เธอกับฉัน...ในวันที่ดอกทานตะวันบาน

    Episode 3: เราพบกัน ในค่ายฤดูร้อน

            เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง แน่นอนว่าแสงแดดอุ่นยามเช้าก็ย่อมเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีขาวนวล สะท้อนเป็๲ลวดลายบนผนัง เพื่อเป็๲สัญญาณบอกว่าเราควรลุกออกไปใช้ชีวิตได้แล้ว เช่นเดียวกับห้องนอนของผม ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า พร้อมความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันทั้งประหลาดใจแต่ในขณะเดียวกันก็สุขใจ เหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันดียังไงอย่างงั้น

             

            ฝันนั้น...มีใครบางคนยืนอยู่ข้าง ๆ ผม ท่ามกลางทุ่งดอกทานตะวันสีเหลืองทอง บานสะพรั่งราวกับไม่มีกาลเวลา เขาไม่พูดอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตรงนั้น เงียบ ๆ มันน่าแปลกตรงที่ว่าความรู้สึกที่ผมมองเขากลับเป็๲ความสบายใจแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อน

             

            แต่ก่อนที่ผมจะทันได้ถามว่าเขาเป็๲ใคร —  **ติ๊ง! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ**

             

            เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมารัว ๆ พร้อมกับข้อความในไลน์กลุ่มที่แชทสุดท้ายเป็๲ของตาล

             

            Chat: the Genk (10)

             

            T:"เจอกันที่จุดนัดหมายนะครับทุกคน :)"

             

            ผมเด้งตัวขึ้นนั่งแทบจะทันที  "เชี่ย!! วันนี้วันค่าย!!!" นั่นแหละครับ แล้วความวุ่นวายก็เริ่มขึ้น...

             

            กระเป๋าเดินทางยังไม่ได้เก็บ เสื้อยืดที่ต้องเอาไปก็ยังไม่แห้งดี ผ้าขนหนูก็ไม่รู้ไปอยู่ไหน ผมวิ่งพล่านทั่วห้องเหมือนคนหนีไฟไหม้ แล้วไอ้ไปค่ายนี่มันต้องเอาไรไปบ้างว่ะ โอ้ยย!! ผม๻้๵๹๠า๱ตัวช่วย และมันจะเป็๲ใครไปไม่ได้ครับจังหวะนี้

             

            เบส: แม่! ผ้าขนหนูเบสหาย! ผม๻ะโ๠๲จากบนบ้านลงมา

             

            แม่: อยู่ในตะกร้าซักผ้านั่นแหละ! เสียงตอบมาจากครัว

             

            เบส: แม่แล้วเสื้อยืดที่เบสซักไว้ แม่ตากให้ยัง!?

             

            แม่: แกไม่ตาก แล้วใครจะตากจ๊ะ ซักก็ไม่บอกใคร

             

            เบส: โอ้โห ชิบหายแล้วววว!!

             

            ผมยัดทุกอย่างที่หาเจอใส่กระเป๋าแบบไม่คิดชีวิต เรียกได้ว่าอะไรคว้ามาได้ผมยัดลงก่อนเลยครับ แล้วพุ่งออกจากบ้านด้วยความเร็วแสง โชคดีที่พี่เอกยังไม่ออกเดินทาง เลยอาศัยติดพี่มันไปก็แล้วกัน เพราะไม่งั้นผมสายแน่

             

            ในรถพี่เอก

             

            พี่เอก: แค่เข้าค่ายวันแรก ก็ล่อเลยนะมึง พี่เอกพูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ผมที่สภาพหัวฟูไม่ได้เซ็ต เสื้อยืดสีครีมและกางเกงยีนส์ขายาว จบกันครับลุค หล่อ ๆ น่ารัก ๆ วันแรกของผม TT

             

            เบส: หยุดแซวเหอะพี่ แค่นี้ก็เซ็งไม่ไหวล่ะ ผมพูดตอบไปทั้ง ๆที่ยังสาระวนอยู่กับของในกระเป๋าอยู่ เหมือนลืมอะไรสักอย่างแฮะ

             

            พี่เอก: เอ่อ เ๱ื่๵๹ที่มึงขอให้กูช่วยอ่ะ เดี๋ยวตอนเข้าแถวจับฉลาก มึงไปบอกเพื่อนมึงให้มาตั้งแถวที่พิมนะ เดี๋ยวกูล็อกเลขไว้ให้

             

            เบส: พี่พิมแฟนพี่อ่ะนะ ไอ้พี่เอกพยักหน้ารับ

             

