ตอนที่ 27
การเข้าป่าค้นหาสมุนไพรรักษา
“เ้าจะต้องออกเดินทางเข้าป่าเพื่อหาสมุนไพรมารักษาข้าอย่างนั้นเหรอ เอาล่ะถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะให้หลินปอและคนอื่นอีก 3 คนไปด้วยเพื่อปกป้องพวกเ้าไม่ให้รับอันตราย” พอจะเริ่มต้นการรักษาชายหนุ่มก็มีใบหน้ามีความสุขขึ้นทันที หลังจากบอกเื่นี้กับมารดาหญิงสาวก็มีความสุขอย่างมากเช่นกันยังส่งคนมีฝีมือถึง3 คนมาปกป้องพวกเขาด้วย
“แล้วใครจะอยู่ปกป้องเ้ากันละ” ไป๋เหอพอรู้ว่ามีคนมาปกป้องพวกเขา ก็รู้สึกสบายใจเพิ่มขึ้นแต่เมื่อเห็นว่าคนข้างกายอย่างหลินปอไปด้วยจึงอดที่จะถามไม่ได้ คนใกล้ชิดต้องห่างกายเช่นนี้ดูเหมือนว่าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เขามีความรู้สึกอดที่จะเป็ห่วงหวังเหว่ยไม่ได้หากปราศจากคนคอยคุ้มกัน
การเข้าป่าเพื่อหาสมุนไพรไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลากี่วันถึงจะหาครบไม่รู้ว่าจะได้กลับออกมาตอนไหนด้วยซ้ำ หากใช้เวลาเกินไปกลัวว่าหวังเหว่ยจะได้รับอันตรายหากมีคนคิดหมายปองชีวิตไม่รู้อะไรทำให้เขารู้สึกเป็ห่วงเช่นนั้น อาจจะเป็เพราะนิสัยที่ดีที่ติดตัวมาของเขากระมังที่เห็นชีวิตผู้อื่นมีความหมาย
หวังเหว่ยมองสีหน้าที่เป็กังวลของไป๋เหอแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักการแสดงสีหน้านั้นไม่ได้จงใจแกล้งทำหรืออย่างใดแต่ทำออกมาจากความรู้สึกภายในนั่นทำให้ชายหนุ่มถึงกับตกตะลึง เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่จริงใจกับเขาเช่นนี้ทั้งที่เป็คนแปลกหน้าพึ่งพานพบได้ไม่นาน สหายที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาั้แ่เด็กเมื่อได้เห็นสภาพเขาพวกนั้นก็ไม่เคยเหลียวแลเขาอีกเลยเหตุที่เป็เช่นนี้จางิ่อาจมีส่วนนั้นทำให้สหายที่เคยเดินร่วมทางกันมาั้แ่เยาว์วัยถึงทำตัวห่างเหิน ตอนนี้ชีวิตของเขาขาดมิตรมีแต่มารดาและหลินปอที่อยู่ข้างกายที่เป็ที่พึ่งยามสุดท้าย ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ามีรอยยิ้ม
“ไม่ต้องห่วง ข้าเป็คนไร้ประโยชน์อยู่แล้วไม่มีใครคิดสังหารข้าตอนนี้หรอก”
“อืม”
ไป๋เหอพยักหน้าน้อยๆและคิดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น่เขาไม่อยู่หรอกมั้ง แล้วก็รีบออกเดินทางเข้าป่าทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลามากไปกว่านี้รีบทำรีบเสร็จจะได้ออกจากที่นี่ให้เร็ว
