"เสี่ยว... เสี่ยวลู่?"
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาแต่นั่งเงียบ เสิ่นซินลั่วใจคอไม่ดีจึงยื่นมือมาโบกหยอยๆ ไปมาตรงหน้าเธอ
"เสี่ยวลู่ เธออย่าทำให้พี่ใสิ พูดอะไรกับพี่หน่อยสิ"
ไป๋ลู่จ้องมองเสิ่นซินลั่วเขม็ง อุณหภูมิในแววตาค่อยๆ ลดต่ำลงจนเยือกเย็นประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก
ในอดีต... เธอเคยหลงเชื่อใบหน้าที่ดูน่าสงสาร อ่อนโยนดุจสายน้ำ และดูไร้พิษภัยนี้จนหมดใจ!
ชีวิตของไป๋ลู่ในฐานะเด็กกำพร้าพบเจอจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ตอนอายุ 6 ขวบหลังจากตระกูลเสิ่นรับเธอไป อุปการะ
เสิ่นหยางหง พ่อบุญธรรมที่ทำงานในสถานีโทรทัศน์ สวมบทฮีโร่ใจดีผลักดันให้เธอเข้าวงการในฐานะดาราเด็ก คนหน้าเงินอย่างเขามองเห็นเธอเป็เพียงต้นไม้เงินต้นไม้ทองคอยปั๊มเงินให้ตระกูลเสิ่นเท่านั้น
เขาประเคนงานให้เธอทำอย่างบ้าคลั่ง ยัดเยียดตารางงานรัวๆ ขูดรีดแรงงานเด็กตัวเล็กๆ อย่างเธอจนถึงขีดสุด
ั้แ่วันแรกที่เจอกัน เธอก็มองเห็นคำว่า เห็นแก่ได้ แปะหราอยู่บนหน้าผากของพ่อและแม่บุญธรรมคู่นี้แล้ว แต่เธอกลับมองไม่ทะลุถึงธาตุแท้ของเสิ่นซินลั่ว เธอเผลอเทใจให้พี่สาวคนนี้ไปแบบหมดหน้าตัก ไม่ต่างอะไรกับการยื่นมีดคมกริบให้ศัตรูถึงมือ เปิดโอกาสให้เสิ่นซินลั่วแทงข้างหลังและใส่ร้ายป้ายสีเธอได้สำเร็จ
เพราะเหตุนี้เอง ในชาติก่อนเธอจึงไม่ได้พยายามอธิบายอะไรให้ใครฟังอีก ยอมกัดฟันเล่นละครแกล้งบ้าเพื่อให้ตัวเองถูกส่งเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวช เนรเทศตัวเองจากโลกภายนอกเพื่อเป็การลงโทษในความโง่เขลาของตัวเองที่ไว้ใจคนผิดจนชีวิตพัง
แต่ในวินาทีที่เธอได้รับรู้ความจริงว่าเสิ่นซินลั่วขโมยตัวตนและพ่อที่แท้จริงของเธอไป... เธอก็กลายเป็คนบ้าไปแล้วจริงๆ จนไม่เหลือคุณสมบัติที่ดีพอจะไปอ้างสิทธิรับความเป็พ่อกลับคืนมาได้อีกเลย
ลู่อี้ถิง... ซุปตาร์ค้างฟ้าที่เดบิวต์มานานกว่ายี่สิบปี เขามีประวัติขาวสะอาดไร้ที่ติ ไม่มีข่าวฉาว ไม่มีคำวิจารณ์ในแง่ลบ ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานการกุศล ทักษะการแสดงยอดเยี่ยม นิสัยใจคอดีเลิศ และครองความนิยมอันดับหนึ่งในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน
เธอจะยอมให้ตัวเองกลายเป็จุดด่างพร้อยเดียวในชีวิตของพ่อไม่ได้เด็ดขาด!
ลู่อี้ถิงพร้อมจะยืดอกรับผิดแทนลูกสาวเสมอ แต่คนใช้ชีวิตขาวสะอาดดุจแสงจันทร์มาทั้งชีวิตอย่างเขาไม่อาจแบกรับชื่อเสียงที่พังทลายแบบนั้นได้ สุดท้ายเขาจึงเลือกความตายเพื่อจบปัญหาทุกอย่าง
เป็เพราะนังงูพิษเสิ่นซินลั่วที่บีบคั้นจนพ่อของเธอต้องตาย...
เสิ่นซินลั่วต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้อย่างสาสม!
