บทที่ 182
วิธีจัดการ
“ คุณหนูจะเอาจริงอย่างนั้นหรือเจ้าคะ… ”
“ การหาตัวคนผิดด้วยวิธีนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยนะเจ้าคะ ” ลี่ถังกำลังกังวลเกี่ยวกับคุณหนูของนาง
“ ไม่หรอกจำเป็นเราต้องทำพิธีนั้นนั่นแหละ ”
“ ถ้าเกิดว่าอยากจะให้คนพวกนั้นแสดงตัวออกมาก็ต้องมีผลประโยชน์ที่มากเพียงพอให้มา ”
“ การที่คนพูดนั้นเป็นแบบนี้ก็แสดงว่ามันก็ต้องเป็นคนที่ได้ผลประโยชน์จากอีกฝั่งหนึ่งเช่นเดียวกัน ”
“ ฝั่งนั้นคงจะให้ผลประโยชน์กับมันมากมายพอสมควร แบบนั้นข้าจะเปิดโอกาสให้มันลงมืออีกครั้ง ”
“ ถ้าเป็นแบบนั้นคนผู้นั้นเองก็จะสร้างหน้าสร้างตาได้ มันก็คงจะแสดงตัวออกมา ”
ซูฉีตั้งใจจะใช้แผนการในการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายลงมืออีกครั้ง แน่นอนว่านางตั้งใจจะล่อมันออกมา
คนผู้นั้นซ่อนตัวอย่างแนบเนียนการที่มันซ่อนตัวแบบนี้ ซ่อนตัวที่แนบเนียนของมันการตามหาตัวด้วยวิธีปกติคงจะเป็นไปไม่ได้
เพราะแบบนั้นก็คงจะได้แต่การตามหามันด้วยวิธีนี้เท่านั้นถึงจะได้ผล
“ ปล่อยข่าวออกไปว่าเราจะย้ายสวนของเราไปที่ดินอีกผืนนึงที่อยู่ใกล้ๆ ”
“ แล้วถ้าคนผู้นั้นลงมือไม่ใช่ว่าเราต้องเสียที่ดินอีกผืนไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ถ้าเราจะไปได้ก็เทียบเท่ากับว่าเราสูญเสียที่ดิน 2 ผืนเลย ” นี่คือสิ่งที่ลี่ถังกำลังกังวลอยู่ในตอนนี้
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้าคนพวกนั้นลงมือแล้วพวกนางไม่สามารถจับตัวมันได้ มันจะเทียบเท่ากับว่าพวกนางสูญเสียผลประโยชน์เป็น 2 เท่า
“ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ ทำไมคุณหนูไม่ลองให้กองทัพของท่านแม่ทัพช่วยละเจ้าคะ ”
“ ไม่ว่าผู้ใดเองก็ล่วงรู้กองทัพเกราะดำมีความแข็งแกร่งมากขนาดไหน ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังเป็นทหารการสืบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่แฝงตัวเข้ามาพวกเขาย่อมมีประสบการณ์และเชี่ยวชาญมากกว่า ”
“ ถ้าเป็นแม่ทัพลงมือแล้วก็อย่างไรเสียเราก็คงจะตามหาตัวคนผิดได้ไม่ยากอย่างแน่น ” เป็นอย่างที่ลี่ถังพูด
ถ้าเป็นกองทัพยื่นมือเข้ามาช่วยล่ะก็อย่างไรเสียก็คงจะสะสางเรื่องนี้ไม่ยากนัก จะตามหาตัวคนผิดพวกเขาเองย่อมทำได้ดีกว่าพวกนางเป็นไหนๆ
เพราะว่ากองทัพมีมาตรการในการสอบถามหรือว่าเค้นข้อมูลอยู่แล้ว เมื่อซูฉีลองคิดดูก่อนหน้านี้การที่แม่ทัพหวงกล่าวเตือนนางแบบนั้นก็แสดงว่าอีกฝ่ายนั้นน่าจะรู้บางอย่างมาอย่างแน่นอน
ซูฉีส่ายใบหน้าไปมา “ ทำแบบนั้นไม่ได้ อะไรเสียเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเองก็เป็นเรื่องของพวกเรา ”
“ จะให้กองทัพมาเป็นคนดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างไรเราจำเป็นจะต้องสะสางเรื่องทั้งหมดด้วยตนเอง ”
“ เพราะแบบนั้นข้าเลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวอันใดกับกองทัพมากนัก เพราะอย่างไรเสียนี่เองก็คือเรื่องภายในของพวกเรา”