หวังเหว่ยคิดว่าจางิ่ไม่กล้าที่จะลงมือตอนนี้ แล้วอีกอย่างเห็นว่ามารดาจะมาอยู่เป็เพื่อนแค่มีนางเขาก็รู้สึกสบายอย่างมากอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อต่อไปเขาไม่เป็ภาระมารดาให้คอยเป็ห่วงแล้ว หวังว่าพอเดินได้เขาก็จะตามหาคนที่สามารถแก้ปัญหาพลังของเขาเผื่อมันจะมีวิธีช่วยถ้าหากโชคดี เขาก็จะมีความสุขในชีวิตแต่ถ้าโชคร้ายไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้เขาก็ไม่นึกเสียดายถือว่าได้ทำเต็มที่แล้ว
หวังเหว่ยมองทุกคนจากไป เขาจะรอคอยอย่างมีความหวัง หวังว่าจะไม่เจออุปสรรคในป่าก็เป็พอนั่นถือว่าจะโชคดีมาก เมื่อนึกถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยนจากที่ยิ้มอยู่กลายเป็กังวลขึ้นมาทันที
“ข้าจะรอการกลับมาของพวกเ้าหวังว่าจะรอดกลับมาช่วยเหลือข้าได้” ชายหนุ่มเป็กังวลขึ้นมาในจิตใจภาวนาว่าหากจางิ่คิดจะลงมือทำร้ายก็ขอให้พวกเขาต่อสู้ได้อย่างปลอดภัย
สมุนไพรที่ไป๋เหอ้าหาเพิ่มเติมมีอีก5 ชนิดที่ยังไม่ครบจะต้องเข้าไปในป่าลึกและมันมักจะเกิดอยู่บนเขาสูงอาจจะต้องเจอกับสัตว์อสูรระดับต่ำโชคร้ายหน่อยก็อาจจะเจอระดับสูง ั้แ่ระดับ 5 ขึ้นไปเรียกว่าระดับสูง สัตว์อสูรแบ่งระดับออกมามีั้แ่สัตว์อสูรระดับ 1 ถึงระดับ 9 แต่เท่าที่เขาได้สอบถามหวังเหว่ยก็พอจะรู้ว่าในป่าแห่งนี้สัตว์อสูรที่พวกเขาเคยเจอมีถึงแค่ระดับ5 ระดับสูงกว่านี้ส่วนมากไม่ค่อยจะเจอสักเท่าไหร่เว้นแต่จะโชคร้ายในชีวิตที่จะได้เจอมัน
แต่ที่เขาพานพบมานั้นเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก็งูพันปีที่มีระดับพลังิญญาชั้นสูงหวังว่าจะไม่เจอครั้งที่ 2 เพราะไม่มีใครจะช่วยเขาได้แล้ว พอนึกถึงตรงจุดนี้ทำให้นึกถึงจิติญญากระบี่ที่เสียสละตนเองเพื่อช่วยเขาหากแต่ตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงชายลึกลับนั้นแล้วเหตุที่เป็เช่นนี้ก็เป็เพราะเขาเองที่มีฝีมือต่ำต้อยเกินไป กระบี่นั่นจึงหักไปพร้อมกับจิติญญากระบี่ที่หายไปด้วย
พอพูดถึงสัตว์อสูรหากอยู่ไม่เกินระดับ4 พวกมันจัดเป็ระดับต่ำด้วยกำลังไป๋เหอตอนนี้สามารถกำจัดมันได้พอสูสี แต่ถ้าเป็ระดับ 5 ขึ้นไปแล้วละก็จะกำจัดยากขึ้นทันที ด้วยกำลังไป๋เหอตอนนี้ไม่มีทางต่อกรกับสัตว์อสูรระดับ 5 ขึ้นไปได้มีแต่จะาเ็สาหัสหรือไม่ก็ตายลงหากได้เจอพวกมัน แม้จะมีกระบี่อย่างดีของจื่อลู่ที่มีขอบเขตพลังสูงหากพลังลมปราณในตัวมีไม่พอไม่ต่างอะไรกับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่า