เมื่อนึกได้ถึงจุดนี้ ใบหน้าเล็กๆ ที่เคยซีดเซียวของไป๋ลู่ก็เผยแววตาอำมหิตและบ้าคลั่งออกมาวูบหนึ่ง
จนเสิ่นซินลั่วที่ยืนดูอยู่ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ รีบเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เสี่ยวลู่?"
ไป๋ลู่ปรายตาชำเลืองมองเสิ่นซินลั่ว แล้วจู่ๆ เธอก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ แล้วะเิเสียงหัวเราะลั่นห้องพักฟื้น
“ฮ่าๆๆๆๆๆ”
เธอหัวเราะอย่างกำเริบเสิบสานและบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติไม่มีผิด!
ก็นะ...ตอนนี้เธออายุเพียงสิบแปดปี ยังไม่เสียชื่อเสียงจนป่นปี้ ยังไม่มีข่าวฉาวรุมเร้าและเธอยังคงตำแหน่ง ลูกสาวแห่งชาติ ในใจคนทั้งประเทศ
ส่วนเสิ่นซินลั่วก็ยังไม่ได้ขโมยผลตรวจ DNA ของเธอไปสวมรอยเป็ลูกสาวของลู่อี้ถิง เพื่อชุบตัวเป็คุณหนูตระกูลลู่ผู้สูงส่ง
ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... เกมครั้งนี้มันเพิ่งจะเปิดฉากต่างหาก!
เสิ่นซินลั่วสติแตกกระเจิงเพราะเสียงหัวเราะหลอนประสาทนั่น เธอแผดเสียงกรีดร้องออกมาคำหนึ่งแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที
"กรี๊ดดด— ไป๋ลู่สมองกระทบกระเทือนไปแล้ว! หมอคะ หมอ! ไป๋ลู่เป็บ้าไปแล้วค่ะ!"
ไป๋ลู่ที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งหยุดกึกลงทันที ............
อีผีนี่... วิ่งเร็วกว่านักวิ่งทีมชาติอีกนะนั่น
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าที่ดังสับสนวุ่นวายตรงทางเดินก็ใกล้เข้ามาถึงหน้าประตูห้องผู้ป่วย
ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรง กลุ่มคนในชุดกาวน์สีขาวกว่าสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเร่งรีบ จนเสิ่นซินลั่วกับพ่อและแม่ตระกูลเสิ่นถูกเบียดให้ไปอยู่รั้งท้าย
ไป๋ลู่ตาไวพอที่จะจับภาพเงาร่างลับๆ ล่อๆ ร่างหนึ่งได้ที่มุมอับสายตา
แม้ว่าคนคนนั้นจะสวมหมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าไว้อย่างมิดชิด แต่เธอก็จำได้แม่นยำั้แ่แวบแรก—
จัวเว่ย!
ปาปารัสซี่ไร้จรรยาบรรณอันดับ 1 ของวงการบันเทิง ผู้ครองตำแหน่ง าาแห่งการแฉ ไว้อย่างเหนียวแน่น เพื่อให้ได้พาดหัวข่าวเด็ดและยอดผู้เข้าชมถล่มทลาย เ้านี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่เพียงแต่จะไร้ศีลธรรมและขอบเขตเท่านั้น แม้แต่กฎหมายเขาก็ยังกล้าเมินเฉย
ดวงตาของไป๋ลู่เป็ประกายวูบหนึ่ง
ในตอนนี้... เธอยังมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้แตกหักกับตระกูลเสิ่นแบบเด็ดขาดไม่ได้ เพราะฉะนั้นเธอจึงยังไม่สามารถกระชากหน้ากากเปิดโปงธาตุแท้ของคนบ้านนี้ได้ตรงๆ
แต่ไม่เป็ไรหรอก วันพระไม่ได้มีหนเดียว เธอหันไปบอกตัวเองในใจว่ายังมีเวลาเล่นสนุกกับเสิ่นซินลั่วอีกเยอะ...
ค่อยๆ นวด ค่อยๆ ทุบ เอาให้กระอักเืตายไปข้างเลย!
วันนี้ขอชีเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกให้ชิมลางก่อนก็แล้วกัน!