            เบส: งูยยยย ขอบคุณมากค้าบบบบ  ผมหันไปไหว้สวย ๆ ใส่พี่มันทีนึง

             

            พี่เอก: ทำให้มันเนียน ๆนะมึง โป๊ะมากูเก็บเรียงตัวนะ

             

            เบส: เชี่ย

             

            พี่เอก: อ่าวไอ้นี่ มึงด่ากูอ่อ

             

            เบส: ไม่ใช่ๆพี่ ผมว่าผมลืมผ้าเช็ดตัวว่ะ ผมจะบ้ากับตัวเอง ลืมไรไม่ลืม ลืมผ้าเช็ดตัว

             

            พี่เอก: ไอ้เบสเอ้ย มึงจะรอดจากค่ายมั้ยว่ะ พี่มันพูดพร้อมกับทำหน้าเอือม ๆกลับมา

             

            พี่เอก: วนกลับไปก็ไม่ทัน แวะซื้อก็ไม่ทัน เอาของกูไปใช้ก่อนแล้วกัน แล้วเดี๋ยวตอนกลางคืนกูออกมาซื้อให้

             

            โหไอ้พี่เอกแม่ง My bro เลยว่ะ

             

            เบส: ไม่เป็๲ไรพี่ เกรงใจว่ะ เดี๋ยวใช้กับเพื่อนเอา ผมตอบส่ง ๆ ไปงั้นก่อนครับ เอาจริงๆใครมันจะให้ใช้ผ้าเช็ดตัววะ TT แต่เกรงใจพี่มันอะ แค่ให้ช่วยเ๱ื่๵๹กลุ่มก็มากพอแล้ว ไม่เป็๲ไรหรอกผมเป็๲คนง่าย ๆ เดี๋ยวใช้เสื้อถู ๆเอาก็แห้งแหละ TT

             

            และพี่เอกก็จอดให้ผมลงใกล้ทางเข้าหน้ามหาลัย เพราะพี่มันบอกว่า “มึงลงตรงนี้แล้วเดินเข้าไปนะ เดี๋ยวคนเห็นว่ามาด้วยกัน จะหาว่ามึงเป็๲เด็กเส้น” ผมเลยโดดลงรถของพี่มันแล้วเดินเข้ามอ มายังจุดนัดหมายทันที

             

            ทันทีที่ผมมาถึงจุดนัดพบ ก็เห็นเพื่อน ๆ มากมายจากหลายโรงเรียนที่มาถึงก่อนแล้ว รวมถึงแก๊งค์ของผมด้วยทุกคนมาถึงและรวมตัวกันอยู่ใต้ต้นไม้บริเวณลานกลางของมหาลัย ผมจึงเดินตรงเข้าไปหาเพื่อน ๆทันที

             

            คิม: ไหนคนมั่นใจว่าพร้อมไงยะ คิมหรี่ตามองผมแล้วสะบัดผมใส่เบา ๆ

             

            เบส: พร้อมเสมอครับ…นอกจากจะลืมผ้าเช็ดตัวอะนะ พูดแล้วก็จะร้องฮื่อออ

             

            จิว: ใช้ใบไม้เช็ดไปก่อนนะ 555

             

            พอจบประโยคเท่านั้นแหละครับ พวกมันพากันหัวเราะยับ พวกเราเลยคุยเล่นกันสักพักเพราะมันเป็๲ครั้งแรกที่เจอกันนิ่เนอะ ผมเลยถือโอกาสเตี๊ยมกับเพื่อน ๆไปในตัว

             

            พี่เอก: น้องๆครับ เดี๋ยวมารวมตัวกันตรงนี้นะ จะมีพี่ ๆ 5 คน ตั้งเป็๲หัวแถวไว้ให้ ทุกคนมาต่อพี่ ๆได้เลยนะครับ เดี๋ยวเราจะทำการแบ่งกลุ่มกัน ก่อนเริ่มกิจกรรมแรก

             

            เกม: เฮ้ยมึง เหมือนรุ่นพี่เรียกรวมละ

             

            ตาล: เอ่อ ปะมึง

             

            ปริม: แล้วพี่พิมคนไหนว่ะเบส

             

            เบส: เอ่อกูลืมบอกไปเลย นู้นคนนู้นซ้ายสุด ผมชี้ตรงไปยังจุดที่พี่พิมยืนอยู่

             

            ออย: นิเทศการละครเริ่มครับ

             

            พวกเราจึงเดินไปยังจุดนัดรวม แต่ทันใดนั้นเอง บูม—ชายหนุ่มผู้เงียบเป็๲อันดับหนึ่งของกลุ่ม ยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ มาให้ผมแบบเงียบ ๆ

             

            เบส: ไรอะ?

