" อืม " ชายชราเปิดเปลือกตาขึ้น สองตากวาดมองทั่ว
" บ้านผู้ใด " ชายชราพึมพำ
" ข้ายังมิตายรึนี่ " ชายชราพึมพำ พลางหยัดกายลุกนั่ง
สองตากวาดมองทั่วร่าง ที่พันไว้ด้วยผ้าพันแผล
ชายชราดึงผ้าพันแผลออก สองตาถึงกับเบิกโพลง
" มิน่าเชื่อ แผลของข้าสาหัสถึงขนาดนั้น กลับหายไปถึงห้าส่วน ในระยะเวลเพียงแค่คืนเดียว " ชายชราพึมพำ
" รึว่า์มิได้ทอดทิ้งข้า ์ให้โอกาสข้าได้กลับไปทำลายไอ้พวกสาระเลวนั่น " ชายชรากัดกรามของตนแน่น
" ยาสมานแผลนี่ถือว่ายอดเยี่ยมยิ่งนัก จะต้องนำสูตรของยาสมานแผลนี่ไปให้ได้ " ชายชราพึมพำ
" ก่อนอื่นต้องรีบฟื้นฟูพลัง แลออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด " ชายชราพึมพำ
ชายชราเปลี่ยนท่านั่งเป็ขัดสมาธิ แลเร่งเดินพลังโคจรไหลเวียนไปยังจุดชีพจร
" ป่านนี้ผู้าุโน่าจะตื่นแล้ว " ชิงหยางพึมพำ พลางทะยานร่างลงจากหินก้อนใหญ่
สองเท้าของชิงหยางเดินไปยังบ้านอย่างมิรีบเร่ง เมื่อเข้าใกล้ตัวบ้านหัวคิ้วพลันกระตุก
" เสียงอะไร " ชิงหยางพึมพำ
ด้วยสัญชาตญาณสองเท้าค่อยๆย่องเข้าไปในบ้านอย่างแ่เบา สองตากวาดมองทั่วบ้าน
" เสียงมาจากในห้อง " ชิงหยางพูดในใจ พลางย่องเข้าไปยังห้องของตน
สองตาสอดส่ายหาช่องมองลอด เมื่อพบเจอพลางแนบใบหน้าไปยังช่องนั้น
สองตาของชิงหยางพลันเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ชิงหยางแข็งค้างอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง
เมื่อได้สติจึงเร่งเหยียดร่างถอยออกจากห้องของตนอย่างเชื่องช้า
" เอาเช่นใดดี " ชิงหยางพูดในใจ
" หากมิรีบหนีเห็นทีถูกปีศาจนั่นฆ่าเป็แน่ " ชิงหยางพูดในใจ
ว่าแล้วชิงหยางจึงเร่งไปเก็บสมบัติของตนอย่างเร็วรี่ ทั้งแก่นอสูรทั้งเงินที่เก็บที่สะสมไว้
" ไป " ชิงหยางพึมพำ แลค่อยย่องเดินออกไปอย่างเงียบกริบ
ฝีเท้าแ่เบาราวแมวขโมย ด้วยที่เวลาต้องย่องเข้าสังหารสัตว์อสูร จะต้องเงียบกริบจึงจะสามารถสังหารอสูรได้รวดเร็ว ทั้งยังมิสิ้นเปลืองพลัง ด้วยที่ว่าตนเองนั้นมิได้ฝึกยุทธ จึงต้องชดเชยด้วยวิธีการ
เมื่อพ้นประตูบ้าน ชิงหยางก็ยังมิได้เร่งรีบยังคงย่องไปตามความมืด แลหลบเข้าไปตามแนวป่า
" อือ " ชายชราเปิดเปลือกตาขึ้น พลางกวาดจิตััออก
" หนีไปได้ไกลเหมือนกัน " ชายชราพึมพำ
" ไป " ร่างชราพลันพร่าเลือนแลหายวับไป
" แฮ่ก แฮ่ก " หลังจากพ้นจากตัวบ้านมาพอควร ชิงหยางเร่งฝีเท้าอย่างสุดชีวิต
" ข้ามิน่าพามาเลย " ชิงหยางได้แต่นึกเสียใจ เขาเองก็มิอยากจะเชื่อว่าชายชราผู้นั้นจะเป็ปีศาจ
" ทั้งยังช่วยเหลือมัน รักษาแผลให้มัน " ชิงหยางได้แต่เจ็บใจตนเอง ที่ทำดีกับปีศาจ
" ไอ้หนู " เสียงชราลอยเข้ามา เสียงนั้นช่างเย็นเยียบเสียดแทงเข้าถึงไขกระดูก
