เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อหนึ่งพันปีก่อน มนุษย์อ่อนแอลงมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรที่ยังคงแข็งแกร่งไม่ต่างจากเดิม เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไป นางจำเป็ต้องกลับไปเป็จอมยุทธ์อีกครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่ของนาง นางมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามในการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ก่อนที่น้องชายของลู่ซือจะเดินทางมาถึง
เนี่ยลู่ซือเข้าไปยังมิติของตนในทันที บรรยากาศภายในมิติไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก ทุกอย่างยังคงอยู่ในที่ของมัน เพียงแต่เหล่าต้นไม้และสมุนไพรต่าง ๆ ขยายพันธุ์และเติบโตกันจนแน่นไปหมด แม้แต่นางเองยังใ
'หนึ่งพันปีในโลกด้านนอก สามพันปีในมิติของนาง ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่น้อย แปลงสมุนไพรเล็ก ๆ ของนาง เพิ่มขึ้นมากเสียจนไม่รู้ว่าต้องใช้ไปอีกกี่สิบปี ถึงจะหมด
ในอดีตนางมักนำผักและสมุนไพรที่มีพลังปราณเหล่านี้ไปทำอาหารให้เหล่าลูกศิษย์ในสำนักอยู่เสมอ ซึ่งทุกคนก็บอกเป็เสียงเดียวกันว่าอาหารของนางทำให้การดูดซับพลังของพวกเขาดีขึ้นอย่างก้าวะโ
เช่นนั้นหากในชีวืตนี้นางเปิดร้านอาหารที่มีพลังปราณ กิจการของนางจะต้องเติบโตไปด้วยดีเป็แน่!! แต่นั่นก็เป็เื่หลังจากนี้แต่สิ่งแรกที่นางควรทำคือ ทำให้ตนเองกลับมาใช้พลังได้ดีเช่นเดิมเสียก่อน
ภายในตำหนักหลังใหญ่ มีห้องที่เ้าของตำหนักมักใช้ในการคิดค้นโอสถ และปรุงโอสถ ได้มีร่างของหญิงสาววัยสิบเจ็ดปี กำลังนำสมุนไพรหลากหลายชนิดลงไปยังถังน้ำใบใหญ่ ก่อนที่นางจะนำตัวลงไปในถังไม้นั้นเช่นกัน
ลู่ซือมองสมุนไพรที่ลอยเหนือน้ำ สมุนไพรหลากหลายชนิดและโอสถทั้งหลายที่จะช่วยสร้างกระดูกของนางขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะแก่การฝึกตน
ในชีวิตก่อนนางก็เคยทำเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีครั้งใดเลยที่นางรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป หากนางผิดพลาดแม้แต่นิด ไม่แน่ว่านางอาจตายได้
โอสถรักษาและโอสถชำระล้าง ถูกนางกินเข้าไปพร้อม ๆ กัน ก่อนที่นางจะเริ่มตั้งสมาธิและมุ่งจิตไปยังจุดตันเถียนทั้งสาม เพื่อสร้างสมดุลย์ให้แก่ร่างกาย
การสร้างกระดูกขึ้นใหม่ถือเป็การฝืนชะตาฟ้า ผู้ที่กระทำจำเป็ต้องได้รับบทลงโทษที่แสนสาหัส ความเ็ปที่ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ความทรมานราวกับสายฟ้าที่จะผ่าลงมาทุก ๆ หนึ่งชั่วยาม คือสิ่งที่นางต้องทนรับให้ไหว
เวลาผ่านไปกว่าสิบชั่วยาม สายฟ้าเส้นที่สิบผ่าลงมาที่ตัวนางอีกครั้ง รอยไหม้จากสายฟ้า คราบสกปรกสีดำน่าขยะแขยง เกาะอยู่ทั่วทั้งตัวของนาง ในที่สุดความพยายามของนางก็สำเร็จ ทั้งยังเกินกว่าที่นางคาดการณ์ไว้มาก
