแรกของมาดามเมลินด้าแต่เธอก็เรียกนักเรียนปีหนึ่งออกภาคสนามั้แ่คาบแรก แถมลงประลองฝีมือกันั้แ่วันที่สองของการเรียนเลยเสียด้วย การตัดสินใจของมาดามเมลินด้านั้นเรียกเสียงฮือฮาให้แก่นักเรียนมาก บางพวกก็ดูฮึกเฮิมบางพวกก็ดูวิตก และก็จะมีอีกจำพวกที่ดูจะนิ่งสงบ
ไอ้พวกนิ่งๆนี้ละที่ประเมินยาก
“เอาละก่อนอื่นครูจะขอเรียกคู่หนึ่งขึ้นมาเปิดสนามเป็ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยกันหน่อย คุณโอเนรอน คุณเนเลียล”
เป็ครั้งแรกที่เสียงเรียกของมาดามเมลินด้านั้นทำเอาเนลขวัญผวา เธอคิดว่าการอยู่เงียบๆอาจจะดีที่สุด เพราะโดยวิสัยของนักฆ่ามักไม่ชอบเผยฝีมือให้ใครเห็น
“หนูไม่ค่อยสบายคะมาดาม”เนลตอบเลี่ยงๆ
“ไม่เป็ไรคะคุณเนลครูไม่ได้ให้สู้กันจริงจัง คงไม่รังเกลียดที่จะแสดงฝีมือให้เกียรติเพื่อนๆใช่ไหมคะ” ใบหน้าที่แสนยิ้มแย้มของมาดามเมลินด้านั้นกลับไม่ทำให้เนลยิ้มตามเลยสักนิด
มันมีทางเลือกไหมเนี้ย
เฮ้อ..
เนลหันหน้าไปหาโอเนรอนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามดูเหมือนเขาเองก็หนักใจไม่แท้กันเท่าไหร่แต่ก็ยอมเดินออกมาแต่โดยดี โอเนรอน ซิกฟริกส์ เป็ชายร่างสูง เรือนผมสีขาวราวหิมะที่ยาวสลายถูกรวบเป็หางม้าไว้ด้านหลังต่ำๆราวกับซามูไร ดวงหน้าของชายหนุ่มยามยิ้มยิ่งชวนมอง ทั้งสง่าราศี ความองอาจและความรอบรู้ฉายชัดในเวลาเดียวกัน การพบกันครั้งแรกสร้างความประทับใจให้กับเนลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะั์ตาสีเงินที่ฉายประกายความเป็กันเองและอ่อนโยนคู่นั้น
“ว่ายังไงคะ คุณเนเลียล”
“คะ” เนลเดินออกมาด้านหน้าอย่างจำยอม
“คุณทั้งสองคนเลือกอาวุธได้เลยคะ”มาดามเมลินด้าบอกพร้อมปราดมือไปด้านข้างซึ่งเต็มไปด้วยแผงอาวุธจำนวนมาก
“รีเวิร์ส”
มือบางตวัดเรียกดาบคู่กาย สายพลังสีขาวหมุนวนขึ้นเป็ก้อนกลมรอบๆมือของเธอก่อนที่จะแตกกระจายออกไปเผยให้เห็นดาบคู่เรียวยาวสีขาวราวหิมะบนมือเรียวทั้งสองข้าง แต่ทว่าเนลกลับเดินนำดาบมาฝากไว้ที่เฟย์ตั้นก่อนเสียหนึ่งเล่ม ร่างสูงรับมันมาด้วยสีหน้าขัดใจ
“เเล้วทำไมไม่เก็บเอง”
“ฝากไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยเก็บทีเดียว..ี้เี” คำตอบจากเนลนั้นช่างแสนกวนชวนให้มีน้ำโห
“ระวังด้วย โอเนรอนไม่ธรรมดา” มือหนาคว้าแขนของคนตัวเล็กไว้ก่อนเตอนแต่เธอกลับหันกลับมาตามแรงดึงของเขาแล้วยิ้มร่า
“รู้น่า”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้งเมื่อดาบสีขาวประหลาดพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า และที่ดูจะฮือฮาหนักก็คงไม่พ้นพวกของโรเซ่เพราะเป็ห่วงเนลเหลือเกิน
“ตายๆตายแน่ๆ” โรเซ่ที่เห็นภาพตรงหน้านั้นบ่นราวกับสติจะหลุด
“โอเนรอนจะรับมือแม่นั้นยังไงน๊า” ราวี่พูดขึ้นมาด้วยท่าทีสนุก
“แกดูไม่เป็ห่วงเพื่อนร่วมชั้นเลยนะยังไงเนลมันก็เป็นนักฆ่านะเว้ย” จีซัสว่าขึ้น
“เอาน่า มันก็คงมีดีของมันเหมือนกัน ฉันว่าฝีมือคงสูสีกันพอตัวเลยแหละ” ราวี่พูดไปขำไป
มีมันเป็เพื่อนแล้วเครียด!
