“ถ้าเพื่อนลูกจะกลับเดี๋ยวพ่อจะให้คนรถไปส่งส่วนลูกต้องไปฝึกงานกับพ่อตามที่รับปากไว้นะ” น้ำเสียงกำชับด้วยกลัวว่ามินตรากับเมขลาจะเปลี่ยนใจกลับบ้าน
“แล้วพ่อก็อยากให้หนูเกลี้ยกล่อมพี่เขาให้มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน”คุณการุญพูดไปยิ้มไปเขารู้สึกอบอุ่นที่มีลูกสาวทั้งสองมาอยู่ใกล้ๆหลังจากคุยกันพอสมควรคุณการุญก็วางสายไป ก่อนจะยกกาแฟดำในแก้วที่วางไว้บนโต๊ะนั่งเล่นขึ้นจิบพลางลุกยืนเหม่อมองออกไปสุดสายตาในใจยังคงคิดถึงประไพหญิงอันเป็ที่รักเพียงคนเดียวของเขา
“วันนี้ดูคุณมีความสุขซะจริงนะคะ”เสียงแหลมแกมประชดของคุณรัศมีแทรกความเงียบเข้ามา…
“คุณมีอะไร?” คุณการุญถามภรรยาทั้งที่สายตายังคงมองไปที่เดิม
“วันนี้ฉันจะให้ยัยรินไปทำงานกับคุณด้วยอีกคน” คุณรัศมีพูดแบบแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ ฝ่ายผู้เป็สามีชักสีหน้าทันที
“นี่คุณ ให้ลูกกลับไปเรียนให้จบก่อนดีกว่านะ ดร็อปเรียนนานๆไม่ใช่เื่ดีหรอก อย่าตามใจกันนักเลย” เรืองรินเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้ายแต่ด้วยความที่หัวไม่ดี และเกียจคร้าน เอาแต่เที่ยวเตร็ดเตร่ไปกับเพื่อนๆ ในกลุ่มทำให้เธอเรียนรู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้าง จนกระทั่งเบื่อและไม่ไปเรียนในที่สุดยิ่งกว่านั้นเรืองรินเองก็เคยลองไปฝึกงานที่บริษัทแล้วแต่ปรากฏว่าทำอะไรก็ไม่เป็ชิ้นเป็อันทั้งยังชอบใช้อารมณ์เวลาไม่ได้ดั่งใจในที่ทำงานเสมอเป็เหตุให้พนักงานในบริษัทไม่ค่อยมีใครอยากทำงานร่วมกับเธอนักซึ่งคุณรัศมีก็รู้ดีอยู่แก่ใจแต่เธอไม่ยอม!
“ทำไมคะต้องเป็ลูกนังประไพหรือไงถึงจะไปชูคออยู่ที่บริษัทของคุณได้” คุณรัศมีพูดด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นอย่างยิ่ง
“คุณลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน”สุดท้ายกระแทกเสียงหนักๆ เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่พอใจ
“ถึงผมไม่ทำคุณพ่อผมก็ต้องทำอยู่ดีเพราะในพินัยกรรมของคุณพ่อระบุไว้ชัดเจนอย่าโทษใครเลยถ้าเด็กมันจะดีมันก็ดีได้ด้วยตัวเอง แม้จะไม่มีใครคอยสั่งสอน"คุณรัศมีเหมือนโดนเหน็บนิดๆ
"และมินตราก็ต้องไปฝึกงานกับผมั้แ่วันนี้เป็ต้นไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน” เสียงของคุณการุญประกาศหนักแน่นชัดเจน
“ถ้าเรืองรินตั้งใจจริงอยากทำงานให้กับบริษัทจริงก็ต้องกลับไปเรียนให้จบแล้วจะมาฝึกงานอีกครั้งก็ไม่สายอะไร” เมื่อพูดจบคนพูดก็ทำท่าจะเดินออกไป
“คุณจะไปไหน” คุณรัศมีถามเสียงดังน้ำเสียงเหมือนพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้เต็มที่เพราะเธอคิดว่าถ้ารอให้เรืองรินเรียนจนจบนังมินตราลูกของนังประไพก็ได้ดีกินตำแหน่งงาน ก่อนหน้าลูกสาวเธอไปถึงไหนๆ
“จะไปทำงาน” คุณการุญพูดนิ่งๆแต่คุณรัศมีกลับแผดเสียงสวนขึ้น
“คุณไม่ได้รักฉันเลยใช่ไหม? คุณยังนึกถึงนังประไพแม่ของนังเด็กสองคนนั่นอยู่คุณทำยังกับว่ายัยรินไม่ใช่ลูกคุณคุณทำได้ยังไง?” คุณรัศมียืนกำมือแน่น น้ำเสียงสั่นในใจปวดแค้นทั้งเื่ของตัวเองและเื่ของลูกสาวคุณการุญเองก็ยืนนิ่งไปเช่นกันเขาหลับตาข่มอารมณ์ เื่ราวหลายอย่างผุดขึ้นเต็มหัวก่อนจะโพล่งขึ้นอย่างเดือดดาล
