เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง แน่นอนว่าแสงแดดอุ่นยามเช้าก็ย่อมเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวนวล สะท้อนเป็ลวดลายบนผนัง เพื่อเป็สัญญาณบอกว่าเราควรลุกออกไปใช้ชีวิตได้แล้ว เช่นเดียวกับห้องนอนของผม ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า พร้อมความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันทั้งประหลาดใจแต่ในขณะเดียวกันก็สุขใจ เหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันดียังไงอย่างงั้น
ฝันนั้น...มีใครบางคนยืนอยู่ข้าง ๆ ผม ท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองทอง บานสะพรั่งราวกับไม่มีกาลเวลา เขาไม่พูดอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตรงนั้น เงียบ ๆ มันน่าแปลกตรงที่ว่าความรู้สึกที่ผมมองเขากลับเป็ความสบายใจแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อน
แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ถามว่าเขาเป็ใคร — **ติ๊ง! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ**
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมารัว ๆ พร้อมกับข้อความในไลน์กลุ่มที่แชทสุดท้ายเป็ของตาล
Chat: the Genk (10)
T:"เจอกันที่จุดนัดหมายนะครับทุกคน :)"
ผมเด้งตัวขึ้นนั่งแทบจะทันที "เชี่ย!! วันนี้วันค่าย!!!" นั่นแหละครับ แล้วความวุ่นวายก็เริ่มขึ้น...
กระเป๋าเดินทางยังไม่ได้เก็บ เสื้อยืดที่ต้องเอาไปก็ยังไม่แห้งดี ผ้าขนหนูก็ไม่รู้ไปอยู่ไหน ผมวิ่งพล่านทั่วห้องเหมือนคนหนีไฟไหม้ แล้วไอ้ไปค่ายนี่มันต้องเอาไรไปบ้างว่ะ โอ้ยย!! ผม้าตัวช่วย และมันจะเป็ใครไปไม่ได้ครับจังหวะนี้
เบส: แม่! ผ้าขนหนูเบสหาย! ผมะโจากบนบ้านลงมา
แม่: อยู่ในตะกร้าซักผ้านั่นแหละ! เสียงตอบมาจากครัว
เบส: แม่แล้วเสื้อยืดที่เบสซักไว้ แม่ตากให้ยัง!?
แม่: แกไม่ตาก แล้วใครจะตากจ๊ะ ซักก็ไม่บอกใคร
เบส: โอ้โห ชิบหายแล้วววว!!
ผมยัดทุกอย่างที่หาเจอใส่กระเป๋าแบบไม่คิดชีวิต เรียกได้ว่าอะไรคว้ามาได้ผมยัดลงก่อนเลยครับ แล้วพุ่งออกจากบ้านด้วยความเร็วแสง โชคดีที่พี่เอกยังไม่ออกเดินทาง เลยอาศัยติดพี่มันไปก็แล้วกัน เพราะไม่งั้นผมสายแน่
ในรถพี่เอก
พี่เอก: แค่เข้าค่ายวันแรก ก็ล่อเลยนะมึง พี่เอกพูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ผมที่สภาพหัวฟูไม่ได้เซ็ต เสื้อยืดสีครีมและกางเกงยีนส์ขายาว จบกันครับลุค หล่อ ๆ น่ารัก ๆ วันแรกของผม TT
