บทที่ 19 โจวจื๋อหนาน*[1]มอบของขวัญให้เจียงฮูโยว!
เสียงนี้ช่างคุ้นหูเสียจริง ไม่ต้องหันกลับไปมองเจียงอี้ก็รู้ว่าใคร
่นี้นอกจากพ่อกับแม่แล้ว คนที่เจียงอี้เจอบ่อยที่สุดก็คือโจวจวินฉิง นี่มันไม่ใช่พรหมลิขิตจากชาติที่แล้วสู่ชาติปัจจุบันหรอกนะ ด้วยความถี่ที่ทั้งคู่เจอกันแบบนี้ มันต้องเป็ลิขิต์ที่ผูกพันกันมาแต่ชาติปางก่อนแน่ ๆ
"บังเอิญจัง พี่โจว ก็มาโรงพยาบาลเหรอคะ?"
เจียงอี้หันหลังกลับไป สบตากับดวงตาเ็าคู่นั้นของโจวจวินฉิง รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมา เลยชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ตอนกลางคืนทำไมพี่ไม่พักอยู่บ้านล่ะคะ วิ่งวุ่นไปทั่วแบบนี้ ไม่กลัวแผลจะฉีกเหรอ"
"รองผู้อำนวยการหลิวของโรงพยาบาลประจำมณฑล เป็ลูกน้องเก่าของคุณตาผม เขาได้ยินว่าผมาเ็ เลยอยากให้ผมแวะไปให้เขาดูอาการหน่อย" โจวจวินฉิงอธิบายจบก็มองไปที่เจียงอี้ "แล้วคุณมาทำอะไร?"
ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว สาวน้อยคนนี้ดูมีเืฝาด ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แถมยังดูซุกซนเป็ที่หนึ่ง ตัดเื่มาหาหมอทิ้งไปได้เลย ประการต่อมา ยาที่เธอ้าเขาก็ให้เธอไปหมดแล้ว ยิ่งบวกกับท่าทางเมื่อกี้นี้ โจวจวินฉิงพอจะเดาได้ว่า สาวน้อยคนนี้อาจจะแอบมาทำอะไรไม่ดีไม่งามอีกแน่ ๆ
"ฉันมาเพื่อพี่ไงคะ"
เจียงอี้ค่อย ๆ พาโจวจวินฉิงเดินออกห่างจากห้องพักของโจวหนิงเหยียน พร้อมกับคิดหาข้ออ้างไปพลาง ๆ ด้วยสถานการณ์เร่งด่วนแบบนี้ เธอจึงทำได้เพียงอ้างชื่อโจวจวินฉิงไปก่อน
"ใช่แล้ว ฉันมาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการาเ็ของพี่น่ะค่ะ ว่าจะรักษาให้หายดีกว่านี้ได้ยังไง พอมาถึงก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เลิกงานกันหมดแล้ว เหลือแค่เ้าหน้าที่ที่เข้าเวรอยู่"
โจวจวินฉิง "..."
ใบหูของเขาแดงก่ำ แม้จะรู้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังโกหก แต่คำพูดที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก
เจียงอี้เห็นเขาไม่พูด นึกว่าตัวเองหลอกเขาได้แล้ว จึงรีบเร่งให้เขาออกไปข้างนอกพร้อมกับพูดจาหว่านล้อมต่อไปว่า
“ก็ฉันเป็คนถ่อมตัว คิดว่าการแลกเปลี่ยนทำให้คนเราพัฒนา จึงได้วิ่งมาที่โรงพยาบาลเพื่อถามหาคนอื่น ความจริงตามที่อาจารย์ของฉันบอก ระดับความสามารถของฉันค่อนข้างสูงแล้ว อย่างน้อยก็ตรวจโรคให้คุณได้ ไม่มีปัญหาหรอก ฉันถึงได้วิ่งมาตอนดึกดื่นขนาดนี้ ทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะความเป็ห่วงเป็ใยที่มีต่อคุณจริง ๆ นะ”
โจวจวินฉิง "..."
ก่อนหน้านี้เธอเป็ห่วงเขาจริง ๆ เขาเห็นได้ชัด แต่คืนนี้เธอกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าเขา แถมยังกล้าเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่กลัวว่าเขาจะจับได้จริง ๆ
ั้แ่รู้จักกับเด็กสาวคนนี้ โจวจวินฉิงพบว่าตัวเองส่วนใหญ่แล้วจะไม่สามารถโต้ตอบได้ทัน นี่คงเป็สาเหตุที่เขามักจะเอาเจียงอี้ไม่ลง
ตอนนี้เขาอยากจะพูดสักหน่อยว่า เด็กสาวไม่น่าจะชื่อ ‘เจียงอี้’ เลย ช่างไม่ตรงกับตัวตนเอาเสียเลย ควรจะชื่อ ‘เจียงฮูโยว’*[2] ถึงจะถูก
แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้ว ‘คู่หูโจวอี้’ ของเขาจะทำอย่างไร?