เห็นเพื่อนกระทืบกันแล้วมีความสุข
ไอ้บ้า!
ทีเซอร์ถึงกับนวดขมับกับความคิดความอ่านของราวี่ รายนี้ดูเหมือนจะสนุกไปกับทุกเื่ และดูไม่ค่อยจะวิตกกับอะไรเท่าไหร่
“ขออย่าให้มีอะไรรุนแรงเลยเถอะ” โรเซ่ยังคงมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี
“คงไม่มีอะไรรุนแรงหรอกเธอก็อย่าวิตกเกินไปนักเลย” จีซัสปลอบคนตัวเล็กข้างๆ
“ไม่เอาจริงหรอก เล่นฝากดาบไว้ตั้งเล่มนึงแบบนี้” เฟย์ตั้นตอบเสียงเรียบ
“คุณเนเลียนมีดาบประจำตัว คุณโอเนรอนละว่ายังไง”
มาดามเมลินด้าถาม โอเนรอนเพียงแค่สบัดข้อมือขวาเล็กน้อยก็มีดาบปรากฏขึ้นมาทันที ทรงดาบของโอเนรอนนั้นดูใหญ่กว่าของเนลอยู่เล็กน้อย มันดูหนักแต่โอเนรอนกลับไม่มีท่าที่จะสะทกสะท้านกับน้ำหนักของมันเลย เนลคาดว่าดาบเล่มนั้นคงทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่เบากว่าแต่แข็งและทนกว่าเหล็ก
เฟย์ตั้นเหลือบมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ตอนนี้หล่อนกำดาบคู่กายแน่น ั์ตาที่เคยสดใสบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็ไร้แววใดๆเสียแล้ว ไม่เหลือแม้นแต่ความรู้สึกใดๆในสายตาคู่นั้นดังสายตาของยมฑูตก็ไม่ปาน
เยือกเย็น
ไร้อารมณ์
ไร้ความรู้สึก
ไร้จิตใจ
สายตาของมือสังหารอย่างแท้จริง
“ทำไมฉันรู้สึกกลัวเนลตอนนี้วะ แค่ยืนเฉยๆยังรู้สึกหายใจไม่ออก อย่างกับจะโดนสูบิญญา”
จีซัสพูดพร้อมปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามใบหน้า เขายอมรับว่านี้เป็สิ่งที่เกิดคาดคิด เขาพึ่งเคยรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามาขนาดนี้เป็ครั้งแรก ร่างสูงหันไปหาสาวข้างกายก็พบกับเธอกำลังใช้มือกำชายเสื้อของเขาแน่น มือน้อยนั้นกำลังสั่นเทา ปากก็เมมกัดริมฝีปากราวกับกำลังสกัดกลั้นความกลัว
“เนลเล่นปล่อยจิตสังหารแบบนั้นออกมาปกติแล้วคนธรรมดาก็คงร่วงลงไปนั่งพับแล้วละ ถ้ามีไอ้ที่ยืนๆอยู่ได้นะดูไว้เลยไอ้พวกนั้นมีฝีมือพอตัวแน่นอน” ราวี่พูดขึ้นแต่น้ำเสียงของเขาไม่หลงเหลือเค้าของการทีเล่นทีจริงเสียแล้ว ใบหน้าหล่อเ่าั้กลับซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด
มันเล่นปล่อยไอสังหารขนาดนี้คงกะทดสอบคนทั้งห้องในทีเดียว
แต่ก็นับว่าได้ผลอย่างชัดเจนเพราะเกินกว่าครึ่งต่างพากันทรุดลงไปนั่งกับพื้นหน้าซีดตัวสั่นกันเพียบ จะหลงเหลืออยู่ไม่กี่คนเท่ายั้นที่ยังยืนอยู่ได้แต่สภาพก็ดูไม่ค่อยต่างกับคนที่ทรุดลงไปกองเสียเท่าไหร่นัก
