สำหรับผมแล้ว หนังสือโบราณไม่ได้เป็เพียงแค่กระดาษเย็บเล่มที่ผุพังตามกาลเวลา แต่มันคือสิ่งมีชีวิตที่มีลมหายใจ... พวกมันเก็บงำประวัติศาสตร์ เสียงกระซิบของคนในอดีต และกลิ่นอายของยุคสมัยที่ล่วงลับไปแล้ว ทุกครั้งที่ผมได้ััแผ่นกระดาษเนื้อหยาบ ค่อยๆ ใช้แปรงขนอูฐปัดเศษฝุ่นสีเหลืองนวล หรือบรรจงทากาวหนังปลาธรรมชาติเพื่อเชื่อมรอยแยกของหน้ากระดาษที่ฉีกขาด ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสวมบทบาทเป็ศัลยแพทย์ผู้ชุบชีวิติญญาที่กำลังจะสูญสลาย และเหนือสิ่งอื่นใด หนังสือเหล่านี้ไม่มีวันโกหก พวกมันซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่บันทึกไว้เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปี แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่มักจะสวมหน้ากากเข้าหากัน ปั้นแต่งคำพูดสวยหรูเพื่อปกปิดความโสมม ความโลภ และความอ่อนแอในจิตใจของตัวเอง
หน้าที่ของผมในฐานะ 'ธนนท์' หรือที่คุณทุกคนรู้จักกันในนาม 'คุณนนท์' บรรณารักษ์และนักบูรณะหนังสือโบราณประจำหอสมุดกลางแห่งนี้ จึงเป็ฉากหน้าอันสมบูรณ์แบบที่สุด มันเป็สถานที่ที่เงียบสงบ ปลอดภัย และเป็เสมือนป้อมปราการส่วนตัวที่ทำให้ผมสามารถมองดูโลกภายนอกได้อย่างเงียบเชียบและพินิจพิเคราะห์ โดยไม่มีใครเคยตั้งคำถามหรือสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของผมเลย ทุกคนมองผมเป็เพียงผู้ชายสุภาพเรียบร้อยที่รักสันโดษและทุ่มเทให้กับกองกระดาษเก่าๆ
จนกระทั่งเธอก้าวเข้ามาในวันนั้น... วันที่ธรรมดาแสนน่าเบื่อของผมพลันเปลี่ยนไปตลอดกาล
"ขอบคุณมากนะคะคุณนนท์ ถ้าไม่ได้คุณช่วยบูรณะหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้ วิเวียนคงทำงานส่งสำนักพิมพ์ไม่ทันสัปดาห์นี้แน่ๆ เลยค่ะ"
น้ำเสียงหวานใสปนกระแสความโล่งใจดังขึ้นข้างใบหูของผม มันเป็เสียงที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้วลอยลมมา ทำให้ผมต้องละสายตาจากแผ่นทองคำเปลวบางเบาที่กำลังเตรียมจะบรรจงแปะลงบนปกหนังแท้โบราณของคัมภีร์ศตวรรษที่ 19 ในมือ ผมเงยหน้าขึ้นและจัดแจงส่งยิ้มที่สุภาพ อบอุ่น และแสนดีที่สุด—รอยยิ้มแบบที่ทุกคนในหอสมุดแห่งนี้คุ้นเคยและวางใจเสมอมา
"ยินดีอย่างยิ่งครับคุณวิเวียน งานเขียนของคุณเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลป์และสถาปัตยกรรมตะวันตกเล่มนี้เป็เื่ที่น่าสนใจมากจริงๆ ครับ ตอนที่ผมตรวจสอบหน้ากระดาษและซ่อมแซมส่วนที่ผุพัง ผมยังแอบอ่านไปและรู้สึกเพลิดเพลินตามไปด้วยเลยครับ หวังว่าจะได้เห็นมันตีพิมพ์วางแผงและประสบความสำเร็จเร็วๆ นี้นะครับ" ผมเอ่ยตอบพลางส่งหนังสือปกแข็งลายฉลุทองเล่มเขื่องที่ได้รับการซ่อมแซมสันและหน้ากระดาษเสร็จสมบูรณ์ส่งคืนให้เธอ
'วิเวียน' หญิงสาวผู้มีรูปร่างบอบบาง ท่วงท่าการเยื้องกรายของเธอช่างสง่างามและแฝงด้วยความอ่อนช้อยดั่งงานประติมากรรมชิ้นเอกของศิลปินยุคเรอเนสซองส์ เธอเป็ดีไซเนอร์เสื้อผ้าและนักเขียนวิชาการอิสระที่มีดวงตากลมโตเป็ประกายสีเข้ม ทว่าลึกลงไปในแววตาคู่นั้นกลับมีความหม่นหมองและความระแวดระวังแฝงอยู่ตลอดเวลา ราวกับนกตัวน้อยที่คอยระวังภัยจากผู้ล่ารอบตัวอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เธอก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิป่าที่เธอใช้เป็น้ำปรุงประจำตัวมักจะโชยนำมาก่อนเสมอ มันไม่ใช่กลิ่นที่ฉุนเฉียวรุนแรงเหมือนน้ำหอมราคาแพงทั่วไป แต่มันเป็กลิ่นที่บริสุทธิ์ เยือกเย็น และทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ั้แ่ครั้งแรกที่ได้ัักลิ่นอายของเธอ