ร่างกายของโจวจวินฉิงแข็งค้าง คู่หูโจวอี้บ้าบออะไรกัน เขาคงโดนเจียงอี้หลอกจนหัวหมุนไปหมดแล้ว
เด็กสาวช่วยเข็นโจวจวินฉิงลงมาจากตึก จากนั้นเจียงอี้ก็เดินตัวปลิวเลย
ผ่านไปได้อีกด่านแล้ว โจวจวินฉิงนี่ช่างหลอกง่ายที่สุดในโลกจริง ๆ ยังดีนะที่เธอมีจิตสำนึก ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเขามาก ไม่งั้นนะ ป่านนี้คงขายเขาไปแล้ว แล้วเขาก็คงยังโง่อยู่แบบนั้น นั่งนับเงินให้เธออยู่เลย
แต่เสียดายที่เจียงอี้ไม่รู้ โจวจวินฉิงรู้แกวอยู่แล้วว่าเธอพูดความจริงสักคำหรือเปล่า แถมเขายังหูดีพอ ๆ กับเธออีกด้วย เมื่อครู่แม้จะอยู่ไกล เขาก็ได้ยินแล้วว่าคนที่อยู่ในห้องพักฟื้นที่เจียงอี้แอบฟังอยู่คือใคร ก็โจวหนิงเหยียนแห่งตระกูลโจวยังไงล่ะ!
โจวจวินฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้อยากยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลโจว แต่เขายังจำได้ว่าเจียงอี้เคยไปซัดโจวหนิงเหยียนในซอย ทำไมถึงรู้จักกันได้?
แล้ววันนี้เจียงอี้มาทำอะไรกันแน่?
“ขึ้นรถเถอะ ผมจะไปส่งคุณกลับบ้าน” โจวจวินฉิงเปิดประตูรถแล้วเดินตรงไปที่รถ ในใจเขายังคงเต็มไปด้วยคำถาม
โจวจวินฉิงมีรถด้วยเหรอเนี่ย?
ยุคนี้ใครมีรถได้ แสดงว่าไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว
เจียงอี้เดินตามเขาไป มองรถด้วยความอิจฉา ตะลึงไปเลย สมัยก่อนเธอก็เป็คุณหนู รู้จักรถดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ เป้าหมายของเธอคือต้องซื้อจักรยานให้ได้ก่อน!
ใครจะไปคิดล่ะว่า ความฝันของเธอจะเรียบง่ายและสวยงามขนาดนี้
"มองอะไรอยู่? ทำไมไม่ขึ้นรถ?"
โจวจวินฉิงหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแววตาอิจฉาของเธอ
เขาคิดในใจว่า ถ้าเธอชอบ หลังจากนี้ในวันหยุดเขาก็สามารถไปรับไปส่งเธอได้ตลอด เพราะตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หัวหน้าสั่งไว้ว่าถ้าแผลยังไม่หาย เขาก็จะไม่ได้รับมอบหมายภารกิจใด ๆ ทั้งสิ้น
โจวจวินฉิงเบะปากอย่างเอาแต่ใจโดยไม่รู้ตัว
เขาสบายดีไหม ได้รับาเ็แค่นี้ถือว่าอะไรกัน? นี่มันเป็เหรียญกล้าหาญต่างหาก!
"คุณไม่ได้าเ็อยู่เหรอ มือไม่สะดวกใช่ไหม? งั้นฉันขับเอง" เจียงอี้มองรถจนพอใจแล้วก็โบกมืออย่างใจกว้าง เธอตรงไปที่เบาะคนขับทันที
โจวจวินฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาฉายแววสงสัย เขาเอ่ยปากถามอย่างช้า ๆ "คุณขับรถเป็เหรอ?"
เจียงอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอขับรถเป็แน่นอน แต่อย่างนั้นมันก็ชาติที่แล้ว ชาตินี้ตามเส้นทางชีวิตของเธอ แค่มีโอกาสได้ฝึกขี่จักรยานก็ถือว่าดีมากแล้ว รถยนต์สี่ล้อเธอควรจะเคยเห็นแต่คนอื่นขับเท่านั้น
"ไม่เป็" เจียงอี้จำใจต้องเปลี่ยนคำพูด เธอเหลือบมองพวงมาลัยอย่างเสียดาย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะข้างคนขับ
โจวจวินฉิงไม่ได้พูดอะไร แต่พอนึกถึงท่าทางเมื่อกี้ของเจียงอี้ ทั้งท่าทางที่เปิดประตูรถอย่างชำนาญ น้ำเสียงที่มั่นใจเมื่อบอกว่าจะขับรถ เธอน่าจะขับรถเป็
แล้วเธอไปหัดขับรถมาจากไหน ทำไมถึงบอกว่าขับไม่เป็ล่ะ?