นิสัยไม่ดี
“อย่าต้องถึงกับฆ่ากันตายละฉันกลัวผี” ราวี่แซว
“ไอบ้ากลัวก็หมอบดูไปเลย” เนลหันมาแขวะเข้าให้จนราวี่ต้องแสยะยิ้มเหี้ยม
ปากมันก็ไม่ดี
น่าตีนัก!
“คุณเนเลียล เราจะไม่ถึงขั้นฆ่ากันตายนะคะ กรุณาลบไอสังหารด้วยคะ”
มาดามเมลินด้าพูดขึ้นด้วยเสียที่ติดจะสั่นเครือ เธอพลาด พลาดที่ให้ เนเลียล วาเนเซีย ออกมาแสดงโชว์เปิดคาบแบบนี้ แค่ไอสังหารที่ออกมาจากตัวเธอก็เล่นทำเอานักเรียนเกินขึ้นห้องทรุดลงไปหน้าซีดตัวสั่นบางก็ถึงกับสลบจนต้องเรียกแพทย์จากห้องพยาบาลมาดูแล และที่น่ากลัวไปไม่แพ้กันก็คือ โอเนรอน ซิกฟรีกซ์ คนนี้ที่ไม่ได้สะทกสะท้านจากไอสังหารของแม่สาวนักฆ่าเลยแม้นแต่น้อยซึ่งมันบ่งบอกถึงฝีมือที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือชั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“คะๆทราบแล้วคะ หนูขอโทษคะ แค่เผลอตัวนิดหน่อย”
เนลขอโทษมาดามเมลินด้าพร้อมกับค่อยๆดับจิตสังหารของตนลงจนหมด ในที่สุดทุกอย่างในห้องก็เข้าสู่สภาวะปกติ
เผลอตัวนิดหน่อยยังทำให้คนร่วงไปเกินครึ่งห้องถ้าเผลอมากกว่านี้มีหวังได้ปิดคาบเรียนกันพอดี
เฟย์ตั้นถึงกับถอนหายใจกับความขี้เล่นของเ้าหล่อน เพราะดูเหมือนว่าคำขอโทษนั้นเนลเพียงแค่พูดส่งๆเท่านั้นก็ั์ตาสีแดงเพลิงนั้นนั้นดูจะฉายแววสนุกอยู่ไม่น้อย
นิสัยแบบนี้ต้องกำหราบให้อยู่!
“เกเร” เฟย์ตั้นเอ็ดเธอ
“แค่ลองของน่า” เนลหันมายักไหล่
“เอาละถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มได้ แต่ครูขอย้ำว่าเอาแค่หยุดความเคลื่อนไหวของฝั่งตรงข้ามเท่านั้นนะ ห้ามถึงตายเด็ดขาด คุณเฟย์ตั้นคุณมาช่วยครูเป็กรรมการสนามก็แล้วกันถ้ามีอะไรจะได้เข้าห้ามทัน” มาดามเมลินด้าย้ำเสียงเขียวพร้อมถอยหลังออกไปจากลานเพื่อเว้นระยะ และหันไปสั่งเฟย์ตั้นซึ่งอยู่ไม่ไกลและเขาเองก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“เลดี้เฟิร์์ส” โอเนรอนผายมือ
เหมือนว่าคำท้าทายจากฝั่งตรงข้ามนั้นจะได้ผล แต่ดูเหมือนมันอาจจะได้ผลเสียซะมากกว่า เมื่อเนลหายไปจากสายตาของทุกคนเเล้วและจู่ๆเสื้อของโอเนรอสก็ขาดเป็ทางยาวซึ่งแน่นอนว่านั้นก็ทำให้เ้าตัวถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใ แต่ยังไม่ทันจะได้เตรียมตั้งรับเนลก็โผล่มาตรงหน้าและถีบเข้าที่ท้องของโอเนรอนเข้าเต็มๆจนร่างสูงถึงกับกระเด็นไปไกล
โครม!!