การเดินทางเข้าป่าลึกระหว่างไป๋เหอซวงเอ๋อร์ หลินปอ และคนอื่นอีก 3 คนไม่พ้นสายตาจางิ่เมื่อได้รู้ว่าไป๋เหอมาสนิทสนมกับหวังเหว่ยเขาไม่พอใจเป็อย่างมากนั่นหมายถึงว่าเหยื่อของเขากำลังจะหลุดมือ
“เมื่อเ้าคิดที่จะเป็ศัตรูของข้าก็อย่ามีชีวิตอยู่เลย” ก่อนจะหันไปหาชาย 4 คนที่ถูกเขาจ้างมาจากที่อื่นด้วยจำนวนเงินมาก“พวกเ้าจัดการพวกมันอย่าให้มีชีวิตรอดกลับมาได้และชิงของวิเศษมาทั้งหมดโดยเฉพาะป้ายหยกเป็สิ่งสำคัญที่ข้าจะต้องได้มันมา”
พวกเขาพยักหน้าก่อนจะรีบติดตามพวกนั้นเข้าป่าไปด้วยการใช้วิชาตัวเบา พวกมันมีคนอยู่ระดับพลังขั้นรวมลมปราณถึง2 คน อยู่ในขั้นที่ 1 ขั้นที่ 3และขั้นก่อเกิดระดับ 9 ขั้นสูง อีก 2 คน รวมเป็ 4 คน
ฉะนั้นแล้วพวกไป๋เหอไม่มีทางออกจากป่าได้อย่างปลอดภัยเขาคิดกำจัดไป๋เหอก่อนแล้วค่อยตามมาจัดการกับหวังเหว่ย แม้บิดาของเขาเคยขอร้องไม่ให้รุกรานแล้วแต่เมื่อรนหาที่ตายเขาก็ไม่อาจปล่อยให้หวังเหว่ยมีชีวิตอยู่ต่อได้อีก และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าเหตุใดคนพวกนั้นจึงต้องเข้าป่า พวกเขาไปหาอะไรเท่าที่เขาพอจะเดาคงจะเป็เื่สำคัญของหวังเหว่ยแน่ แต่จะเป็เื่อะไรนั้นก็ไม่อาจจะรู้ได้
จางิ่มองพวกมันจากไปใบหน้ามีความโเี้มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อคิดว่าแผนครั้งนี้คงจะสำเร็จเพราะในบรรดาคนที่ไปด้วยกับไป๋เหอล้วนแต่มีพลังที่ไม่สูงนักถ้าหากเทียบกับคนที่เขาส่งไปแล้ว แต่หากไม่สำเร็จเขาก็มีแผนสำรองไว้อยู่หากครั้งนี้ผิดพลาดอีก แม้จะรู้สึกว่าตนได้เปรียบแต่เขาก็ไม่ควรชะล่าใจเห็นอาวุธในมือซวงเออร์แล้วกลับประมาทไม่ได้เลยแล้วยิ่งอยากเอามาเป็ของตนให้ได้พอนึกว่ามันจะเป็ของเขาอีกไม่ช้าปากหยักก็ฉีกยิ้มกว้าง
ตลอดการเดินทางเข้าป่าไป๋เหอเปิดััทุกส่วนส่งกระแสจิตสำรวจรอบทิศทาง ในป่าล้วนเป็ที่อันตรายเขาย่อมต้องระมัดระวังตนกลัวจะเกิดเหตุเหมือนครั้งเจองูพันปี
ซวงเอ๋อร์ที่ขี่ม้าอยู่ข้าง ๆนางคอยสำรวจรอบทิศทางเพื่อป้องกันอันตรายััตื่นรู้ตลอด ั้แ่ที่นางฝึกยุทธ์ทำให้นางจิตใจเข้มแข็งไม่มีความหวาดกลัวยิ่งได้อยู่ใกล้ไป๋เหอนางกลับรู้สึกปลอดภัย