ไป๋ลู่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมปิด่ปากและจมูกของตัวเอง เหลือทิ้งไว้เพียงดวงตาลูกกวางน้อยคู่สวยที่ฉายแววหวาดกลัวและคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ในชาติที่แล้ว ดวงตาสวยคู่นี้ของเธอเคยถูกผู้กำกับรุ่นใหญ่นับไม่ถ้วนเอ่ยชม โดยยกย่องให้เป็แววตามหาเสน่ห์ สื่อสารได้แม้ไม่ต้องพูด ดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยจิติญญาอย่างยิ่ง
เสี่ยวลู่มีดวงตาที่เปี่ยมจิติญญาคู่นี้ ไม่ใช่แค่พระเ้าประทานพรให้มีกินมีใช้แล้ว แต่นี่มันเหมือนพระเ้าถือชามข้าววิ่งไล่ป้อนให้ถึงปากชัดๆ!
ทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยม ส่วนใหญ่ก็มาจากทักษะการใช้ภาษาผ่านสายตาที่ล้ำเลิศนั่นล่ะ
เสี่ยวลู่ผู้เดบิวต์ด้วยโฆษณาไอศกรีมั้แ่อายุ 7 ขวบ พอเติบโตจนถึงอายุ 18 เธอก็กลายเป็ลูกสาวแห่งชาติไปเสียแล้ว คำว่า แห่งชาติ ไม่ใช่ว่าใครนึกอยากจะเป็ก็เป็ได้ง่ายๆ หรอกนะ
คุณหมอผมขาวที่เป็หัวหน้าทีม พอได้เห็นดวงตาลูกกวางน้อยที่แดงก่ำคู่นั้นของเธอ หัวใจคนแก่ของเขาก็แทบจะสลายลงตรงนั้น
โถ... นี่มันหลานสาวสุดที่รักของเขาชัดๆ!
เขารีบโน้มตัวลงไปถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนราวกับกำลังคุยกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ
"เสี่ยวลู่ไม่สบายตรงไหนครับ? บอกปู่หมอสิลูก"
ไป๋ลู่กะพริบตาปริบๆ เลียนแบบลูกกวางแรกเกิดที่กำลังหลงทาง เธอมองดูคุณหมอผมขาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะใช้น้ำเสียงอ้อนๆ ปนสงสัย
"เสี่ยวลู่?"
คุณหมอผมขาวร้อง แย่แล้ว ขึ้นมาในใจ หรือว่าสมองจะกระทบกระเทือนจนความจำเสื่อมไปแล้ว! เขาจึงรีบกวักมือเรียกสมาชิกครอบครัวเสิ่นทั้งสามคนให้เข้ามาใกล้ๆ
"เสี่ยวลู่จำพวกเขาได้ไหมครับ?"
ไป๋ลู่หันไปจ้องมองเสิ่นซินลั่ว ในตอนแรกเธอขมวดคิ้วเล็กๆ พลางย่นจมูกอย่างน่าเอ็นดู ทำท่าเหมือนกำลังพยายามนึกอะไรบางอย่างให้ออก
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา... สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!
ร่างเล็กหดตัวหนีเข้าไปในผ้าห่มจนเหลือแต่ลูกตา แล้วเริ่มตัวสั่นงันงกราวกับถูกเ้าเข้า ดวงตาที่ฉ่ำน้ำเต็มไปด้วยความหวาดผวาและไม่มั่นคง น้ำตาเม็ดโตเอ่อล้นแล้วร่วงเผาะลงมาทันที
สายตาเคลือบแคลงสงสัยของทุกคนในห้อง พากันพุ่งเป้าไปที่ใบหน้าของเสิ่นซินลั่วเป็จุดเดียว
เสิ่นซินลั่วหน้าถอดสีทันควัน เธอตื่นตระหนกจนลิ้นพันกันไปหมด
"มะ... ไม่นะ ฉันเปล่า! ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ไม่ระวังเลยเผลอผลักเสี่ยวลู่—"
"ไป๋ลู่ยังไม่ทันพูดอะไรเลย คุณก็รีบร้อนแก้ตัวขนาดนี้ เสิ่นซินลั่ว... คำว่า กินปูนร้อนท้อง มันแปะหราอยู่บนหน้าคุณจนหมดแล้วนะ"
เย่จิ่งเหยียน หมอหนุ่มเ้าของเสียงเดินผ่ากลางวงออกมาจากกลุ่มเ้าหน้าที่ แล้วไปยืนจังก้าปลายเตียง หันหลังให้คนไข้ เพื่อปกป้องไป๋ลู่อย่างเต็มที่
ไป๋ลู่กะพริบตาปริบๆ พลางคิดในใจ
ไอ้หมอนี่เป็ใครเนี่ย โผล่มาจากไหน แล้วทำไมต้องมาแย่งซีนฉันด้วยล่ะเฮ้ย!