เสียงดังโครมนั้นทำเอาทุกคนต่างพากันเสียวไส้ แค่เริ่มเกมส์ไม่ถึงนาทีโอเนรอนก็โดนถีบกระเด็นไปไกลแล้ว
โอเนรอนยิ้มเหี้ยมขึ้นทันทีที่ลุกขึ้นได้ เขาประมาทเกินไป ประมาทตรงที่ประมาณฝีมือของแม่สาวนักฆ่าตรงหน้านี้ด้วยสรีระเท่านั้น เนลเป็เพียงสาวตัวเล็กแต่ความเร็วและพลังกำลังเธอกลับเป็ของจริงอย่างน่าเหลือเชื่อ รวดเร็ว รุนแรงและเด็ดขาด ไอสังหารที่แพร่พุ่งมากับดาบแรกที่ฟันลงมานั้นคือการข่มขู่
“ตัวเล็กแต่แรงเยอะนะเธอนะ เท้าหนักเป็บ้า” โอเนรอนยังคงยิ้มแม้นว่าขณะนี้เพื่อนในห้องจะไม่มีใครยิ้มออกแล้วก็ตาม
“ใครสั่งสอนให้นายท้าทายนักฆ่า” เนลพูดพร้อมกับเดินเข้ามา ั์ตาของเธอตอนนี้ดูว่างเปล่า
“ฉันละชอบจังสายตาแบบนั้น เข้ามาเลย” โอเนรอนยังคงท้าทาย
“นายนั้นละเข้ามา แม่จะตัดใบหน้าที่ยิ้มแบบนั้นให้ขาดเลยคอยดู”
ปากนี้น่าจับสั่งสอน!
เฟย์ตั้นส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างเริ่มหงุดหงิด เนลปากไม่เคยอยู่สุขเลยมีแต่พาลหาเื่ตลอด ในใจเขาละอย่างเข้าไปห้ามทัพเสียตอนนี้เพราะโอเนรอนเองก็เป็นักดาบฝีมือฉมัง ประวัติและกิตติศัพท์ยาวเป็ห่างว่าน แต่ดูเหมือนจะทำไม่ได้
โอเนรอนยังคงยิ้ม รอยยิ้มนั้นละที่เริ่มจะสร้างความหงุดหงิดให้เนล และเเน่นอนว่าดูเหมือนสุภาพบุรุษจะไม่รีรอกับคำร้องขอของสุภาพสตรีสาวตรงหน้า โอเนรอนพุ่งเข้าใส่เธอและสบัดดาบฟันฉับลงไปแต่เนลก็ดูจะรับมันได้อย่างสบายๆ
เคร้ง
เคร้ง
เคร้ง
แรงปะทะเเรง
ดาบปะทะดาบ
เสียงดาบปะทะกันอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนน่าใจหาย โอเนรอนเป็ต่อด้านกำลังและชั้นเชิงแต่เนลมีความคล่องตัวและความไวที่เหนือกว่ามาก การประลองรอบนี้ยังไงก็ต้องมีเจ็บตัว อย่างน้อยๆก็ต้องมีเืตกยางออกถึงแม้นว่ามาดามเมลินด้าจะไม่้าแบบนั้นก็ตามที เฟย์ตั้นที่มองความเคลื่อนไหวทั้งหมดนั้นกำลังประเมินสถานการณ์ เขามองยังไงก็ไม่มีความเป้นไปได้เลยว่าจะไม่เกิดความเสียหายบริเวณนี้
เนลหมุดตัวตีลังกาหลบดาบที่มาจากโอเนรอนได้อย่างหวุดหวิวพร้อมกับใช้แรงเหวี่ยงนั้นสบัดดาบสวนคืนแต่โอเนรอนเองก็ดูท่าจะไม่ยอมเพราะเขาเอาก็ตั้งดาบรับได้ทันถ้วงที แต่เเม้นว่าจะตั้งรับทันก็ถูกแรงดีดนั้นดีดกระเด็นถอยไปอีกเช่นกัน โอเนรอนมองมือตัวเองเล็กน้อยที่บัดนี้มันกำลังสั่นระริก เขาชื่นชอบการต่อสู้ และยิ่งสู้กับคนที่มีฝีมือยิ่งชอบมากมันทำให้เขาอยากเอาชนะ
