ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 ทอดเป็นเงาคนเมาทั้งสอง

            “ฟังนะ สำนวนนี้มันใช้… มันใช้ส่งเดชไม่ได้! สวรรค์ริษยาผู้มากสามารถนั้นหมายถึงเจ้าตายก่อนวัยอันควร แต่เจ้าไม่ได้ยังมีชีวิตดีอยู่หรืออย่างไร?” เยวี่ยเจาหรานควบคุมอารมณ์ของตนเล็กน้อย แล้ววางไหเหล้าในมือลงบนโต๊ะอย่างมั่นคงพร้อมกับยืนขึ้น พยายามดึงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เมาหัวราน้ำจนไม่ได้สติ

            “เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเจ้าบ้า...!”

            จากเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในประโยคนั้น เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคงดื่มหนักแล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นนางจะโมโหจนด่าแม้กระทั่ง ‘ตัวเอง’ ได้อย่างไร? เยวี่ยเจาหรานนวดคลึงศีรษะของตนอย่างกลัดกลุ้ม แล้วพลันปิดปากเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอาไว้

            “ไม่ต้องด่าแล้ว เด็กดี” เยวี่ยเจาหรานกดเสียงเบา แต่กลับได้สายตาเฉื่อยชาอันเลือนรางของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับมา ทั้งสองห่างกันเพียงน้อยนิด หลังจากที่ดวงตาสองคู่สบมองกันชั่วขณะ...

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอ้าปากกัดฝ่ามือที่ปิดปากตนอยู่ของเยวี่ยเจาหราน เยวี่ยเจาหรานเจ็บจนสะดุ้งโหยง เมื่อมองดูดีๆ บนฝ่ามือนั้นพลันปรากฏรอยฟันขึ้นมาสองอัน เคล้าคาวเลือดราวกับไก่ตัวผู้เข้ารังพังพอน...

            “เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเจ้า... เจ้าเกิดปีหมาหรืออย่างไร?” ภายใต้การกระตุ้นที่เจ็บปวด เยวี่ยเจาหรานกลับสร่างเมา นับเป็นโชคดีในความโชคร้าย เขาทั้งลากทั้งฉุดเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเข้าไปในเรือน แต่ที่เขาว่ากันว่าคนเมาหลับเป็นตายนั้นก็มีเหตุผลอยู่ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ดันเป็นขี้เมาที่อยู่ไม่สุขเสียนี่ นางสู้รบตบมือกับเยวี่ยเจาหราน ไม่ยอมจากไปแต่โดยดี สุดท้ายก็อับจนหนทาง เยวี่ยเจาหรานกัดฟันกรอดแล้วแบกเจ้าตัวขึ้นหลัง

            และด้วยสภาพเช่นนั้น ขาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็ยังดิ้นไม่หยุด เหวี่ยงเตะฟาดไปมาอยู่นาน กว่าจะสิ้นสุดค่ำคืนบ้าบอนี้ได้

            บนโต๊ะหินยังคงมีเศษซากหลังพายุของทั้งสองคนอยู่ หากบอกว่ารู้สึกลึกซึ้งก็ยกหมดจอกนั้นคือคำพูดที่เป็นสัจธรรมของโต๊ะสุรา เช่นนั้นสำหรับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานแล้ว ความรู้สึกจะลึกซึ้งหรือไม่ คงต้องดูว่าดื่มจนเมามายหรือไม่

            ด้วยการคำนวณและพิจารณาตามบรรทัดฐานนี้ ไมตรีจิตต่อกันที่หล่อหลอมขึ้นมาท่ามกลางชีวิตสามีภรรยา ‘กำมะลอ’ ของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและเยวี่ยเจาหรานในช่วงสองเดือนมานี้ ก็สามารถเรียกว่าลึกซึ้งอย่างยิ่ง

            ความมืดยามราตรีทอดยาวไร้สิ้นสุด แสงจันทร์ค่อยๆ เร้นกายหลังม่านเมฆ เผยเงาร่างที่เขินอายเพียงครึ่ง กลางคืนและกลางวันสับเปลี่ยนหมุนเวียนไม่เคยหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับยามที่ทุกคู่รักยังไม่ค้นพบสิ่งที่คิดคำนึงอยู่ภายในใจ แสงจันทร์นั้นไร้ความรู้สึกที่สุด เพราะมันได้เห็นความผิดพลาดและการพบจากมากมายของโลกใบนี้จนชินชา

            หลายค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงา มีดวงดาวเต็มฟ้าคอยเฝ้ามองจากเบื้องบนด้วยกันเป็นเพื่อน

