ดวงตาคมสวยกวาดมองแผ่นกระดาษพิมพ์ข้อความ จนกระทั่งถึงบรรทัดล่างสุดสำหรับการเซ็นรับทราบในข้อสัญญา
เธอยอมรับได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็ ห้ามแพร่งพรายเื่สัญญา วางตัวเป็ภรรยาที่ติดกับสามี หนี้จะถูกชดใช้ทั้งหมดเมื่อกำหนดครบสัญญา 2 ปี เท่านั้น และเงินค่าจ้าง จำนวน 3 ล้านบาท ก้อนแรกโอนทันทีหลังจรดปลายปากกา ส่วนที่เหลือจะถูกโอนเข้าบัญชีเป็งวด เมื่อครบ 1 ปี โอนทันที 1.5 ล้านบาท และส่วนที่เหลือคือหลังจากครบเวลา 24 เดือน
“สัญญาของคุณแฟร์ดีค่ะ”
ภัทรกรยิ้ม ยกแขนขึ้นกอดอกพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สถานที่ต่อรองเจรจาสัญญาคือบ้านแถวชานเมืองของเขา หลังไม่เล็ก ไม่ใหญ่ แต่สมัยสมัย มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน
เธอกับเขาจะใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้ระหว่างสัญญาการแต่งงาน 2 ปี
“ระหว่างนี้ถ้าคุณยังอยากทำงานผมจะจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้อีก 25 เปอร์เซ็นต์” เขาหมายถึงเงินค่าจ้างในฐานะพนักงานที่จะใช้เงินตัวเองจ่ายเพิ่มให้แต่ละเดือน
หญิงสาวยิ้มพรายกับความใจป๋าของว่าที่สามี (จอมปลอม)
“แล้วถ้าบัวเลิกทำงานล่ะคะ”
“ผมจะจ่ายเงินเดือนให้คุณ 75 เปอร์เซ็นต์จากเงินจำนวนเต็มของรายได้คุณแต่ละเดือน”
สมองของพนักงานบัญชีสาวแล่นอีกแล้ว ฐานเงินเดือนเธอตอนนี้คือ 3 หมื่น ถ้ารับ 75 เปอร์เซ็นต์ก็เท่ากับ 22,500 บาท
พอใช้หรือเปล่าเนี่ย!?
ภัทรกรบอกในเงื่อนไขอื่นๆ ว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาเขาจะเป็คนออกให้ทั้งหมด ส่วนค่าเทอมตาเนสเขาตั้งใจจะจ่ายให้ถือว่าเป็ส่วนหนึ่งของการมอบทุนตามนโยบายสนับสนุนการศึกษาของบริษัท เพียงแต่ทุนที่ว่านั้นมอบเต็มวงเงิน 100 เปอร์เซ็นต์ เป็กรณีพิเศษ
“แล้วสวัสดิการต่างๆ ล่ะคะ กรณีที่บัวไม่ทำงาน”
“รักสบายเหมือนกันนะคุณเนี่ย” เขาหรี่ตา
“บัวลองถามเฉยๆ ค่ะ” เธอเดือดร้อน ยอมรับคำสบประมาทไม่ได้
“งั้นผมจะให้สวัสดิการที่บริษัทเคยตอบแทนให้คุณเหมือนเดิมก็แล้วกัน ไม่ว่าคุณจะเลือกทำหรือลาออกมาเป็แม่บ้านเต็มตัว”
หญิงสาวยิ้มตรงคำว่า ‘แม่บ้าน’
“ยิ้มอะไรเหรอครับ” เขารู้สึกว่ารอยยิ้มสวยๆ นั้นน่าสนใจทีเดียว
“บัวชอบคำว่าแม่บ้านน่ะค่ะ ฟังดูอบอุ่นดี”
มุมปากของภัทรกรโค้งตาม คุณสมบัติอีกข้อที่เขาเลือกกณิกนันท์เป็ภรรยาก็คือการมองโลกในแง่ดีของหญิงสาวนี่ล่ะ เห็นอะไรก็รู้สึกว่าสวยงาม ตีเป็คำพูดน่ารักฟังรื่นหู
“แล้วมีตรงไหนของสัญญาที่คุณอยากแก้ไขปรับเปลี่ยน หรือตกหล่นมั้ย ผมจะได้ปรึกษาทนายอีกรอบก่อนเราลงชื่อ”
“ทุกอย่างลงตัวแล้วนะคะ บัวพอใจ แต่มีอีกนิดหน่อยค่ะที่อยากถามคุณให้ชัดเจนก่อนเราเซ็นสัญญากันจริง”
“ว่ามาสิครับ”
หญิงสาวที่เคยขึ้นเตียงกับผู้ชายแค่คืนเดียวขบเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจ เคอะเขินเล็กน้อย “เราจะต้องนอนร่วมห้องกันมั้ยคะ”
แขนแข็งแรงเต็มด้วยมัดกล้ามของเขาคลายลง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
“อย่างที่ผมเคยบอก ว่ามันเป็ความพึงพอใจของเราสองคน ผมจะไม่บังคับ แต่ก็จะไม่ปิดบังเหมือนกันว่า ‘อยาก’ ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะตอบสนองมั้ย”
แก้มคนฟังสุกระเรื่อ
“แต่ผมจะไม่จ่ายเพิ่มเพราะถือว่าเป็ความสะดวกของเรา 2 คน มันไม่ใช่ด้วยเื่เงินทองแต่เพื่อความสุขล้วนๆ”
หญิงสาวเม้มริมฝีปาก
“บัวจะไม่…”
ชายหนุ่มชิงพูดตัดบทก่อนเธอเอ่ยจบประโยค
“อย่าเพิ่งออกตัวดีกว่า เวลาตั้ง 2 ปี นะคุณ ไม่มีอะไรการันตีได้หรอกว่าคุณจะไม่อยากบ้างน่ะ” เขาตวัดสายตามองต่ำแว็บหนึ่ง เธอรู้ดีว่าอาการนั้นหมายถึงอะไรใบหน้าสวยจึงร้อนผะผ่าวอย่างช่วยไม่ได้
“งั้นเราเลิกคุยเื่นี้กันดีกว่าค่ะ เอาเป็ว่าบัวเข้าใจแล้ว”