"คุณกับไป๋ลู่เป็พี่น้องกัน เดบิวต์เป็ดาราเด็กเหมือนกัน ไป๋ลู่เป็ถึงลูกสาวแห่งชาติ ได้รับบทนางเอก เป็ตัวแบกทั้งเื่เอาไว้ ส่วนคุณเสิ่นซินลั่วยังเป็แค่ตัวประกอบ ละครเื่นี้คุณก็อาศัยเส้นสายของไป๋ลู่ถึงได้บทสมทบหญิงมาเล่น คุณกล้ายอมรับไหมล่ะ ว่าคุณไม่ได้อิจฉาไป๋ลู่เลยแม้แต่นิดเดียว?"
คำพูดชุดนี้... ทุกถ้อยทุกคำแทงใจดำเสิ่นซินลั่วเข้าอย่างจังจนเธอแทบจะกระอักเืออกมาจริงๆ!
ความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าจนแทบจะะเิออกมา เสิ่นซินลั่วในเวลานี้เพิ่งจะอายุสิบแปด ยังอ่อนหัดนัก ไม่เหมือนหญิงจิตใจอำมหิตเขี้ยวลากดินที่เธอจะเป็ในวันข้างหน้า
ยังดีที่ ’อู๋ลี่ผิง‘ แม่เลี้ยงใจั์ผู้ผ่านสังเวียนมานักต่อนักรีบดึงตัวลูกสาวไปหลบข้างหลังเพื่อกางปีกปกป้องทันควัน
"คุณหมอคะ กรุณาอย่ามากล่าวหากันลอยๆ แบบนี้นะ! หลังจากเกิดเื่ทางกองถ่ายก็แจ้งตำรวจทันที ตำรวจตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณมีข้อสงสัย ไปตั้งข้อสังเกตกับตำรวจดีกว่าค่ะ! คนเป็แม่อย่างฉันอาจจะเข้าข้างซินลั่ว แต่ตำรวจคงไม่เข้าข้างหล่อนแน่ๆ การมาใส่ร้ายเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้...มันช่างต่ำทรามเกินกว่าจะรับได้นะคะ!"
"ฮึก... ฮึก..."
เสิ่นซินลั่วที่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังแม่เริ่มใช้ไม้ตาย เล่นบทโศกสะอึกสะอื้นออกมาทันที ทำราวกับว่าเธอได้รับความอยุติธรรมที่สุดในสามโลกอย่างนั้นแหละ
อู๋ลี่ผิงขึ้นชื่อในวงการบันเทิงเื่ปากคอเราะร้ายและเหน็บแนมเก่งอยู่แล้ว เธอไม่เปิดโอกาสให้หมอหนุ่มได้มีจังหวะอ้าปากเถียงเลยสักนิด ปากของหล่อนรัวเร็วยิ่งกว่าปืนกล M16 เสียอีก
"ครึ่งเดือนมานี้คงลำบากคุณหมอน่าดูเลยนะคะ ที่ต้องคอยดูแลเสี่ยวลู่ ฉันดูออกค่ะว่าคุณคงเป็แฟนคลับของเสี่ยวลู่ เพราะฉะนั้นการที่คุณไม่ชอบซินลั่ว หรือถึงขั้นเกลียดชังเสิ่นซินลั่วคงเป็เื่ปกติ แต่การกลับดำเป็ขาว บิดเบือนความจริง สร้างข่าวลือใส่ร้าย และทำลายชื่อเสียงซินลั่วของเรา... ฉันมีสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย ระวังจะโดนฟ้องไม่รู้ตัวนะคะ!! อ้อ แล้วอีกอย่าง…"
หล่อนเชิดหน้าขึ้นพลางจิกตามองอย่างเหยียดหยาม
"คุณหมอคิดว่า... สิ่งที่ทำลงไปมันสมศักดิ์ศรีเสื้อกาวน์ที่คุณใส่อยู่แล้วหรือคะ?"
แววตาของไป๋ลู่เปลี่ยนเป็เย็นะเืทันที เธอจ้องมองอู๋ลี่ผิงเขม็ง
สร้างข่าวลือใส่ร้าย? กลับดำเป็ขาว? บิดเบือนความจริง?
ไอ้เื่ต่ำตมพวกนี้ตกลงใครกันแน่ที่ทำฮะ!
แล้วนี่ยังจะมา... รังแกแฟนคลับฉันต่อหน้าต่อตาอีกเหรอ?
กล้าดียังไงไม่ทราบ!
เดี๋ยวแม่จะจับหักคอให้หลุดเลยคอยดู!