             

            บูม: “สำรอง” เขาพูดสั้น ๆ แค่นั้นแล้วก็เดินนำหน้าผมไป

             

            งงสิครับ อะไรสำรองว่ะ ผมหยุดนิ่งก่อนจะเปิดถุงดูพบว่ามันเป็๲ ผ้าขนหนูนี่หน่า สงสัยเตรียมมาสำรองมั้ง

             

            บูม: ขอบคุณนะ ผมกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปให้ทันเขาพร้อมกับพูดออกไป เอาจริงๆเป็๲คนใจดีเหมือนกันนะเนี่ย แต่น่าจะเป็๲คนเนี๊ยบมากนะ เตรียมผ้าเช็คตัวมาสำรองด้วย แต่ถึงยังไงก็ข่อมค้าบบบ อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องใช้ใบไม้เช็ดตัวตามไอ้จิวบอก รอดตายละผม

             

            คิม:  กูนับเป็๲โมเมนต์ได้ป่ะ เสียสละผ้าเช็ดตัวให้เนี่ย คิมที่เดิมมากระแทกไหล่ผมแซวขึ้น เอาจริงๆอยากซื้อความเป็๲สาววายแม่ทิ้งเหมือนกันนะ เอาไรมานับเป็๲โมเมนต์วะ

             

            เบส: หยุดจ่ะแม่ เลิกมโน เขาก็บอกอยู่ว่า “สำรองงงง” ผมเน้นย้ำคำว่าสำรองไปให้ชัด

             

            คิม: โอ้ยยยอีเบส นี่มันผ้าเช็คตัวค่า ใครมันจะพกผ้าเช็คตัวหลายผืน หนักตายห่า

             

            คิมพูดจบก็เดินหนีไปทันที เอ้ามันก้ไม่น่าแปลกขนาดนั้นมั้ยครับ ก็…ของทั่วไปแหละผมว่า

             

             

             

                     หลักจากนั้นพวกเราก็เข้าสู่การจับฉลาก และแน่นอนว่าพวกผมได้อยู่ด้วยกันค้าบ (แบบล็อคผล) ตอนจับนี่ลุ้นแทบใจเต้นออกจากอก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมที่จะหันไปแอบ ๆ ยกมือไหว้ไอ้พี่เอก ส่วนพี่มันอ่ะหรอ ยกนิ้วกลางกลับมาให้ครับ แต่ไม่เป็๲ไรผมให้อภัยเพราะอารมณ์ดี

             

            และแล้วพวกเราก็เข้าสู่กิจกรรมแรก ของ Day1 สำหรับค่ายฤดูร้อนนี้อย่างเต็มตัว อากาศ๰่๥๹บ่ายแก่ๆ เริ่มร้อนแต่ก็ยังไม่ถึงกับอบอ้าวมากนัก ณ ลานกว้างกลางมหาลัย ทุกคนถูกแบ่งออกเป็๲กลุ่ม ๆ กลุ่มละหกถึงแปดคน โดยมีพี่สตาฟกำลังพูดผ่านไมค์ลำโพงไร้สาย แบบขี้เล่นเหมือนพิธีกรในรายการวาไรตี้

             

            พี่พิม: พร้อมกันหรือยังงงงงงงงง! เสียงพี่พิมพ์ลากยาวพร้อมโบกแฟ้มในมือ

             

            ทุกคน: ยัง!! พวกเราตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง ใครบางคน๻ะโ๠๲เสริม “พี่ยังไม่ได้แจกน้ำเลย!” เสียงหัวเราะกรูขึ้นรอบวง พี่ๆ ทุกคนหัวเราะตาม

             

            พี่พิม: น้ำเดี๋ยวเสริฟให้ค่า แต่ตอนนี้กิจกรรมต่อไปต้องแจกก่อนนะจ๊ะน้องงงง~ ต่อไปคือเกม ‘วาดภาพใบ้คำ!’ จับคู่กับเพื่อนใหม่ กลุ่มละ 2 คน ได้เลย!”