            ภายใต้การหนุนของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยวี่ยเจาหรานที่แท้จริงแล้วนิสัยตอนเมาแสนธรรมดาก็ถูกหนุนนำจนแปลกประหลาดไป ในวันถัดมาเขาก็ฟื้นคืนมาเป็น ‘หญิงสาว’ อย่างเฉียบแหลมตั้งแต่เช้าตรู่ นั่งกินอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอย่างสงบนิ่ง ตรงกันข้ามกับ ‘ชายชาตรี’ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ที่นอนขี้เกียจไม่ยอมลุก ส่งเสียงกรนดังสนั่น

            ในมือของเยวี่ยเจาหรานถือซาลาเปามันม่วงลูกหนึ่ง ชำเลืองมองไปยังด้านในทิศทางที่เสียงกรนดังออกมาอย่างรำคาญใจ ในใจลอบตำหนิ สภาพเจ้าเป็นเช่นนี้ยังจะพาข้าออกไปสนุกอีกหรือ? น่ากลัวว่าหากพาเจ้าไป จะดื่มเหล้าก็ยังดื่มได้ไม่สบายใจน่ะสิ

            โชคดีที่เสียงกรนดังสนั่นหวั่นไหวนั้นไม่ได้ดำเนินต่อไปนานนัก ในตอนที่เยวี่ยเจาหรานสวาปามอาหารเช้าไปเกือบจะหมดแล้ว ในที่สุดเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็มาปรากฏตัวที่โต๊ะอาหารอย่างเนิบนาบ

            “ให้ตายเถอะ! เยวี่ยเจาหรานเจ้าเป็นหมูหรือ!?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เห็นเศษซากบนโต๊ะหลังบิดขี้เกียจเสร็จพยายามกดเสียงเบาลงแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจปกปิดความโกรธเคืองและตกตะลึงในน้ำเสียงไว้ได้ ถึงอย่างไร ‘ภรรยา’ ที่รักของตนก็เลือกเก็บโจ๊กที่เรียบง่ายที่สุดถ้วยหนึ่ง ในบรรดาอาหารเช้ามากมายเต็มโต๊ะเช่นนี้ไว้ให้ตน

            แล้วเจ้าว่าใครจะยอมรับได้ล่ะ?!

            ทว่า ‘เจ้าตัวปัญหา’ เยวี่ยเจาหรานน่ะหรือ เขายังกลืนซาลาเปามันม่วงอันน้อยนิดคำสุดท้ายในปากอย่างเชื่องช้าสบายใจเฉิบเสียนี่ “หากจะทำให้สดชื่นสร่างเมา ดื่มสิ่งนี้ดีที่สุดแล้ว”

            เมื่อเห็นท่าทางของเขาที่หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปลายนิ้วอย่างสง่างามแล้ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็แทบอยากจะบีบคอเขาให้ตายเลยจริงๆ ...

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั่งลงแล้วจัดการโจ๊กในถ้วยอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม บรรยากาศรอบตัวของนางอึมครึมอย่างยิ่ง ราวกับถูกปกคลุมด้วยท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างไรอย่างนั้น น่าอึดอัดจนหายใจไม่ออก แต่เยวี่ยเจาหรานก็ดันแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วยังเอ่ยอย่างไม่สนใจ “เมื่อคืนเจ้าคุยโวเอาไว้ ว่าจะถือโอกาสพาข้าไปเที่ยวเล่นในวันหยุด ไม่รู้ว่าตอนนี้สร่างเมาแล้ว คำพูดนั้นจะเป็นโมฆะหรือไม่?”

            ออกไปเที่ยวเล่น? เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังกินโจ๊กพลันหยุดชะงัก เงยหน้าที่แทบจะจุ่มลงไปในถ้วยขึ้นมาอย่างทึ่มทื่อ นางมองไปยังเยวี่ยเจาหรานแล้วเอ่ย “ข้า ข้าเคยพูดหรือ?”

            “เจ้าต้องเคยพูดอยู่แล้ว! ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ!”

            เยวี่ยเจาหรานกลับดูเหมือนมีพลังขึ้นมา น้ำเสียงง้องอนราวกับสาวน้อยผู้หนึ่ง ใครไม่รู้ก็คงนึกว่านี่คือแม่นางบ้านไหนสักบ้านที่กำลังงอนงี่เง่ากับคนรักของตนอยู่จริงๆ 

            “ก็ได้ๆๆ เอาเป็นว่าข้าเคยพูดก็ได้...” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเอ่ยตอบรับ แล้วก้มหน้าก้มตากินโจ๊กต่อ ผ่านไปพักหนึ่งก็ถามขึ้นด้วยปากที่ยังเต็มไปด้วยเมล็ดข้าว “เช่นนั้นเมื่อกลับมาจากเที่ยวแล้ว เจ้าจะช่วยข้าท่องหนังสือใช่หรือไม่?”