“ซวงเอ๋อร์เ้าเหนื่อยหรือไม่” ชายหนุ่มที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ รู้สึกเป็ห่วงหญิงสาวข้างกายที่เดินทางมาด้วยกัน นางต้องมาลำบากก็เพราะเขาที่้ายื่นมือเข้าช่วยหวังเหว่ยอดสงสารนางไม่ได้แล้วการเดินทางกับม้าก็ช่างล่าช้าเสียจริงเขาคิดจะใช้กระบี่โบยบินแต่คนที่ติดตามมาด้วยพลังยังไม่ถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศจะใช้วิชาตัวเบาก็ต้องใช้พลังลมปราณมากอยู่จึงใช้ม้าได้อย่างเดียว
“ไม่เ้าค่ะ ข้าสบายดีท่านไม่ต้องเป็กังวล” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม รู้ว่าไป๋เหอคงจะเป็ห่วงนางดูจากสีหน้าที่เขาแสดงแล้วก็อดเป็กังวลไม่ได้
“ถ้าเ้าเหนื่อยบอกพี่นะการเดินทางเข้าป่าไม่รู้ว่าเราจะต้องพบเจออะไรบ้างข้าเป็ห่วงเ้าจริงๆ”
“พี่ไป๋เหอไม่ต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ ข้ามีพี่อยู่ข้างๆ ข้ารู้สึกปลอดภัยที่สุด” นางขี่ม้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วยื่นแขนดึงมือของเขาไว้เอนตัวเอาใบหน้าซบบนไหล่ของเขาราวกับแมวน้อยขี้อ้อนมีรอยยิ้มบนหน้าที่แสนจะมีความสุข
ภาพนั้นทำให้คนที่มาด้วยอดยิ้มไม่ได้ต่างคนต่างคิดว่าพี่น้องคู่นี้รักกันดีและไป๋เหอก็เป็พี่ชายที่แสนดีจริงๆ ต่างลอบชื่นชมอยู่ในใจ
“เอาล่ะเ้าไม่ต้องอ้อนพี่ขนาดนี้ก็ได้อายคนอื่นที่มาด้วยบ้างถ้ายังไงเราพักกันที่นี่ก่อนเถอะแล้วค่อยเดินทางต่อ"
เขาหันไปพูดกับกลุ่มชายที่มาด้วยต่างคนต่างก็หาที่นั่งพักและก็เฝ้าระวังภัยอันตราย
ไป๋เหอสำรวจรอบทิศทางการเดินทางหลายชั่วยามแต่พวกเขากลับยังไม่พบสมุนไพรที่เอาไปทำยาแม้แต่ต้นเดียว นั่นมันทำให้ไป๋เหอเป็กังวลในการหาอยู่ไม่น้อย
“ท่านไป๋เหอนี่เรากำลังใกล้จะถึงูเาแล้วแต่ตลอดทางที่ผ่านมาเรากลับยังไม่พบสมุนไพรตัวอื่นเลย” หลินปอกล่าวอย่างรู้สึกผิดหวัง หากนายน้อยสามารถกลับมาเดินได้เขาจะยินดีอย่างมากชายตรงหน้านี้จะเป็ผู้มีพระคุณของเขาทันที
“เ้าอย่าพึ่งท้อเดี๋ยวเราค่อย ๆ หากันข้าคิดว่ามันต้องเจอ ของแบบนี้มันต้องแลกมาด้วยความยากลำบากแต่หากได้มาแล้วก็คุ้มมากเหมือนกัน” ชายหนุ่มพูดปลอบใจทั้งเขาและตัวเอง แต่คำพูดนั้นก็เป็จริงส่วนมาก
คำพูดของไป๋เหอทำให้หลินปอเข้าใจ มันลำบากยากเข็ญแค่ไหนเขาจะต้องหามาเพื่อรักษานายน้อยให้ได้แม้จะต้องบุกน้ำลุยไฟแค่ไหนเขาก็จะต้องทำมัน
ไป๋เหอมองออกถึงความเป็ห่วงของหลินปอที่มีต่อหวังเหว่ย เขาไม่รู้ว่าคนผู้นี้มีประวัติเป็มายังไงแต่ดูท่าแล้วหวังเหว่ยคงจะมีความสำคัญกับเขาอย่างมากไม่เช่นนั้นแล้วสีหน้าเขาก็คงไม่เป็เช่นนี้