โอเนรอนไม่รอช้าคราวนี้เขาพุ่งเข้าให้เนลอีกครั้งและบุกไม่ยั้ง ความรุนแรง ความเฉียบคมและความเร็วของดาบเพ่ิมมากขึ้นจนเนลต้องเปลี่ยนมาเป็ฝ่ายตั้งรับเสียเอง สาวเ้าถึงกับเริ่มสบถด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นั้น ตอนแรกเธอคิดว่าโอเนรอนจะเป็หมูที่เฉือดง่ายๆแต่นี้มันไม่ใช่เสียแล้ว การต่อสู้ดำเนินมากว่า5นาทีแต่โอเนรอนไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้เลยซักนิดมีเเต่เธอนี้ละที่เริ่มจะเหนื่อยเเละเริ่มโมโห
เฟย์ตั้นเองก็เริ่มใจคอไม่ดีเพราะเขาดูท่าที่ของเนลและโอเนรอนมาตลอดต่างฝ่ายต่างเสียพลังไปมาก คงให้จบเกมนี้เต็มที่ แต่ที่น่ากังวลคือเนลเพราะยิ่งนานเธอยิ่งนิ่ง สายตานั้นยิ่งดูน่ากลัว ราวกับพร้อมที่จะฆ่าเต็มทีเเล้วแถมบริเวณรอบๆตอนนี้ก็เละไปหมดเพราะเเรงปะทะของทั้งคู่ทำให้บริเวณรอบๆราบกันไปเป็แทบๆ
ตู้มๆ!!
ยังไม่ทันคาดคำก็เกิดเสียงะเิดังขึ้นตามมาติดๆเมื่อโอเนรอนพุ่งปะทะกับเนลอีกครั้งความเสียหายนั้นกินบริเวณกว้างพอสมควรแต่มันก็มาพอที่จะทำให้มาดามเมลินด้าถึงกับลมจะจับร้องโวยวายสบทไม่เป็ภาษา เพราะเธอคงไม่คาดคิดว่าปีหนึ่งอย่างสองคนนี้จะสร้างความเสียหายให้ได้มากโข จากการประลองธรรมดาที่แค่จะสาธิตกลายเป็สนามการต่อสู้ขนาดย่อมๆเสียงผองเพื่อนในห้องส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนานก็ดังไม่ขาดสาย
เนลถึงกับต้องยอมรับในฝีมือของโอเนรอน เพราะเขาจัดได้ว่าเป็นักดาบฝีมือยอดคนหนึ่งเพราะหาได้น้อยมาที่จะมีคนปะทะฝีมือกับเธอได้นานๆขนาดนี้ทั้งยังเลี่ยงจุดตายและการาเ็หนักๆได้แทบทั้งหมด แถมยังไล่ต้อนเธอได้ซึ่งนั้นเรียกว่า1ในร้อยก็ว่าได้
หมอนี้เก่ง
เนลแสยะยิ้มพร้อมกับใช้มือปาดเืที่ริมฝีปาก เผลอแค่เเว้บเดียวเท่านั้นก็ถึงกับโดนเข้าไปเต็มๆดีที่ในจังหวะนั้นโอเนรอนใช้เพียงสันดานไม่อย่างนั้นมีหน้าแหกหมดสวยแน่ๆ
“ฉันเริ่มจะหิวแล้วนะ”
“ก็ยอมแพ้สิจะได้จบไวๆ” โอเนรอนยังคงยิ้มแม้นจะมีาแและรอยพกช้ำรอบตัว
“เื่ดิ”
เนลไม่พูดเปล่าครั้งนี้เธอพุ่งเข้าใส่โอเนรอนแต่ทันใดนั้นเธอก็หายไปต่อหน้าต่อตาเขา ร่างสูงเบิกตากว้างพร้อมหันหลังกลับและยกดาบขึ้นกันตามสัญชาติญาณ
เคร้ง!!