“ เรื่องหนูไม่เห็นจำเป็นจะต้องกังวลข้ามั่นใจว่าท่านแม่ทัพอย่างไรเสียก็ยินดีกับยื่นมือเข้าช่วยคุณหนูเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ”
“ เจ้าคิดว่าพวกเราสามารถพึ่งพาพวกเขาไปได้มากขนาดไหนกันเชียว ”
“ เรื่องที่เกิดขึ้นข้ายังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่ามันเป็นเรื่องของพวกเราเพราะแบบนั้นพวกเราเองก็ควรจะเป็นคนที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตนเอง ”
“ เมื่อเจ้าพึ่งพาบางอย่างมากเกินไปมันอาจจะทำให้เจ้านั้นสูญเสียความสามารถในการรับมือเกี่ยวกับเรื่องต่างๆด้วยตนเองไป ”
“ ทำตามข้าก็พอ ข้าวางแผนทั้งหมดเอาไว้หมดแล้วอย่างไรเสียก็ต้องจับตัวคนทำผิดได้อย่างแน่นอน ”
“ เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ” แม้จะกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ว่าลี่ถังที่เป็นบ่าวรับใช้นางเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ได้แต่ทำตามความต้องการของคุณหนูของนางไป
ซูฉีรู้ดีที่สุดว่าในเรื่องนี้ถ้าเกิดว่าให้แม่ทัพหวงยื่นมือเข้ามาช่วยคงสามารถจัดการเรื่องทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว
แต่ว่านางไม่คิดจะพึ่งพาคนผู้นั้นไปตลอดหรอกกองทัพเกาะดำอย่างไรเสียก็เป็นกองทัพเกาะดำพวกเขาทำหน้าที่ในการดูแลเมืองแห่งนี้
แต่ก็ไม่ได้มีอันใดยืนยันว่าพวกเขาจะอยู่ที่เมืองแห่งนี้ไปจนตลอดถ้านางเจอปัญหาในวันที่พวกเขาไม่อยู่น่าจะทำอย่างไร
ไม่ยึดติดกับการพึ่งพาคนใดคนหนึ่งมากเกินไป เรื่องที่นางขอร้องให้พวกเขานั้นช่วยเหลือนางล้วนแล้วมีผลประโยชน์และเปลี่ยนทั้งนั้น
หลังจากนั้นซูฉีก็เริ่มดำเนินตามแผนการของตนเองที่หวังไว้ ลี่ถังผู้ที่เป็นคนรับหน้าที่ในเรื่องนี้
นางได้ปล่อยข่าวเกี่ยวกับเรื่องการย้ายสวนที่ดินในการเพาะปลูกไปที่ดินอีกแห่งหนึ่ง
เมื่อนางปล่อยข่าวหรือว่าประกาศเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกไป คนที่มีจุดประสงค์มุ่งร้ายกับซูฉีและสวนของนางย่อมต้องแสดงมาอย่างแน่นอน
มันคงจะลงมืออีกครั้งนึงเพื่อที่ว่าจะทำให้นางไม่สามารถผลิตพวกผลผลิตอย่างเช่นพวกผักจากสวนได้
ซูฉีมีที่ดินอยู่ภายในมือพอสมควรเพราะว่าการใช้เงินจำนวนหนึ่งขว้านซื้อที่ดินก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเมืองรอบใหญ่
นางเลือกที่จะย้ายที่ตั้งสวนไปตรงที่ดินข้างๆ ยังจัดฉากสั่งงานคนงานให้ไปดูแลสวนแห่งนั้น นางทำท่าทีเหมือนว่าจะปล่อยที่ดินผืนก่อนหน้านี้ให้ไร้ค่า
ซูฉีเตรียมการทุกอย่างอย่างเสร็จสรรพในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ถ้าเกิดเรื่องราวในวันนั้นนางได้สั่งให้คนงานทำการจัดการที่ดินจะโยกย้ายสวน
คนงานส่วนใหญ่ไม่ได้สงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เอาลวดแล้วคิดว่าคุณหนูของพวกเขาจะทำการเปลี่ยนที่ดินในการเพาะปลูกจริงๆ