             

            ผมหันมองรอบ ๆ ทุกคนในแก๊งค์เริ่มจับคู่กันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเป็๲คิมกับแป้ง ตาลกับเกม ปริมกับออย จิวกับเพื่อนใหม่ และคนที่เงียบที่สุดของกลุ่ม บูม ผมคิดว่าเขาน่าจะได้คู่แล้วนะ เห็นแว๊บๆว่า มีผู้หญิงเดินมาขอจับคู่อยู่ เสน่ห์แรงใช้ได้แฮะ ส่วนผม...ยังเหลืออยู่ ให้ตายสิ่คนเฟรนลี่อย่างผมพราดการจับคู่ไปได้ยังไงนะ อย่างน้อยก็ควรต้องมีคนมารุมแย่งผมสิ ไม่ได้การแล้วแบบนี้ผมต้องโชว์สปิริตสักหน่อย

             

            เบส: ใครก็ได้มาจับคู่กับผมหน่อยค้าบบ เดี๋ยวผมวาดให้เอง รับประกันความปัง! ผม๻ะโ๠๲ขึ้นในขณะที่เพื่อน ๆเริ่มจับคู่กันครบแล้ว

             

            พี่สตาฟ: วาดดีจริงมั้ยเนี่ย? โอ้โห ถ้าพูดแบบนี้ เดี๋ยวรอดูเลยค้าบบ

             

            เบสยักไหล่: มั่นใจระดับ 10! พูดจบผมก็นั่งลงบนเสื่อที่พี่ ๆจัดเตรียมไว้ให้

             

            ก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ บูมเดินเข้ามาเงียบ ๆ จากข้างหลัง วางสมุดลงข้างเบส แล้วนั่งลงโดยไม่พูดอะไร

             

            เบส: อ่ะ อ่าวมึง ไม่ไปนั่งกับคู่ตัวเองอ่ะ ผมถามคนตรงหน้า

             

            บูม: กูนั่งนี่ โอ้ยกูรู้แล้วครับว่ามึงนั่งนี่อยู่ -.- มันเข้าใจที่ผมพูดมั้ยเนี่ย

             

            เบส: เอ่อ.....ใช่ไงมึงนั่งนี่อยู่ แต่กูหมายถึ- ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรต่อ บูมก็พูดแทรกขึ้นมา

             

            บูม: คู่กันแล้ว เขาพูดเสียงเรียบแบบไม่หันไปมองใคร

             

            เบสเงียบไปชั่วครู่ — เหมือนโลกหยุดหมุนเพื่อฟังคำพูดนั้น

             

            เบส: อะ เอ่ออ....งั้นก็ฝากด้วยนะ ผมพูดพร้อมกับค่อยๆนั่งลงตรงหน้าเขา แล้วทำไมกูใจเต้นแปลก ๆวะไอ้เบส

             

            แป้งกระซิบกับคิมเบาๆ: อย่างกับซีนในซีรี่ย์

             

            คิมยิ้มมุมปาก: ก็ดีเนอะ เงียบกับโวยวาย คนละขั้วเลย 5555

             

            และแล้วรุ่นพี่ก็เริ่มแจกโจทย์ให้พวกเรา โจทย์แรกมา — “ลูกชิ้นปิ้ง” เบสหยิบกระดาษวาดรูปแล้วพยายามบรรยายให้คู่ของตัวเองฟัง

             

            เบส: ดูนะมึง อันนี้คือวงกลม ๆ เหมือนหัวกะทิ แล้วมีไม้เสียบตรงนี้”

             

            เขาหันไปมองบูมที่นั่งนิ่ง มือกอดอก

             

            บูม: ลูกชิ้น

             

            เบส: แล้วนี่คือ? เบสชี้รูปประกอบ

             

            บูม: ปิ้ง บูมตอบทันที

             

            พี่พิม: ว้าววววว! รู้ใจกันอ่ะ! พี่พิมร้องขึ้นมา ขณะที่เบสยิ้มกว้างแบบภูมิใจ

             

            เบสทำเป็๲พึมพำเบา ๆ “เก่งเหมือนกันแหะมึง” บูมหันมาเล็กน้อย แววตานิ่ง แต่เหมือนจะมีรอยยิ้มแฝงบาง ๆ ที่มุมปาก  “ก็มึงวาดเข้าใจง่าย” ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็๲ประโยคชมรึเปล่า แต่น่าแปลกที่มันทำให้ผมรู้สึกดี

             

                     เราเล่นกันไปเรื่อย ๆ บางคู่ตอบถูกบ้าง ตอบผิดบ้าง ใครที่ตอบถูกก็จะได้เข้ารอบต่อไป ส่วนคู่ไหนที่ตอบผิดก็จะตกรอบไปทันที จนในที่สุดเราก็ได้ผู้เข้าชิง 2 ทีมสุดท้าย ได้แก่ทีมผม และทีมของคิมกับแป้ง ถึงจะเป็๲เพื่อนแต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ

             

            พี่พิม: มาเราได้ 2 ทีมสุดท้ายแล้ว ขอเสียงเชียร์ให้เพื่อน ๆหน่อยเร็วววววว

             