เบส: หยุดแซวเหอะพี่ แค่นี้ก็เซ็งไม่ไหวล่ะ ผมพูดตอบไปทั้ง ๆที่ยังสาระวนอยู่กับของในกระเป๋าอยู่ เหมือนลืมอะไรสักอย่างแฮะ
พี่เอก: เอ่อ เื่ที่มึงขอให้กูช่วยอ่ะ เดี๋ยวตอนเข้าแถวจับฉลาก มึงไปบอกเพื่อนมึงให้มาตั้งแถวที่พิมนะ เดี๋ยวกูล็อกเลขไว้ให้
เบส: พี่พิมแฟนพี่อ่ะนะ ไอ้พี่เอกพยักหน้ารับ
เบส: งูยยยย ขอบคุณมากค้าบบบบ ผมหันไปไหว้สวย ๆ ใส่พี่มันทีนึง
พี่เอก: ทำให้มันเนียน ๆนะมึง โป๊ะมากูเก็บเรียงตัวนะ
เบส: เชี่ย
พี่เอก: อ่าวไอ้นี่ มึงด่ากูอ่อ
เบส: ไม่ใช่ๆพี่ ผมว่าผมลืมผ้าเช็ดตัวว่ะ ผมจะบ้ากับตัวเอง ลืมไรไม่ลืม ลืมผ้าเช็ดตัว
พี่เอก: ไอ้เบสเอ้ย มึงจะรอดจากค่ายมั้ยว่ะ พี่มันพูดพร้อมกับทำหน้าเอือม ๆกลับมา
พี่เอก: วนกลับไปก็ไม่ทัน แวะซื้อก็ไม่ทัน เอาของกูไปใช้ก่อนแล้วกัน แล้วเดี๋ยวตอนกลางคืนกูออกมาซื้อให้
โหไอ้พี่เอกแม่ง My bro เลยว่ะ
เบส: ไม่เป็ไรพี่ เกรงใจว่ะ เดี๋ยวใช้กับเพื่อนเอา ผมตอบส่ง ๆ ไปงั้นก่อนครับ เอาจริงๆใครมันจะให้ใช้ผ้าเช็ดตัววะ TT แต่เกรงใจพี่มันอะ แค่ให้ช่วยเื่กลุ่มก็มากพอแล้ว ไม่เป็ไรหรอกผมเป็คนง่าย ๆ เดี๋ยวใช้เสื้อถู ๆเอาก็แห้งแหละ TT
และพี่เอกก็จอดให้ผมลงใกล้ทางเข้าหน้ามหาลัย เพราะพี่มันบอกว่า “มึงลงตรงนี้แล้วเดินเข้าไปนะ เดี๋ยวคนเห็นว่ามาด้วยกัน จะหาว่ามึงเป็เด็กเส้น” ผมเลยโดดลงรถของพี่มันแล้วเดินเข้ามอ มายังจุดนัดหมายทันที
ทันทีที่ผมมาถึงจุดนัดพบ ก็เห็นเพื่อน ๆ มากมายจากหลายโรงเรียนที่มาถึงก่อนแล้ว รวมถึงแก๊งค์ของผมด้วยทุกคนมาถึงและรวมตัวกันอยู่ใต้ต้นไม้บริเวณลานกลางของมหาลัย ผมจึงเดินตรงเข้าไปหาเพื่อน ๆทันที
คิม: ไหนคนมั่นใจว่าพร้อมไงยะ คิมหรี่ตามองผมแล้วสะบัดผมใส่เบา ๆ
เบส: พร้อมเสมอครับ…นอกจากจะลืมผ้าเช็ดตัวอะนะ พูดแล้วก็จะร้องฮื่อออ
จิว: ใช้ใบไม้เช็ดไปก่อนนะ 555
พอจบประโยคเท่านั้นแหละครับ พวกมันพากันหัวเราะยับ พวกเราเลยคุยเล่นกันสักพักเพราะมันเป็ครั้งแรกที่เจอกันนิ่เนอะ ผมเลยถือโอกาสเตี๊ยมกับเพื่อน ๆไปในตัว
พี่เอก: น้องๆครับ เดี๋ยวมารวมตัวกันตรงนี้นะ จะมีพี่ ๆ 5 คน ตั้งเป็หัวแถวไว้ให้ ทุกคนมาต่อพี่ ๆได้เลยนะครับ เดี๋ยวเราจะทำการแบ่งกลุ่มกัน ก่อนเริ่มกิจกรรมแรก
เกม: เฮ้ยมึง เหมือนรุ่นพี่เรียกรวมละ
ตาล: เอ่อ ปะมึง
ปริม: แล้วพี่พิมคนไหนว่ะเบส
เบส: เอ่อกูลืมบอกไปเลย นู้นคนนู้นซ้ายสุด ผมชี้ตรงไปยังจุดที่พี่พิมยืนอยู่
ออย: นิเทศการละครเริ่มครับ
พวกเราจึงเดินไปยังจุดนัดรวม แต่ทันใดนั้นเอง บูม—ชายหนุ่มผู้เงียบเป็อันดับหนึ่งของกลุ่ม ยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ มาให้ผมแบบเงียบ ๆ
เบส: ไรอะ?