และแล้วหลังจากที่ที่ดินผืนนี้ถูกเตรียมการจนเสร็จ ในวันนั้นว่าคนที่ลงมือไปก่อนหน้านี้จะลงมืออีกครั้งอย่างรวดเร็ว
ตกดึกยามหิมะโปรยปราย
ด้านนอกนั้นถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่เย็นเฉียบ หิมะสีขาวที่โปรยปรายจากด้านบนลงมา
ในที่ดินของซูฉีที่เตรียมการทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อย ที่ดินแห่งนี้ถูกเตรียมการเพื่อเพาะปลูกจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้เหลือเพียงแค่รอให้ฤดูหนาวนี้ผ่านไปมันเองก็คงจะเริ่มเพาะปลูกได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ยามราตรี
เสียงฝีเท้าหนึ่งร่างกายเข้ามาภายในสวนแห่งนี้ เสียงของเท้าที่ย่ำลงบนหิมะ เงาของใครสักคนก้าวเข้ามาภายในที่ดินคืนนี้ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัด
เงาปริศนานั้นมุ่งตรงไปยังใจกลางที่ดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน
เมื่อมันเดินทางไปถึงบริเวณใจกลางที่ดินใช้ดวงตามองสำรวจบริเวณรอบร่างกาย เพื่อมองให้แน่ใจว่าภายในบริเวณนี้ไม่มีใครอยู่
เมื่อมันลองใช้ดวงตาของตนเองสำรวจบริเวณรอบร่างกาย จนแน่ชัดแล้วมันค่อยๆย่อกายของตนเองต่ำลง
เงาปริศนานั้นสัมผัสลงไปที่พื้นก่อนที่มันจะแหวกหิมะที่ปกคลุมพื้นดินออก หิมะถูกแหวกออกเผยให้เห็นพื้นดินของที่ดินผืนนี้
เงาปริศนานั้นกำลังแสดงรอยยิ้ม ก่อนที่มันจะนำบางอย่างออกมาจากภายในเสื้อของมัน
สิ่งนำออกมาจากภายในเสื้อของมันมันเป็นเมล็ดบางอย่างที่มีรูปลักษณะเป็นเมล็ดสีดำ ออร่าพลังวิญญาณบางอย่างปกคลุมเอาไว้
ชายผู้นั้นค่อยๆนำเอาเมล็ดพันธุ์ปริศนาฝังลงไปภายในดิน ก่อนที่จะใช้ดินบริเวณรอบๆกบเมล็ดพันธุ์นั้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ในขณะที่มันทำหน้าที่ของมันจนเสร็จ และตัวของมันเองก็กำลังจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ร่างกายของคนผู้นั้นลุกขึ้น บางทีที่มันลุกขึ้นแสงไฟจากบริเวณรอบๆก็ส่องแสงสว่างไสวขึ้น
แสงมันสว่างขึ้นเป็นแสงของหินแสงที่ถูกฝังเอาไว้ภายใต้หิมะ เงาปริศนาที่ยืนอยู่บนสวนได้ใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ
เมื่อแสงสว่างไสวจากหินแสงมันสว่างขึ้นเผยให้เห็นรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นอย่างชัดเจน บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่สวมใส่ชุดคลุมสีดำสนิทคลุมทั่วทั้งร่างกาย
ใบหน้าของมันตื่นตระหนกตกใจเมื่อเห็นแสงรอบร่างกายสว่างขึ้น “ ข้าคิดว่าใครที่เป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ิ ”
“ ไม่คิดว่าผู้ที่ลงมือทำเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นเจ้านะ ”
“ เสิ่นหยาง ” ซูฉีกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าจริงจังมองตรงไปที่ตัวของผู้ที่กระทำผิดที่อยู่ด้านหน้า
เสิ่นหยางแสดงใบหน้าเปลี่ยนสีเม็ดเหงื่อปรากฏบนใบหน้าของมันทั้งที่บรรยากาศรอบๆนั้นเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ
จบบท