            ทุกคนต่างส่งเสียงให้พวกเราอย่างล้นหลาม

             

            เกม: กูลงคู่คิมว่ะ ดูคุยกันรู้เ๱ื่๵๹มากกว่า เกมพูดกระซิบเพื่อนๆ

             

            ตาล: เอาจริงๆ ให้ไอ้บูมมันพูดได้มากกว่าหนึ่งคำก่อน กูว่ามีสิทธิ์ชนะได้อยู่

             

            ออย: บลูลี่สัส 5555

             

            ปริม: งั้นกูลงข้างเบส เชื่อเถอะไอ้บูมมันทำได้แน่

             

            จิว: กูเอาด้วย อยากแทงสวน

             

            เกม: ใครแพ้ ออกค่ายเลี้ยงชาบู

             

            ทุกคน: ดีล!!

             

            พี่พิม: สำหรับโจทย์รอบชิง เราจะให้สลับคนวาดนะคะน้อง ๆ

             

            เบส: มึงวาดได้ใช่มั้ย ผมหันไปถามคู่ของผมทันที เพราะมันคงอยากสำหรับ introvert แบบเขาที่ต้องมาอธิบายต่อหน้าคนเยอะ ๆแบบนี้

             

            เขามองผมมาด้วยสายตาทีเรียบเฉยไม่พูดอะไรต่อ “คือ...ถ้ามึงไม่อยากทำบอกได้เลยนะ เดี๋ยวกูจะบอกรุ่-” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบบูมก็พูดแทรกขึ้นด้วยสีหน้าที่ชิว ๆ

             

            บูม: วาดได้ 

             

            ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่ส่งสมุดและปากกาให้เขาเท่านั้น บูมรับมันไว้ในมือ แล้วเราก็กลับมาฟังโจทย์ต่อ

             

            พี่พิม: และโจทย์ของเราคือ ให้คนที่วาดเดาใจเพื่อนว่าเพื่อนชอบอะไร มีเวลาวาดให้ 30 วิเท่านั้นนะค้า ถ้าคู่เราทายถูกก็เป็๲ผู้ชนะไปเลย

             

            เบส: โจทย์ยากอ่ะ จะชนะได้ไงวะ ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับทำหน้ามุ่ยไปทีนึง

             

            บูม: หึ เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยๆ ก่อนจะเหมือนหัวเราะรึเปล่านะ

             

            เบส: ขำไรอ่ะ ผมปรายตามองเขาอย่างคาดโทษ

             

            พี่พิม: พี่จะให้คนทายออกมาเขียนสิ่งที่ชอบใส่กระดาษไว้ก่อน แต่เดี๋ยวมันจะยากเกิน เพราะเราพึ่งเจอกันวันแรก งั้นพี่จะให้น้อง ๆปรึกษากันว่าจะให้เพื่อนเดาใจเราในหมวดหมู่อะไร ถ้าคู่ไหนตกลงกันได้แล้วให้คนทายออกมาเขียนคำตอบพร้อมหมวดหมู่ใส่กระดาษได้เลย

             

            เบส: มีดอกไม้ สัตว์ แล้วก็ของกินอ่ะ มึงอยากได้ไร ผมหันไปถามเขาก่อน เอาจริงๆเขาเป็๲คนวาดอ่ะ ก็ให้บูมเลือกไปแล้วกัน

             

            บูม: แล้วแต่ นั่นผมกะไว้แล้ว

             

            เบส: ไม่ได้ดิ่แล้วแต่กูไม่ได้ มึงเป็๲คนวาดอ่ะ มึงเลือกเลยอยากวาดอันไหน

             

            เขานิ่งไปสักพัก ก่อนที่ผมจะได้คำตอบที่ทำเอาผมเองก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน “วาดอันที่มึงอยากให้กูวาด” เท่านั้นแหละครับหัวสมองอึ้งตึบ แล้วเดินออกไปเขียนคำตอบ รู้ตัวอีกทีผมก็กลับมายืนประจันหน้าเขาแล้ว

             

            เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่หันหน้ามาทางผมและส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมองหน้าผมอยู่สักพัก -ตึก ตึก- เสียงหัวใจของเบสเหมือนเต้นผิดจังหวะเมื่อได้สบตากับบูม ถึงมันจะเป็๲เวลาแค่เสี้ยววิ แต่สำหรับเบสมันกับยาวนาน ราวเป็๲ชั่วโมงได้ ‘ลึกลับ น่ากลัว แต่กลับน่าค้นหา ที่แปลกคือกลับสบายใจที่ได้มองมัน’

             

            ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมหยุดมองเขากำลังก้มหน้าขีดเขียววาดลายเส้นลงบนกระดานแผ่นนั้น รู้ตัวอีกทีก็เป็๲เสียงของบูมนั่นแหละที่ทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์

             

            บูม: เอาหน้ากูกลับไปฝันด้วยเลยมั้ย

             

            เบส: ห้ะ อะ....กู...เปล่า แค่กำลังตั้งใจเดาว่ามึงวาดไรไง แล้วผมจะตะกุกตะกักทำไมวะ มึงอย่ามีพิรุธดิ้ไอ้เบส

             

            พี่พิม: หมดเวลาค่า น้อง ๆ โชว์รูปให้เพื่อนดูได้เลย

             

            เขาจึงหันกระดาษมาทางผม มันเป็๲รูปภาพดอกทานตะวัน 1 ดอกที่วางอยู่ในแจกัน

             

            พี่พิม: เมื่อทั้งคู่เห็นรูปแล้ว มาฟังเพื่อน ๆตอบกันค่า

             

            คู่ของคิม แป้งทายเป็๲แมว ผมเดาว่าคิมกับแป้งน่าจะเลือกเป็๲หมวดสัตว์ เพราะน่าจะเดาได้ง่ายสำหรับผู้หญิงอะนะ มาถึงคู่ของผม

             

            พี่พิม: คิดว่าเพื่อนวาดอะไรคะ

             

            เบส: ดอกทานตะวันครับ ผมตอบไปพร้อมกับมองหน้าเขา แปลกแหะก็ เขาจำได้หรอว่าผมชอบดอกทานตะวันหรือมันแค่เ๱ื่๵๹บังเอิญ

             

            พี่พิม: มาค่า ถึงเวลาเฉลย และพี่พิมก็ได้เปิดกระดาษคำตอบขึ้น

             

            คู่ของคิมแป้ง - หมวดสัตว์ คำตอบ ปลา

             

            คู่ของบูมเบส - หมวดดอกไม้ คำตอบ ดอกทานตะวัน

             

            พี่พิม: และคู่ที่ชนะได้แก่คู่น้องบูมกับเบสค่า ขอเสียงตบมือให้เพื่อนเร็ววว

             

            เสียงเพื่อนทุกคนต่างพากันตบมือให้คู่เรา

             

            คิม: ต้องยอมอ่ะค้าบ คู่นั้นเขาดูสนิทเร็วเกิ้นนนน เมื่อจบประโยคเพื่อนๆก็พากันหัวเราะ พร้อมกับคิมและแป้งที่ลงไปนั่งกับที่

             

            พี่พิม: พี่ขอสัมภาษณ์หน่อย ทำไมถึงเลือกวาดรูปนี้ครับ พี่พิมถามขึ้นพร้อมกับเดินไปทางฝั่งบูม

             

            เขาหันกลับมามองหน้าผม ก่อนจะเลือกตอบบางอย่างออกมา “ชอบ” เท่านั้นแหละครับ เสียงฮือฮาของคนในค่ายก็ดังขึ้น ในขณะที่ผมยืนเกร็งพูดอะไรไม่ออกอยู่ตรงหน้าเขา

             

            ตาล: อะไรค้าบ ชอบอะไรขยายความหน่อย เพื่อนเข้าใจผิดหมดแล้วครับเพื่อน ผมได้สติขึ้นมาหลังจากเสียงแซวของตาลดังขึ้น แล้วให้ตายเถอะ ไม่กะจะพูดไรต่อเลยรึไง

             

            เบส: เอ่อ....บูมมันหมายถึง ว่า...ว่ากูชอบดอกทานตะวันไง ใช่ป่ะ ผมหันไปถามเขา ขอร้องล่ะช่วยตอบอะไรหน่อยเหอะ เขินจะบ้าอยู่แล้ว

             

            “หึ” นั่นแหละครับ ผมก็ไม่ได้คำตอบอะไร นอกจากไอ้ท่าทางหัวเราะและยิ้มมุมปากแบบนี้ หลังจากนั้นพี่สตาฟก็เชิญพวกเรากลับไปนั่งที่และกล่าวถึงกิจกรรมต่อไปที่จะเกิดขึ้นต่อไป

             

            พวกเรายังคงเล่นกิจกรรมละลายพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องทั้งวัน จนมาถึงกิจกรรมละลายพฤติกรรมสุดท้ายของวันแรก รอบกองไฟ

             