บูม: “สำรอง” เขาพูดสั้น ๆ แค่นั้นแล้วก็เดินนำหน้าผมไป
งงสิครับ อะไรสำรองว่ะ ผมหยุดนิ่งก่อนจะเปิดถุงดูพบว่ามันเป็ ผ้าขนหนูนี่หน่า สงสัยเตรียมมาสำรองมั้ง
บูม: ขอบคุณนะ ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปให้ทันเขาพร้อมกับพูดออกไป เอาจริงๆเป็คนใจดีเหมือนกันนะเนี่ย แต่น่าจะเป็คนเนี๊ยบมากนะ เตรียมผ้าเช็คตัวมาสำรองด้วย แต่ถึงยังไงก็ข่อมค้าบบบ อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องใช้ใบไม้เช็ดตัวตามไอ้จิวบอก รอดตายละผม
คิม: กูนับเป็โมเมนต์ได้ป่ะ เสียสละผ้าเช็ดตัวให้เนี่ย คิมที่เดิมมากระแทกไหล่ผมแซวขึ้น เอาจริงๆอยากซื้อความเป็สาววายแม่ทิ้งเหมือนกันนะ เอาไรมานับเป็โมเมนต์วะ
เบส: หยุดจ่ะแม่ เลิกมโน เขาก็บอกอยู่ว่า “สำรองงงง” ผมเน้นย้ำคำว่าสำรองไปให้ชัด
คิม: โอ้ยยยอีเบส นี่มันผ้าเช็คตัวค่า ใครมันจะพกผ้าเช็คตัวหลายผืน หนักตายห่า
คิมพูดจบก็เดินหนีไปทันที เอ้ามันก้ไม่น่าแปลกขนาดนั้นมั้ยครับ ก็…ของทั่วไปแหละผมว่า
หลักจากนั้นพวกเราก็เข้าสู่การจับฉลาก และแน่นอนว่าพวกผมได้อยู่ด้วยกันค้าบ (แบบล็อคผล) ตอนจับนี่ลุ้นแทบใจเต้นออกจากอก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะหันไปแอบ ๆ ยกมือไหว้ไอ้พี่เอก ส่วนพี่มันอ่ะหรอ ยกนิ้วกลางกลับมาให้ครับ แต่ไม่เป็ไรผมให้อภัยเพราะอารมณ์ดี
และแล้วพวกเราก็เข้าสู่กิจกรรมแรก ของ Day1 สำหรับค่ายฤดูร้อนนี้อย่างเต็มตัว อากาศ่บ่ายแก่ๆ เริ่มร้อนแต่ก็ยังไม่ถึงกับอบอ้าวมากนัก ณ ลานกว้างกลางมหาลัย ทุกคนถูกแบ่งออกเป็กลุ่ม ๆ กลุ่มละหกถึงแปดคน โดยมีพี่สตาฟกำลังพูดผ่านไมค์ลำโพงไร้สาย แบบขี้เล่นเหมือนพิธีกรในรายการวาไรตี้
พี่พิม: พร้อมกันหรือยังงงงงงงงง! เสียงพี่พิมพ์ลากยาวพร้อมโบกแฟ้มในมือ
ทุกคน: ยัง!! พวกเราตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง ใครบางคนะโเสริม “พี่ยังไม่ได้แจกน้ำเลย!” เสียงหัวเราะกรูขึ้นรอบวง พี่ๆ ทุกคนหัวเราะตาม
พี่พิม: น้ำเดี๋ยวเสริฟให้ค่า แต่ตอนนี้กิจกรรมต่อไปต้องแจกก่อนนะจ๊ะน้องงงง~ ต่อไปคือเกม ‘วาดภาพใบ้คำ!’ จับคู่กับเพื่อนใหม่ กลุ่มละ 2 คน ได้เลย!”