            ที่จริงเยวี่ยเจาหรานก็คาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วต้องฟังคำพูดของตนแน่ ถึงอย่างไรภายหน้าก็ยังมีอาจารย์อวี้ที่รอตะครุบอยู่ หากไม่มีตนแล้ว ใครจะสอนพิเศษให้นางกันล่ะ?

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งลึกล้ำขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้าเอ่ย “คำไหนคำนั้น”

            “คำไหนคำนั้น!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรีบวางชามโจ๊กที่กินไปจนเห็นก้นถ้วยลง แล้วแตะมือกับเยวี่ยเจาหรานส่งเสียงดังเพียะ

            “เจ้าอยากไปที่ใด? อยากไปที่ลานล่าสัตว์ หรือว่าไปขี่ม้า!” พูดเหมือนจะถาม แต่เห็นได้ชัดว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนั้นไม่ได้เหลือช่องว่างให้เยวี่ยเจาหรานได้ตอบเลย นางคิดสถานที่ที่อยากไปด้วยตัวเองเรียบร้อยแล้ว สำหรับจะไปที่ไหนนั้น ก็หนีไม่พ้นสนามม้าเอย ชานเมืองเอย ป่าไผ่ม่วง [1] สถานที่ที่เหมาะกับเหล่าชายหนุ่มรำดาบควงหอกอะไรพวกนั้น

            บางครั้งเยวี่ยเจาหรานเองก็สับสนงงงวย ว่าคนข้างกายตนผู้นี้เป็นสตรีจริงๆ หรือ? ทว่าทุกครั้งที่ความสงสัยเช่นนั้นผุดขึ้นในใจ ในสมองของเยวี่ยเจาหรานก็มักจะปรากฏภาพอีกภาพหนึ่งขึ้นมา... นั่นก็คือวันนั้นที่เมามายร่วมสังวาส ม่านอุ่นอนงค์คืนวสันต์...  

            ไปไปไป! อย่าไปคิดอะไรไร้สาระ! เยวี่ยเจาหรานส่ายหัว ถึงพอจะดึงสติกลับมาได้ แต่กลับสบเข้ากับดวงตาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เข้ามาใกล้ “เจ้าเหม่ออะไรของเจ้า คิดอะไรอยู่หรือ?”

            “ไม่มีอะไร ข้าคิดว่าจะไปไหนน่ะ...” เยวี่ยเจาหรานหลบสายตา แล้วถอยไปข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว แสร้งเอ่ยอย่างไม่มีเจตนา “เยี่ยมเลย จะขี่ม้าหรือล่าสัตว์ ข้าล้วนชื่นชอบทั้งนั้น เพียงแต่สถานะนี้ของข้า...”

            “จะกลัวอะไรกัน! ข้าคิดเอาไว้อย่างดีแล้ว เดี๋ยวเราไปหาแม่ข้าแล้วบอกนางว่า ข้าจะพาเจ้าไปวัดจินติ่ง [2] ที่มีชื่อเสียงแถวชานเมืองเพื่อสวดภาวนาให้อยู่เย็นเป็นสุข พอถึงเวลาเราก็พาแค่คนสนิทออกไป ระหว่างทางเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถม้า เปลี่ยนเป็นชุดกางเกงกันให้หมดเสีย แล้วค่อยไปขี่ม้าล่าสัตว์! พอตอนกลับ ก็ค่อยเปลี่ยนกลับอีกครั้งก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?”

            หากจะพูดถึงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วผู้นี้ก็คือพวกกะล่อนปลิ้นปล้อน แค่กลอกตารอบเดียวก็สามารถคิดแผนการแปลกประหลาดน่าอัศจรรย์มากมายขึ้นมาได้ ทว่าแผนการในครั้งนี้นั้น ทำให้เยวี่ยเจาหรานคะเนโดยรวมแล้วก็น่าจะเป็นไปได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่คิดอะไรให้มากความ แล้วเห็นพ้องต้องกันกับข้อเสนอนั้น

            หลังกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ความปวดหัวจากอาการเมาค้างก็ลดลงไปไม่น้อย เยวี่ยเจาหรานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็วิ่งไปหาฮูหยินเยี่ยนอย่างตื่นเต้นคึกคัก

     

            เชิงอรรถ

            [1] ไผ่ม่วง (紫竹) หรือไผ่สีม่วง เป็นต้นไผ่ชนิดหนึ่งที่ส่วนลำต้นเป็นสีม่วงเข้ม

            [2] วัดจินติ่ง (金顶寺) เป็นวัดพุทธที่อยู่บนภูเขาเอ๋อเหมย หรือ ภูเขาง้อไบ๊ ในมณฑลเสฉวน

    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276