เสียงดาบปะทะกันกึกก้องอีกครึ่ง คราวนี้ทั้งคู่ต้านกำลังกันจนตัวสั่น สายลมที่เกิดจากการปะทะกันของทั้งคู่สะบัดวูบพัดเอาฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วแต่ความแรงของลมและฝุ่นควันนั้นก็เล่นเอาถึงคนต้องถอยหลัง รอยแตกบนพื้นดินนั้นก็เพิ่มมากขึ้นตามความแรงและพละกำลังของทั้งคู่ การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ทว่าเธอกลับใช้จังหวะที่เป็ช่องมุมอับสายตาของโอเนรอนพุ่งเข้าใส่เพื่อหวังจะจบเกมส์ในดาบเดียว
เคร้ง!!
ดาบสีดำเงาปรากฏบนมือของเฟย์ตั้นโกร่งดาบและด้ามดาบเป็สีขาวมีเพียงใบดาบเท่านั้นที่เป็สีดำสนิทมันเงา ซึ่งนั้นบ่งบอกถึงความคมของมัน ได้เป็อย่างดี ร่างสูงพุ่งเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ ความเร็วนั้นเร็วจนไม่มีใครทันสังเกตว่าเฟย์ตั้นหายไปจากข้างมาดามเมลินด้าเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆคือมันทันห้ามดาบของเนลก่อนจะถึงตัวโอเนรอนเพียงไม่กี่นิ้วเท่านั้น ซึ่งเ้าตัวก็ดูเหมือนจะตั้งรับไม่ทันด้วยเพราะั์ตาสีเงินกำลังเบิกกว้างด้วยความใ เฟย์ตั้นมองโอเนรอนด้วยความตำหนิเพราะเขาประมาทเกินไปจนคิดว่าเนลจะใจเย็นพอ ก่อนที่จะหันไปส่งสายตาดุๆให้แก่แม่สาวตัวดีที่อยู่ๆก็นึกจะเอาจริงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแถมตั้งใจฟันจริงๆอีก ถ้าเกิดเขามาห้ามไม่ทันไม่ต้องสืบเลยว่าโอเนรอนจะเป็ยังไง
“ริโอ เป็ดาบที่คมและเร็วที่สุด โกร่งดาบฉลุลายัในสายลมรมดำแบบโบราณไว้ ด้ามดาบทำจากหนังของกริฟฟินแท้พันด้วยไหมแท้จากร้านแพรพรรณเพอเซนเตอร์ที่ขึ้นชื่อที่สุดในเวสเทิร์น ใบดาบสีดำถูกพอกด้วยโคลนคาร์บอนและนำไปชุบแข็ง ถูกตีด้วยเหล็กที่มีการผสมคาร์บอนต่างกันถึงสามชิ้น ทำให้ได้ดาบที่คมและแข็งแรงมากตัดได้ทุกอย่างแม้นกระทั้งเหล็กยังขาด”
ราวี่อธิบายถึงดาบของเฟย์ตั้นให้เพื่อนๆฟังซึ่งดูเหมือนตจะตื่นตากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากเหลือเกิน
เป็บุญตาของครูจริงๆที่ได้เห็นริโอใกล้ๆขนาดนี้คุณเฟย์ตั้น” มาดามเมลินด้าปราบปลื้ม
“เกะกะ” เนลบ่น
“เธอมันไม่รู้จักออมมือ” แต่คนตัวสูงกลับสวนกลับ
“ให้ดาบเล่มเดียวฉันไม่ออมมือตรงไหนไม่ทราบ”
“แล้วไอ้ดาบสุดท้ายเธอออมมือไหมละถ้าฉันเข้ามาไม่ทันโอเนรอนมันนอนเป็ผักไปแล้วมั้ง” เฟย์ตั้นยังคงดุจนในที่สุดสาวเ้าก็ทำหน้าง้อง่ำแล้วเงียบไป