ผมหันมองรอบ ๆ ทุกคนในแก๊งค์เริ่มจับคู่กันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็คิมกับแป้ง ตาลกับเกม ปริมกับออย จิวกับเพื่อนใหม่ และคนที่เงียบที่สุดของกลุ่ม บูม ผมคิดว่าเขาน่าจะได้คู่แล้วนะ เห็นแว๊บๆว่า มีผู้หญิงเดินมาขอจับคู่อยู่ เสน่ห์แรงใช้ได้แฮะ ส่วนผม...ยังเหลืออยู่ ให้ตายสิ่คนเฟรนลี่อย่างผมพราดการจับคู่ไปได้ยังไงนะ อย่างน้อยก็ควรต้องมีคนมารุมแย่งผมสิ ไม่ได้การแล้วแบบนี้ผมต้องโชว์สปิริตสักหน่อย
เบส: ใครก็ได้มาจับคู่กับผมหน่อยค้าบบ เดี๋ยวผมวาดให้เอง รับประกันความปัง! ผมะโขึ้นในขณะที่เพื่อน ๆเริ่มจับคู่กันครบแล้ว
พี่สตาฟ: วาดดีจริงมั้ยเนี่ย? โอ้โห ถ้าพูดแบบนี้ เดี๋ยวรอดูเลยค้าบบ
เบสยักไหล่: มั่นใจระดับ 10! พูดจบผมก็นั่งลงบนเสื่อที่พี่ ๆจัดเตรียมไว้ให้
ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ บูมเดินเข้ามาเงียบ ๆ จากข้างหลัง วางสมุดลงข้างเบส แล้วนั่งลงโดยไม่พูดอะไร
เบส: อ่ะ อ่าวมึง ไม่ไปนั่งกับคู่ตัวเองอ่ะ ผมถามคนตรงหน้า
บูม: กูนั่งนี่ โอ้ยกูรู้แล้วครับว่ามึงนั่งนี่อยู่ -.- มันเข้าใจที่ผมพูดมั้ยเนี่ย
เบส: เอ่อ.....ใช่ไงมึงนั่งนี่อยู่ แต่กูหมายถึ- ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ บูมก็พูดแทรกขึ้นมา
บูม: คู่กันแล้ว เขาพูดเสียงเรียบแบบไม่หันไปมองใคร
เบสเงียบไปชั่วครู่ — เหมือนโลกหยุดหมุนเพื่อฟังคำพูดนั้น
เบส: อะ เอ่ออ....งั้นก็ฝากด้วยนะ ผมพูดพร้อมกับค่อยๆนั่งลงตรงหน้าเขา แล้วทำไมกูใจเต้นแปลก ๆวะไอ้เบส
แป้งกระซิบกับคิมเบาๆ: อย่างกับซีนในซีรี่ย์
คิมยิ้มมุมปาก: ก็ดีเนอะ เงียบกับโวยวาย คนละขั้วเลย 5555
และแล้วรุ่นพี่ก็เริ่มแจกโจทย์ให้พวกเรา โจทย์แรกมา — “ลูกชิ้นปิ้ง” เบสหยิบกระดาษวาดรูปแล้วพยายามบรรยายให้คู่ของตัวเองฟัง
เบส: ดูนะมึง อันนี้คือวงกลม ๆ เหมือนหัวกะทิ แล้วมีไม้เสียบตรงนี้”
เขาหันไปมองบูมที่นั่งนิ่ง มือกอดอก
บูม: ลูกชิ้น
เบส: แล้วนี่คือ? เบสชี้รูปประกอบ
บูม: ปิ้ง บูมตอบทันที
พี่พิม: ว้าววววว! รู้ใจกันอ่ะ! พี่พิมร้องขึ้นมา ขณะที่เบสยิ้มกว้างแบบภูมิใจ
เบสทำเป็พึมพำเบา ๆ “เก่งเหมือนกันแหะมึง” บูมหันมาเล็กน้อย แววตานิ่ง แต่เหมือนจะมีรอยยิ้มแฝงบาง ๆ ที่มุมปาก “ก็มึงวาดเข้าใจง่าย” ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็ประโยคชมรึเปล่า แต่น่าแปลกที่มันทำให้ผมรู้สึกดี