" มิอยู่แล้ว " ชิงหยางเร่งฝีเท้าของตนอย่างบ้าคลั่ง
" ไอ้หนูนี่สายตายามกลางคืนดียิ่งนัก ถึงกับมองเห็นในที่มืดได้ดี สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ " ชายชราแปลกใจ
เพราะมีเพียงผู้ที่ฝึกยุทธเท่านั้นจึงจะสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดี " แต่ไอ้หนูนี่มิได้ฝึกยุทธ แต่กลับมองเห็นได้ดี "
" รึว่าดวงตาของมันจะพิเศษ จึงสามารถทำให้มันมองเห็นในที่มืดได้ " ชายชราพึมพำ
" ไป " ชายชราเร่งทะยานให้เร็วขึ้น
" เ้าหนีไปไหนมิรอดดอก " ชายชราเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
" อือ " ทั่วร่างของชิงหยางพลันสะท้าน
" ช่างเป็เสียงที่น่ากลัวยิ่งนัก " ชิงหยางพึมพำ
" มา " ชายชราทะยานร่างมาถึง พลางวาดมือหมายคว้าจับที่ศีรษะของชิงหยาง
" วืด " ฝ่ามือชายชราพลันจั่วลม
" มันไปที่ใด " ชายชราได้แต่แปลกใจ เมื่อตนมิสามารถกุมตัวชิงหยางได้
ชายชรารั้งกายไว้ แลผินกายกลับ สองตาพลันเปล่งแสงสีชาดออกมา
สองตาสีชาดกวาดมองทั่วแนวป่าอย่างเชื่องช้า " มันหลบหนีเงื้อมือของข้าไปได้เช่นใด " ชายชราพึมพำ
" รึจะเป็เพราะสัญชาตญาณของมัน มันที่ไร้ซึ่งการฝึกยุทธ แต่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งได้ มันย่อมแตกต่างจากคนธรมดา " ชายชราพึมพำ
" เกือบไปแล้ว " ชิงหยางพึมพำ
ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของชายชรากำลังจะมาถึงยังศีรษะของตน ชิงหยางผินกายหลบออกด้านข้างจึงรอดพ้นจากการถูกจับกุม
ใน่วินาทีวิกฤต ด้วยสัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของสัตว์อสูรระดับสูง ถูกนำมาใช้ช่วยชีวิตได้อย่างหวุดหวิด
" พลั่ก " วิ่งห้อตะบึงมาได้มินาน สองขาพลันเตะเข้ากับบางสิ่งล้มคว่ำมิเป็ท่า
" หมดฤทธิ์แล้วสินะ " ชายชราร่อนร่างของตนลงยังพื้นหญ้า
ชายชรามองจ้องไปยังดวงตาของชิงหยาง สองตาของชายชราหรี่หดเล็กลง
" จ้าวเจี้ยน วันนี้เ้าหนีมิรอดแล้ว " เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางเวหา
" ไอ้สาระเลวหวังเจี่ยเฉียน " จ้าวเจี้ยนร้องออกสุดเสียง พลางทะยานร่างหนีอย่างเร็วรี่
" พวกเ้าตามไป ข้าจะไปดูไอ้หนูนั่นหน่อย " หวังเจี่ยเฉียน ทะยานลงไปยังเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
" น้องชาย เป็สิ่งใดรึไม่ " หวังเจี่ยเฉียนในชุดสีขาวของสำนักแห่งหนึ่งเอ่ยถาม
ชิงหยางหยัดกายลุกยืน พลางประสานสองมือ " ตอบพี่ชาย ข้ามิเป็สิ่งใด " ชิงหยางเอ่ย
" ขอบคุณพี่ชายที่ช่วยเหลือ " ชิงหยางเอ่ย
" อืม " หวังเจี่ยเฉียนพยักหน้า