            เสียงไม้แห้งแตกเป๊าะ ๆ ในกองไฟคล้ายจังหวะเต้นของหัวใจที่สงบลงหลังผ่านกิจกรรมทั้งวัน เปลวไฟสีส้มแดงเต้นระบำอย่างช้า ๆ คล้ายจะกระซิบเ๱ื่๵๹ราวบางอย่างที่ลอยอยู่ในอากาศ

             

            พี่พิมสตาฟประจำกลุ่ม เดินเข้ามาพร้อมซองกระดาษสีน้ำตาลในมือ “คืนนี้ พี่มีของขวัญให้ทุกคนค่ะ” เธอยิ้ม “ไม่ใช่ของที่ต้องเปิด แต่เป็๲ของที่เราจะได้เปิดในใจตัวเอง”

             

            เพื่อนบางคนหันไปมองหน้ากัน บางคนหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ พี่พิมเลยพูดต่อ

             

            “ทุกคนจะได้เขียนจดหมายถึง ‘ตัวเองในอนาคต’ นะคะ ไม่ต้องซีเรียส เขียนอะไรก็ได้ที่อยากบอก อยากเตือน อยากฝากไว้...สั้นหรือยาวก็ได้ทั้งนั้น”

             

            เมื่อพี่พิมพูดจบ พี่สตาฟหลาย ๆคนให้ต่างพากันเดินแจกกระดาษและปากกาให้ทุกคนในค่าย เสียงกระดาษ A4 สีครีมถูกแจกจ่าย ผมนั่งอยู่ปลายวงกองไฟ ข้าง ๆ คือแก๊งค์ของผมเรียงกันไป และห่างออกไปไม่มากนัก...คือบูม

             

            คิมยิ้มให้ผม “ขอปากกาเพิ่มมั้ยมึง?” ผมส่ายหน้าเบา ๆ แล้วหยิบปากกาจากเป้

             

            บรรยากาศรอบกองไฟเงียบลงแบบแปลกประหลาด ทุกคนเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกส่วนตัวของตัวเอง เสียงลมเย็นที่พัดผ่านทำให้ผมต้องกอดอกตัวเองแน่นขึ้นนิดหน่อย

             

            ผมเริ่มเขียนลงไปช้า ๆ ด้วยลายมือที่สั่นเล็กน้อยเพราะอากาศที่เย็นลง ผมคิดอยู่นานมากว่าจะเขียนอะไรลงไปดี ‘หวัดดีไอ้เบส ถ้ามึงได้อ่านจดหมายนี้ มึงคงกำลังเรียนอย่างหนักในหมาลัยแล้วแหละ ขอให้มึงเองสนุกกับสาขาที่เลือก ขอให้เข้ากันได้ดีกับเพื่อนแก๊งค์ใหม่ ผมหยุดปากกาลงก่อนจะนึกถึงหน้าใครบางคนและเขีียนต่อ และหวังว่าวันหนึ่งมึงจะเข้าใจใครบางคนที่เงียบ ๆ มากขึ้น เพราะสุดท้ายมึงต้องอยู่กับเขาไปยันจบมหาลัยนิ่’ ผมยกยิ้มมุมปากขึ้นเมื่อเขียนถึงเค้า

             

            ตาล: ยิ้มไรวะ ตาลสะกิดผมไปหนึ่งที

             

            เบส: อะไร กูไม่ได้ยิ้มครับ

             

            ผมเงยหน้าขึ้น มองบรรยากาศรอบๆ กองไฟนิ่ง ๆ ตอนนี้รุ่นพี่ก็ปล่อยเราตามอัธยาศัย เพื่อนๆ พากันเดินไปเม้ามอยกับคนอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กิจกกรมเวิร์คช้อปอย่างเต็มตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ ต่างจากผมที่นั่งอยู่หน้ากองไฟขอพักเหนื่อยก่อนแล้วกันครับ ให้เอนเนอร์จี้มาทั้งวันแล้ว

             

            ทันใดนั้น ผมรู้สึกได้ถึงเงาเงียบ ๆ ที่ขยับเข้ามา มือหนึ่งยื่นซองจดหมายพับไว้เรียบร้อยมาให้ผม “ของกู” เสียงบูมเบาเหมือนลม เขาไม่สบตาแค่วางซองจดหมายนั้นไว้ข้าง ๆ ผมเหมือนมันไม่มีน้ำหนัก

             

            เบส: เขาให้เขียนถึงตัวเองไม่ใช่หรอ ผมพูดพร้อมกับก้มลงมองจดหมายที่วางอยู่ข้างๆ บูมน่าจะเข้าใจอะไรผิดไปมั้ยนะ เขาให้เขียนถึงตัวเอง ไม่ใช่ให้เขียนถึงเพื่อนนิ่

             

            บูม: เผื่อมึงอยากรู้จักกูมากกว่านี้

             

            ผมเงยหน้าขึ้นทันที แต่อีกฝ่ายเดินกลับไปนั่งที่เดิมแล้ว โดยไม่หันกลับมา ผมมองหลังเขา...แล้วก็ยิ้มกับตัวเองแบบที่ไม่เคยยิ้มแบบนั้นกับใครมาก่อน

             

            คิมหันมาเห็นพอดี มันย่นคิ้วนิด ๆ แล้วกระซิบ “บูมให้จดหมายมึงหรอ?”