เราเล่นกันไปเรื่อย ๆ บางคู่ตอบถูกบ้าง ตอบผิดบ้าง ใครที่ตอบถูกก็จะได้เข้ารอบต่อไป ส่วนคู่ไหนที่ตอบผิดก็จะตกรอบไปทันที จนในที่สุดเราก็ได้ผู้เข้าชิง 2 ทีมสุดท้าย ได้แก่ทีมผม และทีมของคิมกับแป้ง ถึงจะเป็เพื่อนแต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ
พี่พิม: มาเราได้ 2 ทีมสุดท้ายแล้ว ขอเสียงเชียร์ให้เพื่อน ๆหน่อยเร็วววววว
ทุกคนต่างส่งเสียงให้พวกเราอย่างล้นหลาม
เกม: กูลงคู่คิมว่ะ ดูคุยกันรู้เื่มากกว่า เกมพูดกระซิบเพื่อนๆ
ตาล: เอาจริงๆ ให้ไอ้บูมมันพูดได้มากกว่าหนึ่งคำก่อน กูว่ามีสิทธิ์ชนะได้อยู่
ออย: บลูลี่สัส 5555
ปริม: งั้นกูลงข้างเบส เชื่อเถอะไอ้บูมมันทำได้แน่
จิว: กูเอาด้วย อยากแทงสวน
เกม: ใครแพ้ ออกค่ายเลี้ยงชาบู
ทุกคน: ดีล!!
พี่พิม: สำหรับโจทย์รอบชิง เราจะให้สลับคนวาดนะคะน้อง ๆ
เบส: มึงวาดได้ใช่มั้ย ผมหันไปถามคู่ของผมทันที เพราะมันคงอยากสำหรับ introvert แบบเขาที่ต้องมาอธิบายต่อหน้าคนเยอะ ๆแบบนี้
เขามองผมมาด้วยสายตาทีเรียบเฉยไม่พูดอะไรต่อ “คือ...ถ้ามึงไม่อยากทำบอกได้เลยนะ เดี๋ยวกูจะบอกรุ่-” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบบูมก็พูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้าที่ชิว ๆ
บูม: วาดได้
ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่ส่งสมุดและปากกาให้เขาเท่านั้น บูมรับมันไว้ในมือ แล้วเราก็กลับมาฟังโจทย์ต่อ
พี่พิม: และโจทย์ของเราคือ ให้คนที่วาดเดาใจเพื่อนว่าเพื่อนชอบอะไร มีเวลาวาดให้ 30 วิเท่านั้นนะค้า ถ้าคู่เราทายถูกก็เป็ผู้ชนะไปเลย
เบส: โจทย์ยากอ่ะ จะชนะได้ไงวะ ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับทำหน้ามุ่ยไปทีนึง
บูม: หึ เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยๆ ก่อนจะเหมือนหัวเราะรึเปล่านะ
เบส: ขำไรอ่ะ ผมปรายตามองเขาอย่างคาดโทษ
พี่พิม: พี่จะให้คนทายออกมาเขียนสิ่งที่ชอบใส่กระดาษไว้ก่อน แต่เดี๋ยวมันจะยากเกิน เพราะเราพึ่งเจอกันวันแรก งั้นพี่จะให้น้อง ๆปรึกษากันว่าจะให้เพื่อนเดาใจเราในหมวดหมู่อะไร ถ้าคู่ไหนตกลงกันได้แล้วให้คนทายออกมาเขียนคำตอบพร้อมหมวดหมู่ใส่กระดาษได้เลย
เบส: มีดอกไม้ สัตว์ แล้วก็ของกินอ่ะ มึงอยากได้ไร ผมหันไปถามเขาก่อน เอาจริงๆเขาเป็คนวาดอ่ะ ก็ให้บูมเลือกไปแล้วกัน
บูม: แล้วแต่ นั่นผมกะไว้แล้ว
เบส: ไม่ได้ดิ่แล้วแต่กูไม่ได้ มึงเป็คนวาดอ่ะ มึงเลือกเลยอยากวาดอันไหน