ในระหว่างที่พักอยู่นั้นทางด้านหนึ่งคนที่กำลังยืนแอบดูอยู่พวกเขากำลังคิดหาจังหวะเพื่อเข้าจัดการ
“พี่เฟิงเราจะลงมือตอนไหนข้าคันไม้คันมือไปหมดแล้ว รีบฆ่ารีบไปรับรางวัลดีกว่า เราต้องทำภารกิจอื่นต่อ”
พี่เฟิงที่ชายรูปร่างผอมเรียกนั้นอยู่ในชั้นรวมลมปราณขั้นที่3 ซึ่งถือว่ามีพลังมากกว่า3 คนที่มาด้วย พวกเขาให้เกียรติด้วยที่มีพลังเหนือกว่าพวกตนและพวกเขาก็รู้จักกันมานานมากแล้วเป็ทหารรับจ้างที่มีฝีมือไม่เคยพลาดแค่รับภารกิจมาเขาก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
“ข้าว่าตอนนี้แหละได้จังหวะพอดีที่จะลงมือ พวกเ้าเตรียมตัวโจมตีได้เลยหากได้รับสัญญาณจากข้า” คนที่โดนเรียกพี่เฟิงกล่าวขึ้นเมื่อได้สำรวจคนเ่าั้แล้ว เขาคิดว่าคนจำนวนนั้นมากกว่าแต่ใช่ว่าพลังของเขาจะน้อยเมื่อไหร่ด้วยเขาที่เป็หนึ่งในผู้ที่มีพลังเหนือกว่าคนที่นี่ย่อมจะได้เปรียบหากปะทะกัน
“ได้เลยพี่เฟิงข้ารออยู่”
ชายสามคนมีใบหน้ายิ้มเหี้ยมเมื่อได้ยินดังนั้นการฆ่าคนเป็เื่ที่พวกเขาทำจนเคยชินไม่สามารถแยกผิดถูก ที่สำคัญในชีวิตของพวกเขาคือการได้รับค่าจ้างเป็จำนวนเงินที่มากพอในแต่ละครั้งอยู่ได้เป็เดือนเงินดีขนาดนี้ใครจะไม่ทำ
พวกเขาไม่รู้เลยว่าคำพูดเ่าั้ไป๋เหอที่นั่งอยู่ยังคงได้ยินการสนทนาและรับรู้มาตลอดทางว่าพวกนั้นติดตามเขาอยู่ ตลอดระยะเวลาที่เดินทางมาเขาได้เฝ้าระวังตลอด การมีหูทิพย์ตาทิพย์มีจิตััที่แข็งแกร่งเป็อะไรที่ได้เปรียบและหายากคนที่เป็เช่นนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่มีพร์หรือถูก์ลิขิตไว้แล้ว แต่สำหรับไป๋เหอนั้นเขาฝึกได้ก็เพราะมีตำราจากคู่มือของบิดาที่ทิ้งไว้ให้ทำให้ได้รับการต่อยอดยิ่งชั้นพลังมากขึ้นการรับรู้ได้ยินได้เห็นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“พวกเ้าเตรียมตัวให้ดีอย่ามีพิรุจตอนนี้เรากำลังถูกซุ่มโจมตีเตรียมตัวให้พร้อม” ไป๋เหอกล่าวเสียงบางเบาเพื่อให้ได้ยินเฉพาะพวกเขา
ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นพยายามที่จะไม่หันไปมองหาว่าศัตรูอยู่ทางไหนก็ได้เตรียมตัวจับอาวุธในมือให้คล่องไว้รอการโจมตี พวกเขานั้นไม่รู้ว่าคนที่จะโจมตีอยู่ในพลังขั้นไหนแล้ว แต่พวกเขาที่มานอกจากไป๋เหอ หลินปอ ซวงเอ๋อร์ชายอีกสามคนล้วนอยู่ในพลังขอบเขตขั้นก่อเกิดขั้นที่ 9
“โจมตีได้”
เมื่อชายที่เป็หัวหน้าทีมส่งสัญญาณ เหล่าคนที่ซุ่มอยู่ก็ะโเข้าโจมตีคนที่นั่งอยู่ด้วยไร้ความปราณีหมาย้าชีวิตผู้คนทั้งหมด
ย้ากก!!!