“ยัยรินเป็ลูกของใครคุณควรถามตัวคุณเองไม่ใช่มาถามผม!!!” คุณการุญพูดจบก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวอีกฝ่ายจะรั้งไว้เขากลัวเสียเหลือเกินว่าจะเหลืออดกับเื่ราวบางอย่างที่เขาต้องเป็ฝ่ายรับสภาพมาโดยตลอดทิ้งให้คุณรัศมียืนคว้างตัวเบาโหวงกับคำพูดของผู้เป็สามีก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง เธอน้ำตารินด้วยความรู้สึกหวั่นใจ
“ไม่....!” เสียงพึมพำหลุดลอยเบาๆ
ทางด้านมินตราก็รีบเดินลงจากเรือนไทยบ้านพักของเธอเพื่อจะไปหาคุณการุญผู้เป็พ่อและเตรียมไปฝึกงานเป็วันแรก ปล่อยให้เมขลาผู้เป็พี่สาวคอยดูแลเหล่าเพื่อนๆที่เตรียมตัวเก็บของกลับเมืองโคราช มินตราเดินลัดเลาะสวนผ่านศาลาริมน้ำแสนร่มรื่นและสวยงามราวกับภาพวาด ขณะที่เธอเดินดุ่มๆ อยู่นั้นเองเสียงของเรืองรินก็แซะขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“แหม.. เกาะไม่ปล่อยเลยนะ นังลูกเมียน้อย” มินตราหันไปทางเสียงนั้นทันทีเธอเห็นเรืองรินน้องสาวต่างมารดายืนกอดอกอยู่ในสวนใกล้ศาลาริมน้ำ
“เด็กบ้านนอกอย่างแกจะมาทำงานในบริษัทของคุณพ่อได้นานแค่ไหนกัน”เรืองรินพูดพร้อมเดินเข้าไปใกล้ๆ มินตราอย่างคุกคามตามด้วยแวววาวเด็กรับใช้คนสนิทที่ดูเหมือนจะทำตัวเป็บ่างช่างยุเ้านาย
“อยากทำงานหรืออยากประจบประแจงคุณพ่อของฉันกันแน่”มินตรารู้สึกไม่ชอบการกระทำของเรืองรินสักเท่าไหร่ แต่เธอไม่อยากมีปัญหาเพราะนี่ก็เป็วันแรกในการฝึกงานของเธอ
“หลีกไปเรืองริน ฉันจะไปทำงาน” มินตราพูดอย่างตัดรำคาญพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป
“ไม่.. !” เรืองรินปฏิเสธเสียงแหลมห้วน
“อย่ามาออกคำสั่ง ฉันไม่หลีก ถ้าอยากไปก็ไปทางอื่นนี่มันบ้านฉันทางที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ก็ทางของบ้านฉัน” เรืองรินออกอาการหาเื่เต็มที่มินตรานึกโมโหแต่ไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะเธอคิดว่าเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อมาดูแลพ่ออยู่ใกล้ชิดกับพ่อ และ้ามาทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของเมขลาผู้เป็พี่สาวของเธอแค่นั้นไม่ได้้ามาเพื่อทะเลาะกับใครมินตราจึงเดินเลี่ยงไปอีกทางเพราะไม่อยากปะทะแต่เรืองรินไม่ยอม ตามมากระชากแขนมินตราไว้ไม่ให้ไปมินตราหันมามองไม่พอใจทันทีกับกริยาที่ไร้มารยาทเช่นนี้
“จะทำอะไร” เธอถามน้ำเสียงขุ่นพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของผู้เป็น้องสาวต่างมารดาอย่างเริ่มไม่พอใจ
“ฉันจะทำให้เธอไม่ได้ไปทำงานกับคุณพ่อ” เรืองรินพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆยิ้มหยันอย่างสะใจในการกระทำของตัวเอง
“กลับไปอยู่บ้านนอกเหมือนแม่ของแกซะนังลูกเมียน้อย” เรืองรินเน้นเสียงให้อีกฝ่ายเจ็บใจพร้อมเอาเื่เต็มที่ทั้งยังลามปามไปถึงแม่ของมินตราอีกด้วย เมื่อเรืองรินพาดพิงถึงแม่อันเป็ที่รักมินตราก็โกรธจี๊ดขึ้นมา ลืมไปหมดสิ้นว่ากำลังจะไปฝึกงานเป็วันแรก
“เธอพูดว่าอะไรนะ?” มินตราถามเสียงเข้ม ขณะที่เรืองรินกำลังจะตอบกลับเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทางด้านหลังของมินตราอย่างดุดัน