" น้องชายที่เ้าเห็นเมื่อครู่นั้น ถือเป็สิ่งที่มิสมควรจะพบเห็น ข้าจะ " ยังมิทันที่หัวงเจี่ยเฉียนจะเอ่ยจบ
ชิงหยางเร่งทะยานร่างหนีอย่างเร็วรี่
" ฮื่อห์ " หวังเจี่ยเฉียนถอนหายใจออกมาอย่างแรง พลางทะยานร่างตาม
" วิ้ง " หวังเจี่ยเฉียนพลันปรากฎกายต่อหน้าชิงหยาง
" อะ " ชิงหยางร้องออก
หวังเจี่ยเฉียนวาดดรรชนีออก " วิ้ง " เสียงสีขาวสว่างวาบ
" ตุบ " ร่างของชิงหยางทรุดฮวบลงยังพื้นหญ้าอ่อนนุ่มในทันใด
" ชอบให้มันยุ่งยาก " หวังเจี่ยเฉียนส่ายหน้า พลางสืบเท้าเข้าหา
" ข้ามิได้อยากจะสังหารเ้า ข้าเพียงอยากจะลบความทรงจำทุกอย่างของเ้าที่มีต่อข้าแลจ้าวเจี้ยน " หวังเจี่ยเฉียนเอ่ย
หวังเจี่ยเฉียนวางมือลงบนศีรษะของชิงหยาง " วิ้ง " แสงสีขาวแทรกซึมลงไปในสมองของชิงหยาง แลเริ่มทำการลบความทรงจำออก
" อืม " หวังเจี่ยเฉียนพยักหน้า
" น้องชาย หวังว่าเราคงจะได้พบเจอกันในวันหน้า " หวังเจี่ยเฉียนเอ่ยออกมา
ร่างสูงในชุดสีขาวพุ่งทะยานร่างขึ้นสูงแลพุ่งหายไปในความมืดมิด
" อือ " ชิงหยางร้องครางออกมา ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ
" นี่มันป่านี่ " ชิงหยางพึมพำ
" แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นใด " ชิงหยางชันกายลุกนั่ง พลางครุ่นคิดเื่ราว
" จำได้เพียงว่านั่งทายาที่หินก้อนใหญ่ที่ริมแม่น้ำ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้เช่นใด " ชิงหยางพึมพำ
" ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนหายใจออกมาอย่างแรง สองตากวาดมองทั่ว
สองตาพลันสะดุดเข้ากับบางสิ่ง " อะไร รูปทรงคล้ายกระบี่ " ชิงหยางพึมพำ
ชิงหยางเร่งหยัดกายลุกยืน แลก้าวเดินเข้าหาวัตถุคล้ายกระบี่
ชิงหยางวาดมือเก็บสิ่งนั้นขึ้นมา พลางกวาดตามองทั่ว " กระบี่ที่เป็สนิม ทั้งส่วนปลายยังขาดหาย " ชิงหยางพึมพำ
" กระบี่เล่มนี้กว้างสี่ชุ่น ยาวหนึ่งฉื่อกับอีกห้าชุ่น ( 1 ชุ่น = 1 นิ้ว . 10 ชุ่น = 1 ฉื่อ , 10 ฉื่อ = 1 จ้าง ) " ชิงหยางพึมพำ
" ส่วนปลายที่ขาดหายน่าจะยาวหนึ่งฉื่อ " ชิงหยางพึมพำ
" แม้นจะเป็กระบี่ที่พอเหมาะ ทั้งน้ำหนัก แลขนาด แต่การเป็สนิมของมันนี่สิ " ชิงหยางพึมพำ
แม้นใจหนึ่งอยากจะทิ้งมันไป แต่อีกใจกลับอาวรณ์ ความรู้สึกเช่นนี้ล้วนแล้วยากตัดสินใจ
" เก็บไว้ก่อน เวลานี้ข้ายังมิอาวุธ " ชิงหยางพยักหน้า
มือหนึ่งที่ถือกระบี่กวัดแกว่งไปมาระหว่างที่ครุ่นคิด " วู๊มมมม "
" หือ " ชิงหยางถึงกับหน้านิ่ว แล้วลองหมุนควงกระบี่สนิมเขรอะอีกครา
" วู๊มมม " เสียงคมกระบี่กรีดกรายผ่ามวลอากาศ
สองตาของชิงหยางพลันเบิกโพลง เมื่อเห็นคมกระบี่ที่เต็มไปด้วยสนิมตัดผ่ามวลอากาศขาดออกเป็สอง
" กระบี่ดี " ชิงหยางร้องะโออกมาในทันใด