สิ้นเสียงพวกนั้น ชาย 3คนที่นั่งอยู่รีบเข้ามาปกป้องสองพี่น้องทันที พวกเขารับการโจมตีด้วยดาบเกิดเสียงเสียดสีกันสนั่นทั่วป่า พลังสังหารที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนั้นไม่ได้ทำอันตรายพวกของไป๋เหอมากด้วยพลังที่ห่างชั้นไม่เยอะ
“พวกเ้าเป็ใครเป็คนของจางิ่ใช่หรือไม่”
หลินปอกล่าวถามขึ้นเมื่อถอยร่นออกมาหลังจากได้ปะทะฝีมือกับคนที่อยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่3 เขามองออกแล้วว่าคนที่มานั้นพลังอยู่เหนือเขาถึง2 ระดับชั้นและคนอื่น ๆ ที่ต่ำกว่าเขาเพียงน้อยนิด ดูท่าแล้วศึกครั้งนี้คงสาหัสเหมือนกันหวังว่าเขาจะสามารถปกป้องสหายของนายน้อยได้
“ไหน ๆ ก็จะตายแล้วงั้นข้าบอกความจริงให้เ้ารู้ก็ได้ นายน้อยจางิ่้าป้ายหยกจากเ้าเด็กนั่นเขายอมจ่ายค่าตอบแทนสูงก็เพื่อให้ข้าได้มาฆ่าพวกเ้ายังไงเล่าถ้ายังไงก็รีบส่งป้ายหยกนั้นมาเร็ว ๆ ซะ” คนที่อยู่ชั้นรวมลมปราณขั้น3 กล่าวด้วยสีหน้าเหี้ยมแสยะยิ้มเบา ๆจ้องมองพวกเขาอย่างไม่วางตา มันคิดว่าพลังมันเหนือกว่าไม่เกรงกลัวสิ่งใดเมื่ออยู่ต่อหน้า
ไป๋เหอกับซวงเอ๋อร์พอได้ฟังสิ่งที่สงสัยตอนนี้ก็คลี่คลายแล้วเื่ทั้งหมดก็ชี้เป้าไปยังจางิ่ เขาช่างหลอกพวกตนได้มันทำให้ชายหนุ่มคิดโมโหที่เคยดีกับเขาก่อนหน้านั้นแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธแต่อย่างใดออกมามีเพียงใบหน้าที่นิ่งเรียบจ้องมองคนเ่าั้ไม่วางตา
“เ้าจางิ่ช่างเลวทรามต่ำช้าเสียจริง ๆช่างทำเื่เลวร้ายไม่น่าให้อภัยได้ นายน้อยหวังเหว่ยเป็พี่น้องแท้ๆ ยังทำเื่ชั่วช้าเช่นนี้คนแบบนี้ไม่ตายดีแน่”
หลินปอกล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้นที่ผ่านมาเขาไม่สามารถปกป้องนายน้อยได้เลยตอนที่เกิดเื่กับนายน้อย ตัวเขาได้ออกไปทำธุระให้กับนายหญิงอีกหมู่บ้านหนึ่งมิเช่นนั้นแล้วนายน้อยคงไม่เป็เช่นนี้แน่ เขากล่าวโทษตนเองมาตลอดทั้งที่บิดาของเขาก่อนเสียชีวิตได้กำชับให้ปกป้องนายน้อยให้ดี
“เื่เ้ากับจางิ่ก็ไปจัดการเอาเองแต่สงสัยว่าคงไม่มีวันนั้นแล้วละ สิ่งที่ข้าต้องจัดการตอนนี้ก็คือเอาชีวิตของพวกเ้า เมื่อรับค่าจ้างมาแล้วย่อมต้องทำงาน” คนมีนามว่าเฟิงกล่าวขึ้นอีกครั้งรอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปากจ้องมองไป๋เหอราวกับว่ามันกำลังสำรวจอะไรบนตัวเขาอยู่
ไป๋เหอคิดหาวิธีกำจัดพวกมันด้วยจำนวนพวกมันแม้จะมีน้อยกว่าพวกตนแต่การบ่มเพาะพลังนั้นสูงกว่าพวกเขานักเขาจำเป็จะต้องคิดอย่างรอบคอบแม้ว่าเขาจะอยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่1 ก็ไม่อาจจะประมาทได้