“หุบปากเน่าหนอนของเธอได้แล้วเรืองริน น้องฉันจะไปทำงาน” เมขลาตวาดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างที่สุดพลางเดินตรงเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าของมินตราด้วยสีหน้าบึ้งตึงพร้อมบวกโดยมีดาด้าและนุดีตามมาสมทบ เมขลาหันไปบอกน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย
“ยัยมินรีบไปได้แล้วเดี๋ยวคุณพ่อจะรอนาน”ปากบอกน้องสาวแต่สายตาจ้องมองไปทางเรืองรินอย่างไม่เกรงกลัว
“ทางนี้พี่จัดการเอง”มินตรารับคำแล้วเดินออกไปด้วยความโล่งใจที่พี่สาวของเธอมาทันเวลาและออกจะสมน้ำหน้าเรืองรินด้วยซ้ำที่โดนตอกกลับซะบ้าง แต่ในใจลึกๆก็ยังคงกังวลด้วยความเป็ห่วงพี่สาวของตัวเองสองพี่น้องหันมามองสบตากัน เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกความนัยว่าไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงผู้เป็น้องสาวจึงพยักหน้าตอบรับเป็รหัสรู้กันของสองพี่น้องเมื่อมินตราเดินไปแล้วเมขลาก็หันมาเอาเื่เรืองรินต่ออย่างรวดเร็วเมขลาเดินรุกคืบเข้าหาคู่กรณีช้าๆ อย่างไม่กลัวเกรงใดๆพลางประกาศกร้าวอย่างชัดเจนทุกคำพูด
“ฉันติดสินใจแล้วนะน้องรัก” มาหยุดยืนหน้าเรืองรินพร้อมกอดอกด้วยความมาดมั่นก่อนจะต่อด้วย
“ฉันจะอยู่ที่นี่ ถาวร...” พูดพลางมองหน้าส่งสายตาตรงไปทางเรืองรินด้วยแววดุกร้าว
“ฉันตั้งใจมากเลยนะว่าจะมาสูบเืสูบเนื้อเธอกับแม่ให้หมดตัวอันที่จริงมรดกที่ฉันได้ก็มากมายจนเธอเทียบไม่ติด” เมขลาขยับเข้าใกล้เรืองรินอย่างไม่กลัวแล้วยิ้มร้าย
“แต่มันยังไม่พอฉัน้าได้มากกว่านั้นและเธอกับแม่ทำใจไว้เลยว่าจะต้องเจอกับฉันไปอีกนานจนกว่า...”พูดพลางเดินเข้ามาจนเกือบประชิดตัวเรืองริน น้องสาวต่างมารดา
“จะมีใครตายไปข้างนึงฉันถึงจะยอมรามือ”เรืองรินขยับถอยหลังเกือบชนแวววาวสาวรับใช้คนสนิทที่ตอนนี้ด้านแวววาวเองหน้าเหลือเพียงสองนิ้วเพราะไม่คิดว่าเมขลาจะดูร้ายและน่าเกรงขามได้มากขนาดนี้ผู้เป็นายก็เช่นเดียวกันรู้สึกเกรงในตัวเมขลาขึ้นมาไม่น้อยแต่ยังปากกล้า
“แกจะอยู่ที่นี่อย่างไม่สงบสุข” ประกาศกร้าวด้วยความโอหัง
“ถ้าฉันกับน้องไม่สงบสุขเธอกับแม่ก็อย่าหวังว่าจะเป็สุขเพราะต่อจากนี้ไปฉัน...คือ...เ้ากรรมนายเวรพวกเธอ!ฉันนี่แหละที่จะคอยตามจองเวรพวกเธอสองแม่ลูก ไม่พอใจไม่เลิกรา!”เมขลาพูดพร้อมกับรู้สึกดังคำพูดตัวเองอย่างไม่มีข้อขัดแย้งแม้แต่น้อยก่อนเดินออกไปโดยใช้ไหล่กระแทกไหล่ของเรืองรินจนเรืองรินกับแวววาวสาวใช้ใที่เมขลาพร้อมบวกกว่าที่คิดโดยมีดาด้าและนุดีเดินตามไปติดๆ
คุณหลวงภัสดาที่ยืนมองอยู่ด้านหลังเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจเรืองรินที่อดีตคือบัวทองหญิงเ้าเล่ห์ไม่จริงใจและเป็ต้นเหตุให้ความรักของเขาและเกตุแก้วต้องพลอยจบลงอย่างน่าเศร้าิญญาของคุณหลวงหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ผีบุญอิ่มแล้วออกคำสั่ง
“จับตาดูนังบัวทองกับแม่ของมันเอาไว้ให้ดี”ผีบุญอิ่มที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ คุณหลวงพยักหน้ารับคำก่อนหายตัวไปอย่างรวดเร็ว สายตาคุณหลวงไปทางเรือนรินอย่างไม่ไว้ใจ...