"กระดูกทองคำเช่นนั้นหรือ...ไม่เลวสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของข้า"
เมื่อขั้นตอนการชำระล้างเสร็จแล้ว นางจึงออกจากห้องปรุงโอสถและออกไปอาบน้ำชำระคราบสิ่งสกปรกอีกครั้งลู่ซือทำการสำรวจพลังของตน นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย พลังของนางกลับคืนมาเพียงบางส่วนเท่านั้น เมื่อเทียบกับชีวิตก่อนนางอ่อนแอมากทีเดียว
"ช่างเถิด ระดับแม่ทัพก็ไม่ได้ย่ำแย่เท่าใดนัก"
หากคำพูดของนางได้แพร่ออกไป เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายคงพากันโอดครวญกันแน่
ก่อนที่จะออกจากมิติมา หลังจากที่เวลาด้านนอกผ่านไปเพียงแค่สามชั่วยามกว่า ๆ ก่อนที่จะคล้อยหลับไปในที่สุด
"คุณหนู คุณหนูเ้าคะ คุณชายน้อยมาถึงแล้วเเล้วเ้าค่ะ"
แม่นมเคาะประตูก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในห้อง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นายตื่นแล้ว จึงคิดที่จะเปลี่ยนอาภรณ์ แต่สิ่งที่เห็นคือ ผู้เป็นายไม่ได้สวมใส่ชุดที่ใส่ก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งชุดที่สวมใส่ ยังเป็ชุดที่นางไม่เคยเห็น
"ไปกันเถิดแม่นม ข้าอยากพบน้องชายของข้าแล้ว"
ภายในห้องรับรองของตระกูลเนี่ย
"เนี่ยเฉิง..."
"ท่านพี่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
เด็กชายวัยสิบสองปี หันไปยิ้มให้ผู้มาใหม่ ในความทรงจำของนาง เนี่ยเฉิงเป็เด็กที่มีพร์ผู้หนึ่ง อีกทั้งยังชื่นชอบที่จะศึกษาหาความรู้เป็ที่สุด คหบดีเนี่ยจึงได้ให้เขาเข้าสำนักศึกษากลาง ซึ่งเป็สถานที่ ที่เหล่าบุตรของขุนนางและเชื้อพระวงค์เข้าไปศึกษากัน
แต่ในทันทีที่พ่อและแม่ของเด็กคนนี้ได้สิ้นใจไป พวกเขาก็แทบส่งจดหมายเชิญออกให้เเก่เนี่ยเฉิงในทันที และเมื่อพวกเขาถูกสองสามีภรรยาฉ้อโกงจนหมดตัว พวกเขาก็ให้เนี่ยเฉิงออกจากสำนักศึกษา ทั้งยังอ้างว่า้าให้เนี่ยเฉิง มาช่วยดูแลกิจการที่กำลังย่ำแย่
แต่ความจริงก็คือ พวกเขาไม่้าให้คนที่ไม่เหลืออะไร ทั้งอำนาจและเงินตรามาทำให้สำนักแปดเปื้อน แม้คน ๆ นั้น จะเก่งกาจเพียงใดก็ตาม
"เ้าไม่โกรธพี่หรือ ที่ทำให้เ้าต้องออกจากสถานที่แห่งนั้น"
"ข้าไม่เคยนึกโกรธท่าน ไม่ได้ศึกษาที่นั่นก็ไม่เห็นเป็อะไร สำหรับข้าแม้การศึกษาจะสำคัญ แต่เทียบกับท่านไม่ได้"
เนี่ยเฉิงโผเข้ากอดผู้เป็พี่ ตอนนี้พวกเขาเหลือกันแค่สองพี่น้องแล้ว ไม่สิยังมีแม่นมหลี่อีกคน
ั้แ่ที่เด็กชายโผเข้ากอด ลู่ซื่อก็คิดแล้วว่าตนจะปกป้องรอยยิ้มนี้ให้นานที่สุด
ตระกูลเนี่ยขาดแคลนเงินทอง แต่ไม่ใช่กับอดีตเ้าสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้าเช่นนาง เื่เงินไม่ใช่ปัญหาที่นางต้องกังวล หลังจากที่พูดคุยกันสักพัก แม่นมหลี่ก็ได้พาเนี่ยเฉิงไปพักยังห้องนอนของตน
"แม่นมข้าจะออกไปด้านนอกเสียหน่อย หากอาเฉิงตื่นแล้ว รบกวนเตรียมอาหารให้เขาด้วย"
"แต่คุณหนู...ข้างนอกนั่น..."