“เชอะ”
“ถ้าอย่างนั้นถือว่ารอบนี้เสมอกันนะคะนักเรียน การสาธิตครั้งนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมากแม้นจะพังสนามและข้าวของไปกว่าครึ่งของสนามก็ตาม แต่ขอให้จำการประลองนี้เป็ตัวอย่างเพราะความเชี่ยวชาญและความพร้อมในการรบนั้นเป็สิ่งสำคัญ การรบนั้นคือการต่อสู้ที่รุนแรงที่ไม่เคยปราณีใคร กลยุทธ์ที่แต่ละคนหรือแต่ละฝ่ายใช้นั้น เป็สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ชนะหรือแพ้ ความคิดและอารมณ์มีส่วนสำคัญต่อกลยุทธ์และการต่อสู้ ความมั่นใจเกินไปโดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบและคำนึงถึงความเสี่ยงน้อยเกินไปมักจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้และความผิดพลาดนั้นสามารถก่อให้เกิดหายนะที่รุนแรง แต่ที่ขาดไปไม่ได้เลยคือทักษะและไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างที่คุณเฟย์ตั้นได้แสดงไปเมื่อครู่นี้ หากนักเรียนสักเกตจะพบว่าคุณเฟย์ตั้นเฝ้าสังเกตุการณ์ด้วยความสงบมาตลอดเพื่อดูช่องว่างละจังหวะในการเข้าควบคุมสถานการณ์ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้นำที่ดี สำหรับว่านี้ครูอยากให้พอเพียงเท่านี้ก่อนแล้วค่อยพบกันใหม่คาบหน้านะคะ” มาดามเมลินด้าพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้บรรดานักเรียน
มาดามเมลินด้าหันไปมองกลุ่มของเนลซึ่งกำลังคุยกันเสียงดังโหวงเหวกโวยวาย เพราะดูเหมือนว่ากำลังจะมีาของเเม่สาวนักฆ่ากับว่าที่เ้าครองนครเกิดขึ้นอีกรอบ
คนที่น่ากลัวที่สุดคงไม่พ้น เฟย์ตั้น สปินเนอร์เรสต์ ว่าที่จ้าวครองนครรัญชีวาลรี
รวดเร็ว พริ้วไหว และแม่นยำ
ความเร็วที่น่ากลัวนั้นแม้นแต่เธอเองที่อยู่มาเป็ร้อยๆปีก็ยังทำไม่ได้
และคนที่สองคงไม่พ้น เนเลียล วาเลนเซีย แม่เด็กนักฆ่าที่จิตสังหารและฝีมือไม่ธรรมดา…อาจจะรวมไปถึงเป็วาที่ภริยาของเ้าครองนครชีวาลรีในอนาคตก็ได้
ถ้าคู่นี้ลงเอยกันรับรองว่ากำลังทหารรัฐชีวาลรีจะยิ่งแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณเมื่อแม่เมืองเป็นักฆ่าแบบนี้
“เฮ้อ..เด็กปีหนึ่งของปีนี้มีแต่ตัวยุ่งทั้งนั้น..” มาดามเมลินด้าถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
มุทะลุ ใจร้อน องอาจ
ถือว่าเป็นิสัยของเด็กหอแพนเทร่าละนะ..