เขานิ่งไปสักพัก ก่อนที่ผมจะได้คำตอบที่ทำเอาผมเองก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน “วาดอันที่มึงอยากให้กูวาด” เท่านั้นแหละครับหัวสมองอึ้งตึบ แล้วเดินออกไปเขียนคำตอบ รู้ตัวอีกทีผมก็กลับมายืนประจันหน้าเขาแล้ว
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่หันหน้ามาทางผมและส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมองหน้าผมอยู่สักพัก -ตึก ตึก- เสียงหัวใจของเบสเหมือนเต้นผิดจังหวะเมื่อได้สบตากับบูม ถึงมันจะเป็เวลาแค่เสี้ยววิ แต่สำหรับเบสมันกับยาวนาน ราวเป็ชั่วโมงได้ ‘ลึกลับ น่ากลัว แต่กลับน่าค้นหา ที่แปลกคือกลับสบายใจที่ได้มองมัน’
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมหยุดมองเขากำลังก้มหน้าขีดเขียววาดลายเส้นลงบนกระดานแผ่นนั้น รู้ตัวอีกทีก็เป็เสียงของบูมนั่นแหละที่ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์
บูม: เอาหน้ากูกลับไปฝันด้วยเลยมั้ย
เบส: ห้ะ อะ....กู...เปล่า แค่กำลังตั้งใจเดาว่ามึงวาดไรไง แล้วผมจะตะกุกตะกักทำไมวะ มึงอย่ามีพิรุธดิ้ไอ้เบส
พี่พิม: หมดเวลาค่า น้อง ๆ โชว์รูปให้เพื่อนดูได้เลย
เขาจึงหันกระดาษมาทางผม มันเป็รูปภาพดอกทานตะวัน 1 ดอกที่วางอยู่ในแจกัน
พี่พิม: เมื่อทั้งคู่เห็นรูปแล้ว มาฟังเพื่อน ๆตอบกันค่า
คู่ของคิม แป้งทายเป็แมว ผมเดาว่าคิมกับแป้งน่าจะเลือกเป็หมวดสัตว์ เพราะน่าจะเดาได้ง่ายสำหรับผู้หญิงอะนะ มาถึงคู่ของผม
พี่พิม: คิดว่าเพื่อนวาดอะไรคะ
เบส: ดอกทานตะวันครับ ผมตอบไปพร้อมกับมองหน้าเขา แปลกแหะก็ เขาจำได้หรอว่าผมชอบดอกทานตะวันหรือมันแค่เื่บังเอิญ
พี่พิม: มาค่า ถึงเวลาเฉลย และพี่พิมก็ได้เปิดกระดาษคำตอบขึ้น
คู่ของคิมแป้ง - หมวดสัตว์ คำตอบ ปลา
คู่ของบูมเบส - หมวดดอกไม้ คำตอบ ดอกทานตะวัน
พี่พิม: และคู่ที่ชนะได้แก่คู่น้องบูมกับเบสค่า ขอเสียงตบมือให้เพื่อนเร็ววว
เสียงเพื่อนทุกคนต่างพากันตบมือให้คู่เรา
คิม: ต้องยอมอ่ะค้าบ คู่นั้นเขาดูสนิทเร็วเกิ้นนนน เมื่อจบประโยคเพื่อนๆก็พากันหัวเราะ พร้อมกับคิมและแป้งที่ลงไปนั่งกับที่
พี่พิม: พี่ขอสัมภาษณ์หน่อย ทำไมถึงเลือกวาดรูปนี้ครับ พี่พิมถามขึ้นพร้อมกับเดินไปทางฝั่งบูม
เขาหันกลับมามองหน้าผม ก่อนจะเลือกตอบบางอย่างออกมา “ชอบ” เท่านั้นแหละครับ เสียงฮือฮาของคนในค่ายก็ดังขึ้น ในขณะที่ผมยืนเกร็งพูดอะไรไม่ออกอยู่ตรงหน้าเขา
ตาล: อะไรค้าบ ชอบอะไรขยายความหน่อย เพื่อนเข้าใจผิดหมดแล้วครับเพื่อน ผมได้สติขึ้นมาหลังจากเสียงแซวของตาลดังขึ้น แล้วให้ตายเถอะ ไม่กะจะพูดไรต่อเลยรึไง