"เมื่อกี้คุณไปเยี่ยมโจวหนิงเหยียนมาเหรอ?"
ระหว่างทางไม่ได้ไกลนัก เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงบ้านพักคนงานโรงเหล็กที่เจียงอี้อยู่ โจวจวินฉิงก็ถามขึ้นมา
ตอนนั้นเจียงอี้กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างรถ คิดว่าตอนนี้ยังซื้อกล้องไม่ได้ ก็เลยคิดจะใช้ตามองดูตึกเตี้ย ๆ พวกนี้ไว้ก่อน เพราะต่อไปในเมืองหลวงอย่างนี้ อย่าว่าแต่ตึกห้าชั้นเลย แค่จะหาตึกเตี้ย ๆ สักหลังก็คงยาก
พอได้ยินโจวจวินฉิงถาม เธอก็ตอบกลับไปโดยไม่ทันคิด "ฉันไปเยี่ยมเขาเนี่ยนะ? ไม่ต่อยเขาก็บุญแล้ว!"
พูดจบก็หันขวับกลับมามองโจวจวินฉิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
ไม่คิดว่าคนอย่างโจวจวินฉิงที่ดูแสนซื่อตรง จะมาเล่นหลอกล่อเธอแบบนี้ นี่เขาจะหลอกถามอะไรเธออีกล่ะ?
โจวจวินฉิงรู้สึกอึดอัดกับสายตาของเธอ จึงชะลอรถลงแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "คุณจะทำอะไร?"
เจียงอี้ไม่พูดอะไรสักพัก ก่อนจะค่อย ๆ เอามือที่วางบนหน้าต่างรถลง แล้วนั่งตัวตรงอยู่ข้าง ๆ อย่างว่าง่าย
แท้จริงแล้วเธอไม่จำเป็ต้องกลัวโจวจวินฉิง แต่พอคิดถึงความต่างชั้นของฝีมือทั้งสองคน เจียงอี้เป็คนที่รู้จักกาลเทศะ บวกกับกลัวว่าโจวจวินฉิงจะมาขัดขวางแผนการของเธอ ดังนั้นเมื่อคิดทบทวนดูแล้วเธอก็ตัดสินใจปฏิเสธ
"ไม่ได้คิดจะทำอะไรทั้งนั้น วันนี้ฉันตั้งใจไปหาคุณจริง ๆ นะ โอ๊ย คุณมาสงสัยฉันแบบนี้ ฉันเสียใจแย่เลย ไม่ได้ ๆ จอดรถเดี๋ยวนี้เลย ฉันต้องกลับบ้านไปพักก่อน!"
โจวจวินฉิง "..."
เห็นได้ชัดว่าเจียงอี้ไม่้าพูดความจริงและ้าจะหนี โจวจวินฉิงก็ไม่อาจบังคับถามได้ คิดไปคิดมา ก็ยังมีเื่สำคัญอีกเื่ที่เขายังไม่ได้ทำ
"เดี๋ยวก่อน"
"หืม?" เจียงอี้วางมือบนประตูรถ หันกลับมามองโจวจวินฉิง "มีอะไรอีกเหรอ?"
โจวจวินฉิงมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย
เขาไม่เคยมอบของขวัญให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าเจียงอี้จะชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเธอรู้สึกว่าเขาเสียมารยาทขึ้นมาจะทำอย่างไร?
แต่พอคิดถึงเื่ที่ผ่านมา ทั้งเื่ที่เจียงอี้ ตุ๋นซุปกระดูกให้ ทั้งช่วยดูแลาแและต้มยาให้ จริง ๆ แล้วเขาควรจะขอบคุณเธอให้ดี ๆ ยิ่งคิดเช่นนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกมั่นใจในสิ่งที่กำลังจะทำ
ชายหนุ่มแอบให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ เขายังคงมีสีหน้าที่สงบนิ่ง รักษาท่าที ใคร ๆ ก็ดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยว่า
“นี่คือนาฬิกาข้อมือสำหรับคุณ ผมเห็นว่าคุณดูเหมือนจะ้ามัน ไม่ใช่อะไรที่ดีมากนัก คุณใช้ไปก่อนก็แล้วกัน อ้อ จริงสิ ผมก็ไม่รู้ว่าคุณเหมาะกับแบบไหน ที่นี่มีหลายแบบ คุณเลือกแบบที่ชอบสักเรือนก็แล้วกัน”
[1] โจวจื๋อหนาน (周直男) ในบริบทนี้หมายความว่า โจวจวินฉิงเป็ผู้ชายที่ซื่อตรง เนื่องจาก คำว่า 直男 แปลว่า ซื่อตรง
[2] เจียงฮูโยว (江忽悠) ในบริบทหมายความว่า เจียงอี้เป็คนขี้โม้ โกหก หลอกลวง เนื่องจาก คำว่า 忽悠 แปลว่า โกหก หลอกลวง