"วิเวียนโชคดีจริงๆ ค่ะที่ได้เจอคุณนนท์ ไม่อย่างนั้นกระดาษโบราณพวกนี้คงสลายเป็ผงคาฝ่ามือของวิเวียนไปก่อนที่จะเขียนบทวิเคราะห์เสร็จแน่ๆ เลยค่ะ" เธอยิ้มให้ผม รอยยิ้มของเธอนั้นงดงามราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องสว่างเข้ามาในห้องทำงานอันมืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษโบราณ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็สังเกตเห็นรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตาของเธอ และอาการสะดุ้งน้อยๆ ทุกครั้งที่มีเสียงปิดประตูดังจากภายนอกหอสมุด หรือเสียงรองเท้ากระทบพื้นทางเดิน
ผมรู้ดีว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการโหมงานหนักเพื่อส่งต้นฉบับเพียงอย่างเดียว... แต่มันมีสาเหตุมาจากคนอื่น คนที่ชื่อว่า 'พีท' แฟนเก่าผู้มีอิทธิพลและอารมณ์บ้าคลั่งของเธอ
ผมรู้เื่นี้... เพราะผมเฝ้ามองเธอมาตลอดในทุกๆ ย่างก้าว
หลังจากวิเวียนรับหนังสือเล่มนั้นไปและกล่าวคำบอกลาเพื่อเดินออกจากห้องทำงานส่วนตัวของผม ผมยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องไปที่ประตูบานไม้หนาที่เพิ่งปิดลง จากนั้นผมจึงเดินอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคงไปยังกระจกบานใหญ่ของห้องทำงาน มองลงไปยังทางเดินสวนหย่อมด้านล่างที่เชื่อมระหว่างอาคารหอสมุดเก่ากับลานจอดรถภายนอก ผมหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวขึ้นมา ปลดล็อกด้วยรหัสผ่านยาวเหยียดที่ไม่มีใครเดาได้ ก่อนจะกดเปิดแอปพลิเคชันพิเศษที่แอบเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดของหอสมุด รวมถึงกล้องจิ๋วไอพีคาสต์ที่ผมลอบนำไปติดตั้งไว้ตามเส้นทางเดินส่วนตัวที่เธอผ่านประจำ
ในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนของผม มีโฟลเดอร์ลึกลับหนึ่งที่ถูกเข้ารหัสไว้อย่างหนาแน่น ชื่อโฟลเดอร์นั้นคือ *'V'*
เมื่อกดเข้าไป ข้างในจะปรากฏคลังข้อมูลขนาดใหญ่ที่ผมสะสมไว้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีั้แ่ภาพถ่ายระยะไกลของวิเวียนขณะที่เธอกำลังก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ ใบหน้าที่ดูจริงจังยามขมวดคิ้ว ลำคอระหงยามที่เธอเอียงคอเพื่อคิดคำเขียน ข้อมูลการยืมหนังสือย้อนหลังทั้งหมดของเธอที่ผมเข้าไปคัดลอกมาจากระบบกลาง ตารางเวลาการเดินทางประจำวันของเธอ พิกัดร้านกาแฟโปรดที่เธอชอบไปนั่งทำงานชิลๆ รวมถึงเื่ราวในอดีต บัญชีโซเชียลมีเดียอวตารที่ผมใช้ติดตามความเคลื่อนไหว และที่สำคัญที่สุด... ข้อมูลของไอ้สารเลวที่ชื่อว่าพีท
วิเวียนเป็ผู้หญิงที่เปราะบางเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับความโสมมของโลกใบนี้เพียงลำพัง เธอ้าผู้ปกป้องที่แท้จริง คนที่เข้าใจและทะนุถนอมเธอเหมือนที่ผมทะนุถนอมหนังสือล้ำค่าที่สุดในโลก และคนคนนั้นต้องเป็ผมเท่านั้น คนที่คู่ควรกับเธอยิ่งกว่าใคร
ขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการเลื่อนดูภาพถ่ายใบหน้าอันหวานซึ้งของเธอในโทรศัพท์ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบริเวณทางเดินข้างสวนหย่อมผ่านหน้าต่างกระจก รถสปอร์ตคันหรูสีดำขลับยี่ห้อดังที่ผมจำป้ายทะเบียนได้ขึ้นใจแล่นมาจอดเทียบข้างทางเดินอย่างรวดเร็วและกระโชกโฮกฮากจนเสียงยางบดถนนดังเข้ามาถึงด้านใน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมท่าทางภูมิฐานทว่ากิริยาหยาบคายก้าวลงมาจากรถ เขาเดินตรงเข้าไปหาวิเวียนด้วยท่าทางคุกคามทันที