เบส: เอ่อ....บูมมันหมายถึง ว่า...ว่ากูชอบดอกทานตะวันไง ใช่ป่ะ ผมหันไปถามเขา ขอร้องล่ะช่วยตอบอะไรหน่อยเหอะ เขินจะบ้าอยู่แล้ว
“หึ” นั่นแหละครับ ผมก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากไอ้ท่าทางหัวเราะและยิ้มมุมปากแบบนี้ หลังจากนั้นพี่สตาฟก็เชิญพวกเรากลับไปนั่งที่และกล่าวถึงกิจกรรมต่อไปที่จะเกิดขึ้นต่อไป
พวกเรายังคงเล่นกิจกรรมละลายพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งวัน จนมาถึงกิจกรรมละลายพฤติกรรมสุดท้ายของวันแรก รอบกองไฟ
เสียงไม้แห้งแตกเป๊าะ ๆ ในกองไฟคล้ายจังหวะเต้นของหัวใจที่สงบลงหลังผ่านกิจกรรมทั้งวัน เปลวไฟสีส้มแดงเต้นระบำอย่างช้า ๆ คล้ายจะกระซิบเื่ราวบางอย่างที่ลอยอยู่ในอากาศ
พี่พิมสตาฟประจำกลุ่ม เดินเข้ามาพร้อมซองกระดาษสีน้ำตาลในมือ “คืนนี้ พี่มีของขวัญให้ทุกคนค่ะ” เธอยิ้ม “ไม่ใช่ของที่ต้องเปิด แต่เป็ของที่เราจะได้เปิดในใจตัวเอง”
เพื่อนบางคนหันไปมองหน้ากัน บางคนหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ พี่พิมเลยพูดต่อ
“ทุกคนจะได้เขียนจดหมายถึง ‘ตัวเองในอนาคต’ นะคะ ไม่ต้องซีเรียส เขียนอะไรก็ได้ที่อยากบอก อยากเตือน อยากฝากไว้...สั้นหรือยาวก็ได้ทั้งนั้น”
เมื่อพี่พิมพูดจบ พี่สตาฟหลาย ๆคนให้ต่างพากันเดินแจกกระดาษและปากกาให้ทุกคนในค่าย เสียงกระดาษ A4 สีครีมถูกแจกจ่าย ผมนั่งอยู่ปลายวงกองไฟ ข้าง ๆ คือแก๊งค์ของผมเรียงกันไป และห่างออกไปไม่มากนัก...คือบูม
คิมยิ้มให้ผม “ขอปากกาเพิ่มมั้ยมึง?” ผมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหยิบปากกาจากเป้
บรรยากาศรอบกองไฟเงียบลงแบบแปลกประหลาด ทุกคนเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกส่วนตัวของตัวเอง เสียงลมเย็นที่พัดผ่านทำให้ผมต้องกอดอกตัวเองแน่นขึ้นนิดหน่อย
ผมเริ่มเขียนลงไปช้า ๆ ด้วยลายมือที่สั่นเล็กน้อยเพราะอากาศที่เย็นลง ผมคิดอยู่นานมากว่าจะเขียนอะไรลงไปดี ‘หวัดดีไอ้เบส ถ้ามึงได้อ่านจดหมายนี้ มึงคงกำลังเรียนอย่างหนักในหมาลัยแล้วแหละ ขอให้มึงเองสนุกกับสาขาที่เลือก ขอให้เข้ากันได้ดีกับเพื่อนแก๊งค์ใหม่ ผมหยุดปากกาลงก่อนจะนึกถึงหน้าใครบางคนและเขีียนต่อ และหวังว่าวันหนึ่งมึงจะเข้าใจใครบางคนที่เงียบ ๆ มากขึ้น เพราะสุดท้ายมึงต้องอยู่กับเขาไปยันจบมหาลัยนิ่’ ผมยกยิ้มมุมปากขึ้นเมื่อเขียนถึงเค้า
ตาล: ยิ้มไรวะ ตาลสะกิดผมไปหนึ่งที
เบส: อะไร กูไม่ได้ยิ้มครับ