             

            ผมรีบพับจดหมายนั้น แล้วทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ “อือ...มันอาจจะแค่เขียนผิดมั้ง” คิมมองผมแบบจับโป๊ะแต่ไม่พูดอะไรต่อ มันแค่ยิ้มก่อนจะเดินออกไปเม้ามอยต่อ

             

            คืนนั้น...ไฟยังคงเต้นระบำอยู่กลางความเงียบ แต่ในหัวใจผม มันเหมือนมีดอกไม้บางอย่างเริ่มบานแล้วจริง ๆ

             

            -END Episode 3–

             

            Special Ending Scene

             

            หลังจากที่จบกิจกรรมวาดรูปไป เพื่อน ๆต่างพากันเดินไปที่โรงอาหาร เพราะเป็๲เวลาพักทานข้าว ต่างจากเบสที่วิ่งหน้าตั้งมายังลานใหญ่กลางมหาลัย ที่ตอนนี้ยังคงมีพี่สตาฟกำลังเก็บของกันอยู่

             

            เบส: พี่พิมครับๆ ผมรีบ๻ะโ๠๲ออกไปทันทีทั้งที่ตัวเองยังวิ่งกลับมาไม่ถึง

             

            พี่พิม: อ่าวเบส มีไรป่าว ไม่ไปกินข้าวหรอ พี่พิมถามขึ้น

             

            เบส: คือ ผมจะขอมาขอรูปนั้นเก็บไว้ได้มั้ยครับ ผมพูดพร้อมกับชี้ไปที่ รูปดอกทานตะวัน 1 ดอกที่วางอยู่ในแจกัน

             

            พี่พิม: อ่อ ได้สิ่ๆ พี่พิมพูดพร้อมกับยื่นรูปนั้นมาให้ผม “รีบไปกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวพี่เอกก็บ่นหรอก”

             

            เบสรับรูปมาทันที: ขอบคุณค้าบบ

             

            เบสเดินตรงกลับไปยังโรงอาหารทันที เบสมองไปที่รูปดอกไม้ด้วยรอยยิ้มที่เต็ม 2 แก้ม ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าไป

             

            โดยไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของเบสนั้น ก็ทำให้ใครบางคนที่ยืนดูไกลๆ กำลังยิ้มอยู่ในใจเหมือนกัน

    นิยายแนะนำ

    ปมปริศนาในบ้านทรงไทยของย่าทวด

    ปมปริศนาในบ้านทรงไทยของย่าทวด

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    1K 7
    血天鹅•เลห์รักบัลลังก์หงส์

    血天鹅•เลห์รักบัลลังก์หงส์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    433 1
    บอดี้การ์ดไร้ใจ

    บอดี้การ์ดไร้ใจ

    นิยาย รัก
    570 1
    ซอผีที่ไทรโศก

    ซอผีที่ไทรโศก

    นิยาย สืบสวนสอบสวน-ระทึกขวัญ
    1K 13
    เกิดใหม่ทั้งที ต้องมีเธอเป็นฮาเร็ม

    เกิดใหม่ทั้งที ต้องมีเธอเป็นฮาเร็ม

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 3
    หลิวเฟยเซียน

    หลิวเฟยเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3K 15
    ก่อกำเนิด : เทพสงครามพลิกปฐพี

    ก่อกำเนิด : เทพสงครามพลิกปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.79M 2638
    ตำราวิเศษบอกข้าเถิด ทางกลับบ้านข้าอยู่หนใด

    ตำราวิเศษบอกข้าเถิด ทางกลับบ้านข้าอยู่หนใด

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4K 14
    เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    นิยาย รัก
    92K 420
    มหาศึกล้างพิภพ ภาค 2 ดินแดนแห่งต้นกำเนิด (SWALLOWED STAR 2: LAND OF ORIGIN) [นิยายแปล]

    มหาศึกล้างพิภพ ภาค 2 ดินแดนแห่งต้นกำเนิด (SWALLOWED STAR 2: LAND OF ORIGIN) [นิยายแปล]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 3