"แม่นมอย่าได้เป็ห่วงเลย ข้าไม่เป็อะไร"
แม่นมหลี่คล้ายกับไม่ยินยอมเท่าใดนัก นางเป็ห่วงคุณหนูของนาง ด้านนอกนั่นมีพวกปากนกปากกาคอยสาดพ่นคำพูดแย่ ๆ ในคุณหนูของนางเสมอ
"ก็ได้เ้าค่ะ คุณหนูระวังตนเองด้วยนะเ้าคะ"
จวนตระกูลหลี่ อยู่ในพื้นที่พิเศษสำหรับขุนนางและคหบดีที่ร่ำรวยทั้งหลาย มีทหารคอยลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือว้าเป็สถานที่ ที่ดีแห่งหนึ่ง
แต่สำหรับนางที่รักความสงบและเรียบง่าย ย่อมไม่ถูกใจเท่าใดนัก นางใช้วิชาตัวเบาสำรวจพื้นพี่เมืองโดยรอบ เพื่อหาพื้นที่ตั้งของจวน และเหลาอาหารแห่งใหม่ของนาง
พื้นที่ร้างริมลำธาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภายในเมืองมากนัก อีกทั้งยังมีถนนตัดผ่าน การเดินทางก็สะดวก ลู่ซือตั้งใจเลือกสถานที่นี้เป็จุดที่ตั้งใหม่ของตนเมื่อตัดสินใจได้ นางจึงเดินทางไปยังสถานที่ซื้อขายที่ดินในทันที
"สถานที่นี้เดิมทีเป็ของรุ่ยอ๋องขอรับ แต่พระองค์ทรงนำมาขายให้แก่ผู้ที่้า หากท่านสนใจข้าสามารถพาไปดูพื้นที่ก่อนได้"
"ไม่จำเป็ ท่านบอกราคามาเถิด"
"ทั้งหมดห้าพันตำลึงทองขอรับ หากท่านซื้อในวันนี้ ข้าน้อยจะให้คนไป ถางหญ้าตัดไม้ และทำรั้วให้เลยขอรับ"
"มีบริการเช่นนั้นด้วยหรือ แล้วถ้าหากข้า้าสร้างเหลาอาหาร หรือสร้างบ้าน สามารถทำที่นี่เลยได้หรือไม่"
นายหน้าพยักหน้าในทันที ทั้งยังกล่าวว่าพวกตนสามารถทำให้ได้ทุกอย่าง เพียงเขียนรายละเอียดและแผนผังให้ชัดเจนก็พอ พวกเขาจะคำนวนราคาในอีกที
พื้นที่ทั้งหมดคือกว้างสองลี้ ยาวสองลี้ โดยที่จะแบ่งทางด้ายซ้ายสุดให้สร้างเป็จวนหลังใหญ่ ที่มีลำธารและต้นไม้ล้อมรอบ
สวนเหลาอาหารนั้น จะอยู่ถัดไปทางด้านขวา เป็เหลาอาหารสูงสี่ชั้น ชั้นสองและชั้นสามเป็ห้องส่วนตัว ส่วนชั้นสี่เป็ห้องนอนและห้องทำงาน ของพนักงานในร้าน
ด้านนอกจะรายล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ ในแต่ละจุดจะมีโต๊ะและเก้าอี้ไว้สำหรับผู้ที่้าดื่มด่ำกับธรรมชาติ ด้านหลังสุดนางจะเว้นว่างเอาไว้เพื่อนำต้นไม้ในมิติมาปลูก เพื่อที่ในอนาคตเหล่าจอมยุทธ์จะได้ มาดูดซับพลังปราณธรรมชาติกัน
นางวาดและเขียนอธิบายสิ่งที่้าให้พวกเขาทำลงไปอย่างละเอียด
"แล้วก็รั้วไม้ ข้าขอสูงสักประมาณนี้ก็แล้วกัน"
นายหน้าค้าที่ดินนิ่งไปสักพัก ก่อนที่จะได้สติขึ้นมา
"ทั้งหมดนี่เลยหรือขอรับ ข้านึกว่าท่านจะสร้างเหลาอาหารเล็ก ๆ เท่านั้น"
"อืม...ในอนาคตเช่นไรก็ต้องทำ ให้เสร็จทีเดียวเลยดีกว่า "
"ขะ...ขอรับ เช่นนั้นวันนี้ท่านจ่ายเพียงค่าที่ดินก็พอ อีกสองวันท่านค่อยกลับมาที่นี่อีกครั้ง "
ลู่ซือพยักหน้า ก่อนที่จะนำตั๋วเงินหนึ่งพันตำลึงทองที่เพิ่งได้มาจากการขายสมบัติในมิติก่อนที่จะมาที่นี่ออกมาให้นายหน้าตรวจสอบ และรับหนังสือสัญญาไป
ในขณะที่นางกำลังเดินออกมา เสียงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมา
"นั่นไม่ใช่คุณหนูใหญ่ของจวนคหบดีเนี่ยหรือ อุ้ย!! ขอลืมไป ตอนนี้เ้าเป็เพียงสตรีตกอับ ที่แทบไม่เหลือเงินสักตำลึงแล้วนี่ ฮ่า ๆ ๆ "
เสียงหัวเราะของผู้มาใหม่ทงดังมากพอที่จะทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมาสนใจ เนี่ยลู่ซือหันไปมองที่ต้นเสียง ปรากฏว่าสตรีผู้นี้อดีตคือสหายของเ้าของร่างในอดีต ตัวของนางเป็บุตรของขุนนางชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง ถือตัวว่าตนเองเป็สหายของบุตรสาวตระกูลเนี่ย จึงได้มีหน้ามีตาอย่างเช่นทุกวันนี้
"น่ารำคาญ"
นางตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ไม่รู้ว่าลู่ซือคนก่อนคบกับคนเช่นนี้ได้อย่างไร
"เ้า!! เ้า!! พวกเ้าไปจัดการมันซะ!! กล้าดีอย่างไรมาพูดจากับข้าเช่นนี้!!"
ชายรูปร่างกำยำห้าคน พุ่งตัวไปหวังสั่งสอนสตรีบอบบางตรงหน้า แต่ภายในไม่กี่วินาทีต่อมา กลับทำให้ผู้คนทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์อึ้งไปตาม ๆ กัน
ร่างของชายทั้งห้าถูกถีบกระเด็นไปคนละทิศละทาง ปากกระอักเืออกมาและสลบไปในทันทีที่ตกถึงพื้น ทำให้บริเวณโดยรอบเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง หลายคนที่เห็นเช่นนั้นนอกจากประหลาดใจ คือนึกสะใจ พวกเขาอยากจะเข้าไปช่วยลู่ซือ แต่เพราะไร้กำลังจึงไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่เมื่อเห็นเช่นนี้ภายในใจจึงมีแต่ความชื่นชม
"สมควรแล้วที่เป็เช่นนี้ คิดจะรังแกคนงามเป็อย่างไรเล่า!!"
"บุรุษห้าคนรุมทำร้ายสตรีคนเดียว หากนางไม่เก่งกาจเช่นนี้ เห็นทีคงเป็นางเสียเองที่มีสภาพเช่นนี้"
"ข้าจำได้ว่าคนพวกนี้มักจะทำร้ายคนไร้ทางสู้อยู่เสมอ โดนเช่นนี้ก็ถือว่าสมควร"
คำพูดมากมายออกมาจากปากคนที่เห็นเหตุการณ์ พวกเขากล่าวชื่นชมนาง พลางด่าสาปแช่งกลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายนาง จนในที่สุดสตรีผู้เคยเป็สหายของเ้าของร่างก็ทนความอับอายนี้ไม่ไหวและรีบเดินหนีไปในท้ายที่สุด
หากพวกเขาทำไปเพียงเพราะเป็คำสั่ง นางคงไม่คิดที่จะลงมือรุนแรงเช่นนี้ แต่สิ่งที่นางััได้ มีเพียงความน่ารังเกียจและจิตใจที่ต่ำช้าเท่านั้น
"พี่สาว พี่สาวเป็จอมยุทธ์เหมือนที่ท่านแม่เคยเหล่าให้ข้าฟังหรือเ้าคะ"
ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยไม่เกินเจ็ดขวบเดินมาหานางอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
"ใช่"
เด็กหญิงยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนที่จะวิ่งออกไปหาผู้เป็แม่และชี้มาที่นาง
เพียงวันแรกก็วุ่นวายเช่นนี้แล้ว ต่อไปนางอาจจะต้องเจอกับเื่วุ่นวายอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่ช่างเถิดนี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย
*****