“เ้าอย่าคิดว่าพวกเ้า 4 คนจะชนะได้ ถึงข้าจะต้องตายก็จะเอาพวกเ้าไปด้วย”
คำกล่าวของหลินปอน้ำเสียงที่หนักแน่นชี้นิ้วไปยังพวกมันหมายมั่นให้พวกมันตกไปตามกันและคนอีก3 คน ที่ติดตามเขามาก็ไม่คิดกลัวด้วยกล้าเผชิญหน้ากับชายทั้ง 4 ที่ว่าชีวิตนี้ได้มอบให้แก่นายหญิงและนายน้อยหวังเหว่ยไปแล้วย่อมที่จะตายได้เพื่อคนทั้งสอง แต่ก่อนจะตายเขาจำต้องทำให้พวกนี้ไปอยู่กับพวกเขาในนรกด้วยกัน
หลินปอปล่อยจิตสังหารออกมาแม้เขาจะอยู่แค่ชั้นรวมลมปราณที่ระดับต่ำกว่าแต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคของเขาเลยสักนิด
“พวกเ้ารนหาที่ตายชัด ๆ พลังอันน้อยนิดแต่ปากดีเสียจริงพวกเราลุยจัดการพวกมันต่อ” หลังจากหยุดการต่อสู้เพียงครู่ก็หันกลับมาสู้กันอีกครั้งเพราะชายที่กำลังเอ่ยออกมาไม่ชอบใครมาชี้หน้าใส่มันย่อมที่จะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟอยากคิดที่จะทำลายล้างให้สิ้นซาก
ซวงเอ๋อร์กับไป๋เหอที่ยืนดูพวกเขาต่อสู้ต่างจ้องมองตาไม่กระพริบและคิดหาทางเอาชนะพวกนี้ ก่อนจะเห็นคนของตนกระเด็นออกมาเมื่อได้ประมือกับคนที่มีพลังรวมลมปราณขั้นที่1 แม้จะอยู่ขั้นก่อเกิดระดับ 9 ชั้นสูงยังไม่ได้เปลี่ยนชั้นพลังก็มิอาจจะต่อกรกับคนที่เปลี่ยนชั้นพลังได้นั่นเขาเข้าใจดี
“พี่ไป๋เหอจะเอายังไงกันดี” ซวงเอ๋อร์เอ่ยปากถามหลังจากยืนดูเพียงครู่รอบข้างเริ่มใช้พลังต่อสู้ทำให้ป่าที่อยู่ข้างๆเกิดเป็รอยเป็หลุมหลายจุดต้นไม้ถูกตัดขาดจากพลังโจมตีระหว่างชั้นรวมลมปราณสองคนที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดหมายมั่นเอาชีวิตของพวกเขาลง
ไป๋เหอยังไม่ได้ตอบอะไรก็รีบพุ่งตัวเข้าไปต่อกรกับคนที่อยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่1 เมื่อเห็นว่ากำลังจะฆ่าคนของพวกตนที่มีพลังต่ำกว่า
ลูกถีบเต็มแรงโดยไม่ได้ใช้พลังลมปราณพุ่งเข้าใส่ร่างคนที่อยู่ชั้นรวมลมปราณที่1ไม่ทันได้ตั้งตัว ความแรงของกำลังไป๋เหอมีมากกว่าคนที่อยู่ชั้นพลังเดียวกัน ร่างนั้นลอยกระเด็นออกไปหลายจั้งมีเืออกมุมปากก่อนจะลุกขึ้นมาแสดงสีหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกตะลึงร่างกายรู้สึกจุกเสียดตรงที่โดนถีบเืลมปราณในร่างระส่ำคล้ายกลับโดนของหนักทุบไปที่ร่าง มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะได้รับาเ็จากคนที่มีพลังน้อยกว่าและยังไม่ข้ามขั้นชั้นพลังมันไม่น่าจะเป็ไปได้
มันไม่เชื่ออย่างแน่นอน