นั่นคือพีท... ไอ้ผู้ชายสารเลวที่คิดว่าเงินและอำนาจของตระกูลสามารถซื้อทุกอย่างได้ แม้กระทั่งเสรีภาพและจิติญญาของวิเวียน เขาคิดว่าเขาเป็เ้าของชีวิตเธอและสามารถทำอะไรกับเธอก็ได้ตามใจชอบ
ผมลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองข้างหรี่แคบลงจนกลายเป็เส้นตรงสีเข้ม ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของผมเริ่มสะดุดและร้อนรุ่มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ พีทเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือขาวบางของวิเวียนอย่างแรงจนร่างของเธอเซเข้าปะทะหน้าอกของเขา วิเวียนพยายามสะบัดมือออกอย่างสุดกำลัง ใบหน้าของเธอฉายแววหวาดกลัวและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด แต่พีทกลับไม่ยอมปล่อย เขากลับใช้กำลังบีบข้อมือของเธอแน่นขึ้นจนผมสามารถมองเห็นรอยแดงที่เริ่มก่อตัวขึ้นบนผิวเนื้อนวลเนียนของเธอจากระยะไกลนี้ได้
เขากำลังตะคอกใส่เธอ ชี้หน้าและพยายามดึงตัวเธอให้เดินตามไปที่รถของเขา วิเวียนพยายามขืนตัวไว้ ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ข้างแปลงดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างน่าเวทนา
มือของผมที่จับขอบหน้าต่างไม้โบราณสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น เส้นเืปูดโปนขึ้นตามหลังมืออย่างน่ากลัว ความคิดด้านมืดในใจของผมเริ่มกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและหิวกระหาย
*แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับเธอ! แกมันก็แค่ขยะเปียกน่ารำคาญที่พยายามจะตอมกลีบกุหลาบอันงดงามที่ผมเฝ้าถนอม แกสมควรจะถูกขยี้ให้แหลกคามือ!*
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ สะกดอารมณ์ดิบเอาไว้ ยึดหลักคำสอนของใจตัวเองว่าความบุ่มบ่ามจะนำมาซึ่งความล้มเหลว ผมต้องใจเย็นเหมือนตอนที่กำลังลอกคราบเชื้อราออกจากหน้ากระดาษโบราณ ทุกขั้นตอนต้องประณีต ไร้รอยต่อ และไม่มีทางทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ให้สืบค้นได้ ผมหยิบกล้องส่องทางไกลขนาดเล็กจากลิ้นชักขึ้นมา ปรับโฟกัสจับภาพใบหน้าของพีทที่กำลังโกรธจัดจนน่ารังเกียจ และข้อมือของวิเวียนที่ขึ้นรอยช้ำแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า
ผมกดเปิดฟังก์ชันบันทึกภาพในแอปพลิเคชันเพื่อเก็บบันทึกรอยแผลที่เขาสร้างไว้บนตัวเธอ... รอยแผลที่ผมจะนำไปทวงคืนจากเขาทีละสิบเท่าร้อยเท่า
"ไม่เอาน่า นนท์..." ผมกระซิบกับตัวเอง น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในขั้วโลก "ใจเย็นๆ... ทุกอย่างต้องได้รับการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อวิเวียน เพื่อความรักอันบริสุทธิ์และนิรันดร์ของเราสองคน"
ผมจะปลดปล่อยคุณเองวิเวียน ผมจะทำลายโซ่ตรวนที่ผูกมัดคุณไว้กับไอ้คนต่ำช้าคนนั้น และขจัดสิ่งสกปรกที่คอยรบกวนชีวิตคุณให้หายไปตลอดกาล... รอผมก่อนนะครับคนดี ของขวัญชิ้นแรกที่ผมจะมอบให้คุณ กำลังได้รับการเตรียมการแล้ว และมันจะสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้ผู้หญิงที่เขารักได้