ผมเงยหน้าขึ้น มองบรรยากาศรอบๆ กองไฟนิ่ง ๆ ตอนนี้รุ่นพี่ก็ปล่อยเราตามอัธยาศัย เพื่อนๆ พากันเดินไปเม้ามอยกับคนอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กิจกกรมเวิร์คช้อปอย่างเต็มตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ต่างจากผมที่นั่งอยู่หน้ากองไฟขอพักเหนื่อยก่อนแล้วกันครับ ให้เอนเนอร์จี้มาทั้งวันแล้ว
ทันใดนั้น ผมรู้สึกได้ถึงเงาเงียบ ๆ ที่ขยับเข้ามา มือหนึ่งยื่นซองจดหมายพับไว้เรียบร้อยมาให้ผม “ของกู” เสียงบูมเบาเหมือนลม เขาไม่สบตาแค่วางซองจดหมายนั้นไว้ข้าง ๆ ผมเหมือนมันไม่มีน้ำหนัก
เบส: เขาให้เขียนถึงตัวเองไม่ใช่หรอ ผมพูดพร้อมกับก้มลงมองจดหมายที่วางอยู่ข้างๆ บูมน่าจะเข้าใจอะไรผิดไปมั้ยนะ เขาให้เขียนถึงตัวเอง ไม่ใช่ให้เขียนถึงเพื่อนนิ่
บูม: เผื่อมึงอยากรู้จักกูมากกว่านี้
ผมเงยหน้าขึ้นทันที แต่อีกฝ่ายเดินกลับไปนั่งที่เดิมแล้ว โดยไม่หันกลับมา ผมมองหลังเขา...แล้วก็ยิ้มกับตัวเองแบบที่ไม่เคยยิ้มแบบนั้นกับใครมาก่อน
คิมหันมาเห็นพอดี มันย่นคิ้วนิด ๆ แล้วกระซิบ “บูมให้จดหมายมึงหรอ?”
ผมรีบพับจดหมายนั้น แล้วทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ “อือ...มันอาจจะแค่เขียนผิดมั้ง” คิมมองผมแบบจับโป๊ะแต่ไม่พูดอะไรต่อ มันแค่ยิ้มก่อนจะเดินออกไปเม้ามอยต่อ
คืนนั้น...ไฟยังคงเต้นระบำอยู่กลางความเงียบ แต่ในหัวใจผม มันเหมือนมีดอกไม้บางอย่างเริ่มบานแล้วจริง ๆ
-END Episode 3–
Special Ending Scene
หลังจากที่จบกิจกรรมวาดรูปไป เพื่อน ๆต่างพากันเดินไปที่โรงอาหาร เพราะเป็เวลาพักทานข้าว ต่างจากเบสที่วิ่งหน้าตั้งมายังลานใหญ่กลางมหาลัย ที่ตอนนี้ยังคงมีพี่สตาฟกำลังเก็บของกันอยู่
เบส: พี่พิมครับๆ ผมรีบะโออกไปทันทีทั้งที่ตัวเองยังวิ่งกลับมาไม่ถึง
พี่พิม: อ่าวเบส มีไรป่าว ไม่ไปกินข้าวหรอ พี่พิมถามขึ้น
เบส: คือ ผมจะขอมาขอรูปนั้นเก็บไว้ได้มั้ยครับ ผมพูดพร้อมกับชี้ไปที่ รูปดอกทานตะวัน 1 ดอกที่วางอยู่ในแจกัน
พี่พิม: อ่อ ได้สิ่ๆ พี่พิมพูดพร้อมกับยื่นรูปนั้นมาให้ผม “รีบไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวพี่เอกก็บ่นหรอก”
เบสรับรูปมาทันที: ขอบคุณค้าบบ
เบสเดินตรงกลับไปยังโรงอาหารทันที เบสมองไปที่รูปดอกไม้ด้วยรอยยิ้มที่เต็ม 2 แก้ม ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าไป
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของเบสนั้น ก็ทำให้ใครบางคนที่ยืนดูไกลๆ กำลังยิ้มอยู่ในใจเหมือนกัน